LNCrawler

ชิงลงมือก่อน

พลิกชะตาลูกสาวสลับตัว ในยุค 90 — novel.dek d.com · All chapters

ชิงลงมือก่อน

ค่ำคืนอันเงียบสงัดในค่ายจิ้นหนาน หลินอวี่เฉินกำลังนั่งขีดเขียนตัวอักษรและตัวเลขมากมายลงบนกระดาษ ไม่นานเขาก็เงยหน้ามองท้องฟ้า แล้วก็ก้มหน้าก้มตาขีดเขียนต่อไป

ผ่านไปนานเกือบชั่วโมงจึงได้วางปากกาลง เก็บทุกอย่างเข้าไปในปานจื่อ แล้วสื่อสารผ่านโทรจิตกับน้องสาว “ฮุ่ยฮุ่ย เธอนอนแล้วหรือยัง”

“ยังค่ะพี่ใหญ่ ตอนนี้ฉันอยู่ในมิติกำลังเขียนนิยายค่ะ พอดีเลยฉันมีข้อสงสัยหลายจุดเพราะในบันทึกของคุณปู่มันค่อนข้างคลุมเครือ”

“เรื่องอะไรเหรอ ถ้าพี่รู้ก็จะเล่าให้ฟัง”

“ในบันทึกของคุณปู่บอกว่ามีสหายรักคนหนึ่งที่ร่วมเป็นร่วมตายด้วยกันช่วงเดินทัพทางไกล แต่คุณปู่ไม่เคยเอ่ยถึงชื่อของเขาเลย พี่ใหญ่คิดว่าสหายคนนี้จะเป็นใครได้บ้างคะ”

“เรื่องนี้เหรอ อืม เคยได้ยินปู่กับพ่อพูดถึงเหมือนกันนะ แต่พวกท่านไม่ได้เอ่ยชื่อ น่าจะเป็นเพราะมีปัญหากันก่อนที่จะเกิดเรื่องกับตระกูลหลิน”

“เป็นไปได้ไหมคะว่าเขาจะเกี่ยวข้องกับผู้ชายคนนั้นที่ใส่ร้ายตระกูลของพวกเรา เพียงแต่หลักฐานทุกอย่างชี้เป้าไปที่เขา จึงถูกจับไป แต่สหายคนนี้ของคุณปู่กลับยังลอยนวลมาถึงตอนนี้” หลินฮุ่ยวางปากกาลงเพราะยังมีปมคาใจ ทำให้เขียนต่อไม่ได้

คำถามของน้องสาวทำให้หลินอวี่เฉินคิดถึงบันทึกมากมายและก็ประวัติของตระกูลต่างๆ ในปักกิ่ง พลันนั้นความคิดของเขาก็สว่างวาบ “ฉางหมิงจื้อ”

“ใครคะ หรือว่าจะเป็นคนสำคัญของตระกูลฉาง”

“ก็ปู่ที่แท้จริงของฉางจื้อหยวนน่ะสิ เป็นไง ถ้าเป็นเขาเธอพอจะปะติดปะต่อเรื่องราวจากบันทึกของคุณปู่ได้ไหม”

“ถ้าเป็นเขา ก็มีความเป็นไปได้นะคะ เขาเคยเป็นทหารที่เข้าร่วมเดินทัพทางไกล ได้รับบาดเจ็บแล้วลาออก หันมาเอาดีด้านการเมือง ถ้าไม่สะดุดเสียก่อน ป่านนี้ลูกหลานสายของเขาอย่างฉางจื้อหยวนก็คงจะได้กลายเป็นคุณชายผู้สืบทอดตำแหน่งผู้นำตระกูลไปนานแล้ว”

“สืบประวัติมาละเอียดพอสมควรเลยนี่ ยิ่งโยงเรื่องที่เขาสนิทสนมกับผู้เฒ่าตระกูลหลิวแล้ว รวมเข้ากับเรื่องการสลับตัวเธอกับหลิวอวี่ถิงในปีนั้น มันก็ลงตัวพอดี”

หลินฮุ่ยถึงกับครางออกมาอย่างเสียดายแทนคนตระกูลหลินที่ยังไม่ได้รับการสะสางทั้งหมด “เราจะเอายังไงดีคะพี่ใหญ่”

ชายหนุ่มยังไม่ตอบคำถามของน้องสาว “คนของพี่ที่อยู่โรงพยาบาลและอยู่ในตระกูลฉางรายงานมาแล้วล่ะ”

“พวกเขาว่าไงบ้างคะพี่ใหญ่ หรือว่าเขากำลังจะลงมือแล้ว”

“อืม ครั้งก่อนยืมมือตระกูลหลี่ให้ช่วยกำจัดตระกูลเติ้ง แต่ก็ไม่สำเร็จ มาคราวนี้พวกเขาจะใช้ตระกูลหลิวมาจัดการเธอ”

“ฉันคิดว่าพวกเขาไม่น่าจะกล้านะ อุบัติเหตุครั้งนั้นเป็นแค่การสั่งสอน แต่ถ้ามีอีกครั้งพวกเขาจะไม่มีโอกาสฟื้นขึ้นมาเลย”

“พี่เพิ่งศึกษาศาสตร์ด้านการทำนาย เธอเตือนฮ่าวฮ่าวให้ดีนะว่าอย่าปล่อยให้พ่อกับแม่ของเขาเอาเลือดของเขาไปได้ ไม่อย่างนั้นเขาอาจจะตายได้ แต่ก่อนตายเขาจะมาทำร้ายเธอ”

หัวคิ้วของหลินฮุ่ยขมวดมุ่น “แสดงว่าสองคนนั้นอยู่ในการควบคุมของผู้เฒ่าฉางแล้วใช่ไหมพี่ใหญ่”

“เป็นอย่างนั้น หลังจากที่พวกเขาถูกช่วยให้ฟื้นขึ้นมา ผู้เฒ่าฉางได้มอบเม็ดยาฟื้นฟูให้พวกเขาสองเม็ด น่าจะกินไปนานแล้วล่ะ จากนี้สั่งอะไรเป็นต้องทำตาม ระหว่างที่อยู่ในอำนาจของเม็ดยา พวกเขาจะไม่รู้สึกตัวและจะจำอะไรไม่ได้เลย”

“มียาแบบนี้ด้วยเหรอคะพี่ใหญ่”

“มีสิ พี่ก็ปรุงได้นะแต่ไม่มีสมุนไพร”

“มียาแก้ไหมคะ หรือว่ามันจะสลายไปเองตามเวลาที่กำหนด”

“ฮึ! ถึงมีผู้เฒ่าฉางก็ไม่พวกเขากินหรอก คนที่ควรตายไปแล้ว ได้โอกาสกลับมามีชีวิตแบบนี้ เธอว่าจุดจบของพวกเขาจะเป็นยังไงล่ะฮุ่ยฮุ่ย”

“เข้าใจแล้วค่ะ ไม่ว่างานที่สั่งจะสำเร็จหรือไม่ แต่ความผิดและหลักฐานทุกอย่างจะชี้ไปที่พวกเขาสองคน ต่อมาถ้าคนตายไปแล้วจะไปเอาผิดกับใคร ร้ายกาจจริงๆ”

“ที่ผ่านมาหลายสิบปี เขาน่าจะใช้กับคนใกล้ชิดมาหลายครั้งแล้ว อย่างผู้ชายคนนั้นที่สลับตัวเธอกับหลิวอวี่ถิงที่ถูกจับไปตัดสินโทษประหารก็น่าจะใช่ แต่คนร่วมกระทำชั่วด้วยกันมาหลายครั้ง ก็เลยมีความผิดหลายกระทง นับว่าเขาเป็นคนที่ใช้หมากได้เปลืองมาก”

“และก็เป็นหมากตายเสียด้วยสิ”

“เธอจะเอายังไง จะปล่อยให้พ่อแม่ของฮ่าวฮ่าวลงมือก่อน หรือจะจัดการตั้งแต่ตอนนี้เลย”

หญิงสาวเคาะนิ้วไปกับโต๊ะเขียนหนังสือตัวเตี้ย ไม่นานก็ได้คำตอบ “กำจัดต้นตอของปัญหาสิคะ ถ้าไม่มีคนที่คอยบงการอยู่เบื้องหลัง ปัญหาก็จะน้อยลง”

“ถ้าอย่างนั้นก็กำจัดออกไปทั้งหมดเลยเป็นไง”

“ฝั่งของฉางจื้อหยวนหรือคะ ฉันขอถามพี่ก่อน ผู้เฒ่าฉางคนนี้มีสายสัมพันธ์ที่ดีกับคนใหญ่คนโตเยอะไหมคะ”

“เยอะสิ แต่เขาเรียกคนมาพบไม่ได้แม้แต่คนเดียวนั่นก็หมายความว่าคนพวกนั้นลอยแพผู้เฒ่าฉางแล้ว ตอนแรกที่มาก็คงคิดจะช่วยผู้เฒ่าหลิวและคนตระกูลหลิวแต่ก็ช่วยไม่ได้ เป้าหมายของเขาก็เลยเปลี่ยนมาที่เธอและตระกูลหลินของพวกเราแทน”

“ฉากหน้าก็บอกหลานชายว่าช่วยแก้แค้นแทนหลานสะใภ้ แต่ความจริงแล้วก็คือน่าจะมีความแค้นใหญ่กับตระกูลหลินของพวกเรา ถ้ากำจัดพวกเราได้ตะปูดอกใหญ่ในใจของเขาก็คงจะถูกถอนออกมาได้”

“เขาจะไม่มีโอกาสนั้นหรอกฮุ่ยฮุ่ย พี่จะสั่งคนตอกตะปูเข้าไปอีก ให้เขากระอักตายไปเลย”

“พี่จะใช้หน่วยของพี่สืออีหรือเปล่า” เมื่อความรู้สึกคลี่คลายแล้ว หญิงสาวก็ไม่อยู่เฉย เธอหยิบเอาตะกร้าหอยมุกที่เหลือจากการนำไปปล่อยที่ทะเล แล้วก็เริ่มแกะเอาหอยมุกออกมา

“สืออีเขามีหน้าที่ต้องปกป้องคุ้มครองความปลอดภัยของเธอ พี่จะส่งอีกหน่วยที่โหดกว่าและเก่งกว่าหน่วยของสืออีให้เข้าไปทำภารกิจ”

“แสดงว่าพวกเขาก็มีระดับพลังที่สูงกว่าพี่สืออีหรือคะพี่ใหญ่”

“สูงกว่านิดหน่อย เป็นหน่วยล่าสังหารที่พี่ฝึกเอาไว้ช่วยภารกิจทางการทหารโดยเฉพาะ แต่พวกเขาไม่มีตัวตนนะ นอกจากรหัสเรียกเท่านั้น”

หญิงสาวหยิบมุกกลมเกลี้ยงเม็ดงามขึ้นส่องดูความแวววาวแล้วก็พยักหน้าอย่างพึงพอใจ ก่อนจะคุยในใจกับพี่ชายต่อ “ถ้าพวกเขาทำงานเสร็จแล้ว ให้แวะมาที่ศาลาเก๋งนะคะ ฉันจะเอาเหล้าไป๋จิ่วสูตรพิเศษไปวางไว้ที่นั่นสิบไห”

“ได้ เรื่องนี้ไม่มีปัญหา”

 

สองวันต่อมา ก็มีข่าวใหญ่สั่นสะเทือนไปทั้งปักกิ่ง เมื่อฉางจื้อหยวนและคนในตระกูลสายของเขาทั้งหมด นอนหลับใหลอยู่บนเตียงไปตลอดกาลและไม่มีโอกาสได้ตื่นขึ้นมาอีก ในนั้นก็รวมผู้เฒ่าฉางและหลี่อิงหลานสะใภ้คนใหม่ที่เพิ่งแต่งเข้าได้ไม่กี่วันด้วย

หลินฮุ่ยยืนมองศาลาเก๋งที่ว่างเปล่า เหล้าไป๋จิ่วไหขนาดร้อยชั่งหายไปแล้ว บอกไม่ถูกว่ารู้สึกอย่างไรแต่ที่แน่ๆ ก็คือความโล่งใจ

และคิดว่าพี่ชายของเธอก็น่าจะรู้สึกเช่นกัน ความภักดีต่อประเทศชาตินั้นเธอและพี่ชายย่อมมีอยู่แล้ว แต่มันก็ไม่ได้เหมือนรุ่นปู่ย่าหรือรุ่นของพ่อแม่ที่ยอมรับโชคชะตาที่ไม่ได้ก่ออย่างอดสูจนตัวตาย บุญคุณต้องตอบแทน ความแค้นก็ต้องชำระเหมือนกัน และเธอกับพี่ชายก็ช่วยชำระสะสางความแค้นให้คนรุ่นก่อนได้อย่างหมดจดแล้ว

ชีวิตแลกด้วยชีวิต ตาต่อตา ฟันต่อฟัน ถ้าไม่คิดทำกับเธอก่อน เธอก็จะปล่อยผ่าน แต่ถ้ายังพยาบาทไม่เลิก เช่นนั้นก็ไม่ต้องมีลมหายใจ

หลิวฮ่าวถือหนังสือพิมพ์วิ่งมาหาพี่สาวที่ยืนอยู่หน้าห้องนอนด้วยอาการเหม่อลอย “พี่รอง พี่เห็นข่าวหรือยัง!”

“ข่าวอะไรเหรอฮ่าวฮ่าว” เธอฉวยเอาหนังสือพิมพ์มาอ่าน

เด็กหนุ่มชี้ให้พี่สาวดูพาดหัวข่าวหน้าหนึ่งที่เด่นหรา แทบจะครองพื้นที่ทั้งหมด “ก็ข่าวของฉางจื้อหยวนกับคนในตระกูลสายของเขาน่ะสิครับพี่สาว ไม่รู้ว่าไปมีความแค้นกับใคร ถูกเก็บเรียบหมดเลย”

หลินฮุ่ยมองตามแล้วก็อ่านเนื้อหาอยู่นานพอสมควร “ตำรวจน่าจะพุ่งเป้าไปที่ฉางจวินเหยียนแน่ๆ เพราะพวกเขาเพิ่งปะทะครั้งใหญ่กันไปเมื่อไม่กี่วันก่อน”

“เพื่ออำนาจไม่น่าเลย พี่ว่าโตขึ้นผมควรจะทำอาชีพอะไรดีครับพี่รอง ผมไม่อยากแก่งแย่งอำนาจกับใครเลย มันวุ่นวายและก็ต้องสิ้นเปลืองสมองด้วย”

หลินฮุ่ยส่งหนังสือพิมพ์คืนให้น้องชาย “อาชีพไหนๆ ก็มีการแก่งแย่งชิงดีชิงเด่นกันทั้งนั้นล่ะฮ่าวฮ่าว”

“แบบนี้ก็แย่สิครับ ผมขี้เกียจใช้สมองวางแผนจริงๆ นะพี่รอง”

“นายนี่นะ” เธอเดินนำน้องชายไปที่ห้องครัว วันนี้เป็นวันหยุด จึงคิดว่าจะทำซาลาเปากับเกี๊ยวไส้ต่างๆ มากหน่อย เพื่อให้น้องชายเก็บเอาไว้ในแหวนมิติ “ถ้าในอนาคตนายมีภรรยามีลูกที่ต้องปกป้อง จะมัวแต่ขี้เกียจไม่ได้นะ”

“ผมเพิ่งจะสิบกว่าปีเองนะครับพี่รอง”

“เท่าไหร่ ก็ต้องเตรียมตัวเอาไว้ตั้งแต่เนิ่นๆ ยิ่งอยู่กับพี่และพี่ใหญ่ ยิ่งมีมรสุมมากมายในอนาคต”

“ถ้าอย่างนั้นผมจะเป็นทหารเหมือนพี่ใหญ่ ถ้ามีอำนาจในมือใครก็ไม่กล้าแตะต้องคนที่ผมรัก”

“อืม เป็นความคิดที่ดี แต่การจะก้าวขึ้นไปสู่จุดนั้นได้ นายต้องฝึกฝนให้หนักและทุ่มเทให้กับอาชีพของนาย แม้แต่ชีวิตก็สละได้เพื่อประเทศชาติ จึงจะได้รับเกียรติยศที่คู่ควร”

“ผมจะต้องได้รับเกียรตินั้นแน่นอนครับพี่รอง”

“ดี! พี่จะรอดูนะ”

 

ทางด้านพ่อหลิวแม่หลิวที่ถูกคำสั่งของผู้เฒ่าฉางบงการ ก่อนที่เขาจะถูกลูกน้องของหลินอวี่เฉินเข้าไปจัดการ ยามนี้พวกเขากำลังคลุ้มคลั่ง นัยน์ตาแดงก่ำ และก็ตะโกนลั่นห้อง

“ฉันจะไปฆ่ามัน! ฆ่ามัน! มันต้องตาย หลินฮุ่ยมันต้องตาย!!”

พยาบาลที่เพิ่งมัดคนไข้ทั้งสองเอาไว้บนเตียงได้สำเร็จ ถึงกับปาดเหงื่อเพราะกว่าจะช่วยกันมัดได้ ไม่ใช่เรื่องง่ายเลย

“อาการแบบนี้เหมือนได้รับยาบางอย่างเข้าไปในร่างกายเลย” พยาบาลที่เคยมีประสบการณ์มาหลายสิบปีเอ่ยออกมา

“ฉันจะไปแจ้งเรื่องนี้กับคุณหมอเองคะ พี่สองคนเฝ้าพวกเขาไปก่อนนะคะ”

“อืม แจ้งญาติของคนไข้ด้วยนะ” สีหน้าของพยาบาลวัยกลางคนไม่สู้ดีเท่าไหร่ เพราะหลังจากอาการคลุ้มคลั่งผ่านไป ร่างกายก็จะค่อยๆ แห้งเหี่ยวไปราวกับถูกสูบเลือดสูบเนื้อ แล้วก็จะตายในที่สุด

“ได้ค่ะ”

และตอนสายของวัน หลิวฮ่าวก็ได้รับโทรศัพท์จากทางโรงพยาบาล สีหน้าของเขายากจะคาดเดาความรู้สึก

แต่ก็เล่าให้พี่สาวฟัง “พี่รอง พ่อกับแม่อยู่ดีๆ ก็คลุ้มคลั่ง ร้องตะโกนลั่นโรงพยาบาล พวกเขาอยากจะมาฆ่าพี่ ตอนนี้ถูกจับมัดเอาไว้กับเตียงผู้ป่วยแล้วครับ”

หลินฮุ่ยไม่คิดเลยว่าผู้เฒ่าฉางก็จะรีบลงมือเหมือนกัน เพียงแต่เขาไม่ได้อยู่รอชมผลของคำสั่งก็เท่านั้น “พวกเขาแกล้งบ้าหรือเปล่า เผื่อเจ้าหน้าที่ไปสอบปากคำแล้วจะได้ไม่จับไปเข้าคุก” กระทั่งตอนนี้คนตระกูลหลิวที่ถูกส่งเข้าคุก ก็ยังไม่ได้รับการช่วยเหลือ เธอจึงเบี่ยงเบนไปที่จุดนี้เพราะมีหลายเรื่องที่เธอบอกน้องชายคนนี้ไม่ได้จริงๆ

“เป็นไปได้ครับพี่รอง ผมจะไปที่โรงพยาบาลดูพ่อกับแม่ก่อน ได้เรื่องยังไงจะกลับมาเล่าให้พี่ฟังอีกทีนะครับ”

 

หลิวฮ่าวจากไปได้ไม่นาน ฟางหลานก็บึ่งรถมาหาหลินฮุ่ยถึงที่บ้านเพราะเธอพลาดโอกาสที่จะได้ลงมือกับพวกคนชั่วพวกนั้นนั่นเอง

“ทำไม ไม่ส่งสัญญาณให้พี่รู้บ้างล่ะฮุ่ยฮุ่ย” ฟางหลานกระซิบถามเสียงเบาแทบจะไม่ได้ยิน

“ส่งสัญญาณอะไรคะพี่ฟาง หรือพี่รู้ว่าฉันหมักเหล้าไป๋จิ่วเพิ่มอีกหลายสิบไหคะ” เธอเอ่ยถามกลั้วหัวเราะ นัยน์ตาพราวระยับ

“ก็เรื่องคนตระกูลฉางของฉางจื้อหยวนน่ะสิ กว่าจะได้ข่าวพวกนั้นก็ไม่เหลือสักคนแล้ว”

“พี่ใหญ่จัดการให้น่ะสิคะ แม้แต่ผู้คุ้มกันของฉันก็ยังไม่ได้ออกไปยืดเส้นยืดสาย”

ฟางหลานยกนิ้วให้หลินฮุ่ย “อดีตหัวหน้ายังเด็ดขาดเหมือนเดิม ถ้าพวกเขาไม่รนหาที่ตาย ก็น่าจะอายุยืนกว่านี้อีกหลายปี”

“ผู้เฒ่าฉางคิดจะให้คนแซ่หลิวมาจัดการฉัน ไม่รู้เอายาอะไรให้สองคนนั้นกิน แต่ตอนนี้คลุ้มคลั่งไปแล้ว ตะโกนลั่นโรงพยาบาล ว่าจะมาฆ่าฉัน”

“ยานี่อีกแล้วเหรอ ที่แท้ต้นตอยาตัวนี้ก็มาจากตาแก่คนนี้นี่เอง แต่ครั้งนี้เขาใช้ยาแรงไปนะ ถ้าถึงขั้นคลุ้มคลั่งแบบนี้อีกไม่กี่วันสองคนนั่นก็คงไม่รอดแล้ว”

“อุตส่าห์ฟื้นขึ้นมาแล้ว แต่ความคิดดีๆ กลับไม่มี ไม่แปลกหรอกที่จะเป็นเหยื่อของผู้เฒ่าฉาง” พูดพลางก็ก้าวขึ้นบันไดของศาลาเก๋ง

“ฮ่าวฮ่าวก็คงไม่เหลือเยื่อใยอะไรกับพวกเขาแล้วล่ะ เด็กคนนี้เธอเลี้ยงได้ดีจริงๆ”

สีหน้าของหลินฮุ่ยไม่ค่อยสู้ดีเท่าไหร่ “เรื่องบางเรื่องพี่ก็อย่าบอกเขานะคะ ฉันไม่อยากให้เขาเกลียดฉัน”

“เขาเกลียดเธอไม่ได้หรอกฮุ่ยฮุ่ย เพราะทุกเรื่องที่เกิดขึ้นเธอไม่ได้เป็นคนทำ เป็นพี่ต่างหากล่ะที่ลงมือหนักเกินไป”