ตราประทับ
ตราประทับ
ภายในห้องทำงานของนายพลอาวุโสหลี่ สองพ่อลูกเผชิญหน้ากันด้วยนัยน์ตาแดงก่ำ ก่อนจะเป็นนายพลหลี่ที่หลั่งน้ำตาออกมาอย่างอัดอั้น
“พวกเขาพุ่งเป้าไปที่กลุ่มอันธพาลกระจอกพวกนั้นได้ยังไงกัน อย่างน้อยก็น่าจะสงสัยฉางจวินเหยียนที่เคยมีปัญหากับลูกเขยมาก่อน มิเท่ากับว่าเสี่ยวอิงของพวกเรา...” เขาไม่แม้แต่จะกล้าพูดคำว่าตายออกมาเพราะยังรับไม่ได้กับการจากไปของลูกสาว
“เรื่องนี้น่าจะเกี่ยวข้องกับท่าทีของผู้อาวุโสฉาง” นายพลผู้เฒ่าเอ่ยออกมาเสียงขรึม แม้จะเศร้าโศกเสียใจ แต่สติสัมปชัญญะของเขายังดีอยู่
“ตาแก่ฉางหมิงจื้อคนนั้นน่ะเหรอครับ แม้แต่เรียกคนไปพบก็ยังไม่มีใครกล้าโผล่หน้าไปสักคน เขาจะทำอะไรได้”
“แกลืมไปแล้วเหรอว่าเขามีความแค้นกับตาแก่ตระกูลหลิน” เรื่องราวในอดีตพวกนั้นเขาก็เกือบจะลืมไปแล้ว ถ้าไม่ใช่ฉางจื้อหมิงมาโผล่ที่ปักกิ่งอีก เขาก็คงลืมความขัดแย้งระหว่างคนทั้งสองไปแล้วเหมือนกัน
ดวงตาของนายพลหลี่เบิกกว้าง ก่อนจะเริ่มคาดเดาเหตุการณ์ “คุณพ่อกำลังจะบอกว่าเป็นฝีมือของคนตระกูลหลินหรือครับ พวกเขาทำได้ยังไง หลินอวี่เฉินคนนั้นอยู่ไกลถึงภาคใต้ เขากล้ายื่นมือมาถึงปักกิ่งด้วยเหรอครับ อีกอย่างสถานะของพวกเขายังไม่นับว่าเป็นอะไรได้เลยนะ”
“น้องสาวของเขาอยู่ที่ปักกิ่งไม่ใช่เหรอ เด็กนั่นถูกปกป้องยิ่งกว่าไข่ในหินเสียอีก”
“แต่นั่นเป็นถึงตระกูลฉางเลยนะครับ แม้จะไม่ใช่สายหลักแต่ก็ยังได้ชื่อว่าตระกูลฉางอยู่ดี ความแค้นนี้พวกเขาจะต้องหาที่ลงแน่ๆ”
“จะลงที่ไหนก็ได้ แต่พวกเขาจะไม่ไปลงที่ตระกูลหลินแน่นอน”
“หลินอวี่เฉินเก่งขนาดนั้นเลยเหรอครับ”
“เก่งหรือไม่ แกยังไม่เห็นวันนั้นที่เสี่ยวอิงถูกส่งตัวเข้าห้องขังเหรอ กว่าจะวิ่งเต้นหาคนช่วยได้ไม่ง่ายสักนิด”
นายพลหลี่กำหมัดกัดฟันแน่น “แม้แต่คนตระกูลฉางยังไม่กล้าลงมือ แล้วพวกเราจะเอายังไงครับ ความแค้นนี้ผมกลืนมันไม่ลงจริงๆ”
“แกคิดว่าฉันจะกลืนมันลงเหรอ แต่เรื่องนี้บุ่มบ่ามไปก็ไม่เป็นผลดีกับพวกเรา ตั้งแต่ตอนที่เราลงมือกับตระกูลเติ้ง พวกเขาก็คงหมายหัวพวกเราเอาไว้แล้วล่ะ”
“ไม่น่าเลย พวกเราไม่น่ารับข้อเสนอของฉางจื้อหยวนเลย!”
“เรื่องมันเกิดขึ้นแล้ว กลับไปแก้ไขอะไรไม่ได้แล้วล่ะ ตอนนี้ตระกูลหลี่ไม่เหลือทายาทแล้ว แกควรจะพาลูกที่เลี้ยงเอาไว้นอกบ้านเข้ามาในตระกูลได้แล้วนะ”
“คุณพ่อ! รู้เรื่องนี้ด้วยหรือครับ”
นายพลอาวุโสหลี่โบกมือให้ลูกชายอย่างรำคาญ “ถึงยังไงแม่ของเขาก็จากไปนานแล้ว รับเข้ามาเลี้ยงในบ้านจดเป็นลูกบุญธรรม เมียของแกก็คงจะไม่มีปัญหาหรอก”
“ผมจะรีบไปเดี๋ยวนี้ครับ”
ทางด้านของหลินอวี่เฉินที่น้องสาวคิดว่าเขาจัดการฉางจื้อหยวนและคนในบ้าน ก็กำลังฟังลูกน้องรายงานผ่านโทรศัพท์ดาวเทียมอยู่ ด้วยท่าทางที่ไม่สบอารมณ์
“นายจะบอกว่าเป็นเสิ่นมู่หานกับคนของเขาลงมือตัดหน้าไปก่อนอย่างนั้นเหรอ”
“ครับนายท่าน แม้สภาพร่างกายของเขาจะไม่ค่อยดีเท่าไหร่ ทั้งระดับพลังยังลดไปหลายขั้น แต่การจัดการตระกูลฉางก็ไม่ใช่เรื่องยากสำหรับเขาครับ”
“ร่างอมตะของเขา ทำไมถึงพลังรั่วไหลได้ล่ะ”
“เท่าที่ผมเห็น น่าจะเกิดจากตราประทับบางอย่างที่อยู่ในตัวของเขาครับนายท่าน อาจจะเกิดการปะทุจากภายในแล้วเขาหลอมพลังของตัวเองเพื่อระงับอาการของมันเอาไว้ พลังจึงลดลงหลายขั้น”
“ตราประทับหรือ” พูดมาถึงตรงนี้ก็ทำเอาหลินอวี่เฉินต้องชะงักไป ท่าทางของเขาเหมือนหวนรำลึกถึงตำราโบราณที่เคยอ่าน “นายพอจะร่างรูปแบบของตราประทับที่เห็นออกมาได้ไหม”
“ได้ครับนายท่าน”
“อืม ร่างออกมาแล้วก็ส่งมากับเหยี่ยวสื่อสาร” เขาเงยหน้าขึ้นมองฟ้าที่เต็มไปด้วยดวงดาว แล้วก็พูดต่ออีกประโยค “ส่งยาอายุวัฒนะที่มีอยู่ในคลังไปให้เขาหนึ่งเม็ด บอกว่าเป็นคำขอบคุณจากฉัน”
“ครับนายท่าน”
วางสายไปแล้ว แต่ภายในหัวกลับเอาแต่คิดถึงการกระทำที่ผ่านมาของเสิ่นมู่หาน ผู้ชายที่เย่อหยิ่งลึกลับ เย็นชาและเข้าถึงยาก
กลับพาตัวเองเข้ามาใกล้น้องสาวของเขา “หรือว่าจะเกี่ยวกับตราประทับกันนะ มันคือตราประทับอะไรล่ะ แล้วไปสร้างตั้งแต่ตอนไหน ในตัวของฮุ่ยฮุ่ยก็มีตราประทับที่ว่านี้ด้วยหรือเปล่า ฮึ่ม! อย่าให้ฉันรู้นะว่านายแอบมาลวนลามน้องสาวของฉัน!”
ทางด้านของหลินฮุ่ยที่สบายใจหายห่วงไปได้หนึ่งเปลาะ ก็เข้ามิติแล้วขึ้นไปบนเกาะลอยฟ้าเพื่อเก็บเกี่ยวสมุนไพรที่ได้เมล็ดพันธุ์มาจากเสิ่นมู่หาน
เธอปลูกพวกมันตามคู่มือที่ได้มา และก็มีอยู่เกือบห้าสิบแปลง แต่นี่ไม่ใช่สมุนไพรทั้งหมดที่เขามอบให้ ในกล่องยังเหลืออีกเยอะ
“ตามรูปภาพในคู่มือ ต้นไม่ได้ใหญ่แบบนี้นี่นา หรือว่าจะเป็นเพราะรดด้วยน้ำจากน้ำตกกันนะ ต้องเป็นแบบนั้นแน่ๆ”
ไม่ว่าจะเก็บเกี่ยวสมุนไพรแปลงไหน หญิงสาวก็จะบ่นแบบนี้ทุกครั้ง การเก็บเกี่ยวครั้งนี้ได้มากถึงเจ็ดพันชั่ง
หญิงสาวได้แต่มองกองสมุนไพรอย่างอึ้งๆ “พี่ใหญ่ๆ พี่นอนหรือยัง”
“ยังไม่นอน เธอมีอะไรหรือเปล่าฮุ่ยฮุ่ย” หลินอวี่เฉินคันปากอยากจะถามเกี่ยวกับตราประทับ แต่ก็ต้องรีบยั้งปากตัวเองเอาไว้
“ฉันเพิ่งเก็บสมุนไพรในแปลงเสร็จ ได้ราวๆ เจ็ดพันชั่ง นี่ยังเก็บไม่หมดนะ ฉันแบ่งเก็บเอาไว้ทำพันธุ์ต่อด้วย”
“เธอว่าอะไรนะ! ได้เจ็ดพันชั่งเลยเหรอฮุ่ยฮุ่ย สมุนไพรพวกนี้ปลูกยากปลูกเย็นยิ่งกว่าอะไร เธอปลูกได้กี่วันกัน”
“ก็ไม่กี่วันหรอกค่ะ ช่วงก่อนยุ่งๆ ก็เลยยังไม่ได้ปลูก เพิ่งว่างเมื่อสามสี่วันก่อน ก็เลยลองทำแปลงปลูกแล้วก็เอาน้ำจากน้ำตกบนเกาะลอยฟ้ามารดพวกมัน”
“แล้วเมล็ดก็งอกอย่างง่ายดายเหรอ” เขาเองก็เคยปลูกสมุนไพรวิเศษพวกนี้มาเหมือนกัน แต่แม้จะมีน้ำที่มีความพิเศษแค่ไหน มันก็ไม่ได้ง่ายเหมือนปลูกผักผลไม้ธรรมดาหรอกนะ
“แล้วทำไมถึงจะไม่งอกล่ะคะพี่ใหญ่ ฉันรดน้ำอยู่สองสามวัน มันก็เติบโตจนพร้อมเก็บเกี่ยวได้แล้ว วันไหนว่างๆ ฉันจะทำแปลงปลูกเพิ่มอีกสักร้อยแปลง จะได้เอาเมล็ดพันธุ์ที่เหลือมาปลูกบ้าง ว่าแต่พี่เถอะ จะเอาสมุนไพรพวกนี้ไหมคะ”
“เอา! เอาสิ ยังไงก็ต้องเอาอยู่แล้ว”
“พี่จะมาเอาเองหรือจะให้คนมารับไปคะ” พูดพลางก็แยกส่วนที่จะมอบคืนให้เสิ่นมู่หานออกมากองเอาไว้ต่างหาก
“ต้องไปเอาเองอยู่แล้วน้องรัก เพียงแต่ตอนนี้พี่ยังไม่ว่างเลย เธอเก็บเอาไว้ในมิติไปก่อนนะ”
“ถ้าฉันปรุงยาได้ก็คงจะดีนะพี่ใหญ่”
“นอกจากมีมิติแล้ว เธอไม่ได้มีพลังพิเศษอะไรเลย แค่ปลูกพวกมันได้ ก็ดีสุดๆ แล้วล่ะน้องรัก เธอคงไม่รู้หรอกว่าสมุนไพรวิเศษพวกนี้ ต้นหนึ่งราคามหาศาลแค่ไหน”
คราวนี้เป็นหลินฮุ่ยที่ดวงตาเป็นประกายบ้าง “แบบนี้พวกเราก็รวยแล้วสิพี่ใหญ่”
“ไม่ได้ๆๆ สมุนไพรล้ำค่าพวกนี้ขายต่อไม่ได้เด็ดขาด ถ้าขืนขายออกไปแม้แต่ต้นเดียว ชีวิตนี้อย่าหวังว่าจะได้เจอกับความสงบสุขอีกเลย”
“อ้าว แล้วทีพี่ปรุงยาได้ล่ะ ยังใช้ชีวิตสงบสุขได้ไม่ใช่เหรอคะ”
“ไม่เหมือนกันนี่ ปรุงยาก็ส่วนปรุงยา สมุนไพรก็ส่วนสมุนไพร โดยเฉพาะสมุนไพรที่เธอปลูกได้ มันพิเศษเกินไป ถ้ามีคนรู้ที่มาที่ไป พี่ใหญ่ก็อาจจะช่วยเธอไม่ได้นะน้องรัก”
หญิงสาวคิดตามคำพูดของพี่ชายแล้วก็เห็นด้วย “แล้วที่พี่บอกว่าถ้าปลูกได้แล้ว ให้มอบสมุนไพรคืนให้คุณชายเสิ่นล่ะคะ ยังต้องมอบออกไปอยู่ไหม”
คราวนี้หลินอวี่เฉินเงียบไปสักพัก แต่คำพูดก็พูดออกไปแล้ว “ต้องมอบออกไปอยู่แล้วพรุ่งนี้ให้สืออีเอาไปให้เขาก็แล้วกัน”
“พี่สืออีรู้ว่าเขาอยู่ที่ไหนเหรอคะพี่ใหญ่”
“น่าจะเพิ่งกลับจากทำภารกิจละมั้ง หาไม่ยากหรอก”
“ก็ได้ค่ะ พรุ่งนี้จะให้พี่สืออีไปจัดการ”
วันต่อมา เสิ่นมู่หานที่แต่งกายด้วยชุดทหารเต็มยศและกำลังจะเดินไปขึ้นรถ เพื่อจะไปทำงานที่สำนักงานกลางของพรรค ก็ต้องหยุดฝีเท้าเมื่อมีคนเดินมาหาเขา
“นายท่าน ฝากของมาให้ และก็ขอบคุณคุณชายรองเสิ่นที่ช่วยจัดการเรื่องบางอย่างให้” เอ่ยจบชายร่างสูงที่ปลอมตัวอยู่ในชุดกรรมกรแบกหาม ก็ล้วงเอาขวดดินเผาชั้นดีออกมาจากกระเป๋าเสื้อ “ยาเม็ดนี้ช่วยระงับอาการพลังรั่วไหลของคุณได้”
“ฝากขอบคุณนายท่านของคุณด้วย”
“อืม” รับคำแค่นั้นเขาก็เดินจากไปทันที
เสิ่นมู่หานมองตามยอดฝีมือเพียงไม่นานก็ไม่เห็นร่างของอีกฝ่ายแล้ว เขาคิดจะเดินไปขึ้นรถที่จอดอยู่ในโรงรถ แล้วก็ต้องชะงักฝีเท้าอีกครั้งเมื่อสัมผัสได้ถึงกลิ่นอายที่คุ้นเคย
“คุณชายรองเสิ่นรอสักครู่” สืออีร้องเรียกอีกฝ่ายเอาไว้
“เกิดอะไรขึ้นกับฮุ่ยฮุ่ยหรือเปล่า” พอคิดว่าคนชั่วพวกนั้นจะวางแผนร้ายกับเธออีก เขาก็แทบทนไม่ไหว
“คุณหนูหลินยังสบายดีครับ แต่เป็นนายท่านของผมต่างหากที่ฝากของมาให้คุณชายรองเสิ่น รับเอาไว้ด้วยครับ” พูดจบเขาก็ผายมือไปยังด้านหลัง
เสิ่นมู่หานมองตามก็เห็นว่ามีรถบรรทุกคลุมผ้าใบจอดอยู่หน้าบ้านของเขาหนึ่งคัน “คืออะไรครับ ไม่ใช่ว่าเขาขอบคุณไปแล้วหรือ”
สืออีไม่พูดอะไรยังคงเดินนำไปที่รถบรรทุกคันนั้น พอรถจอดแล้วเขาก็เปิดผ้าใบที่คลุมรถออกเพียงเล็กน้อย “ของที่อยู่ในนี้ นายท่านบอกว่าให้ระมัดระวังให้มาก อย่าให้หลุดรอดออกไปแม้แต่ต้นเดียว”
ชายหนุ่มถึงกับสั่นสะท้านไปทั้งตัวเมื่อเห็นสมุนไพรมากมายอัดแน่นอยู่ภายในรถบรรทุก “รถคันนี้จอดเอาไว้ก่อน คืนนี้คุณค่อยมาขับไป”
“ได้!” พูดเท่านั้นสืออีก็รีบเดินจากไป พอถึงมุมลับตาคนก็ทะยานกายมุ่งหน้ากลับบ้านตระกูลหลินอย่างรวดเร็ว
เสิ่นมู่หานรีบขับรถเข้าไปจอดในลานบ้านของตัวเอง ซึ่งบ้านหลังนี้ก็เป็นหนึ่งในบ้านหลายๆ หลังของเขา ที่ซื้อเอาไว้ให้ลูกน้องมาพักเวลามาทำภารกิจที่ปักกิ่ง
พอรถจอดสนิทแล้ว เขาก็เปิดผ้าใบคลุมรถออก จากนั้นก็โบกมือหนึ่งครั้งสมุนไพรวิเศษทั้งหมดก็เข้าไปอยู่ในจี้ห้อยคอซึ่งมีพื้นที่มิติเก็บของขนาดใหญ่ “กลิ่นอายแฝงนี้เหมือนผลไม้ที่ฮุ่ยฮุ่ยเคยให้มาเลย หรือจะมีที่มาจากที่เดียวกันนะ”
แต่พอคิดถึงเรื่องยาที่สามารถระงับอาการพลังรั่วไหลของเขาได้ ชายหนุ่มก็ถึงกับชาวาบไปทั้งตัว “หรือพี่ชายของเธอจะรู้เรื่องตราประทับนี้แล้ว!!”