น่าสงสัยเกินไป
น่าสงสัยเกินไป
เย็นวันหนึ่งของต้นเดือนมิถุนายน เหล่าเติ้งก็เดินทางมาหาหลินฮุ่ยที่บ้าน เขาไม่ได้มาคนเดียวแต่มาพร้อมกับท่านผู้เฒ่าเติ้ง หลินฮุ่ยกับน้องชายให้การต้อนรับคนทั้งสองเป็นอย่างดี
“นี่เป็นของแทนคำขอบคุณจากตระกูลเติ้งของพวกเราฮุ่ยฮุ่ย” เหล่าเติ้งยื่นกล่องไม้ลวดลายเรียบง่ายส่งให้หลินฮุ่ย
หญิงสาวมองกล่องไม้แล้วก็มองคนทั้งสอง ใจอยากจะปฏิเสธเพราะเธอไม่ได้ทำอะไรมากมาย ก็แค่ทำอาหารและเตรียมน้ำดื่มกับผลไม้และขนมเอาไว้ให้คนตระกูลเติ้งเพียงไม่กี่วันเท่านั้น
ทว่าท่าทีกระตือรือร้นและจริงใจนี้ ก็ทำให้เธอปฏิเสธไม่ลง “ฉันจะรับเอาไว้ก็ได้ค่ะพี่เติ้ง ต่อไปถ้าอยากให้ช่วยอะไรไม่ต้องลังเลนะคะ รีบมาหาฉันได้ทันทีเลย”
“เข้าใจแล้ว ต่อไปจะไม่ลังเลอีกแล้วล่ะฮุ่ยฮุ่ย จะว่าไปแล้วฝีมือทำอาหารกับขนมอบของเธอยอดเยี่ยมมากเลยนะ เด็กๆ ที่บ้านชอบกันทุกคน ตอนนี้ยังบ่นถึงตลอดเลย”
หลินฮุ่ยยิ้มน้อยๆ ก่อนจะหันไปสั่งน้องชายเสียงเบา “ฮ่าวฮ่าว ที่ห้องเก็บเหล้ามีเหล้าไป๋จิ่วหลายไห นายไปยกไหห้าสิบชั่งมาที่นี่สองไหนะ”
“ได้ครับพี่สาว” เด็กหนุ่มรับคำแล้วก็รีบเดินออกไปจากห้องโถงรับแขก
พอหลิวฮ่าวไปแล้ว ท่านผู้เฒ่าเติ้งก็ได้พูดขึ้น “ตาแก่คนนี้ก็ไม่ได้อยากจะรบกวนเธอหรอกนะฮุ่ยฮุ่ย แต่ก็จนปัญญาจนต้องถ่อสังขารมาหาเธอถึงที่นี่”
“ปู่เติ้งคะ ไม่ต้องเกรงใจฉันหรอกคะ ถือเสียว่าฉันเป็นหลานสาวคนหนึ่ง” เธอยิ้มบางให้ท่านผู้เฒ่าเติ้ง ถ้าคุณปู่คุณย่าและทุกคนยังมีชีวิตอยู่ ที่บ้านก็คงจะครึกครื้นกว่านี้
“เฮ้อ! เธอจะว่าฉันเห็นแก่กินก็ได้นะฮุ่ยฮุ่ย แต่สตรอว์เบอร์รีที่เธอมอบให้ในวันนั้น มันอร่อยจริงๆ นะ ยังเหลืออีกบ้างไหม จะได้เอากลับไปแบ่งให้เด็กๆ ที่บ้านกินบ้าง”
หลินฮุ่ยเกือบจะหลุดขำ เธอมองท่านผู้เฒ่าด้วยท่าทีที่ผ่อนคลาย “มีเยอะเลยค่ะ ปู่เติ้งจะไปเก็บกับฉันก็ได้นะคะ ฉันปลูกเอาไว้หลังบ้าน ปลูกแค่ห้าแปลงแต่กินได้ตลอดเลยค่ะ วันนี้ก็เก็บกลับไปสักสองตะกร้า ดีไหมคะ”
“โอ้! ถ้าอย่างนั้นพวกเราไปกันตอนนี้เลยฮุ่ยฮุ่ย” แค่คิดท่านผู้เฒ่าเติ้งก็น้ำลายไหลแล้ว สตรอว์เบอร์รีลูกโตๆ ทั้งหอมทั้งหวาน คราวนี้ก็ไม่ต้องไปแย่งกับเจ้าเด็กตัวเหม็นที่บ้านแล้ว
หลิวฮ่าวยกไหเหล้าไป๋จิ่วเข้ามาพอดี หลินฮุ่ยจึงชวนท่านผู้เฒ่าและพี่เติ้งชิมพวกมันก่อน “ก่อนไป ลองชิมเหล้าไป๋จิ่วที่ฉันหมักและกลั่นเองดีไหมคะ” ถามพลางก็เปิดฝาที่ปิดไหเหล้าออก
ท่านผู้เฒ่าเติ้งถึงกับชะงัก เมื่อได้กลิ่นหอมของเหล้าไป๋จิ่วที่ท่านชื่นชอบ “นะ นี่ เหล้าชั้นดีเลยนี่ฮุ่ยฮุ่ย”
เหล่าเติ้งที่บ่มเพาะพลังรับรู้ได้เลยว่าเส้นลมปราณในร่างของเขามันกำลังเต้นระริก “นะ นี่มัน หรือจะเป็นของที่ได้ยินชื่อเสียงในช่วงนี้ ไม่คิดเลยว่าจะซ่อนอยู่ที่นี่”
หลินฮุ่ยถึงกับหัวเราะออกมาเสียงแผ่ว “ซ่อนอะไรกันคะ ครั้งก่อนเห็นว่ายังได้รับบาดเจ็บกันอยู่ ฉันก็เลยยังไม่ได้เอาออกมาให้ ตอนนี้อาการน่าจะดีกันแล้ว พี่ก็อย่าดื่มเยอะนะคะพี่เติ้ง”
ใบหน้าของเหล่าเติ้งแดงก่ำขึ้นมาเพราะความตื่นเต้น สายตาที่มองหลินฮุ่ยเต็มไปด้วยความซาบซึ้ง “ฮุ่ยฮุ่ย เธอกับเหล่าหลินนับว่าเป็นดาวนำโชคของพวกเราจริงๆ”
หลินฮุ่ยตักเหล้าขึ้นมาแล้วเทใส่จอกเล็กๆ ส่งให้คนทั้งสอง “ลองชิมดูค่ะ”
สองปู่หลานรับเอาจอกเหล้าไปแล้วก็ยกขึ้นดื่มราวกับกลัวว่าจะมีใครมาแย่งไป แล้วพวกเขาก็ต้องตาโต มองหลินฮุ่ยราวกับมองเห็นสมบัติที่แสนล้ำค่า
“รสชาติดีมากฮุ่ยฮุ่ย” ท่านผู้เฒ่าเติ้งกล่าวแล้วก็หัวเราะร่าเสียงดัง ตอนนี้ไม่เหลือกำแพงในใจอะไรอีกแล้ว “ตาแก่คนนี้คงต้องมาเป็นแขกที่บ้านของเธอบ่อยๆ แล้วล่ะ”
“ยินดีค่ะปู่เติ้ง ฉันกับฮ่าวฮ่าวอยู่กันแค่สองคนก็ออกจะเหงาอยู่หน่อยๆ ถ้าจะมา ให้มาตอนเย็นนะคะ จะได้มีเวลาเยอะหน่อย”
ผู้เฒ่าเติ้งหันไปยิ้มให้หลานชายที่ระดับพลังน่าจะมีความก้าวหน้าบ้างแล้ว “ต่อไปต้องดูแลฮุ่ยฮุ่ยกับฮ่าวฮ่าวให้ดีกว่านี้นะ”
“แน่นอนครับคุณปู่” เหล่าเติ้งฉวยไหเหล้าไป๋จิ่วขึ้นมากอดเอาไว้แนบอก
“ฉันไม่รู้ว่าที่บ้านพี่มีนักสู้อยู่เท่าไหร่ ก็เลยให้ฮ่าวฮ่าวเอามาให้แค่สองไห แต่ถ้าพี่อยากได้เพิ่มอีกก็ไปเลือกเอาที่ห้องได้นะคะพี่เติ้ง”
ดวงตาของเหล่าเติ้งเป็นประกาย “ได้เหรอฮุ่ยฮุ่ย จะไม่กระทบส่วนแบ่งของคนอื่นใช่ไหม”
“ไม่กระทบหรอกค่ะ ฉันหมักเพิ่มเรื่อยๆ ฮ่าวฮ่าวพาพี่เติ้งไปเลือกที่ห้องเก็บเหล้าที”
“ได้ครับพี่รอง” เด็กหนุ่มเดินมาหาเหล่าเติ้งที่ท่าทางใจดี “พี่เติ้ง พวกเราไปกัน ที่นั่นมีเหล้าให้พี่ชิมเยอะแยะเลยครับ”
“ไปกัน รีบไปตอนนี้เลยฮ่าวฮ่าว” เขาวางไหเหล้าลงที่เดิม จากนั้นก็ตามหลิวฮ่าวไปที่ห้องเก็บเหล้าทันที
หลินฮุ่ยได้แต่อมยิ้ม “ปู่เติ้ง พวกเราไปเก็บสตรอว์เบอร์รี่กันดีกว่านะคะ”
“อื้มๆๆ ไปตอนนี้เลยฮุ่ยฮุ่ย”
คนตระกูลเติ้งใช้เวลาอยู่ที่บ้านตระกูลหลินเกือบสองชั่วโมง พวกเขาได้เหล้าไป๋จิ่วไปสิบไห และยังมีสตรอวร์เบอร์รีลูกใหญ่รสชาติอร่อยอีกสามตะกร้าใหญ่ๆ น้ำหนักไม่น้อยกว่าร้อยห้าสิบชั่ง ไม่เพียงเท่านั้นยังได้ผักที่หลินฮุ่ยปลูกไปด้วยอีกห้าตะกร้า
หลิวฮ่าวโบกมือให้คนทั้งสองด้วยใบหน้าเปื้อนยิ้ม ก่อนจะหันมาคุยกับพี่สาว “พี่รอง พวกเราทำแปลงปลูกผักเพิ่มดีไหม”
“ทำที่ไหนล่ะฮ่าวฮ่าว หลังบ้านตรงนั้นก็ไม่เหลือพื้นที่ว่างแล้วนะ”
“จริงด้วย แล้วต่อไปเราจะทำยังไงล่ะครับ” เห็นพี่สาวตัดผักเก็บสตรอว์เบอร์รีให้คนอื่นแบบนี้ ถ้าต่อไปพวกเขามาขออีกจะทำอย่างไรล่ะ
“ไม่ทำยังไงหรอก ตอนแรกก็ตั้งใจจะปลูกเอาไว้กินเองในครอบครัวอยู่แล้วนี่”
หลิวฮ่าวมองพี่สาวแล้วก็หัวเราะออกมา “พี่กำลังซื้อใจคนตระกูลเติ้งอยู่ใช่ไหมครับ” ของไม่ได้เยอะแต่พี่สาวเขามอบออกไปอย่างไม่เสียดาย พวกเขาจะต้องซาบซึ้งใจแน่ๆ
หลินฮุ่ยที่กำลังเดินกลับก็หันไปบีบแก้มน้องชายเบาๆ “เมื่อก่อนพวกเขาอาจจะแค่เอ็นดูพี่รองของนาย ในฐานะที่เป็นน้องสาวของพี่ใหญ่ แต่นับจากนี้ในใจของพวกเขาจะมีพี่รองของนายอยู่ในตำแหน่งที่เท่าเทียม”
เด็กหนุ่มยกนิ้วให้พี่สาว “ความสัมพันธ์ที่เหนียวแน่นอีกชั้นใช่ไหมครับ”
“อืม นายก็น่าจะได้รู้ประวัติของตระกูลหลินมาบ้างแล้ว ความสัมพันธ์ที่เคยคิดว่าเหนียวแน่น แต่เมื่ออยู่ต่อหน้าสถานการณ์ที่ต้องเลือก พวกเขาก็พร้อมจะสละพวกเราได้เสมอ นั่นก็เพราะพวกเราไม่ได้มีความสำคัญที่พวกเขาต้องยึดติดอย่างไรล่ะ”
“ว้าว! นี่มันยิ่งกว่ามอบผลประโยชน์เสียอีกนะพี่รอง”
“พี่ถึงบอกนายไง ไม่ว่าจะทำอาชีพไหนก็ล้วนมีการแก่งแย่งชิงดีชิงเด่นกันทั้งนั้น ด้วยสถานะของตระกูลหลินในตอนนี้ ไม่มีทางที่จะไม่ถูกเพ่งเล็งเหมือนในอดีต ดังนั้นต้องเตรียมตัวให้ดี”
“ผมเข้าใจแล้วครับพี่รอง ไม่ว่าจะทำอะไรผมก็จะทุ่มเทให้เต็มที่และจะไม่ให้ตัวเองเสียเปรียบ”
“พูดได้ดี! ตั้งใจเข้าล่ะ”
“ครับ!” แผ่นหลังของหลิวฮ่าวหยัดตรงขึ้นอีกหลายส่วน
หลินฮุ่ยมองน้องชายยิ้มๆ “วันนี้มีเวลาว่างอีกนิดหน่อย ทำพายสตรอว์เบอร์รีดีไหม ทำเยอะๆ หน่อย ให้นายเก็บเอาไว้ในแหวนมิติ”
“ดีเลยพี่รอง ผมจะได้จดสูตรเอาไว้ด้วย”
“งั้นนายก็ไปเก็บเสตรอว์เบอร์รีมาสักสองตะกร้านะ พี่จะไปเตรียมแป้งในครัว”
“ได้เลย เรื่องนี้พี่ไว้ใจผมได้” เขารีบวิ่งไปหยิบเอาตะกร้าไม้ไผ่แล้วก็วิ่งไปที่โรงเรือนปลูกสตรอว์เบอร์รีหลังบ้านทันที
หลินฮุ่ยมองตามแผ่นหลังน้องชายแล้วก็หัวเราะออกมาได้ ดูเหมือนเขาจะเลือกลืมคนตระกูลหลิวแล้วจริงๆ
ระหว่างที่สองพี่น้องช่วยกันทำพายสตรอว์เบอร์รีอยู่ในห้องครัวนั้น เสียงโทรศัพท์มือถือของหลินฮุ่ยก็ดังขึ้น
หยิบขึ้นมาดูก็เห็นว่าเป็นเบอร์ของหม่าจิ้ง “ว่าไงอาจิ้ง ไม่ใช่ว่าวันนี้เธอไปธุระกับรุ่นพี่เหรอ ทำไมมีเวลาว่างโทรหาฉันได้ล่ะ”
“มีเรื่องสำคัญและน่าสงสัยจะเล่าให้ฟังน่ะสิ ก็เลยรีบเดินทางกลับมหาวิทยาลัย ส่วนเรื่องงานก็คุยกับรุ่นพี่เอาไว้แล้วล่ะ”
น้ำเสียงของสหายรักดูเคร่งเครียดไม่น้อย เธอจึงได้วางมือแล้วให้น้องชายทำต่อ ส่วนเธอก็เดินออกมาด้านนอก “เรื่องอะไรเหรอ”
“เธอยังไม่ได้ข่าวสินะ คนตระกูลหลิวน่ะสิ พวกเขาหายตัวไปกันหมดเลย เรื่องเกิดเมื่อคืนนี้เอง”
เรื่องพวกนี้พี่ชายของเธออาจจะได้รับรายงานแล้ว แต่สำหรับเธอที่ไม่ได้มีสายรายงานถ้าไม่ไปถามเอากับหน่วยคุ้มกัน ก็คงจะไม่รู้ ยังดีที่สหายรักโทรมาบอกเสียก่อน “รวมถึงสองคนนั้นที่อยู่โรงพยาบาลด้วยใช่ไหม”
“ใช่ หายไปหมดเลย ตอนนี้เจ้าหน้าที่กำลังตรวจสอบอยู่ แต่ฉันคิดว่าคงตามหาไม่เจอหรอก”
“มีคนไปช่วยพวกเขาออกมาหรือเปล่า”
“เรื่องนี้ยังไม่แน่ อาจจะช่วยหรืออาจจะฆ่าปิดปากก็ยังสรุปไม่ได้”
คิ้วเรียวสวยขมวดมุ่น “แล้วคนตระกูลโจวที่เกี่ยวพันในหลายๆ คดีกับพวกเขาล่ะ ยังอยู่ดีไหม”
“ฉันกำลังจะพูดอยู่พอดี ทั้งพวกที่อยู่ในคุกแล้วก็พวกที่นอนเป็นผักอยู่โรงพยาบาลก็หายตัวไปอย่างไร้ร่องรอยเช่นกัน”
“แปลกจริงๆ หรือว่าจะเป็นหลิวอวี่ถิงกลับมาช่วยพวกเขา” หลินฮุ่ยคาดเดาทิศทางที่เป็นไปได้มากที่สุด
“หลิวอวี่ถิงคงไม่เก่งถึงเพียงนั้นหรอกมั้งฮุ่ยฮุ่ย”
“สายข่าวของเธอตรวจสอบความสัมพันธ์ลับๆ ของพวกเขาได้ไหม”
“นอกจากผู้อาวุโสฉางหมิงจื้อที่ลาโลกไปอย่างกะทันหันแล้ว คนตระกูลหลิวก็คบหานักสู้ปลายแถวอยู่หลายตระกูล ทางฝั่งตระกูลโจวดีขึ้นมาหน่อย มีนักสู้ระดับสูงสองสามตระกูลที่เคยติดต่อและแลกเปลี่ยนอะไรบางอย่างกับพวกเขามาตลอด”
“ถ้าคนตระกูลโจวหายไป แล้วครอบครัวของฟางฟางล่ะ จะถูกพาตัวไปด้วยไหม”
“ฉันก็ยังไม่แน่ใจ แต่ก่อนจะโทรหาเธอ ฉันโทรหาฟางฟางแล้ว เธออยู่ที่ร้านค้าของเธอกับพี่ฟาง น่าจะยังปลอดภัย ส่วนพ่อแม่ของฟางฟาง พวกเขาก็ยังไปทำงานตามปกติ”
“ถ้าอยู่กับพี่ฟางฉันก็วางใจ” หญิงสาวเดินไปที่ศาลาเก๋งเพราะมีหลายอย่างที่น่าสงสัยเกินไป เธอจึงต้องสอบถามข้อมูลจากสหายรักให้ได้มากที่สุด “ทางฝั่งของฉางจวินเหยียนมีความเคลื่อนไหวอะไรไหม”
“นอกจากปัดสวะให้พ้นตัวเรื่องฉางจื้อหยวนแล้ว ตอนนี้เขานอนหมดสภาพอยู่บนเตียง ให้หมอแผนจีนฝังเข็มรักษาอยู่ที่บ้านพักบนเขา คนของเขาก็ไม่มีการเคลื่อนไหวอะไรเหมือนกัน”
“แล้วจะเป็นใครกันที่พาตัวคนมากมายไปได้อย่างไร้ร่องรอย”
“ฉันจะลองหาข่าวอีกที ไม่แน่นะอาจจะเกลือเป็นหนอนก็ได้”
ข้อสันนิษฐานนี้ของสหายรักทำให้หลินฮุ่ยพอจะคล้อยตาม แต่พอคิดถึงพ่อแม่ของหลิวฮ่าว ที่เขาจ้างพยาบาลพิเศษให้คอยดูแล เธอก็คิดว่าเรื่องนี้ไม่ชอบมาพากลแน่ๆ “แล้วพยาบาลที่ฮ่าวฮ่าวจ้างให้ดูแลสองคนนั้นล่ะ ถ้ามีอะไรพวกเขาจะต้องโทรมาที่บ้าน แต่ก็ไม่มีการส่งสัญญาณอะไรสักอย่างเลยนะ”
“ลืมบอกเธอไป พยาบาลสามคนที่ฮ่าวฮ่าวจ้างให้คอยดูแลพ่อแม่เขาเป็นพิเศษน่ะ พวกเธอได้รับบาดเจ็บสาหัสตอนนี้ยังนอนอยู่ห้องไอซียูอยู่เลย”
“ถูกทำร้ายเหรอ”
“อาจจะเกี่ยวข้องกัน พวกเธอเกิดอุบัติเหตุในที่พักในเวลาไล่เลี่ยกัน ดังนั้น ตอนที่พ่อแม่ของฮ่าวฮ่าวหายตัวไป จึงไม่มีใครรู้เรื่องนี้”
“ทางโรงพยาบาลก็ไม่โทรแจ้งอะไรเลย มองไปทางไหนก็พบแต่จุดน่าสงสัยเต็มไปหมด”
“เธอคิดว่าผู้อำนวยการโรงพยาบาลก็มีส่วนรู้เห็นด้วยเหรอฮุ่ยฮุ่ย”
“ไม่งั้นล่ะ ทั้งคนตระกูลหลิวและคนตระกูลโจวที่ยังนอนเป็นผักอยู่บนเตียง พวกเขาล้วนอยู่โรงพยาบาลเดียวกันไม่ใช่เหรอ ถ้าไม่ใช่ผู้อำนวยการโรงพยาบาล ก็ต้องเป็นใครสักคนที่มีอำนาจสั่งการในนั้นคอยเคลียร์เส้นทางให้”
“เรื่องนี้ก็มีความเป็นไปได้ เอาล่ะ โทรมาหาเธอก็เพราะอยากให้เธอบอกฮ่าวฮ่าว เขาจะได้ไม่เสียใจมาก”
“ได้ แล้วฉันจะบอกเขาให้ เธอเองก็ระมัดระวังด้วยนะ เรื่องนี้อาจจะซับซ้อนกว่าที่เห็น ถ้าสาวลึกไปอาจจะเป็นอันตราย”
“รู้แล้ว ถ้าหาข่าวไม่ได้ฉันก็ไม่หาหรอก”
หลินฮุ่ยวางสายแล้ว เธอก็เดินกลับไปที่ห้องครัว มองน้องชายที่ส่งยิ้มมาให้ด้วยรอยยิ้มอ่อนโยน “ทำได้เยอะแล้วนี่ฮ่าวฮ่าว”
“ไม่ยากนี่ครับพี่รอง แค่จดจำส่วนผสมให้ดี เรื่องอื่นก็ง่ายนิดเดียว”
“เมื่อกี้อาจิ้งโทรมา บอกว่าพ่อกับแม่ของนายหายตัวไป และคนตระกูลหลิวที่อยู่ในคุกก็หายไปหมดเหมือนกัน”
หัวคิ้วของเด็กหนุ่มไม่ขยับแม้แต่นิด “พวกเขาน่าจะยังมีชีวิตอยู่ คราวนี้ก็น่าจะซ่อนตัวอยู่ในเงามืด”
“นายคิดแบบนั้นเหรอฮ่าวฮ่าว ไม่คิดว่าพวกเขาอาจจะถูกกำจัดทั้งหมดเหรอ” การแสดงออกของน้องชายทำให้หลินฮุ่ยอยากรู้ขึ้นมาเสียแล้ว
เด็กหนุ่มคิดถึงเรื่องราวบางอย่างเมื่อตอนที่เขาเป็นเด็ก “ผมเคยเจอผู้ชายคนนั้นโดยบังเอิญครับพี่รอง น่าจะเป็นคุณย่าที่พาเขามา”
คราวนี้หลินฮุ่ยถึงกับตาโต “อย่าบอกนะว่าเป็นญาติทางแม่เฒ่าหลิวน่ะ หรือจะเป็นช่วงนั้นที่พวกเราถูกส่งไปอยู่กับคนข้างบ้าน”
“เป็นตอนนั้นแหละครับพี่รอง มีอยู่ช่วงหนึ่งที่ผมแอบกลับเข้าไปในบ้านเพื่อจะเอาลูกอมที่ซ่อนเอาไว้ในห้องมาแบ่งกับพี่”
“นายพอจะจำหน้าตาของเขาได้ไหมฮ่าวฮ่าว”
หลิวฮ่าววางมือจากพายชิ้นสุดท้าย ก่อนจะเอาเข้าเตาอบ ทำความสะอาดและเช็ดมือเสร็จ เขาก็นำเอาสมุดสเก็ตช์ภาพออกมาจากแหวนมิติ “ผมจะวาดให้พี่ดูแล้วกัน”