LNCrawler

สถานการณ์พลิกผัน

พลิกชะตาลูกสาวสลับตัว ในยุค 90 — novel.dek d.com · All chapters

สถานการณ์พลิกผัน

กลางดึก หลังจากปลูกต้นหนานมู่และต้นกล้าอื่นๆ แล้ว หลินฮุ่ยก็ขึ้นไปบนเกาะลอยฟ้าเพื่อปลูกสมุนไพรเพิ่ม พอเหนื่อยแล้วก็ขับรถไฟฟ้ากลับมาที่วิลล่าหรู

“ฮุ่ยฮุ่ย เธอรู้ข่าวเรื่องคนตระกูลหลิวกับตระกูลโจวหรือยัง” หลินอวี่เฉินติดต่อน้องสาวด้วยความร้อนใจ

“รู้เมื่อตอนกลางวันค่ะพี่ใหญ่ เรื่องนี้พี่เพิ่งรู้หรือคะ”

“อืม ถูกสกัดจากคนบางกลุ่มน่ะ ตอนนี้พี่สั่งให้ลูกน้องทั้งหมดที่อยู่ปักกิ่งไปคอยคุ้มกันเธอแล้วนะ ส่วนลูกน้องของเหล่าจ้าว เหล่าเติ้ง เหล่าหยางและลูกน้องของเหล่าเฉิน พวกเขาถูกเรียกตัวกลับตระกูลหมดแล้ว”

“หมายความว่ามีคนมาช่วยพวกเขาจริงๆ หรือคะพี่ใหญ่”

“น่าจะใช่ พี่ก็เพิ่งจะรู้ว่ามีผู้ชายคนนี้อยู่ในทำเนียบของนักสู้ เธอลองถามฮ่าวฮ่าวดูนะ ถ้าคนตระกูลหลิวมาหา เขาจะกลับไปกับคนพวกนั้นหรือเปล่า”

“ดูจากท่าทางของเขาแล้ว คงหมดใจกับตระกูลหลิวนานแล้วล่ะค่ะ แล้วผู้ชายคนนี้ใช่คนที่เกี่ยวข้องกับแม่เฒ่าหลิวหรือเปล่าคะ”

“ใช่ เขาเป็นพี่ชายฝาแฝดของแม่เฒ่าหลิว แต่ถูกส่งตัวไปฝึกฝนในสถานที่ลึกลับตั้งแต่เด็ก ไม่ค่อยเปิดเผยตัว”

“ถ้าอย่างนั้น ระดับพลังของเขาสูงกว่าพี่ไหมคะ”

“ไม่หรอก น่าจะต่ำกว่าพี่ครึ่งขั้น แต่เขาคงไม่ลงมือเร็วๆ นี้หรอก ต้องฟื้นฟูตระกูลหลิวกับตระกูลโจวไปอีกสักพักใหญ่ๆ พวกเราก็ยังมีเวลาเตรียมตัว” คำว่าครึ่งขั้นของระดับพลัง ถ้าเป็นระดับต่ำความแตกต่างอาจจะไม่มาก แต่ด้วยระดับพลังของเขานั้นสูงมาก แค่ครึ่งขั้นก็ชี้วัดความเป็นตายได้แล้ว

“ทำไมเขาต้องช่วยฟื้นฟูตระกูลโจวด้วยล่ะคะพี่ใหญ่ มีโอกาสแยกออกมาแล้ว ทำไมยังต้องเอาภาระมาเพิ่มด้วย” ถามพลางหญิงสาวก็เปิดตู้เย็นนำเอาน้ำผลไม้ที่คั้นออกมาเทใส่แก้ว แล้วถือมานั่งลงที่โต๊ะกลางห้อง

“เรื่องนี้พูดยากนะ ความคิดของคนรุ่นเก่าที่ฝังแน่น เขาอาจจะทำไปเพราะคิดว่าแหวนมิติอาจจะเลือกเจ้านายใหม่เมื่อไหร่ก็ได้”

นัยน์ตาของหลินฮุ่ยฉายประกายบางอย่างที่ลึกซึ้ง “เขารู้แล้วว่าสินะ ว่าแหวนมิติอยู่กับฮ่าวฮ่าว”

“น่าจะเป็นแบบนั้น แต่เธอไม่ต้องห่วงหรอกนะ แหวนมันเลือกนายแล้วและพี่ก็ทำลายพันธสัญญาเจ้าปัญหานั้นไปแล้วด้วย ไม่มีใครแย่งชิงมันไปจากเขาได้หรอก”

“แบบนี้ มีทางเดียวก็คือโน้มน้าวใจให้ฮ่าวฮ่าวกลับไปเป็นกำลังหลักของตระกูลหลิว โดยละทิ้งหลิวอวี่ถิง”

“โน้มน้าวก็โน้มน้าวไปเถอะ ใจคนไม่ใช่จะหล่อหลอมกันได้ภายในวันสองวันเสียหน่อย เท่าที่พี่ได้รู้จักกับฮ่าวฮ่าว เด็กคนนี้ได้นิสัยเธอไปเต็มๆ ถ้าเขาแข็งแกร่งขึ้นกว่านี้ ตระกูลหลิวมีแต่ต้องระวังไม่ให้เขาล้างแค้น ส่วนหลิวอวี่ถิงถ้าพวกเขากล้าละทิ้งเธอ ก็จะมีศัตรูเพิ่มมาอีกหนึ่ง”

หลินฮุ่ยพยักหน้าเห็นด้วย กับความคิดของพี่ชาย แล้วเธอก็คิดอะไรบางอย่างขึ้นมาได้ “ในสมุนไพรที่ฉันเพิ่งเก็บเกี่ยวไป น่าจะมีสมุนไพรที่เอาไว้ปรุงยาเพิ่มพลังลมปราณนะคะพี่ใหญ่”

“ไม่ใช่แค่มีหรอก แต่มีสำหรับปรุงยาระดับสูงได้หลายสิบสูตรเลยล่ะน้องรัก”

“ถ้าอย่างนั้น ฉันให้พี่สืออีส่งพวกมันให้พี่ดีไหมพี่ใหญ่”

“ไม่ได้หรอก หน้าที่หลักของสืออีคือคุ้มกันเธอ อีกอย่างไม่ใช่ว่าทุกคนจะมีมิติเก็บของเหมือนเสี่ยวหลานหรอกนะฮุ่ยฮุ่ย”

“แล้วพี่จะมาที่ปักกิ่งเมื่อไหร่ล่ะคะ”

“ยื่นรายงานไปแล้วล่ะ แต่ผู้ใหญ่ยังไม่อนุมัติเลย ถ้าจะใช้พลังเดินทางก็จะเผาผลาญพลังมากเกิน ฟื้นฟูไม่ทันแล้วเจอศัตรูเข้าก็ไม่รอด”

“พี่ต้องรีบบ่มเพาะให้พลังมากกว่านี้แล้วล่ะพี่ใหญ่ ลูกน้องของพี่ทุกคนก็ต้องเพิ่มระดับเหมือนกัน ฉันก็ไม่รู้ว่าเหล้าไป๋จิ่วของฉันจะช่วยพวกเขาได้มากแค่ไหน”

“สำหรับคนที่ระดับพลังต่ำๆ ก็มีประโยชน์ไปอีกสักพักนั่นแหละ แต่คนที่ระดับพลังสูงแล้วนอกช่วยฟื้นฟูเส้นลมปราณแล้ว ดื่มบ่อยๆ ก็ไม่ได้ช่วยให้เพิ่มพลังเท่าไหร่”

“ฉันคิดออกแล้วค่ะพี่ใหญ่ นอกจากสมุนไพรแล้ว ในซองเมล็ดพันธุ์ที่คุณชายเสิ่นให้มามีพวกเมล็ดพันธุ์ข้าวแล้วก็ผักผลไม้ด้วย ก่อนหน้านี้ฉันก็เลือกเฉพาะสมุนไพรเอาออกมาปลูก ลืมพวกนี้ไปเลย”

“งั้นก็ลองปลูกดูนะน้องรัก” เขาเข้าใจที่น้องสาวจะสื่อ เธอกำลังจะหมักเหล้าที่มีวัตถุดิบเป็นข้าวที่มีพลังปราณหรือพลังวิญญาณนั่นเอง

“พี่ใหญ่ พี่มีสูตรหมักเหล้าพวกนี้ไหม ฉันกลัวว่าหมักแล้วกลั่นแบบธรรมดามันจะไม่ได้ผล”

“เดี๋ยวจะลองหาดูในกล่องสมบัติของเจ้างูนั่นก็แล้วกัน ช่วงนี้เธอก็ปลูกผักผลไม้แล้วก็ข้าวพวกนี้ไปก่อนนะ”

“ได้ค่ะ อ้อ มีอีกเรื่องค่ะพี่ใหญ่ วันก่อนฉันไปเดินเล่นในแปลงโสมป่า เจอของบางอย่างด้วยค่ะ พี่สนใจไหม”

“สำหรับฝึกพลังหรือเปล่า ถ้าไม่ใช่เธอก็เก็บเอาไว้เถอะฮุ่ยฮุ่ย”

“น่าจะใช้สำหรับฝึกพลังนะคะ มันเป็นแก่นผลึกสีเขียวใส ตอนแรกฉันนึกว่าหยก แต่ดมๆ ดูแล้วมีกลิ่นหอมอ่อนๆ ด้วย อาจจะมีประโยชน์เหมือนของที่พี่เก็บได้ในแปลงเห็ดหลินจือก็ได้นะ”

หลินอวี่เฉินที่อยู่ไกลถึงค่ายจิ้นหนานเกือบจะตกเก้าอี้ กับคำบอกเล่าของน้องสาว ของที่เขาเก็บได้ครั้งก่อน เป็นผลึกที่ได้จากแปลงเห็ดหลินจือ ได้มาหลายสิบก้อนเลย พอดูดซับแล้วก็ทำให้เลื่อนพลังได้หลายระดับ ก่อนจะมาเลื่อนอีกครั้งตอนที่ได้ดื่มเหล้าไป๋จิ่วของน้องสาว “เธอจะดมสุ่มสี่สุ่มห้าไม่ได้นะฮุ่ยฮุ่ย ถ้าเกิดมันมีพลังมากเกินไปจะทำยังไง”

“ก็ไม่เห็นจะมีอะไรเกิดขึ้นนี่คะพี่ใหญ่ ฉันเก็บมาได้ตะกร้าใหญ่เลย ไว้พี่มาปักกิ่งแล้วฉันจะเอาให้นะ”

หัวใจของหลินอวี่เฉินเต้นแรง เขาเริ่มลังเลแล้วว่าจะยอมผลาญพลังที่มีอยู่ดีไหม แต่ในที่สุดก็ตัดสินใจได้ “พี่เปลี่ยนใจแล้วฮุ่ยฮุ่ย คืนนี้พี่จะเดินทางทันที เธอรอพี่นะ ไม่เกินสามชั่วโมงก็ไปถึงบ้านแล้ว”

“พี่จะมายังไงคะพี่ใหญ่ หรือจะวาร์ปมา”

“วาร์ปอะไรของเธอกัน พี่เคยฝึกวิชาบางอย่างที่ได้จากเจ้างูตัวนั้นมา ทำให้เดินทางได้รวดเร็ว แต่ก็ต้องผลาญพลังในตัวไปพร้อมๆ กันด้วย”

“แบบนี้ก็ไม่ดีน่ะสิคะ พี่มียาฟื้นฟูพลังหรือเปล่า หรือว่าพี่อยากกินอะไรไหม ของที่ฉันปลูกเอง ฉันจะทำอาหารเตรียมเอาไว้ให้”

“ฮ่าวฮ่าวบอกว่าพายสตรอว์เบอร์รีอร่อยมากไม่ใช่เหรอ”

“ได้ๆๆ ที่ฉันเหลืออยู่นิดหน่อย ไม่อย่างนั้นก็จะทำเพิ่มอีกแล้วกัน พี่ก็รีบมานะ อย่าให้ศัตรูรู้ล่ะ” เธอเพิ่งจะมีครอบครัวที่แท้จริงได้ไม่นานนะ ยังอยากจะมีพี่ชายคนนี้ไปอีกหลายสิบปีไปจนถึงร้อยปีเลยถ้าเป็นไปได้

“เธอไปบอกเรื่องนี้กับสืออีนะ แล้วเขาจะแจ้งกับหน่วยล่าสังหารที่ซุ่มอยู่รอบนอกให้ออกมารับพี่ที่ชานเมืองปักกิ่ง”

“อืมๆๆ งั้นก็คุยกันแค่นี้ก่อนนะ ฉันจะรีบออกจากมิติไปบอกพี่สืออี”

“ได้ อย่าลืมพายสตรอว์เบอร์รีของพี่นะ”

“ไม่ลืมๆๆ”

พอออกจากมิติมาได้ หญิงสาวก็รีบเดินไปที่ศาลาเก๋ง ซึ่งมีคนนั่งประจำอยู่ตรงนั้นก็คือสืออี เธอเดินขึ้นไปบนศาลา ก็ได้แจ้งเรื่องสำคัญทันที “พี่สืออี พี่ใหญ่กำลังจะมาที่ปักกิ่ง ช่วงนี้สถานการณ์ไม่ค่อยดีเท่าไหร่ พี่รีบแจ้งเรื่องนี้ให้หน่วยล่าสังหารไปรอรับพี่ใหญ่ที่ชานเมืองนะคะ”

“ได้ครับคุณหนู ผมจะส่งสัญญาณออกไปเดี๋ยวนี้เลย” จบคำพูดสืออีก็ขยับมือเล็กน้อย ไม่นานก็มีนกกลางคืนตัวหนึ่งบินออกไปจากบ้านสี่ประสาน

“โอ้! มีวิชาแบบนี้อยู่ด้วยเหรอคะพี่สืออี สุดยอดไปเลย”

“เป็นเพราะนายท่านส่งเสริมทั้งนั้นครับ”

“พี่เคยติดตามพี่ใหญ่ของฉันออกทำภารกิจไหมคะ” เธอนั่งลงแล้วก็ชวนหัวหน้าหน่วยคุ้มกันคุยอย่างเป็นกันเอง

“เคยครับ แต่ลูกน้องที่นายท่านฝึกฝนมีหลายร้อยคน พวกเราจะถูกเลือกให้ออกทำภารกิจสลับสับเปลี่ยนกันไปครับ”

“เป็นแบบนี้นี่เอง ตอนนี้ที่มาประจำอยู่ที่นี่มีเท่าไหร่แล้วคะ ฉันจะได้เตรียมอาหารและเครื่องดื่มเอาไว้ให้พอกับทุกคน”

“ราวๆ สองร้อยคนครับคุณหนู”

หลินฮุ่ยถึงกับอึ้งไปเลย “แสดงว่าคนที่ไปช่วยตระกูลหลิวกับตระกูลโจว เก่งมากใช่ไหมพี่สืออี”

“สูสีกับนายท่านครับคุณหนู แต่ถ้าเขากล้าบุกมาถึงที่นี่ ด้วยจำนวนของพวกเรา ไม่ว่าอย่างไรก็จะคุ้มครองและปกป้องคุณหนูให้ดีที่สุดครับ”

“ถ้ามียาเม็ดที่ช่วยให้เพิ่มพลังอย่างรวดเร็วก็คงจะดีนะคะ”

“สูตรปรุงยาที่นายท่านมีเยอะครับ ถ้าได้สมุนไพรกลับไปก็สามารถปรุงได้”

“รอพี่ใหญ่มาถึงก่อน ให้เขาปรุงยาเผื่อพวกพี่ทุกคนด้วย ไม่ว่ายังไงพวกเราก็ต้องเตรียมการเอาไว้ล่วงหน้า”

“ขอบคุณคุณหนู”

หญิงสาวลุกขึ้น แล้วก็โบกมืออย่างไม่เห็นเป็นเรื่องสำคัญ “ฉันจะเข้าครัว เตรียมอาหารดึกเอาไว้ จะทำเผื่อทุกคนด้วย”

สืออีที่อำพรางหน้าตา มองคุณหนูหลินฮุ่ยด้วยความซาบซึ้ง เขายืนขึ้นแล้วคำนับจากใจแต่ก็ไม่ได้พูดคำใดออกมา

หลินฮุ่ยเองก็ไม่ได้พูดอะไรเช่นกัน เธอเดินลงจากศาลาเก๋งแล้วก็ตรงไปที่ห้องครัว

 

ทางฝั่งของเสิ่นมู่หานเองก็ได้รับข่าวเกี่ยวกับเรื่องนี้เหมือนกัน ชายหนุ่มแม้จะถูกข่มด้วยรังสีสังหารจากหน่วยคุ้มกันของหลินอวี่เฉิน แต่เขาก็พาตัวเองมาพักที่บ้านสี่ประสานหลังข้างๆ บ้านของหลินฮุ่ย

“นายเอายาพวกนี้ไปมอบให้ฮุ่ยฮุ่ย บอกว่าฝากให้พี่ชายของเธอ” เขายื่นถุงผ้าส่งให้อาเฟยด้วยใบหน้าซีดเผือดเพราะเพิ่งฝืนพลังปรุงพวกมันออกมา

“คุณชาย” อาเฟยรับถุงผ้ามาแล้ว แต่ก็ยังไม่อยากจะไปเคาะประตูบ้านตระกูลหลินเพราะยาล้ำค่าพวกนี้ มันแลกมาด้วยเส้นพลังลมปราณของคุณชายที่เสียหายอย่างหนัก

“รีบไป ถือว่าตอบแทนที่เขามอบสมุนไพรให้ก็แล้วกัน ไม่ได้เกี่ยวกับฮุ่ยฮุ่ย”

“ผมจะรีบไปเดี๋ยวนี้” นัยน์ตาของเขาแดงก่ำแม้จะฝืนใจแค่ไหนก็ต้องไปที่บ้านหลังนั้นอีกครั้ง

ไม่นานก็มาเคาะประตูบานใหญ่ “คุณหนูหลิน คุณหนูหลิน” เขาไม่ได้ร้องเรียกเสียงดัง แต่พอแฝงพลังลมปราณเข้าไปคนข้างในต้องได้ยินแน่นอน

หลินฮุ่ยที่กำลังทำอาหารมื้อดึกรอพี่ชาย ได้ยินเสียงของอาเฟยก็รับรู้ได้ถึงความร้ายแรงของสถานการณ์นี้อย่างแจ่มชัด เธอรีบเดินออกไปที่ลานบ้านชั้นที่หนึ่ง

“พี่เฟย มีอะไรหรือเปล่าคะ” ถามออกไปแต่ยังไม่เปิดประตู ระหว่างนั้นก็พยายามจะติดต่อกับพี่ชายไปด้วย แต่ปรากฏว่าไม่มีเสียงตอบกลับมาเลย

“คุณชายของผมฝากของมาให้คุณชายหลินครับ”

สืออีที่เร้นกายอยู่ข้างๆ คุณหนูของเขาก็กระซิบเสียงแผ่ว “เปิดให้เขาเข้ามาก่อนครับคุณหนู”

หลินฮุ่ยรีบเปิดประตู “พี่เฟยเข้ามาข้างในก่อนค่ะ”

อาเฟยก้าวข้ามธรณีประตูตระกูลหลินตามคำเชิญ “คุณหนูหลิน ของในถุงนี้คุณชายของผมฝากให้คุณชายหลินครับ” เขาส่งถุงผ้าออกไป

หลินฮุ่ยมองถุงผ้าขนาดใหญ่แล้วก็ถอนหายใจออกมา “พี่เฟย รออยู่ตรงนี้ก่อนนะคะ ฉันจะไปหยิบของมาให้”

อาเฟยแม้อยากจะปฏิเสธ แต่คุณหนูหลินเดินกลับไปแล้วและยังไม่รับถุงผ้าไปอีก เขาจึงต้องยืนรออยู่ตรงนั้นไม่กล้าขยับไปไหน

ไม่นานหลินฮุ่ยก็กลับมาพร้อมตะกร้าใบใหญ่ “ของในนี้ฝากให้คุณชายเสิ่น อ้อ ในถุงนี้มีของสำคัญด้วยอย่าทิ้งนะคะ” ข้างในก็คือผลึกที่เธอเก็บได้จากแปลงโสมป่า มอบให้เขาสิบก้อน จะได้ไม่ต้องรู้สึกติดหนี้กันไปมา

อาเฟยมอบถุงให้คุณหนูหลินด้วยท่าทีเกรงใจ “ขอตัวก่อนครับคุณหนูหลิน”

“อืม ในตะกร้ามีน้ำแร่ด้วยนะคะ อย่าลืมให้คุณชายเสิ่นดื่มด้วยล่ะ”

“ครับคุณหนู” มือของอาเฟยที่ถือตะกร้าอยู่กำแน่น สายตาของเขาปรายมองความว่างเปล่าข้างตัวของหลินฮุ่ย ตัวเขาถึงกับสั่นสะท้านรีบเดินออกประตูไป

หลินฮุ่ยรีบปิดประตูบ้าน จากนั้นก็ถือถุงกลับไปที่ห้องครัว โดยมีสืออีคอยตามคุ้มกันไม่ห่าง ส่วนหน่วยล่าสังหารที่มีระดับพลังสูงกว่าก็กระจายตัวอยู่รอบๆ คุณหนูหลินของพวกเขาไม่ยิ่งหย่อนไปกว่ากัน

พออาเฟยกลับมาถึงห้องทำงานของคุณชาย เขาก็ได้มอบตะกร้าไม้ไผ่ของฝากจากคุณหนูหลินให้คุณชายของเขา "คุณหนูหลินฝากมาให้ครับคุณชาย ท่าทีของเธอค่อนข้างห่างเหินทั้งยังเรียกคุณชายเสิ่นทุกคำด้วยครับ"

ชายหนุ่มแม้จะเศร้าแต่ก็ยังรู้สึกยินดีกับของฝากจากหลินฮุ่ย “นี่แหละคือนิสัยและตัวตนที่แท้จริงของเธอ ไม่เคยไว้วางใจใครอย่างแท้จริง”

“เฮ้อ! ถ้าไม่มีเรื่องของหลี่อิง ทุกอย่างก็คงจะดีกว่านี้”

เสิ่นมู่หานเปิดฝาตะกร้าออกแล้วก็ต้องยกมุกปากขึ้นน้อยๆ มีน้ำซุปไก่ตุ๋นเห็ดป่าและก็ยังมีบะหมี่เนื้อตุ๋นสองชาม “นายเอาไปหนึ่งชามแล้วกันอาเฟย” เขาส่งชามบะหมี่ให้ลูกน้องคนสนิท

“มีส่วนของผมด้วยเหรอครับคุณชาย” ไม่คิดเลยว่าคุณหนูหลินจะยังใจดีเหมือนเดิม

“ฮึ! เมื่อกี้ยังบ่นให้ฮุ่ยฮุ่ยอยู่เลย แต่พอได้บะหมี่หนึ่งชามนายก็เริ่มกระดิกหางอีกแล้วนะอาเฟย”

อาเฟยก็ไม่อยากจะย้อนคำพูดของคุณชายหรอกนะ ว่าตอนนี้คุณชายก็กำลังยิ้มหน้าบานเหมือนกัน “คุณชาย วันนี้อาเฟยอารมณ์ดี จะกินบะหมี่เงียบๆ”

“ไปไกลๆ เลยไป” ว่าแล้วเขาก็ยกชามน้ำซุปไก่ขึ้นดื่มอย่างสบายใจ “ของในถุงนี้คืออะไร”

อาเฟยที่ยังไม่ไปไหนก็รีบสูดเส้นแล้วก็ตอบคำถาม “คุณหนูหลินบอกว่าเป็นของสำคัญมากอย่าทิ้ง ในตะกร้ายังมีน้ำแร่ด้วยนะคุณชาย เธอบอกว่าอย่าลืมให้คุณชายดื่ม”

เขาวางชามน้ำซุปลงบนโต๊ะ แล้วก็เปิดถุงผ้าออก “ผลึกแก่นพฤกษาพันปีเหรอ ของสิ่งนี้ฉันเคยเห็นแต่ในตำราโบราณเท่านั้น” พูดพลางก็ยกผลึกแก่นพฤกษาพันปีขึ้นมาดม ก็ได้กลิ่นหอมอ่อนๆ ที่ยากจะบอกว่าเป็นกลิ่นของอะไร รู้แค่ว่าทำให้ร่างกายสดชื่นขึ้นมาทันที “นายเอาไปสองก้อน”

อาเฟยรีบวางชามบะหมี่แล้ววิ่งมารับผลึกแก่นพฤกษาพันปีจากคุณชาย “แสดงว่าคนตระกูลหลินก็เริ่มเตรียมตั้งรับแล้วใช่ไหมคุณชาย”

“อืม ไม่ใช่แค่ตั้งรับหรอก ด้วยนิสัยของหลินอวี่เฉินเขาต้องตามไปจัดการศัตรูของเขาให้ราบเป็นหน้ากลองแน่ๆ นายเองก็ต้องรีบดูดซับเหมือนกันจะได้ไม่เป็นตัวถ่วงให้ฉัน”

“นะ นี่ อย่าบอกนะว่าคุณชายก็จะเข้าร่วมกับพวกเขาด้วย”

“แหงสิ”

“คุณชายไม่ถามหลินอวี่เฉินคนนั้นดูก่อนล่ะ ว่าเขาจะให้คุณชายเข้าร่วมด้วยหรือเปล่า”

“นายกลับไปกินบะหมี่เหมือนเดิมเลยไป!”