LNCrawler

หลิวอวี่ถิงมีระบบ

พลิกชะตาลูกสาวสลับตัว ในยุค 90 — novel.dek d.com · All chapters

หลิวอวี่ถิงมีระบบ

คนจากไปนานแล้ว แต่สภาพภายในห้องทำงานของเสิ่นมู่หานยังคงเละเทะไม่มีคนเก็บ อาเฟยที่เพิ่งจะลุกขึ้นยืนได้ รีบเช็ดเลือดที่มุมปาก “คุณชาย ก่อนหน้านี้ยังดีๆ อยู่เลย ทำไมเรื่องผ่านปากของคุณชายหลินคนนี้แล้ว ถึงได้กลายเป็นเรื่องคอขาดบาดตายไปหมดเลยล่ะ”

เสิ่นมู่หานเองก็เช็ดเลือดที่มุมปากเช่นกัน จากนั้นก็นำเอาน้ำแร่ที่ฮุ่ยฮุ่ยมอบให้ออกมาจากจี้ห้อยคอ เขาจิบไปสองอึก จากนั้นก็เทใส่จอกเล็กๆ ให้อาเฟย “นายจิบน้ำก่อนอาเฟย”

อาเฟยยกจอกน้ำขึ้นจิบและไม่นานอาการบาดเจ็บภายในของเขาก็ดีขึ้นทันตา “น้ำแร่ของคุณหนูหลินนี่ดีจริงๆ นะครับคุณชาย แต่คงไม่มีวาสนาได้ดื่มอีกแล้ว”

“ยิ่งเขาพยายามจะแก้ไข พลังที่คอยคุ้มกันฮุ่ยฮุ่ยเอาไว้ก็ยิ่งจะอ่อนกำลังลง เขาฝืนทำต่อไปได้ไม่นานหรอก”

“คุณชายหลินคนนี้ดุดันเหลือเกิน ไม่ฟังเหตุผลอะไรสักอย่าง ชอบขัดขวางวาสนาคุณชายของผมอยู่เรื่อย แบบนี้เมื่อไหร่จะสมหวังสักทีล่ะครับ”

“ไม่มีพี่ชายคนไหนที่ไม่ห่วงและหวงน้องสาวหรอกอาเฟย ที่เขาทำแบบนี้ยังนับว่าน้อยไป ถ้าเป็นคนอื่นที่มีระดับพลังสูงกว่า คงได้ฆ่าฉันไปนานแล้ว”

“แสดงว่าในใจของเขาส่วนหนึ่งก็ไม่มั่นใจว่าจะแก้ตราประทับนี้ได้สินะครับคุณชาย”

“เป็นอย่างนั้น นายก็เก็บข้าวของให้เรียบร้อยเถอะ เสร็จแล้วฉันจะพาไปพบใครบางคน”

“ได้เลยคุณชาย ผมจะรีบเก็บเดี๋ยวนี้ครับ”

 

ตอนเช้าหลินฮุ่ยเดินทางไปมหาวิทยาลัยตามปกติ แต่ความรู้สึกของเธอบอกว่าสถานการณ์มันไม่ปกติเลยสักนิด โดยเฉพาะหลังจากที่ไปส่งฮ่าวฮ่าวลงที่หน้าประตูโรงเรียนแล้ว

“พี่ฟาง รู้สึกอะไรไหมคะ”

“ไม่นะฮุ่ยฮุ่ย รอบตัวของพวกเรามีหน่วยคุ้มกันครึ่งร้อยคอยคุ้มกัน ใครกันที่ไม่กลัวตายกล้าเข้าสู่พื้นที่สังหาร”

“แต่ฉันรู้สึกเหมือนมีคนจับจ้องตลอดเวลาเลยค่ะ”

“หรือจะเป็นตาแก่แซ่เจิ้งคนนั้นที่พาคนไปซ่อน แต่เขาไม่น่าจะมาหาเรื่องพวกเราเร็วขนาดนี้นะ” ฟางหลานขับรถอย่างตั้งใจ พร้อมกับสำรวจรอบตัวอย่างละเอียด

“ถ้าเป็นเขาก็ไม่แปลกที่พี่จะไม่รู้สึกตัวเพราะระดับพลังของเขาสูงมาก” เจิ้งเส้าฉินฝาแฝดของย่าหลิว จากที่สเก็ตช์ภาพออกมาตามความทรงจำของหลิวฮ่าว เขาเหมือนคนอายุสามสิบต้นๆ เท่านั้น แสดงว่าเขาเป็นอัจฉริยะด้านนี้ไม่น้อยเลย

ฟางหลานหันมองหลินฮุ่ยเพียงอึดใจแล้วก็หันไปตั้งใจขับรถต่อ “ดูจากนิสัยของเขาที่ซ่อนตัวมานานขนาดนี้ ไม่น่าจะทำเรื่องบุ่มบ่ามเพื่อคนตระกูลหลิวหรอกนะ”

“ถ้าอย่างนั้นเป็นคนกลุ่มอื่นหรือคะ”

ปลายนิ้วเรียวของฟางหลานเคาะลงไปบนพวงมาลัยรถอย่างใช้ความคิด ไม่นานก็คิดอะไรออก “ถ้าคนตระกูลโจวที่ถูกช่วยแล้ว พวกเขาไปขอความช่วยเหลือจากตระกูลนักสู้ที่เคยคบหาล่ะ”

“ฉันเคยตรวจสอบแล้ว นักสู้เหล่านั้นไม่แม้แต่จะติดหนึ่งในร้อยของทำเนียบนักสู้นะคะพี่ฟาง”

“เด็กน้อย คนที่ไม่มีชื่อติดหนึ่งในร้อยของทำเนียบนักสู้ ก็ไม่ได้หมายความว่าพวกเขาจะไม่เก่งเสียหน่อย เพียงแต่ไม่อยากจะส่งคนเข้าร่วมประลองก็เท่านั้น”

“ถ้าอย่างนั้นก็มีเสือซุ่มมังกรซ่อนอีกเยอะเลยสิคะพี่ฟาง”

“แน่นอนว่ามีเยอะมากเลยล่ะฮุ่ยฮุ่ย”

หลินฮุ่ยมองออกไปนอกหน้าต่างรถ แล้วก็ต้องส่ายหน้า “ผลุบๆ โผล่ๆ เหมือนเด็กแบบนี้ มันค่อนข้างน่ารำคาญนะคะ”

“เดี๋ยวส่งเธอที่มหาวิทยาลัยแล้ว พี่จะไปหาข่าวให้ ได้เรื่องยังไงช่วงเที่ยงจะโทรบอก”

“อย่าเอิกเกริกเกินไปนะพี่ฟาง เดี๋ยวจะแหวกหญ้าให้งูตื่นเสียก่อน”

“ไม่ต้องห่วงหรอก ไม่ว่าจะเป็นงูหรือภูตผี เดี๋ยวจะได้เห็นดีกัน”

หญิงสาวมองฟางหลานแล้วก็ยกยิ้มมุมปากน้อยๆ แต่ละคนนี่เลือดร้อนกันเสียเหลือเกิน สมกับที่พี่ชายเธอฝึกฝนมาจริงๆ

 

ฟากฝั่งของหลิวอวี่ถิง ลูกสาวตัวจริงที่ลอบช่วยเหลือคนตระกูลหลิวและตระกูลโจวตามภารกิจที่ได้รับจากระบบ ก็กำลังพูดคุยกับโจวเจ๋อหย่วนด้วยสีหน้าจริงจังภายในกระโจมส่วนตัว

“ลองดูเอกสารหลักฐานที่คุณปู่เจิ้งรวบรวมมาสิคะพี่เจ๋อหย่วน แล้วพี่จะรู้ว่าหลินฮุ่ยร้ายกาจแค่ไหน”

โจวเจ๋อหย่วนที่ได้รับการรักษาจากหลิวอวี่ถิง มองเธอด้วยสายตาที่เปลี่ยนไป เขารับเอาเอกสารปึกหนึ่งมาอ่าน ไม่นานสีหน้าและแววตาก็เปลี่ยนเป็นเหี้ยมเกรียม “หลักฐานนี้ ทำไมเธอไม่ส่งให้เจ้าหน้าที่ หลินฮุ่ยกับพี่ชายของเธอจะได้ถูกส่งตัวเข้าคุก”

หลิวอวี่ถิงส่ายหน้าช้าๆ “ทุกอย่างชี้ไปที่หลินฮุ่ย แต่ล้วนเป็นคนอื่นที่ลงมือทั้งหมด อีกอย่างทางฝั่งของตระกูลหลิวและบ้านโจวของพี่ก็มีความผิดจริงๆ เบื้องบนไม่ได้มองว่าใครผิดหรือใครถูกหรอกนะ แต่พวกเขามองแค่ว่าใครที่ยังมีประโยชน์มากกว่า”

โจวเจ๋อหย่วนไม่อยากจะยอมรับ แต่เมื่อฟื้นขึ้นมาเขาก็รับรู้นานแล้วว่าสถานการณ์มันแย่กว่าที่คิด “ถ้าส่งตัวเธอกับพี่ชายของเธอเข้าคุกไม่ได้ มีทางเดียวคือต้องแก้แค้นด้วยตัวเอง”

หลิวอวี่ถิงนำเอาของบางอย่างออกมาจากช่องเก็บของในมิติ “ดื่มน้ำแก้วนี้ก่อนค่ะ แล้วร่างกายของพี่จะสามารถฝึกฝนได้อย่างรวดเร็ว”

“ได้! ฉันจะดื่มมัน” เขารับแก้วน้ำที่ดูเหมือนน้ำเปล่ามาแล้วก็ยกขึ้นดื่มรวดเดียวหมด

พอเห็นโจวเจ๋อหย่วนดื่มน้ำหมดแล้ว หลิวอวี่ถิงก็เอาตำราการฝึกพลังจิตออกมาจากช่องเก็บของ “หนึ่งปี พี่จะกลายเป็นโจวเจ๋อหย่วนคนใหม่”

“ฉันจะเชื่อเธอถิงถิง” เขารับเอาตำราเล่มหนามาแล้วก็รวบร่างของหลิวอวี่ถิงมาด้วย “ต่อจากนี้ฉันจะเชื่อฟังเธอทุกอย่าง เธอให้ไปทางซ้ายฉันจะไม่ไปทางขวา”

หลิวอวี่ถิงมองชายหนุ่มด้วยสายตาที่ท้าทาย “ฉันจะรอดูฝีมือพี่ ว่าจะเก่งเหมือนปากว่าหรือเปล่า” มือของเธอไล้ไปตามแผงอกของเขา ร่างกายนี้ถ้าบำรุงอีกหน่อยต้องเร้าใจกว่านี้แน่ๆ

โจวเจ๋อหย่วนไม่ใช่ว่าไม่เคย เขาปล่อยให้หลิวอวี่ถิงกระทำกับร่างกายของเขาตามแต่ใจของเธอ และไม่นานพวกเขาก็พัวพันกันจนยุ่งเหยิง

 

สองผู้เฒ่าตระกูลหลิวและตระกูลโจว มองกระโจมที่ตั้งห่างออกไปด้วยสีหน้าผ่อนคลาย ในที่สุดพวกเขาก็ได้ออกมาสูดอากาศนอกคุกเสียที

“พี่ใหญ่เจิ้งบอกว่า สามารถหามิติเก็บของมาให้พวกเราได้ เรื่องนี้เป็นความจริงหรือเปล่าเหล่าหลิว”

“เมียฉันบอกว่า เขามีมิติเก็บของอยู่หลายชิ้น แต่ยังไม่ไว้ใจพวกเราเท่าไหร่” ผู้เฒ่าหลิวพูดพลางก็มองไปที่ยอดเขาสูง แล้วก็พูดต่อ “แต่เขารับปากแล้วว่าจะเอาทรัพย์สมบัติทั้งหมดของพวกเรากลับมา จากนี้ก็เก็บไว้ให้ดี”

ผู้เฒ่าโจวเริ่มมองเห็นความหวัง “แล้วที่บอกว่าแหวนมิติวงนั้นไปอยู่ที่หลิวฮ่าวหลานชายของนายล่ะ เรื่องนี้จริงเท็จแค่ไหน”

“มีความเป็นไปได้ถึงเก้าส่วนเพราะถิงถิงบอกว่าที่เธอไม่มีแหวนวงนั้นแล้ว แต่เธอกลับได้สิ่งที่เรียกว่าระบบมาแทน และมันก็ผูกขาดกับเธอแค่คนเดียว”

คิ้วของผู้เฒ่าโจวกระตุก รู้สึกได้ทันทีว่าตอนนี้สถานะที่เท่าเทียมไม่มีอีกต่อไปแล้ว แต่ด้วยประสบการณ์และอยู่มานานเขาก็ไม่แสดงออกทางสีหน้า “นายเป็นปู่ของเขา ก็เรียกเขากลับมาที่ตระกูลหลิวสิ”

“เรียกน่ะมันเรียกได้อยู่แล้ว แต่เข้าถึงตัวเขาน่ะไม่ง่ายเลยนะเพราะหลินอวี่เฉินส่งคนคอยคุ้มกันเขามากถึงห้าสิบคน”

“เขาแซ่หลิวนะไม่ได้แซ่หลิน ทำไมต้องป้องกันแน่นหนาขนาดนั้น เอ แบบนี้ไม่ค่อยถูกนะ หรือว่าเขาจะอาศัยความรู้สึกดีและความผูกพันที่หลิวฮ่าวมีต่อหลินฮุ่ย รั้งเขาเอาไว้เป็นตัวประกันในอนาคต”

ผู้เฒ่าหลิวฟังมาถึงตรงนี้ ก็ไม่ได้รู้สึกว่าเป็นไปไม่ได้เพราะหลินอวี่เฉินที่ไม่สนใจวิธีการคนนั้น ต้องคำนึงถึงจุดนี้แน่นอน

เขานิ่งคิดไปสักพัก ก่อนจะตบเข่าฉาดใหญ่ “ถ้าอย่างนั้นก็ต้องเริ่มต้นทลายความสัมพันธ์ของเขากับหลินฮุ่ยก่อน”

“ส่งเอกสารและหลักฐานพวกนั้นไปให้เขาเป็นไง” ผู้เฒ่าโจวเสริมด้วยความลิงโลด

“ได้! ส่งไปให้หมด ดูสิว่าเขาจะเลือกตระกูลหรือว่าพี่สาวนอกไส้คนนั้น”

 

แม่เฒ่าหลิวนั่งอยู่เก้าอี้ข้างๆ พี่ชายฝาแฝด สายตาของเธอที่มองเขาเต็มไปด้วยความเคารพและชื่นชม “ความจริงแล้วแหวนมิติวงนั้นก็ไม่เหลืออะไรแล้ว ทั้งยังเป็นแหวนมิติที่ใกล้จะหมดอายุ เด็กคนนั้นก็เลี้ยงไม่เชื่อง ได้ตัวกลับมาก็ไร้ประโยชน์”

เจิ้งเส้าฉินมองน้องสาวแล้วก็ส่ายหน้า “เธอยังมองไม่ออกอีกหรือรั่วซี คนพวกนี้เห็นแก่ผลประโยชน์และไร้ความปราณี แม้แต่เธอเองที่คลุกคลีอยู่กับเขามาหลายสิบปี ก็ยังมีนิสัยเหมือนเขาเข้าไปทุกวันแล้ว หลิวฮ่าวน่ะ จะกลับมาก็ดีหรือไม่กลับมาก็ช่าง แต่เป้าหมายของพวกเขาก็คือไม่ต้องการให้หลินฮุ่ยได้อยู่อย่างสงบสุข”

แม่เฒ่าหลิวหรือเจิ้งรั่วซีแห่งตระกูลเจิ้ง มองพี่ชายที่ถูกหลานสาวที่แท้จริงดึงตัวมาร่วมด้วยก็ยกยิ้มมุมปาก “พี่ใหญ่ พี่เองก็คาดหวังของวิเศษบางอย่างที่อยู่กับหลินอวี่เฉินเหมือนกันนี่คะ ตอนนี้ฉีกหน้ากากออกหมดแล้ว ก็ไม่ต้องพูดให้ตัวเองดูดีหรอก”

“เธอนี่นะ แต่การที่จะไปต่อกรกับคนพวกนั้นได้ มีแค่ฉันกับถิงถิง คงไม่อาจชนะได้หรอก ตั้งแต่วันนี้เป็นต้นไป แม้แต่เธอก็ต้องฝึกฝนร่างกายและบ่มเพาะพลังเหมือนกัน”

“ฉันก็ต้องฝึกหรือคะ แล้วจะฝึกยังไง กระดูกแก่ๆ นี้อีกไม่นานก็ผุแล้วนะ”

เจิ้งเส้าฉินนำเอาขวดกระเบื้องออกมาส่งให้น้องสาว “ในนี้มียาชำระไขกระดูก กินคนละหนึ่งเม็ดร่างกายก็พร้อมจะฝึกได้ทุกอย่าง”

“มันจะสำเร็จใช่ไหม พวกเราจะสามารถกลับไปเชิดหน้าชูตาได้อีกใช่ไหมพี่ใหญ่”

“ฮึ! แค่มีความสามารถ คนพวกนั้นก็พร้อมจะเปลี่ยนสีหน้า ไม่เพียงแค่กลับไปได้ แต่จะต้องยิ่งใหญ่กว่าเดิมหลายสิบเท่า”

“ได้! ฉันจะกินมัน!”

 

หลินฮุ่ยที่นอนอยู่ในแหวนมิติ เธอกำลังฝันว่าถูกไล่ล่าจากหลิวอวี่ถิงและโจวเจ๋อหย่วน พวกเขาซัดพลังลมปราณเข้าใส่เธอ จนเธอกระเด็นไปไกลพร้อมกระอักเลือดออกมา ยิ่งฝันก็ยิ่งเหมือนจริง และในจังหวะที่พวกเขาย่างสามขุมเข้าหา เธอก็สะดุ้งตื่นพอดี

แม้แต่ตื่นแล้วก็ยังมองซ้ายมองขวา ก่อนจะคิดได้ว่าตอนนี้นอนอยู่ในวิลล่าที่ทันสมัยบนเกาะลอยฟ้า “นี่คงไม่ใช่แค่ความฝันแน่ๆ” นอนไม่หลับแล้ว จึงได้เดินออกจากห้องนอนไปที่ห้องใต้ดิน

“เกิดอะไรขึ้นเหรอฮุ่ยฮุ่ย” หลินอวี่เฉินที่ยังคุยกับคนระดับบิ๊กเรื่องงานวิจัยที่เขาเพิ่งส่งมอบออกไปหนึ่งชิ้น ถามน้องสาวผ่านโทรจิตอย่างร้อนใจ

“ฉันฝันค่ะพี่ใหญ่ เหมือนจริงมาก สะดุ้งตื่นขึ้นมายังเหนื่อยแล้วก็รู้สึกปวดตามตัวไม่หายเลย” พูดพลางเธอก็สแกนลายนิ้วมือและม่านตาเพื่อลงไปที่ชั้นดิน

“ฝันว่าอะไรล่ะ ไม่แน่นะมันอาจจะเป็นเรื่องจริงก็ได้ ดูอย่างตอนนั้นที่เธอฝันเห็นพี่ต่อสู้กับคนทรยศกลางมหาสมุทรสิ แล้วมันก็เกิดขึ้นจริงๆ”

“พี่ใหญ่ พี่พูดแบบนี้ทำเอาฉันขนลุกเลย พี่รู้ไหมว่าฉันฝันถึงหลิวอวี่ถิงกับโจวเจ๋อหย่วน”

“พวกเขาทำอะไรเธอในฝันเหรอฮุ่ยฮุ่ย”

“พวกเขาบ่มเพาะพลังพิเศษจนเก่งน่ะสิ แล้วก็ไล่ล่าสังหารฉัน” เธอก้าวเข้าไปในห้องใต้ดินชั้นหนึ่งที่กินพื้นที่หลายสิบตารางเมตร ก่อนจะไปหยุดที่ชั้นวางหนังสือมุมห้อง

“หรือว่าตอนนี้พวกเขาจะอยู่ด้วยกันกับเจิ้งเส้าฉิน”

“เอ๊ะ เดี๋ยวก่อนนะ ขอฉันคิดดูก่อน จำได้แล้วค่ะพี่ใหญ่ เหมือนหลิวอวี่ถิงจะหยิบของออกมาจากความว่างเปล่าด้วยนะคะ”

“แหวนมิติเหรอ!”

“ไม่น่าใช่นะคะ บางจังหวะที่ไล่ล่าฉัน เธอก็เหมือนจะจ้องอะไรบางอย่าง เอ มันเหมือนอะไรนะ ฉันเคยฝันเห็นอยู่นะ”

หลินอวี่เฉินหลุบเปลือกตาลงต่ำ พร้อมกับบรรยากาศรอบตัวที่ยิ่งมายิ่งเย็นเยียบ เขาเคยพูดเอาไว้แล้วถ้าหลิวอวี่ถิงสงบเสงี่ยมหน่อย เขาจะไม่ทำอะไรเธอ แต่นี่คิดจะลงมือกับน้องสาวของเขาแบบนี้ก็เอาไว้ไม่ได้ “ระบบหรือเปล่าฮุ่ยฮุ่ย”

“ใช่ๆๆ ในฝันฉันเคยดูซีรีย์แล้วก็เคยอ่านในนิยายด้วยค่ะพี่ใหญ่ ระบบนี่แหละตัวดีเลย”