LNCrawler

ไปอัดคนให้ฉันที

พลิกชะตาลูกสาวสลับตัว ในยุค 90 — novel.dek d.com · All chapters

ไปอัดคนให้ฉันที

เสิ่นมู่หานขับรถไปส่งหลินฮุ่ยที่หน้าบ้านทันเวลาพอดิบพอดี เขารีบลงจากรถแล้วไปเปิดประตูให้เธอ “ถึงบ้านแล้วฮุ่ยฮุ่ย”

หญิงสาวมองเขาอย่างเดือดดาล แล้วก็ส่งค้อนไปให้หนึ่งวงใหญ่ “ฉันจะไม่เชื่อคุณอีกแล้ว รีบกลับบ้านของคุณไปเลย” ว่าแล้วก็รีบวิ่งกลับเข้าบ้าน ราวกับหนูกลัวแมว

ชายหนุ่มหัวเราะแผ่วเบาอย่างมีความสุข ทั้งยังมองไปบนกำแพงบ้านที่มีหน่วยคุ้มกันมากมายจ้องเขาตาเขม็งอย่างไม่สะทกสะท้าน ก่อนจะกลับขึ้นรถแล้วขับกลับบ้านไป ได้จูบเธอก่อนจะเผชิญศึกใหญ่ นับว่าไม่ขาดทุนเลยสักนิดเดียว

หลิวฮ่าวที่กลับมาถึงบ้านก่อนพี่สาวก็รีบวิ่งออกมาจากห้องครัว “พี่รอง พี่ไปไหนมา รู้ไหมว่าพี่ฟางถูกวางยา จนต้องหามส่งโรงพยาบาล”

หญิงสาวคิดถึงใบหน้าของคนเจ้าเล่ห์แล้วถึงกับเท้ากระตุก “มีธุระนิดหน่อยน่ะสิ แล้วพี่ฟางเป็นยังไงบ้าง ฟื้นหรือยัง”

“ฟื้นแล้วล่ะ ไม่ได้เป็นอะไรมาก แต่น่าแปลกนะครับ พี่ฟางเก่งขนาดนั้นแต่กลับไม่รู้ว่าใครเป็นคนลงมือ”

“นายก็เลยต้องนั่งรถโดยสารกลับบ้านสินะ”

“ไม่ลำบากหรอก อีกอย่างผมก็ได้แวะตลาดซื้อผักกับผลไม้ด้วย พี่ไม่รู้หรอกว่าช่วงนี้ผมทำกำไรได้มากแค่ไหน”

สีหน้าและท่าทางของน้องชาย ทำให้หลินฮุ่ยอารมณ์ดีขึ้นมาไม่น้อย เธอยกมือขึ้นแตะริมฝีปากที่ไม่บวมแล้วอย่างวางใจ ก่อนจะถามเขากลับ “เท่าไหร่เหรอฮ่าวฮ่าว พอจะเปิดร้านได้หรือยัง”

เด็กหนุ่มยิ้มหน้าบาน “ถึงจะยังเปิดร้านไม่ได้ แต่ถ้าให้จ่ายค่าเช่าร้านก็น่าจะได้ครับพี่รอง”

“ว้าว! นี่ไม่ใช่แค่การค้าเล็กๆ แล้วนะ”

“แต่ผมไม่รีบหรอกพี่รอง ทำแบบนี้ก็หาเงินได้คล่องดีครับ ตอนนี้เริ่มลงตัวแล้วก็ไม่ได้เหนื่อยเท่าไหร่”

“ดีแล้วล่ะ” เธอเดินนำน้องชายกลับไปที่ห้องครัว ก็พบว่าเขาทำอาหารเอาไว้ถึงห้าอย่าง “ไม่เลวนี่ฮ่าวฮ่าว ฝีมือพัฒนาขึ้นอีกแล้วนะ”

“มีทั้งของที่ผมชอบ แล้วก็ของที่พี่ชอบด้วยนะพี่รอง หิวหรือยัง ถ้าหิวแล้วไปล้างมือก่อนแล้วมากินด้วยกัน”

คำพูดของน้องชายทำเอาหญิงสาวหัวเราะออกมาเสียงดัง เพราะมันราวกับแม่พูดกับลูกสาวตัวน้อยที่เพิ่งกลับจากโรงเรียนอย่างไรอย่างนั้น แต่เธอก็ยอมไปล้างมือแต่โดยดี จากนั้นก็มานั่งกินข้าวกับเขาอย่างเอร็ดอร่อย

 

ราวสองทุ่ม หลินฮุ่ยก็ออกจากห้องเดินไปที่ศาลาเก๋ง “ได้เรื่องอะไรไหมคะพี่สืออี”

“ส่งคนออกไปตรวจสอบตั้งแต่หัวค่ำแล้วครับคุณหนู ข้อมูลที่คุณชายเสิ่นให้มามีประโยชน์มากทีเดียว” เขาไม่ซักถามว่าระหว่างหนึ่งชั่วโมงนั้นมันเกิดอะไรขึ้น ถ้าคุณหนูอยากบอกก็คงจะพูดออกมาเอง

“พวกเขาเข้าไปหลบในมิติของเจิ้งเส้าฉินใช่ไหมคะ”

“ไม่เชิงหรอกครับ แต่เป็นห้วงมิติขนาดเล็กที่เจิ้งเส้าฉินค้นพบโดยบังเอิญ”

“ของแบบนี้มันพบกันได้ง่ายขนาดนั้นเลยเหรอ ฉันเริ่มจะงงแล้วนะว่าตอนนี้ยังอยู่ในโลกของคนธรรมดาหรือเปล่า”

“เมื่อก่อนยังไม่รู้จักกับนายท่าน คนรอบตัวของคุณหนูก็เลยมีแต่คนธรรมดาครับ”

หลินฮุ่ยพยักหน้าเห็นด้วยทันที “แสดงว่าเจิ้งเส้าฉินคนนี้อาจจะมีมิติเก็บของหลายชิ้นสินะ”

“มีความเป็นไปได้ครับ เรื่องนี้รอให้คนของเรากลับมาก่อนถึงจะรู้”

“กลัวแต่ว่าเรื่องนี้จะไม่ง่ายดายอย่างที่เราอยากให้เป็นน่ะสิคะ อย่าลืมนะว่าหลิวอวี่ถิงคนนั้นอาจจะครอบครองระบบพิเศษที่พวกเราคาดเดาไม่ได้”

“คุณหนูไม่ต้องห่วงไปครับ ข้อมูลของหลิวอวี่ถิงเกี่ยวกับระบบอยู่ในแฟ้มนี้แล้ว” เขาส่งแฟ้มเอกสารให้คุณหนู

หลินฮุ่ยเปิดดูคร่าวๆ “นี่ก็คือข้อมูลที่ได้มาจากคุณชายรองเสิ่นหรือคะ”

“ครับ คุณหนูลองเอากลับไปอ่านดูก่อน ส่วนผมกับหัวหน้าหน่วยคนอื่นๆ จะปรึกษากันแล้วรายงานนายท่านในคืนนี้”

หญิงสาวลุกขึ้นด้วยสีหน้าที่มุ่งมั่น “ฉันจะรีบหมักเหล้าสูตรใหม่ให้เร็วที่สุดค่ะ”

สืออีคำนับขอบคุณล่วงหน้า เพราะเหล้าที่คุณหนูหมักและกลั่นออกมานั้น แม้แต่คนที่มีพลังพิเศษก็ยังทำไม่ได้อย่างเธอเลย

พอกลับมาถึงห้องนอน หลินฮุ่ยก็เข้ามิติแล้วก็กางแฟ้มออกอ่าน ไม่นานเธอก็ได้รู้ข้อมูลมากมายเกี่ยวกับระบบที่หลิวอวี่ถิงได้รับมา

“ที่แท้แล้วเป็นระบบหาสาวกเพิ่มเพื่อดูดพลังนี่เอง”

“ฮุ่ยฮุ่ย ในที่สุดพี่ก็ติดต่อเธอได้เสียที” น้ำเสียงของหลินอวี่เฉินร้อนรนอย่างสิ้นหวัง น้องสาวที่เพิ่งตามหาเจอได้ไม่นาน ถ้าเธอหายไปอีกเขาจะทำยังไง

หญิงสาวได้ยินเสียงของพี่ชายก็รู้สึกเหมือนเจอที่พึ่ง ความรู้สึกที่กดเอาไว้มาหลายชั่วโมง ก็พังทลายในพริบตา เธออยากจะฟ้องเขาเหมือนเด็กน้อยที่ฟ้องพ่อกับแม่เวลาถูกรังแก “พี่ใหญ่ พี่ไปอัดคนให้ฉันที”

“เธอจะให้พี่ไปอัดใคร พี่จะไปเดี๋ยวนี้เลยฮุ่ยฮุ่ย” แค่ฟังเสียงเขาก็รู้ว่าน้องสาวกำลังอึดอัดใจและคนที่เธอต้องการพึ่งพิงก็คือเขา

“เสิ่นมู่หาน พี่ไปอัดเขาให้หนักๆ เลย”

“เขาทำอะไรเธอ! สืออีกับลูกน้องคนอื่นไปไหน!”

“เขาจูบฉัน!!”

“อะไรนะ! เขากล้าทำกับเธอขนาดนี้แล้วสืออีกับลูกน้องไปตายอยู่ที่ไหน!!”

“พี่ใหญ่ อย่าโทษพี่สืออีเลย ไม่รู้ว่าเกิดอะไรขึ้นกับเขา ระดับพลังเขาสูงกว่าคนคุ้มกันของพี่ทุกคนเลย อีกอย่างเขาก็พูดว่าถ้าอยากรู้ที่อยู่ของคนตระกูลหลิวกับคนตระกูลโจวให้ไปกับเขา”

“ฮุ่ยฮุ่ย! แล้วเธอก็เชื่อเขาเหรอ!” น้องเขาฉลาดขนาดนั้นทำไมกลลวงแค่นี้ก็ยอมเชื่อ

“นอกจากนี้ๆ เขาก็บอกว่าถ้าอยากรู้ว่าคืนนั้นเกิดอะไรขึ้น” ไม่เพียงแต่คุยในใจแต่เธอถึงกับตะโกนออกมาก้องห้วงมิติ ทว่าก็ไม่กล้าพูดออกไปจนหมด

หลินอวี่เฉินถึงกับครางออกมาอย่างอับจนหนทาง ที่แท้มันก็คือความจริงสินะ ไม่ใช่แค่เขาที่สงสัยแต่ฮุ่ยฮุ่ยเองก็น่าจะสงสัยมานานแล้ว “ได้! พี่จะไปอัดเขาให้เธอ รอฟังข่าวดีได้เลยฮุ่ยฮุ่ย”

หญิงสาวปาดน้ำตาแล้วก็พยักหน้ารัวๆ กับตัวเอง “พี่อัดเขาให้หนักๆ เลยนะ”

“ไม่ต้องห่วง ตอนนี้พี่อยู่ไม่ห่างจากปักกิ่งมากนัก ความแค้นเก่าใหม่พี่จะสะสางให้เธอเอง ฮึ่ม!”

พี่ชายตัดการสื่อสารไปแล้ว แต่เธอยังนั่งร้องไห้เงียบๆ อยู่ตรงนั้นต่อ จนไม่รู้ว่ามันผ่านไปนานแค่ไหน

 

สืออีวางโทรศัพท์ในมือลงด้วยใบหน้าซีดเผือด นายท่านโทรมาแจ้งให้เขาเร่งฝึกฝนให้หนัก พรุ่งนี้จะส่งยาเพิ่มระดับพลังลมปราณมาให้

ตลอดการสนทนาไม่มีดุด่าสักคำ แต่เขารู้ได้ทันทีว่าคุณหนูต้องคุยเรื่องนี้กับนายท่านเรียบร้อยแล้ว เขากำหมัดกัดฟันแน่น ได้แต่เงยหน้าขึ้นฟ้าพร้อมกับตั้งปณิธานว่าจะต้องเพิ่มระดับพลังให้สูงกว่านี้และให้เร็วที่สุด

“นายท่านว่ายังไงบ้างหัวหน้า” ลูกน้องในหน่วยรีบกระโดดจากกำแพง ลงมาถามเพราะท่าทางแบบนี้ของหัวหน้าน้อยครั้งที่จะได้เห็น

“เรื่องคุณหนูนายท่านไม่ได้ว่าอะไร แต่จะได้ยาแรงต้องเร่งเพิ่มระดับพลัง ไม่อย่างนั้นคงไม่ได้รับหน้าที่นี้อีกต่อไป”

“นะ นี่ จะทำอย่างไรดี คุณหนูดีกับพวกเราขนาดนี้ แต่พอถึงเวลาพวกเราก็ได้แต่มองเธอขึ้นรถคนอื่นไปอย่างช่วยอะไรไม่ได้สักนิด”

“คืนนี้ ที่ตระกูลเสิ่นคงจะเจอพายุใหญ่ นายไปบอกทุกคนกางพลังป้องกันบ้านตระกูลหลินเอาไว้ให้ดี”

“ได้ ผมจะรีบไปจัดการเดี๋ยวนี้”

 

กลางดึกหลินอวี่เฉินก็เตะประตูบ้านตระกูลเสิ่นจนพัง ไม่ว่าจะเป็นพ่อบ้านหรือหน่วยคุ้มกันของเสิ่นมู่หานล้วนถูกพลังกดข่มไม่มีโอกาสแม้แต่จะได้เงยหน้า

“นายของพวกแกอยู่ที่ไหน!”

พ่อบ้านเสิ่นลอบปาดเหงื่อ เอ่ยละล่ำละลักออกมา “คะ คุณชายไม่อยู่ที่บ้านหลังนี้ คุณชายหลินช่วยยั้งมือด้วยครับ”

“ฮึ! เห็นแก่ที่พวกแกไม่รู้เรื่อง จะละเว้นสักครั้ง” เขาซัดพลังออกไป เรือนพักมากมายก็พังทลายลงมากลายเป็นเศษไม้ทันที “ครั้งหน้า เศษไม้พวกนี้จะกลายเป็นเศษเนื้อของพวกแกแทน!” ว่าแล้วเขาก็หายวับไปจากตรงนั้น

เขานำเอาเข็มทิศดาวแดงที่สั่งทำขึ้นเป็นพิเศษ สำหรับคนในสังกัดเดียวกันออกมา ส่งพลังเข้าไป และไม่นานก็ได้รู้ตำแหน่งของอีกฝ่าย “อยู่บนเขานี่เอง ดีล่ะฉันจะซัดแกให้นอนเป็นผักไปเลย”

อาเฟยมองกลุ่มก้อนพลังหนาแน่นที่กำลังพุ่งขึ้นมาบนเขา แล้วก็ใจไม่ดี “คุณชาย หรือว่าจะเป็นคนพวกนั้น”

เสิ่นมู่หานที่แช่ยาสมุนไพรด้วยลมหายใจรวยริน ส่ายหน้าช้าๆ “ไม่ใช่หรอก คงเป็นพี่ชายของฮุ่ยฮุ่ย”

“หรือว่าเขาจะรู้แล้วว่าคุณชายไปฉกน้องสาวของเขามา”

“อืม น่าจะรู้แล้วล่ะ เธอคงจะฟ้องมากกว่านั้น เขาถึงได้เดือดขนาดนี้” มือของเขาจับขอบอ่างหยกมันแพะเอาไว้แต่ก็ไม่มั่นคงเอาเสียเลย

“ตะ แต่ว่าเรื่องนี้” เขาไม่รู้ว่าคุณชายทำอะไรกับฮุ่ยฮุ่ย เพราะมาเตรียมสถานที่เอาไว้ตั้งแต่ตอนบ่ายเพื่อให้คุณชายแช่ตัวด้วยน้ำสมุนไพรระงับอาการยามพลังของตราประทับปะทุขึ้นมา

“เสิ่นมู่หาน! ไสหัวออกมา!” หลินอวี่เฉินซัดพลังใส่ต้นไม้ใบหญ้าหน้าถ้ำพังไปทั้งแถบ

อาเฟยรีบออกมารับหน้าอย่างรวดเร็วพร้อมกับกางพลังป้องกันถ้ำเอาไว้ “คุณชายหลิน ตอนนี้คุณชายของผมไม่สะดวกพบใครทั้งนั้น ตอนเช้าคุณค่อยมาใหม่เถอะ”

“ฮึ!” เขาถีบอาเฟยจนลอยละลิ่วไปกระแทกผนังถ้ำ ก่อนจะก้าวอาดๆ เข้าไป “ถ้าไม่อยากตายให้ไสหัวไปซะ!”

อาเฟยแม้จะกระอักเลือดออกมา แต่เขาก็รีบไปยืนบังอ่างสมุนไพรของคุณชายเอาไว้ “คุณอยากให้คุณชายของผมตายจริงๆ เหรอ วันนี้ถ้าไม่ใช่เพราะคุณชายของผมรีบไปช่วยฮุ่ยฮุ่ยเอาไว้ คุณคิดว่าการปะทุของตราประทับในแก่นจิตวิญญาณของเธอมันจะส่งผลร้ายแค่ไหน”

“นายอย่างมาโกหก!”

“ไม่เชื่อคุณก็ดูเอาเถอะ คุณชายดูดซับพลังพวกนั้นออกมากักเอาไว้ในเส้นลมปราณของตัวเอง จนมีสภาพเป็นแบบนี้ไปแล้ว”

“เขาก็ยังไม่ตายนี่ แล้วใครใช้ให้เขาแส่ร่ายตราประทับกัน เป็นแบบนี้ก็สมควรแล้ว” หลินอวี่เฉินผลักอาเฟยออก ก่อนจะกระชากเส้นผมของเสิ่นมู่หานขึ้นมา ตะโกนใส่หน้าเขา “นาย! มันรนหาที่ตาย กล้าแม้แต่ใช้เคล็ดวิชาลับเพื่อเพิ่มพลัง อยากตายมากขนาดนั้น วันหลังก็ให้บอก ฉันจะมาสงเคราะห์ให้!”

เสิ่นมู่หานแม้สติเริ่มจะเลือนราง แต่ก็ยังยกยิ้มมุมปากอย่างดื้อดึง “เธอเป็นของผม พี่ห้ามไม่ได้หรอกพี่ใหญ่”

“ใครให้แกเรียกฉันแบบนี้ เดี๋ยวจะอัดให้ตายคาที่เลย ฮึ่ม!” ถึงจะพูดแบบนั้น แต่สภาพของเสิ่นมู่หานที่เป็นแบบนี้เขาก็อัดไม่ไหวจริงๆ ไม่อย่างนั้นน้องสาวของเขาก็คงต้องมีสภาพแบบนี้ตามไปด้วย

“เธอร้องไห้หรือเปล่า” เขาเปลี่ยนท่าทีเมื่อหลินอวี่เฉินไม่มีทีท่าว่าจะฆ่าเขาจริงๆ “คงไม่ได้แอบไปนั่งร้องไห้หรอกนะ”

“หุบปากไปเลย ก่อเรื่องแล้วค่อยมาคิดถึงความรู้สึกทีหลัง ฉันอยากจะซัดนายจริงๆ” ว่าแล้วก็ยัดยาล้ำค่าสามเม็ดเข้าปากของเสิ่นมู่หานอย่างไม่เต็มใจ จากนั้นก็โยนถุงผลึกพฤกษาพันปีให้อาเฟย “เอาไปหลอมมา”

“คุณชายหลิน คุณจะทำอะไรคุณชายของผม” ในถุงมีผลึกพฤกษาพันปีไม่ต่ำกว่าห้าสิบก้อนเลยนะ

“ช่วยไง หรือนายคิดว่าแค่แช่สมุนไพรระดับต่ำเตี้ยพวกนี้แล้วเขาจะหาย”

“ตะ แต่การหลอมผลึกในปริมาณมากขนาดนี้ มันเป็นอันตรายต่อเส้นลมปราณและตันเถียนนะครับ”

“ฮึ! วิชาแมวสามขาของพวกนายจะไปรู้อะไร รีบไปหลอมมาเดี๋ยวนี้!”

“ไปหลอมมาเถอะอาเฟย”

“ครับคุณชาย”

“ฮึ! ไม่ต้องมายิ้มให้ฉัน ถ้ามันไม่เกี่ยวกับฮุ่ยฮุ่ย นายอย่าคิดว่าฉันจะช่วย!”

“พี่ใหญ่ ให้ผมเรียกพี่แบบนี้เถอะนะ”

“ไอ้เด็กนี่! ถ้านายเป็นลูกน้องของฉัน ถูกเตะลงทะเลให้ไปฝึกกับฉลามแล้ว”

มุมปากของเขายกขึ้นน้อยๆ น่าจะพอมีหวังนะ “ตอนเย็นผมรู้สึกได้ว่ามีบางอย่างอยู่ในแก่นจิตวิญญาณของฮุ่ยฮุ่ย เธอก็มีมิติเหมือนกันใช่ไหมพี่ใหญ่”

หลินอวี่เฉินยกมือขึ้นเตรียมจะซัดพลังใส่อย่างหมดความอดทนเพราะเขาเอาแต่เรียกพี่ใหญ่ๆ แต่พอเห็นใบหน้าซีดๆ และตัวที่กลายเป็นสีม่วงสีเทาไปแล้ว ก็ซัดไม่ลงจริงๆ “มี แล้วเกี่ยวอะไรกับนาย”

“นอกจากมิติแล้ว ผมยังสัมผัสได้ถึงพลังของมังกรด้วย เรื่องนี้พี่รู้ไหม” น้ำเสียงของเขาเริ่มแผ่วลงเรื่อยๆ แต่ก็ยังอยากจะพูด

“รู้สิ เพราะมันติดมากับแหวนมิติของเธอ”

“เป็นแบบนี้สินะ ดีที่พี่มอบแหวนมิติให้เธอ ไม่อย่างนั้น...” เขาพูดได้เพียงเท่านั้นสติก็ดับวูบไป

หลินอวี่เฉินเพียงปรายตามอง แล้วก็จิ๊ปากอย่างขัดใจ “นายนี่มันเจ้าเล่ห์จริงๆ อาเฟยเอาผลึกที่หลอมเสร็จแล้วมาเดี๋ยวนี้เลย”

“มาแล้วครับคุณชายหลิน”

หลินอวี่เฉินใช้พลังของเขาชักนำพลังจากแก่นพฤกษาพันปี ส่งเข้าไปทางตันเถียนบนของเสิ่นมู่หาน โดยมีอาเฟยคอยประคองคุณชายของเขาเอาไว้ไม่ห่าง

ผ่านไปราวๆ หนึ่งชั่วโมง เสิ่นมู่หานก็ได้สติกลับมา “ลำบากพี่แล้วพี่ใหญ่”

“ฟื้นขึ้นมาก็ปากดีเลย เอาล่ะ เรื่องนี้ลงบัญชีไว้ก่อน รอให้นายหายดีเมื่อไหร่ ฉันจะมาอัดนายแทนฮุ่ยฮุ่ย”

“ไม่มีปัญหา พี่ว่างวันไหนนัดวันมาได้เลย”

“ชิ! จะตายอยู่แล้วยังทำเป็นปากดี น้องสาวของฉันโชคร้ายจริงๆ ที่มาเจอนาย”

“ขอบคุณพี่ใหญ่ที่ชม”

“ฮึ่ม!! ฮุ่ยฮุ่ย เขาไม่สำนึกสักนิด เธอคงได้ยินแล้วใช่ไหม”

คราวนี้เป็นเสิ่นมู่หานที่หน้าซีดและไม่กล้าปากดี “พี่ใหญ่ ผมผิดไปแล้ว พี่เป็นผู้ใหญ่ ก็ช่วยใจกว้างหน่อยเถอะ”

“ฮึ! ทุกคำพูดของนายฮุ่ยฮุ่ยได้ยินตั้งแต่ต้นแล้วล่ะ”

“พี่ใหญ่ ผมผิดไปแล้ว”