LNCrawler

ลูกเรือคนนี้หน้าตาคุ้นๆ

พลิกชะตาลูกสาวสลับตัว ในยุค 90 — novel.dek d.com · All chapters

ลูกเรือคนนี้หน้าตาคุ้นๆ

หลินฮุ่ยกับพี่ชายจากไปนานแล้ว แต่โจวฟางยังคงนั่งอยู่ที่ร้านอาหารทะเลต่อ สีหน้าของเธอไม่ค่อยดีเท่าไหร่ แต่ก็ไม่รู้จะบอกเล่าเรื่องนี้ให้ใครฟังเพราะมันเกี่ยวกับความลับดำมืดของตระกูล ที่แม้แต่เธอก็เพิ่งจะรู้ ทำให้เธอเข้าใจอย่างสุดซึ้งเลยว่าคนที่หวังดีกับเธอมากที่สุดก็คือสหายรัก ไม่ใช่พี่ชายที่เธอเคยหวังจะพึ่งพา

“เธอเข้าห้องน้ำกับฮุ่ยฮุ่ย ออกมาแล้วทำไมหน้าตาเป็นแบบนี้ล่ะ” หม่าจิ้งตบบ่าของสหายรักเบาๆ

“ไม่มีอะไรหรอก แค่เรื่องเก่าๆ ที่คอยกวนใจเท่านั้น ว่าแต่เธอเถอะ จะลองลงทุนในตลาดหลักทรัพย์สักหน่อยไหม ฉันให้ยืมเงินได้นะอาจิ้ง”

“ไม่เอาหรอก การลงทุนพวกนี้เหมาะสำหรับคนรวยมีเงินมากๆ ถึงจะทำได้ ฉันที่ยังไม่มีแม้แต่งานทำไม่กล้าเสี่ยงจริงๆ”

“เมื่อกี้นี้ฉันน่าจะชวนฮุ่ยฮุ่ย” โจวฟางเปลี่ยนเรื่องเพื่อไม่ให้สหายรักซักไซ้มากกว่านี้

“เธอมีโทรศัพท์ไม่ใช่หรือไง โทรชวนตอนนี้เลยสิ”

“ไม่เอาหรอก ฮุ่ยฮุ่ยบอกว่าจะออกเรือไปเที่ยวในทะเล อาจไม่มีคลื่นสัญญาณ”

“น่าจะยังไม่ถึงท่าเรือนะ โทรตอนนี้น่าจะยังทัน” อู๋เสี่ยวเยี่ยนก็เสริมอีกคน

“ไม่ล่ะ พี่ใหญ่หลินมีเวลาว่างแค่วันเดียว ให้สองพี่น้องพวกเขาไปเที่ยวกันเถอะ ฉันจะไปลองดูก่อนสักหน่อย พวกเธอจะไปด้วยไหม”

“ก็ต้องตามไปอยู่แล้วสิ ใครจะปล่อยให้เธอไปเสี่ยงคนเดียวได้” หม่าจิ้งกอดคอสหายรัก

“งั้นก็ไปตอนนี้เลยแล้วกัน จะได้รู้ว่ามันเป็นยังไง” โจวฟางลุกขึ้นอย่างฮึกเหิมเพราะเธอไม่อยากเก็บไข่ไว้ในตะกร้าใบเดียว

“ลงทุนครั้งแรกก็อย่าเพิ่งทุ่มเยอะนะ เผื่อมีอะไรผิดพลาดขึ้นมาจะได้ไม่เจ็บหนัก” หม่าจิ้งเตือนอย่างเป็นห่วงเพราะเธอเคยเห็นทั้งคนที่ร่ำรวยและยากจนชั่วข้ามคืนจากการเล่นหุ้นมามากแล้ว

“นอกจากเล่นหุ้นแล้ว ฉันว่าคำแนะนำของฮุ่ยฮุ่ยก็ดีนะ เธอนำเอาเงินเก็บบางส่วนออกไปซื้อที่ดินเก็บไว้มากหน่อย อนาคตไม่มีทางราคาลดหรอก”

“ได้ๆๆ เชื่อฟังพวกเธอทุกอย่าง ไปกัน!”

 

หลินอวี่เฉินพาหลินฮุ่ยแวะไปทักทายคนที่บ้านตระกูลหาน แต่ก็ไม่ได้รั้งอยู่นานเพราะพาน้องสาวนำเอาของฝากไปมอบให้เท่านั้น จากนั้นเขาก็พาเธอเดินเล่นซื้อของมากมาย พอเหนื่อยแล้วจึงได้ขับรถมอเตอร์ไซค์ไปที่ท่าเรือ

หลินฮุ่ยมองดูเรือประมงลำใหญ่แล้วก็หันหน้าไปมองพี่ชายอย่างทึ่งๆ “ไม่ใช่เรือของตระกูลหานนี่คะพี่ใหญ่”

“เรือลำนี้คุ้นเคยกันดียิ่งกว่าเรือของตระกูลหานเสียอีก ตอนที่เหล่าหานออกตามหาพี่ก็เรือลำนี้นี่แหละ รีบขึ้นไปเถอะ พี่ได้ให้คนจัดการเรื่องเอกสารของเธอเอาไว้หมดแล้ว”

หญิงสาวรู้สึกดีกับเจ้าของเรือลำนี้ทันที จึงเดินตามพี่ชายขึ้นไปบนเรืออย่างรวดเร็ว แต่ก็ต้องสะดุดตากับใครบางคนที่แต่งกายซอมซ่อ แต่กลับให้ความรู้สึกคุ้นเคย

“มีอะไรหรือเปล่า เธอรู้จักเขาเหรอฮุ่ยฮุ่ย” หลินอวี่เฉินมองตามสายตาของน้องสาว ก็เห็นผู้ชายคนหนี่งที่เป็นหนึ่งในลูกเรือของเรือประมงลำนี้

“ไม่มีอะไรค่ะพี่ใหญ่ แค่รู้สึกเหมือนเคยเห็นเขาที่ไหนมาก่อนแค่นั้นค่ะ” ดวงตาที่มีความพิเศษของเธอกลับตรวจสอบอะไรไม่ได้เลย จึงได้ยอมปล่อยผ่านไปก่อน

หลินอวี่เฉินมองอีกฝ่ายอย่างพิจารณาแต่ก็ไม่พบเห็นความผิดปกติ จึงได้ตบบ่าน้องสาวเบาๆ “เธอคงจะคิดว่าเขาเหมือนเสิ่นมู่หานแน่ๆ ใช่ไหมล่ะ ไม่แปลกหรอกเพราะเรือลำนี้คนที่ทำงานบนนี้ ส่วนใหญ่เป็นญาติของตระกูลเสิ่นที่ปักกิ่ง”

หลินฮุ่ยถลึงตาให้พี่ชาย “เรื่องแบบนี้พี่ก็คิดได้เนอะ ฉันไม่ได้คิดถึงเขาเสียหน่อย จะมองเห็นคนอื่นเหมือนเขาได้ยังไงกัน ฮึ่ม! น่าเสียดายจริงๆ ที่พี่สืออีไม่ตามมาด้วย”

“น้องรัก เธอคงไม่ได้เสพติดการอัดคนหรอกใช่ไหม”

หญิงสาวมองพี่ชายอย่างเจ้าเล่ห์ “พวกพี่หนังหนากันอยู่แล้ว แตะนิดแตะหน่อยคงไม่เป็นอะไรหรอกมั้ง”

“ได้ๆๆ หวังว่าเธอจะไม่สั่งสืออีมาอัดพี่หรอกใช่ไหม”

“เฮอะ! ถึงฉันสั่ง เขาก็ไม่ทำตามคำสั่งหรอกน่า รีบไปกันเถอะ”

“อ้อ ใช่ๆๆ ก็เขาเป็นลูกน้องของพี่นี่นะ” เขาก็พูดไปอย่างนั้นแหละ ตอนนี้ก็ไม่รู้แล้วว่าลูกน้องทั้งหลายถูกน้องสาวซื้อตัวไปจนหมดหรือยัง

 

กัปตันเสิ่นออกมาต้อนรับสองพี่น้องตระกูลหลินด้วยท่าทีปลื้มปริ่ม เพราะครั้งก่อนที่ท่านรองหลินพาน้องสาวออกทะเลกับเรือของตระกูลหาน พวกเขาได้รับโชคก้อนใหญ่หลายสิบล้านหยวนเลย ครั้งนี้ก็ไม่น่าจะพลาด

แต่พอกัปตันเสิ่นมองไปทางหลินฮุ่ย และได้เห็นสร้อยคอเส้นเล็กที่ทำจากวัสดุพิเศษส่วนจี้นั้นเป็นไข่มุกสีชมพูพาสเทลล้อมเพชรเม็ดเล็กเอาไว้อย่างน่ารักเหมาะสมกับวัย นี่มันไข่มุกคอนช์ที่หายากเลยนะ เขาตะโกนก้องเสียงดังอยู่ในใจ ที่แท้ดาวนำโชคตัวจริงก็คือน้องสาวของท่านรองหลินนี่เอง

“คุณหนูหลิน ผมได้จัดห้องที่ดีที่สุดเอาไว้ให้คุณแล้วพร้อมกับแม่บ้านส่วนตัวหนึ่งคน”

“ลุงเสิ่นไม่ต้องเรียกฉันว่าคุณหนูหรอก เรียกฮุ่ยฮุ่ยก็พอค่ะ”

“ได้ๆๆ ถ้าอยากกินอะไรเป็นพิเศษก็บอกแม่บ้านได้นะ เธอจะไปสั่งที่ครัวให้”

“ลำบากลุงเสิ่นกับทุกคนแล้วค่ะ” หลินฮุ่ยมองกัปตันเสิ่นอย่างชอบใจ ไม่คิดว่าเขาจะละเอียดรอบคอบและเอาใจใส่ถึงเพียงนี้ คืนนี้คงต้องหาของดีๆ เพื่อเป็นการขอบใจเขาเสียหน่อย

“ไม่ลำบากสักนิดฮุ่ยฮุ่ย เอาล่ะ ได้เวลาแล้ว ถ้าเหนื่อยก็ไปพักที่ห้องนะ หรือถ้ายังมีแรงจะไปเที่ยวเล่นที่สะพานเดินเรือกับลุงก็ได้นะ”

หญิงสาวหันไปทางพี่ชายก็เห็นว่าไม่ได้เปลี่ยนสีหน้า “ไปดูการทำงานของลุงเสิ่นก็ดีเหมือนกันค่ะ ฉันอยากจะเห็นว่าชาวประมงหาปลากันยังไง”

“ดีๆๆ งั้นก็ไปสะพานเดินเรือกัน”

สองพี่น้องเดินตามกัปตันเสิ่นไปที่ห้องควบคุมเรือ และหลินฮุ่ยก็ต้องแปลกใจอีกครั้งเมื่อเธอเห็นผู้ชายคนนั้น

“อ้าว! วันนี้แกก็มาด้วยเหรอ” กัปตันเสิ่นถามหลานชายอย่างแปลกใจ เพราะถ้าไม่มีภารกิจอะไรเจ้าเด็กนี่แทบจะไม่โผล่หน้ามาแถวนี้

“มาช่วยลุงขับเรือน่ะสิครับ” ว่าแล้วก็ส่งถุงกระดาษส่งให้ผู้เป็นลุง “พ่อฝากของมาให้ลุงด้วยนะ อย่าพึ่งเปิดล่ะ เดี๋ยวคุณหนูคนนี้จะทนกลิ่นไม่ไหว”

กัปตันเสิ่นหัวเราะร่วน แง้มถุงกระดาษดูก็รู้ทันทีว่าเป็นอาหารหมักที่เขาชอบ “ได้ๆๆ เก็บไว้ก่อน ท่านรองหลิน ฮุ่ยฮุ่ย นี่คือเสี่ยวตงครับ”

หลินอวี่เฉินมองอีกฝ่ายแล้วก็ทำเพียงพยักหน้า ทำให้หลินฮุ่ยต้องเอ่ยทักทายกับอีกฝ่าย “สวัสดีค่ะพี่ตง”

“สวัสดีครับคุณหลิน”

คำเรียกนี้และน้ำเสียงแบบนี้ทำให้หลินฮุ่ยคิดถึงเสิ่นมู่หานจริงๆ แต่พอพิจารณาดีๆ แล้ว เขาก็แค่คล้ายเท่านั้น นี่อาจเพราะเป็นลูกหลานตระกูลเสิ่นก็ได้ แต่คำเรียกคุณหลินนี่ ทำให้เธอคิดถึงตัวเองตอนที่เรียกเขาว่าคุณชายรองเสิ่นจริงๆ นะ

กัปตันเสิ่นเห็นว่าทักทายกันแล้ว เขาก็เรียกฮุ่ยฮุ่ยให้ไปดูที่พวงมาลัยเรือหรือแป้นควบคุมคันชักเกียร์ “ถ้าอยากจะซื้อเรือประมงสักลำ ก็ลองศึกษาดูก่อนได้นะฮุ่ยฮุ่ย”

หญิงสาวมองทุกอย่างภายในสะพานเดินเรือหรือห้องควบคุมด้วยความตื่นตาตื่นใจจนต้องร้องเรียกพี่ชาย “พี่ใหญ่! เรือแบบนี้แพงไหมคะ”

หลินอวี่เฉินเดินมาหาน้องสาวก่อนจะตบบ่าเธอเบาๆ “ใจเย็นน้องรัก เธอคงไม่คิดจะเป็นชาวประมงอย่างลุงเสิ่นหรอกใช่ไหม”

“ไม่ได้คิดเสียหน่อย ก็แค่รู้สึกว่าถ้าเรามีเรือของตัวเองก็คงจะดูดีไม่น้อย”

“กลับเข้าฝั่งพี่จะซื้อเรือไม้ให้เธอแล้วกันนะ เอาไว้พายเล่นแถวค่าย”

“ได้ๆๆ เอาเรือไม้ก่อนก็ได้” ว่าแล้วก็ย่นจมูก แล้วลากพี่ชายไปดูหน้าจอเรดาร์ “สุดยอดเลยพี่ใหญ่ มิน่าล่ะ เรือใหญ่ๆ ถึงหาปลาได้เยอะ ที่แท้ก็มีเรดาร์พวกนี้นี่เอง”

“เรื่องนี้ใครเขาก็รู้กันทั้งนั้น” หลินอวี่เฉินพูดพลางก็ปรายตามองเจ้าเสี่ยวตงไปพลาง ไอ้นี่ วอนตายเสียแล้วที่กล้ามาแอบมองน้องสาวของเขา ต้องรีบพาฮุ่ยฮุ่ยไปส่งที่ห้องพัก

“เฮ้อ!” ดูท่าทางบอกบุญไม่รับนี้ของพี่ใหญ่สิ บรรยากาศดีๆ เสียหมด “ลุงเสิ่นค่ะ ฉันเหนื่อยแล้ว ขอตัวไปพักก่อนนะคะ”

ลุงเสิ่นมองสองพี่น้องที่ต่อปากต่อคำกันแล้วก็หัวเราะออกมาเสียงดัง “เสี่ยวตง พาท่านรองกับฮุ่ยฮุ่ยไปที่ห้องพักหน่อยสิ”

“ได้ครับลุง เชิญท่านรองกับคุณหลินครับ” จากนั้นเขาก็เดินนำคนทั้งสองออกไปนอกสะพานเดินเรือ

“พี่ใหญ่วันนี้พวกเราจะไปที่ไหนคะ” ระหว่างเดินตามเสี่ยวตงเธอก็คุยในใจกับพี่ชายไปด้วย

“ไปที่เกาะลับ แต่คงไม่ได้ขึ้นไปนั่งย่างอะไรกินบนนั้นหรอกนะเพราะมันเป็นช่วงดึกแล้ว ยังต้องรีบเดินทางกลับอีก”

“น่าเสียดายนะคะ พี่น่าจะหยุดหลายๆ วัน”

“ไม่เป็นไรหรอก ตอนที่ลงน้ำไปหาสมบัติให้เธอ พี่จะพยายามเก็บของที่อยู่ใต้ทะเลให้ได้มากที่สุด เธอจะได้เอาไปเลี้ยงไปปลูกในทะเลของเธอด้วย”

หญิงสาวฟังมาถึงตรงนี้ถึงกับเลิกคิ้ว “ถ้าอย่างนั้นก็หาจุดที่มีปลาราคาแพงและมีสมบัติอยู่ใกล้ๆ กันดีไหม”

“เรื่องนี้พูดยากนะ เพราะจุดที่พบสมบัติกับแหล่งที่ปลาชุกชุมส่วนใหญ่ก็ไม่ได้อยู่ในตำแหน่งที่ใกล้กัน”

“จะไปยากอะไร พี่ก็ลองนำเอาน้ำจากมิติออกมาล่อพวกมันสิ”

หลินอวี่เฉินมองน้องสาวอย่างจนปัญญา “เธอคิดว่าพี่ไม่เคยลองหรือไง น้ำวิเศษพวกนี้มันล่อมาหมดนั่นแหละทั้งของถูกของแพง”

หลินฮุ่ยมองพี่ชายแล้วก็ส่ายหน้า “ถ้าอย่างนั้น ก็หาอาหารทะเลราคาแพงให้ลุงเสิ่นก่อนสักสองสามรอบ พอถึงน่านน้ำสากลค่อยมองหาสมบัติ ตอนนี้ดวงตาของฉันสามารถสแกนพื้นที่ได้ละเอียดขึ้นและก็กว้างขึ้นด้วยนะพี่ใหญ่”

“เธอนี่นะ เอาเถอะอยากทำอะไรก็ทำ มีเวลาแค่คืนเดียว เจอแล้วก็ชี้จุดพี่จะลงไปเอามาให้ทั้งสมบัติทั้งเรือ จะได้ไม่เสียวเลา”

“ได้ๆๆ เอาตามพี่ว่ามาเลย”

 

ด้วยพลังพิเศษของหลินอวี่เฉิน หัวค่ำเรือของกัปตันเสิ่นก็ถึงน่านน้ำสากล และก็มุ่งหน้าสู่เกาะลับ “บอกมาว่าแกมาที่นี่ทำไม”

เสิ่นมู่หานใช้วิชาแปลงโฉมที่ทำให้รูปลักษณ์เปลี่ยน รวมถึงช่วยปิดบังตัวตนของเขาได้อย่างยอดเยี่ยม ชายหนุ่มมองผู้เป็นลุงพร้อมกับยิ้มมุมปาก “เอาของฝากมาให้ลุงไงครับ” พูดพลางก็โบกมือสร้างเขตแดนปิดกั้นเล็กๆ เอาไว้ด้วย

เท้าของกัปตันเสิ่นกระตุกทันที เขาเองก็เคยเป็นทหารเหมือนกันแต่ด้วยความรักและชื่นชอบอาชีพนี้จึงเบนเข็มชีวิตมาทางนี้ ดังนั้นไม่ต้องพูดถึงแค่เรื่องการเตะคน เขาทำได้สบายอยู่แล้ว

“ทำภารกิจหรือว่าเรื่องส่วนตัว พูดมา! ห้ามโกหกฉันเด็ดขาด ไม่งั้นจะโทรฟ้องน้องสะใภ้เดี๋ยวนี้เลย”

เสิ่นมู่หานถึงกับยิ้มแหยออกมา “ปิดบังลุงไม่ได้เลย ลุงเห็นน้องสาวของหลินอวี่เฉินคนนั้นไหมครับ”

“เห็นสิ ดาวนำโชคแบบนี้ฉันจะไม่เห็นได้ยังไงล่ะ”

“ลุงก็ดูออกสินะ นั่นแหละว่าที่หลานสะใภ้ของลุง แต่อย่าเพิ่งแสดงออกล่ะ ไม่อย่างนั้นเธอจะหนีผมไปอีก”

“โอ้! คางคกอย่างแกก็มีวันที่อยากจะกินเนื้อหงส์เหมือนกันเหรอเนี่ย”

“คางคกอะไรกันครับ ที่ปักกิ่งใครๆ ก็บอกว่าผมคือหงส์”

“ฮึ! ฮุ่ยฮุ่ยทั้งสวยทั้งดีขนาดนั้น แกคู่ควรหรือไง”

“อย่างน้อยหน้าตาผมก็ดีมากนะครับ” ชายหนุ่มเชิดหน้าขึ้น เมื่อก่อนก็ไม่ได้ใส่ใจหรอกว่าจะหล่อหรือดูดีแค่ไหน แต่พอรู้ว่ามันล่อหลอกฮุ่ยฮุ่ยได้ เขาก็เริ่มภูมิใจกับความหล่อเหลาของตัวเองขึ้นมาบ้างแล้ว

“ไอ้เด็กนี่! ไปหัดคำพูดพวกนี้มาตั้งแต่เมื่อไหร่ ใครเขาจะสนกันล่ะว่าแกหล่อแค่ไหน ถ้าไม่มีเงินเลี้ยงดูใครเขาจะเอาแกไปทำสามีล่ะ”

“ผมก็พอจะมีฐานะอยู่นะลุงใหญ่ เอาเถอะๆ พูดไปลุงก็ไม่เข้าใจหรอก ผมจะไปดูทางท้ายเรือก่อนนะ น่าจะได้เวลายกอวนขึ้นมาแล้ว”

“ไปไกลๆ เลย” หลานชายออกไปแล้ว กัปตันเสิ่นก็ได้แต่หัวเราะร่วน ถ้าได้แม่หนูฮุ่ยฮุ่ยมาเป็นหลานสะใภ้ เขาคงได้ชวนเธอออกทะเลหาปลาทุกรอบ ถึงตอนนั้นก็คงจะทำเงินได้ไม่น้อย ส่วนแบ่งที่ให้เธอก็จะไม่ให้น้อยหน้า ถึงตอนนั้นไอ้หลานไม่ได้เรื่องของเขาก็จะไม่ถูกภรรยาทอดทิ้ง