LNCrawler

ข่าวลือภายในค่าย

พลิกชะตาลูกสาวสลับตัว ในยุค 90 — novel.dek d.com · All chapters

ข่าวลือภายในค่าย

หลินฮุ่ยยืนอยู่กราบเรือซ้ายกับพี่ชาย เธอเพียงปรายตามองอวนที่ถูกยกขึ้น ก่อนจะชี้ให้พี่ชายดูที่ใต้ทะเลลึกด้านล่าง

ก่อนจะคุยในใจกับเขา “พี่เชื่อฉันหรือยังว่าสายตาของฉันมันขยายขอบเขตการมองเห็นแล้ว นอกจากจะเจอสมบัติก็ยังล่อกุ้งมังกรเจ็ดสีมาได้ด้วย”

หลินอวี่เฉินยิ้มร่าไม่รู้สึกเสียหน้าสักนิด แล้วเขาก็มองลงไปยังจุดที่น้องสาวชี้ให้ดู “อยู่จุดนี้จริงๆ ใช่ไหม”

“ใช่ค่ะ เป็นเรือลำใหญ่มากเลยพี่ใหญ่ หีบสมบัติต่างๆ ก็อยู่ภายในเรือนั่นแหละ”

“ดี ว่าแต่เธอเถอะอยากกินกุ้งมังกรเจ็ดสีพวกนี้ไหม พี่จะเอามาฝากเยอะหน่อย”

“กุ้งพวกนี้มีเยอะแยะในทะเลของฉัน ปล่อยให้พวกมันได้โตเถอะค่ะ”

“ได้ ถ้าอย่างนั้นจะเอาอย่างอื่นขึ้นมาแทน” ว่าแล้วเขาก็กระโจนลงทะเลไปทันที

หลินฮุ่ยมองตามพี่ชายที่พุ่งลงไปใต้ทะเลลึก ความสามารถแบบนี้ช่างน่านับถือจริงๆ “หืม พี่ตง พี่มาทำอะไรตรงนี้คะ”

“เห็นว่าคุณหลินยืนอยู่คนเดียว กลัวจะพลัดตกเรือก็เลยมาดูเสียหน่อยครับ”

หญิงสาวถึงกับเลิกคิ้ว ลูกเรือบนเรือลำนี้ยังปกติดีอยู่ไหม หรือว่าจะเป็นนักสู้ยอดฝีมือเหมือนกันหมด มาถึงก็ไม่ได้ถามหาพี่ชายของเธอ ราวกับรู้อยู่แล้วว่าเขากำลังลงไปหาของสำคัญใต้ทะเลลึก

“ไม่ต้องระแวงผมขนาดนั้นหรอกครับคุณหลิน” พูดแค่นั้นเขาก็เดินกลับไปเพราะหลินอวี่เฉินกำลังจะขึ้นมาเหนือผิวน้ำแล้ว

“อย่าให้รู้นะว่าเป็นคนเดียวกัน จะสั่งพี่สืออีไปอัดอีกรอบเลย ฮึ่ม!”

“ฮุ่ยฮุ่ย” หลินอวี่เฉินเรียกน้องสาวในใจ แล้วก็กระโดดขึ้นมาบนเรือด้วยสภาพที่เสื้อผ้ายังแห้งอยู่ “ทำไมเธอไม่บอกพี่ล่ะว่ามันมีเรือหลายลำ” เขาถามอย่างตื่นเต้น

“อยากให้พี่แปลกใจไงคะ เป็นไงส่งเข้าไปในปานจื่อหมดแล้วใช่ไหม”

“เก็บหมดแล้วล่ะ” เขายื่นมือข้างที่มีปานจื่อไปแตะกับแหวนมิติของน้องสาว “ของฝากพวกนี้ ให้เธอรีบเอาไปปล่อยลงทะเลเดี๋ยวนี้เลยนะ”

“ได้ค่ะ” เธอส่งจิตเข้าไปดูของฝากของพี่ชาย แล้วก็ต้องยิ้มหวานส่งให้เขาเพราะมีสัตว์ทะเลเยอะมาก น่าจะกวาดรวดเดียวขึ้นมาหมดเลย เธอนำพวกมันไปปล่อยลงทะเล จากนั้นก็ถอนจิตออกมา “ตามเกาะต่างๆ ในมิติของฉัน มีหอยเป๋าฮื้อกับหอยนางรมเต็มไปหมดเลยพี่ใหญ่ อ้อ ยังมีหอยมุกด้วยนะตัวใหญ่ๆ ทั้งนั้น”

“น้ำทะเลในแหวนมิติมีคุณสมบัติพิเศษ เลี้ยงเอาไว้ในนั้นไม่แปลกหรอกที่จะโตเร็วและขยายพันธุ์เร็ว ว่าแต่เธอสนใจอยากจะขายไข่มุกเมโลกับมุกคอนช์บ้างไหม”

“มีคนฝากมาถามเหรอคะ”

“อืม ก็ช่างทำเครื่องประดับนั่นแหละ ลูกค้าของเขาตามหามุกสองอย่างนี้มานานแล้ว แต่ก็แทบไม่มีหวัง พอพี่เอามุกคอนช์ไปให้เขาทำเครื่องประดับให้ เขาก็เลยถามมาน่ะ”

“อยากได้เม็ดเล็กหรือใหญ่ล่ะคะ”

“เธอจะขายสินะ ถ้าเป็นมุกเมโลสีส้มคุณภาพดีก็อยากได้เม็ดใหญ่ขนาดห้าสิบกะรัตขึ้นไป ส่วนมุกคอนช์จะเอาไปทำเครื่องประดับเม็ดขนาดห้ากะรัต”

“ราคาไม่ถูกเลยนะคะพี่ใหญ่”

“เอาออกมาขายอย่างละเม็ดก็แล้วกัน จะได้ไม่แตกตื่น เดี๋ยวจะมีคนมาตามหาเธออีก”

“พี่ก็บอกว่าพี่เป็นคนเก็บมาจากเกาะไหนสักเกาะสิคะ”

“ได้ๆๆ พี่ใหญ่คนนี้จะออกหน้าให้เธอเอง”

“แหงสิ พี่เป็นพี่ใหญ่ของฉันนะ โน่นๆ เจออีกแล้วพี่ใหญ่” แม้จะคุยกันในใจ แต่เธอก็ยังอดจะชี้มือให้พี่ชายดูสมบัติใต้ทะเลอีกไม่ได้

“ห่างออกไปเกือบยี่สิบไมล์ทะเลเลยนะ เธอแน่ใจใช่ไหมฮุ่ยฮุ่ย”

“แน่ใจสิ นอกจากมีสมบัติก็ยังมีปลาจวดเหลืองด้วย ฝูงใหญ่เลย แต่ละตัวน้ำหนักแปดถึงสิบชั่งเลยนะพี่ใหญ่”

“เธอนี่นะ มิน่าล่ะลุงเสิ่นถึงได้จ้องเธอราวกับเห็นกองสมบัติ ที่แท้เขาก็มองออกแล้วนี่เอง”

“ขิงยิ่งแก่ยิ่งเผ็ด ช่างเถอะ ในอนาคตก็คงได้มากับลุงเสิ่นบ่อยๆ ต่างคนต่างได้ผลประโยชน์”

หลินอวี่เฉินหัวเราะเสียงแผ่ว มองน้องสาวอย่างภาคภูมิใจ “วันหลังถ้าได้ไปทำภารกิจที่ต่างประเทศ จะซื้อเรือประมงกลับมาให้เธอแล้วกันนะ เอาไปเก็บไว้ในทะเลในมิติของเธอ อยากจะขับเรือหาปลาหรือขับเล่นก็ฝึกฝนในมิติไปเลย”

ดวงตาของหลินฮุ่ยเป็นประกายทันที “พี่คิดได้ไงคะ ขอสองลำนะ เอาเรือประมงลำใหญ่ๆ กับเรือยอร์ช”

“ได้ เรื่องนี้ไม่มีปัญหา ถ้ามีเงินเยอะกว่านี้ซื้อเรือสำราญให้เธอยังได้เลยน้องรัก”

“ในอนาคตต้องมีสักลำแน่นอนพี่ใหญ่”

 

กลางดึกเรือของกัปตันเสิ่นก็มาจอดใกล้ๆ เกาะลับของหลินอวี่เฉิน สองพี่น้องนั่งเรือเร็ววนรอบๆ เกาะ ส่วนลูกเรือที่เหลือก็ง่วนอยู่กับการคัดแยกปลาราคาแพงที่เพิ่งยกอวนขึ้นมาได้

“พี่ใหญ่ปลิงทะเลกับเพรียงคอเต่าเยอะเลยค่ะ เก็บให้หมดเลย”

น้องสาวว่าอย่างไรเขาก็ว่าอย่างนั้น โบกมือเพียงครั้งปลิงทะเลกับเพรียงคอเต่าบริเวณนั้นก็หายวับเข้าไปในมิติของเขาแล้วจึงส่งต่อไปที่แหวนมิติของน้องสาว

หลินฮุ่ยยิ้มร่าอย่างชอบใจ ก่อนจะชี้ไปยังบริเวณท้ายเกาะ “ครั้งนี้ฉันจะลองเก็บเข้ามาในแหวนมิติเอง พี่ขับเรือไปตรงท้ายเกาะเลยค่ะพี่ใหญ่”

“ตรงนั้นมีอะไรเหรอฮุ่ยฮุ่ย”

“มีฝูงปลานกแก้วหัวโหนกค่ะ ฉันจะเอาตัวเล็กๆ ไปเลี้ยงในทะเลของฉันเพื่อให้พวกมันช่วยรักษาสมดุลของระบบนิเวศแนวปะการัง”

“นึกว่าพบเจอของล้ำค่าเสียอีก” แม้จะบ่นออกมาแต่ก็ยอมขับเรือเร็วไปท้ายเกาะตามที่น้องสาวต้องการ

“ก็ไม่ใช่ไม่มีนี่ แค่บอกว่าจะเอาลูกปลานกแก้วหัวโหนกไปเลี้ยงในทะเล แต่จุดนั้นก็มีปลามีปูยักษ์อยู่นะ”

“ได้ๆๆ ตามใจเธอทั้งหมดน้องรัก”

จากนั้นสองพี่น้องก็เก็บสัตว์ทะเลอีกหลายสิบชนิด แล้วก็นำเอาน้ำจากมิติที่มีคุณสมบัติพิเศษออกมาหลายสิบถัง แล้วก็เทลงไปตามจุดต่างๆ เพื่อช่วยให้สัตว์น้ำที่อยู่รอบๆ เกาะเติบโตได้เร็วขึ้น

“กลับขึ้นเรือใหญ่ได้หรือยังฮุ่ยฮุ่ย ทางนั้นน่าจะเอาปลาเข้าห้องเก็บปลาเสร็จแล้วนะ”

หลินฮุ่ยมองเข้าไปในป่า ดวงตาของเธอเต็มไปด้วยความหมายมาด “กลับก็กลับค่ะพี่ใหญ่ แต่ครั้งหน้าที่พี่มีเวลาหลายวัน พาฉันมาที่เกาะนี้อีกนะคะ จะได้สำรวจบนเกาะด้วย”

“ไม่เห็นจะมีอะไรนี่ นอกจากต้นไม้ใบหญ้าที่ขึ้นได้ตามเกาะก็ไม่มีอย่างอื่นแล้ว”

“ของพวกนี้ก็สำคัญไม่ใช่เหรอไงพี่ใหญ่ เกาะในมิติของฉัน นอกจากต้นมะพร้าวแล้ว ก็ยังไม่มีแม้แต่ต้นหญ้าสักต้นเลยนะ”

“ก็ได้ๆ ครั้งหน้าถ้ามีเวลาพักหลายวัน พี่จะพาเธอกลับมาที่นี่อีก”

“ดีค่ะ พวกเราก็กลับไปที่เรือดีกว่านะ”

 

เช้าวันต่อมา หลินอวี่เฉินก็พาน้องสาวเดินทางกลับค่ายจิ้นหนาน แต่พอขับรถเข้ามาด้านในค่ายเขาก็ต้องแปลกใจกับสถานการณ์ที่ไม่คุ้นชินนี้

“พวกเขามองเธอแปลกๆ นะ ช่วงก่อนหน้าได้ทำอะไรหรือเปล่าฮุ่ยฮุ่ย”

“จะทำอะไรได้ล่ะคะ นอกจากอยู่ที่บ้านแล้วก็ปลูกผักปลูกดอกไม้”

“น่าแปลกที่พวกเขาเอาแต่จับจ้องเธอ คงต้องเรียกเสี่ยวเย่มาถามให้รู้เรื่อง” น้องสาวของเขาก็ไม่ได้ไปไหน แล้วใครล่ะที่อยากจะหาเรื่องเธอ

“มีคนปล่อยข่าวลืออะไรหรือเปล่าคะพี่ใหญ่” หลินฮุ่ยเพียงปรายตามองคนที่ชี้มาที่เธอกับพี่ชาย แต่ก็ไม่ได้คิดจะใส่ใจเพราะสายตาและท่าทางแบบนี้เธอรับมือมาจนนับครั้งไม่ถ้วนแล้ว

“จะปล่อยข่าวเรื่องอะไรได้ล่ะ นอกจากพี่กับลูกน้องในหน่วยแล้ว เธอก็ไม่ได้ไปพูดคุยกับใครไม่ใช่เหรอ”

“ถ้าคนอยากจะปล่อย ก็มีเรื่องราวมากมายให้ปล่อยข่าวใส่ร้ายคนอื่นได้ทุกเรื่องนั่นแหละพี่ใหญ่ ฉันมั่นใจนะว่าฉันไม่เคยไปหาเรื่องใคร”

“เรื่องนี้พี่จะถามเสี่ยวเย่ ถ้าไม่ใช่เรื่องใหญ่ก็จะเรียกคนมาตักเตือน แต่ถ้าเรื่องมันใหญ่ก็คงต้องให้มาคุยกับเธอ แบบนี้ดีไหม”

“อืมๆ แล้วแต่พี่เลย ฉันไม่ค่อยใส่ใจเรื่องพวกนี้หรอก”

 

เสี่ยวเย่ยืนรอท่านรองหลินอยู่หน้าห้องทำงานตั้งแต่เช้าตรู่แล้ว พอเห็นเจ้านายเดินเข้ามาในสำนักงานก็รีบเดินไปหาด้วยความร้อนใจ

“ท่านรองแย่แล้วครับ” เขากระซิบเสียงเบาเพราะไม่อยากให้คนที่แอบฟังได้ยินสิ่งที่เขากำลังจะรายงาน

“มีอะไรก็เข้าไปคุยในห้อง” หลินอวี่เฉินว่าแล้วก็เดินนำเข้าไปในห้องทำงาน

เสี่ยวเย่ปิดประตูตามหลังทันที พอเจ้านายนั่งลงเรียบร้อยแล้วเขาก็พูดรายงานเสียงเบา “มีข่าวแพร่กระจายไปทั่วค่ายว่าฮุ่ยฮุ่ยชอบยั่วยวนผู้ชาย ทั้งยังคบผู้ชายพร้อมกันหลายคนครับรองหลิน”

“ใครเป็นคนปล่อยข่าว”

“เป็นข่าวจากนอกค่ายครับ แล้วพวกภรรยาทหารก็ไปได้ยินมา ถึงได้เอามาพูดกันปากต่อปาก เมื่อวานท่านรองพาฮุ่ยฮุ่ยออกไปนอกค่าย ผู้คนก็ยิ่งลือกันไปใหญ่ว่าท่านรองพาฮุ่ยฮุ่ยไปทำแท้งครับ”

ปากกาในมือของหลินอวี่เฉินหักครึ่งทันที “น้องสาวฉันมาอยู่ที่นี่แทบจะไม่ได้ออกจากบ้านพัก จะเอาเวลาที่ไหนไปยั่วยวนผู้ชาย คนคุ้มกันเธอก็มีเป็นร้อย จะฝ่าเข้าไปหาเธอได้ยังไง ฮึ่ม! ใครมันกล้าวางแผนกับน้องสาวฉัน!”

“นอกจากนี้ยังมีรูปภาพตอนที่ฮุ่ยฮุ่ยคุยกับผู้ชายหลายคนต่างสถานที่กันด้วยนะครับท่านรอง” ว่าแล้วเขาก็หยิบเอาซองเอกสารสีน้ำตาลออกมาวางลงบนโต๊ะทำงาน “ผมไปเก็บรวบรวมมาจนหมดแล้ว ต่อไปคิดว่าภาพพวกนี้คงไม่มีอีกแล้วครับ”

“ฮึ! ตราบใดที่ม้วนฟิล์มยังอยู่ในมือคนชั่ว จะล้างออกมากี่ชุดก็ทำได้ทั้งนั้นแหละ” เขาล้วงเอารูปภาพออกมา แล้วก็ยิ่งโมโหขึ้นไปอีกเมื่อผู้ชายในรูปก็คือจ้าวจื่อเฉิง โจวเจ๋อหย่วนและยังมีนักศึกษามหาวิทยาลัยปักกิ่งอีกหลายคน “อย่าให้ฉันรู้นะว่าเป็นใครที่กล้าแอบถ่ายน้องสาวฉัน”

“จะว่าไปแล้วฮุ่ยฮุ่ยก็เพิ่งมาอยู่ที่นี่ได้ไม่นาน เป็นไปได้ไหมว่าคนที่ลงมือกับฮุ่ยฮุ่ยจะเป็นคนจากปักกิ่ง”

“คนพวกนั้นถูกจับไปหมดแล้ว ยื่นมือมายุ่งถึงทางนี้ไม่ได้หรอก”

“แล้วจะเป็นใครกันที่ทำเรื่องนี้ขึ้นมา และก็เลือกช่วงที่ท่านรองกับฮุ่ยฮุ่ยไม่อยู่ในค่ายด้วย”

“ก็ต้องเป็นคนในค่ายนี้ ทั้งยังรู้ความเคลื่อนไหวของฉันกับน้องสาวตลอดเวลาน่ะสิ” นัยน์ตาของหลินอวี่เฉินดำมืดไร้ก้นบึ้งทันที

“ถ้าอย่างนั้น ผมก็พอจะคิดออกแล้วครับท่านรอง”

“ใคร!”

“เจียงซินครับ ผู้หญิงคนนี้ก็คือน้าของเจียงหนิง ตระกูลเจียงที่ล่มสลายไปเมื่อไม่นานมานี้ คิดว่าเจียงหนิงน่าจะเล่าอะไรให้เธอฟังแน่ๆ ครับ”

“คนพวกนี้สมแล้วที่เกิดร่วมตระกูลเดียวกัน ไม่มีเรื่องก็ก่อเรื่องขึ้นมา เป็นแค่สะใภ้แต่งเข้าบ้านคนอื่น ยังยื่นมือออกมาแก้แค้นให้บ้านเดิม”

“ท่านรองจะเอายังไงต่อครับ จะให้ผมไปตามเธอมาเพื่อสอบสวนไหมครับ”

“นายไม่ต้องทำอะไร ฉันจะลงมือเอง อะไรที่เธอวางแผนใส่ร้ายฮุ่ยฮุ่ย ฉันจะให้เธอได้พบเจอทุกเรื่องเอง”

ดวงตาของเสี่ยวเย่ถึงกับเต้นระริก “จะให้ผมเตรียมคนให้ไหมครับ”

“บอกแล้วไงว่านายไม่ต้องยุ่งเรื่องนี้ ส่วนคนน่ะ ก็เอาพวกที่เธอเกลือกกลั้วอยู่ด้วยนั่นแหละ”

“ผมจะคอยยุแยงเหล่าหลี่เองครับท่านรอง” เขายังคงกระซิบเสียงเบา แต่ดูก็รู้ว่าตื่นเต้นแค่ไหน

“ออกไปข้างนอกก่อน ตอนบ่ายยังมีฝึกที่เกาะแถวนี้อีกนะ”

“รับทราบ!”

 

ทางด้านของหลินฮุ่ยเมื่อรดน้ำพรวนดินต้นไม้และพืชผักรอบๆ ตัวบ้านเสร็จแล้ว เธอก็เข้าไปในแหวนมิติ ครั้งนี้ไม่ได้ไปตกปลาหรือหาอาหารทะเล เธอเลือกสะพายตะกร้าขึ้นเขาเพื่อเก็บเห็ดเพื่อจะเอามาทำน้ำแกงไก่ตุ๋นเห็ดโคน

“ว้าว! ใหญ่กว่าหน้าของฉันอีก แบบนี้แก่หรือยังนะ” พูดอยู่คนเดียวแล้วก็มองไปรอบๆ พอเห็นว่าเห็ดชนิดอื่นๆ ก็ดอกใหญ่ไม่แพ้เห็ดโคนเธอก็วางใจ “บ้านต้นไม้ก็มีแล้ว แต่ก็อยากจะให้พี่ใหญ่สร้างให้อีก แถวๆ เชิงเขานี่น่าจะดี สร้างเหมือนบ้านฮอบบิท พี่ใหญ่จะมีเวลาสร้างให้ไหมนะ”

“ฮุ่ยฮุ่ย เธออยู่ที่บ้านหรืออยู่ในมิติ”

แค่พูดถึงพี่ชายก็ติดต่อมาทันที “พี่ใหญ่ ฉันกำลังเก็บเห็ดป่าอยู่ในมิติค่ะ มีแต่ดอกใหญ่กว่าหน้าฉันทั้งนั้นเลยค่ะ” เธอบอกพี่ชายอย่างตื่นเต้น

“จะทำน้ำแกงไก่ตุ๋นเห็ดหรือ”

“อืมๆๆ กะว่าจะเก็บเยอะหน่อย จะเอาไปทำเห็ดผัดน้ำมันเก็บเอาไว้กินนานๆ ด้วย พี่เคยกินไหมคะพี่ใหญ่”

“เคยกินสิ อร่อยมากเลยนะ แต่ไม่ได้กินนานแล้ว ถ้าอย่างนั้นก็ทำเอาไว้มากหน่อย อ้อ เธอมีไก่แล้วเหรอ” เห็นน้องสาวไม่ได้คิดมากเรื่องข่าวลือเขาก็ค่อยเบาใจ

“ไก่ป่าบนเขาน่าจะมี แต่ถ้าพี่เลี้ยงเอาไว้ในมิติก็จัดการให้เรียบร้อยแล้วค่อยเอามาให้ฉันก็ได้”

“ถ้าอย่างนั้นพี่จะชำแหละไก่ดำด้วย ให้เธอเอาไว้ทำไก่ตุ๋นสมุนไพร เดี๋ยวจะจดสูตรให้”

“พี่จะให้ฉันใช้สมุนไพรวิเศษพวกนั้นมาทำไก๋ตุ๋นสมุนไพรใช่ไหมพี่ใหญ่ ดีเลย ฉันก็อยากจะลองชิมเหมือนกัน”

“อืม แล้วบนเขาของเธอมีอะไรบ้างล่ะ”

“มีเยอะแยะ นอกจากเห็ดที่ขึ้นเต็มไปหมดก็ยังมีพวกผักป่า ผลไม้ป่าแสนอร่อย น้ำผึ้งแล้วก็สัตว์ป่าเกือบทุกชนิดนั่นแหละ”

“มีงูไหม ระวังด้วยนะฮุ่ยฮุ่ย”

“มีสิ เมื่อกี้ก็เพิ่งเลื้อยผ่านไปตัวเท่าต้นขาพี่เลยพี่ใหญ่”

หลินอวี่เฉินถึงกับตาเหลือก “อะไรนะ! ตัวเท่าต้นขา เธอไม่กลัวว่ามันจะเขมือบเธอเหรอฮุ่ยฮุ่ย รีบลงเขาเลย ไม่ต้องเก็บแล้วเห็ดน่ะ”

“ฮ่าๆๆ พี่ใหญ่ พี่ไม่รู้อะไร มันมาทักทายแล้วยังผงกหัวให้ฉันด้วยนะ แล้วก็มาคลอเคลียราวกับลูกหมาตัวน้อยด้วย ฉันก็เลยบอกว่าไปเถอะ ฉันกำลังยุ่งอยู่ วันหลังจะมาเล่นด้วย”

“ยังจะกลับไปเล่นกับมันอีกเหรอ เธอนี่! ไม่กลัวอะไรเลยนะ!” เขาตะโกนก้องอยู่ในใจ ส่วนมือก็เซ็นเอกสารไปด้วย

“พี่ไม่รู้อะไร ทุกสิ่งทุกอย่างในมิติล้วนเชื่อฟังฉันทั้งนั้น บางครั้งจะเอามากินยังนึกสงสารเลยนะ”

“เฮ้อ! เธอนี่นะ ถ้าไม่เอามากิน สัตว์พวกนั้นก็จะขยายพันธุ์จนล้นมิติอยู่ดี”

มือของหลินฮุ่ยชะงักไป เห็นด้วยกับคำพูดของพี่ชาย “ถ้าอย่างนั้นพี่ก็เข้ามาเก็บเกี่ยวเพื่อลดจำนวนพวกมันสิพี่ใหญ่ จริงด้วย! ฉันมีอะไรจะให้พี่ช่วยสร้างด้วยล่ะ”

“เธอจะให้พี่สร้างอะไรอีกล่ะ”

“บ้านฮอบบิทน่ะสิ พี่รู้จักหรือเปล่า”

“บ้านใต้ดินที่มีหลังคาเป็นเนินดินแล้วปลูกหญ้ากับดอกไม้น่ะเหรอฮุ่ยฮุ่ย”

“ใช่ๆๆ นั่นแหละพี่ใหญ่ วันก่อนฉันดูจากหนังของต่างประเทศมา เห็นว่ามันน่ารักดีก็เลยอยากได้สักหลัง”

“ได้ๆๆ เดี๋ยวจะเข้าไปสร้างให้ แต่พี่ต้องไปดูหนังเรื่องนั้นด้วยนะถึงจะสร้างออกมาได้ถูกใจเธอ”

“ไม่มีปัญหา เป็นหนังต่างประเทศที่ฉันโหลดมาจากอินเทอร์เน็ตน่ะ”

“ไม่คิดเลยว่าบนวิลล่าของเธอจะมีเทคโนโลยีล้ำสมัยขนาดนี้ วันไหนว่างๆ คงต้องเข้าไปนอนค้างในนั้นแล้วล่ะ”

“ดีเลย! ฉันจะได้มีเพื่อนดูหนัง อ้อ พวกความรู้หรืองานวิจัยต่างๆ ในชั้นใต้ดินพี่ก็ไปดูได้เลยนะ อยากได้อะไรก็หยิบเอาไปได้เลย”

แววตาของผู้พันหนุ่มที่กำลังจ้องแฟ้มเอกสารเต็มไปด้วยความอ่อนโยน “ก็ต้องดูท่าทีของพวกที่อยู่ข้างบนด้วย ประเคนให้ทุกอย่างสบายเกินไป ก็จะไม่เห็นความสำคัญ”

“พี่ก็ฉลาดเหมือนกันนี่!”