LNCrawler

เจียงซิน

พลิกชะตาลูกสาวสลับตัว ในยุค 90 — novel.dek d.com · All chapters

เจียงซิน

หลินอวี่เฉินพูดคุยกับหลินฮุ่ยต่ออีกราวครึ่งชั่วโมง เขาก็ตัดการเชื่อมต่อกับเธอ จากนั้นก็ตั้งใจทำงานกระทั่งเที่ยงก็ขับรถออกไปนอกค่าย ตอนบ่ายก็ขับรถกลับเข้ามาแล้วพาทหารใหม่ออกไปฝึกโหดที่เกาะ

เสี่ยวเย่ที่เป็นผู้ช่วยก็รีบเข้ามากระซิบถามเสียงแผ่ว “ท่านรองหลิน เรียบร้อยไหมครับ”

“เดี๋ยวนายก็จะได้รู้เองนั่นแหละเสี่ยวเย่”

“ผมจะคอยประกบเหล่าหลี่ไม่ให้ห่างตัวเลยครับท่านรอง” พูดได้เท่านั้นแล้วเขาก็ไม่ได้พูดอะไรอีก

กระทั่งเย็น หลินอวี่เฉินก็ขับรถจี๊ปกลับบ้านพักทหารของเขา พอเปิดประตูเข้าบ้านมาได้ก็เห็นว่าน้องสาวกำลังเก็บองุ่นไร้เมล็ดพวงใหญ่ เขาจึงได้เดินไปช่วยเธอด้วยการใช้พลังเพียงเล็กน้อยตัดขั้วภายในฉับเดียว

“พี่ใหญ่ กลับมาคนเดียวเหรอคะ ไม่เห็นพี่เย่กับคนอื่นๆ เลยหรือว่าพี่มอบหมายภารกิจให้พวกเขาไปทำกันหมดแล้ว”

“เดี๋ยวก็มา วันนี้ทำอะไรกินบ้างล่ะน้องรัก” เขาถือตะกร้าผลไม้ขนาดเล็กเข้าไปในบ้าน ก่อนจะวางมันเอาไว้ที่โต๊ะกินข้าว

หลินฮุ่ยยื่นมือไปฉวยตะกร้ามา เธอจะเอาองุ่นไปล้างก่อน “ก็มีไก่ป่าตุ๋นเห็ด ผัดรวมเห็ดป่า ยำเห็ดป่าแล้วก็ไก่ป่าแช่เหล้า อ้อ ยังมีเหล้าไป๋จิ่วสูตรที่ทำจากข้าวธรรมดาแต่ใช้น้ำในมิติด้วยค่ะ พี่เสี่ยวเย่กับพี่ๆ ที่เหลือจะได้กินดื่มอย่างสบายใจ”

“แล้วทำเอาไว้เยอะไหม” เขาเดินตามน้องสาวไปที่ห้องครัว แล้วก็ฉวยเอาตะกร้าองุ่นไปล้างแทนอย่างกระตือรือร้น

“ฉันเคยทำน้อยเมื่อไหร่กัน ฮึ!”

“ดีเลยฮุ่ยฮุ่ย งั้นพวกเราก็ตั้งโต๊ะกันที่ลานหน้าบ้านดีกว่านะ”

“กำลังจะมีเรื่องดีๆ เหรอคะ” หญิงสาวหรี่ตามองพี่ชายอย่างพิจารณา “หรือว่าจะเกี่ยวกับข่าวลือของฉัน พี่รู้ตัวคนปล่อยข่าวแล้วใช่ไหม”

มือที่กำลังล้างองุ่นอยู่ถึงกับชะงัก ก่อนจะหัวเราะร่วนออกมา “เป็นเจียงซินน่ะ ภรรยาของผู้กองหลี่”

“น้าเล็กของเจียงหนิงเหรอคะ ผู้หญิงคนนี้ก็ไม่ใช่คนดีอะไร วันๆ เธอเอาแต่บ่นให้ลูกกับสามี ส่วนตัวเองก็เอาแต่แต่งตัวสวย งานบ้านไม่ทำสักอย่าง แถมยังปากดีพูดให้ฉันเสียๆ หายๆ ด้วย”

“เธอรู้ตั้งนานแล้วเหรอว่าเป็นเจียงซิน”

“เอ๋ ก็ไม่ใช่เรื่องที่เดายากนี่คะ” แม้พี่ใหญ่ไม่เล่าให้ฟังเธอ หูของเธอก็ยังได้ยินอยู่ดีเพียงตั้งใจส่งสัมผัสออกไปอยากรู้อะไรก็ได้รู้ แม้แต่เรื่องที่ไม่อยากรู้ก็ยังได้ยินเลย

“น่าจะแค้นแทนคนตระกูลเจียงน่ะ”

“ต้องเป็นเจียงหนิงคนนั้นแน่ๆ ที่บอกเรื่องนี้กับเธอ ไม่อย่างนั้นก็คงไม่รู้อะไรหรอก”

เห็นท่าทีของน้องสาวแล้ว เขาก็นำเอาซองเอกสารสีน้ำตาลออกมา “ยังมือยาวยื่นไปถึงปักกิ่งด้วยนะ ดูสิฮุ่ยฮุ่ย”

“โอ้! เข้าไปถ่ายถึงมหาวิทยาลัยเลยเหรอ มีความสามารถจริงๆ ด้วย” มุมปากของเธอยกขึ้นเป็นรอยยิ้มเย้ยหยัน “แบบนี้ต้องตอบแทนให้สมกับที่เธอเอาใจใส่ฉันนะคะพี่ใหญ่”

“ไม่ต้องห่วงหรอก สิ่งไหนที่ควรได้รับ เจียงซินจะได้รับอย่างไม่ขาดตกบกพร่องแน่นอน”

“ฉันจะเพิ่มอาหารอีกสักห้าอย่าง พี่ก็เอาอาหารพวกนี้ไปจัดขึ้นโต๊ะที่ลานบ้านได้เลยนะพี่ใหญ่” เธอยื่นมือออกไปแตะปานจื่อของพี่ชาย ถ่ายโอนอาหารมากมายเข้าไปแล้วก็ชักมือกลับ ก่อนจะวิ่งไปที่ห้องครัวอีกครั้ง

หลินอวี่เฉินได้แต่หัวเราะเสียงดังอย่างมีความสุข แล้วเขาก็นำเอาโต๊ะออกมา จัดวางอาหารมากมายบนโต๊ะอย่างเบิกบานใจ

 

ราวๆ สองทุ่ม เสียงกรีดร้องของผู้หญิงก็ดังมาจากกำแพงค่าย ทำให้เหล่าทหารมากมายต่างก็กรูออกจากที่พัก

“กำแพงด้านนอก รีบออกไปดูเร็ว!”

หลินฮุ่ยยกยิ้มมุมปากอย่างสมใจ เธอมองไปยังกำแพงค่าย จุดที่มีเสียงกรีดร้องของผู้หญิง “ล่อนจ้อนเลยพี่ใหญ่ แถมยังมีผู้ชายให้โอบกอดซ้ายขวาอีกด้วย”

“เสี่ยวเย่น่าจะตามประกบหลี่เทาแล้วล่ะ เธอคอยเงี่ยหูฟังให้ดีล่ะ”

“มีเรื่องสนุกแบบนี้ไม่มีทางพลาดแน่นอนค่ะ”

ทางฟากฝั่งของเสี่ยวเย่ที่เตรียมตัวรอท่าอยู่แล้ว ก็รีบขับรถจี๊ปออกมาประจวบกับเหล่าหลี่ที่กำลังตามหาเมียรักอยู่วิ่งมา เขาก็เรียกอีกฝ่ายขึ้นรถอย่างเร็วรี่

“เหล่าเย่ ถ้าไม่ได้นายฉันคงทำอะไรไม่ถูกแล้ว เฮ้อ อาซินก็ไม่รู้ไปอยู่ไหน ไม่แน่ว่าจะไปที่ตระกูลเจียงหรือเปล่า แต่ฉันก็ไม่อยากจะตามไปที่นั่นเลย”

“ไม่ต้องคิดมากหรอกน่า ไม่แน่นะ อาจจะอยู่แถวๆ กำแพงที่ได้ยินเสียงผู้หญิงเมื่อกี้ก็ได้ พวกเราไปดูตรงนั้นก่อนนะเหล่าหลี่”

“ได้! ไม่ว่าจะเป็นใครพวกเราก็ต้องรีบไปช่วย”

เสี่ยวเย่เหยียบคันเร่งจมมิด ออกจากค่ายมาได้ก็รีบบึ่งไปยังจุดที่ได้ยินเสียงเมื่อครู่ทันที ไม่นานก็มาถึงจุดเกิดเหตุ

“โอ้! มันเรื่องอะไรกันนี่ ทำไมคนมุงดูเยอะขนาดนั้น เหล่าหลี่นายรีบลงไปดูก่อนเลย ฉันจะหาที่จอดรถก่อน”

“ได้” หลี่เทารีบกระโดดลงจากรถจี๊ปแล้วก็เดินแกมวิ่งไปยังจุดที่มีชาวบ้านมุงดูจนแทบจะเบียดตัวเข้าไปไม่ได้ แต่ภาพที่เขาเห็นนั้นกลับทำให้เขาแทบจะล้มทั้งยืน “อะ อาซิน ทำไมเธอถึงมาอยู่ที่นี่”

เสี่ยวเย่จอดรถได้ก็รีบวิ่งมาทันที เขารีบเข้าไปช่วยพยุงตัวของเหล่าหลี่ “นะ นี่มันเกิดอะไรขึ้น ทำไมพี่สะใภ้ถึงมาอยู่ที่นี่ได้ล่ะ อย่ามองๆ ถอยออกไปให้หมด!”

ชาวบ้านที่เห็นทหารมาแล้ว ก็รีบแยกย้ายกันไปคนละทิศคนละทาง แต่ก็ยังไม่วายพูดว่าพวกเขาจำได้แล้ว ผู้หญิงคนนี้ก็คือภรรยาของทหารในค่ายจิ้นหนาน แถมยังมียศถึงระดับผู้กองอีกด้วย จากนั้นก็มีคำพูดดูถูกมากมายออกมาไม่ขาดสาย

“เหล่าหลี่ นายอย่าเสียใจไปเลยนะ พี่สะใภ้คงถูกคนชั่วสองคนหลอกมาแน่ๆ”

“หลี่เทา ช่วยฉันด้วย! ฉันตื่นขึ้นมาก็มาอยู่ที่นี่แล้ว มันไม่ได้เกิดอะไรขึ้น นายต้องเชื่อฉันนะ!” เจียงซินที่คว้าผ้ามาพันตัวได้ก็รีบคลานเข้ามากอดขาสามีเอาไว้

“ซินซิน เธอพูดอะไร! พูดให้ชัดๆ ใครหลอกใครกันแน่ เป็นเธอนั่นแหละที่ชวนพวกเราออกมาดื่มที่สโมสร จากนั้นพอเมาก็เป็นฝ่ายเริ่มก่อน” ชายร่างผอมดูปราดเดียวก็รู้ว่าเป็นลิ่วล้อของพวกอันธพาลเอ่ยออกมาอย่างเกรี้ยวกราด

เสี่ยวเย่ก็พร้อมจะสุมไฟเช่นกัน เขายื่นหน้าไปกระซิบข้างหูของหลี่เทาเสียงเบา “เรื่องนี้ยากจะพูดได้นะว่าใครเป็นฝ่ายเริ่มก่อน นายดูสิเหล่าหลี่ ตามตัวของพวกเขาทั้งสามคนล้วนมีรอยจ้ำเต็มไปหมดเลย ไอ้ผู้ชายคนนั้นมันยังกล้าเรียกพี่สะใภ้ว่าซินซินอีกนะ”

หลี่เทากำหมัดกัดฟันกรอด มองภรรยาที่แต่งงานและอยู่กินกันมาหลายปี “ฉันไม่สนหรอกว่าใครจะเริ่มก่อน หรือใครไม่ได้ทำ แต่ฉันจะหย่ากับเธอเจียงซิน”

“ไม่นะ! นายจะทำกับฉันแบบนี้ไม่ได้นะหลี่เทา ฉันเป็นเมียนายนะ”

“นอกจากเป็นเมียฉันแล้ว เธอก็ยังเป็นเมียพวกมันสองคนด้วย ฉันขอพูดตรงๆ นะ ฉันรังเกียจ!” เขาเอ่ยลอดไรฟันออกมา ก่อนจะหยิบเอาวิทยุขึ้นมารายงานสถานการณ์

ไม่นานรถจี๊ปอีกหลายคันก็มาจอดเรียงกันอยู่ข้างกำแพงค่าย หลี่เทาสั่งการลูกน้องใต้บังคัญบัญชาทันที “คุมตัวเจียงซินกับพวกไปสอบสวน”

“รับทราบ!”

ทุกอย่างดำเนินการอย่างรวดเร็ว หลี่เทาก็ขึ้นรถจี๊ปไปกับลูกน้อง เสี่ยวเย่ยืนมองท้ายรถของพวกเขาที่แล่นกลับค่าย “ก็ไม่ใช่ครั้งแรกเสียหน่อย เหล่าหลี่ก็จะได้เป็นอิสระจากเธอเสียที ทำท่าทางแบบนั้นใครรังแกเธอกัน”

 

หลินฮุ่ยที่เห็นว่าไม่มีอะไรน่าสนใจแล้วก็หยิบเอานิยายขึ้นมาเขียน ส่วนหลินอวี่เฉินก็อ่านต้นฉบับครึ่งแรกที่น้องสาวเขียนเสร็จไปแล้ว

“เจิ้งเส้าฉินคนนี้ น่าจะเพิ่มเข้าไปเป็นตัวละครลับ ที่บงการตาแก่แซ่ฉางนะฮุ่ยฮุ่ย”

มือของหลินฮุ่ยถึงกับชะงัก ดวงตาเริ่มเปล่งประกาย “เนื้อหาก็จะสมบูรณ์มากยิ่งขึ้นใช่ไหมคะพี่ใหญ่”

“อืม แต่ก็ดีนะที่เธอเขียนแค่ว่าพวกเขาเป็นตระกูลนักสู้เก่า ไม่ได้เหนือจินตนาการจนเกินไป คนอ่านพอจะรับไหว”

“แนวเทพเซียนหรือมีระบบกับมิติอะไรพวกนี้ คงจะอีกหลายสิบปีถึงจะมีเขียนออกมาค่ะ เดี๋ยวฉันจะแก้ไขเนื้อหาบางจุดให้เขามีบทบาทแต่ยังไม่เปิดเผยตัว”

หลินอวี่เฉินพยักหน้าน้อยๆ ก่อนจะยิ้มกับชื่อตัวละคร น้องสาวของเขาก็ช่างตั้งชื่อจริงๆ แม้ไม่ได้ใส่ชื่อจริงแต่ความหมายของชื่อก็หมายถึงคนๆ นั้น “สมกับที่จบเอกภาษาจีนนะฮุ่ยฮุ่ย”

“ฉันจะถือว่าเป็นคำชมนะ หึหึ”

 

แต่ใครจะคิดล่ะว่า ในตอนเช้าของวันต่อมา หลินอวี่เฉินที่เพิ่งจะออกจากมิติของน้องสาวเพื่อจะไปทำงาน ก็ได้พบกับเจียงซินและผู้กองหลี่

“ท่านรองหลิน ผมพาเจียงซินมาขอโทษฮุ่ยฮุ่ยครับ” หลี่เทาเอ่ยออกมาอย่างรู้สึกผิด ไม่คิดว่าข่าวลือเสียหายที่กำลังเป็นที่พูดถึงในค่าย จะเป็นฝีมือของผู้หญิงที่เคยเป็นภรรยาของเขา

“แค่เขียนรายงานสำนึกผิดก็พอแล้ว ไม่ต้องมาหาถึงหน้าประตูบ้านแบบนี้หรอก คนอื่นไม่รู้จะคิดว่าผมกับน้องสาวรังแกพวกคุณ”

“หรือไม่ใช่ล่ะ เรื่องที่ฉันพบเจอเมื่อคืน ถ้าไม่ใช่ฝีมือคุณกับน้องสาวแล้วจะเป็นฝีมือใคร!” เจียงซินตะโกนก้อง แม้บ้านพักของหลินอวี่เฉินจะตั้งอยู่ห่างออกมา แต่ตะโกนขนาดนี้ประตูบ้านพักหลังอื่นๆ ก็เปิดแง้มออกมาดูเรื่องสนุกกันแล้ว

“เธอ! หุบปากไปเลย!” หลี่เทาหน้าดำหน้าแดง เขาอยากจะตบหญิงแพศยาคนนี้เหลือเกิน แต่เขาไม่ได้มีนิสัยรังแกผู้หญิงจึงต้องอดกลั้นเอาไว้

“แกมันไม่มีความสามารถ ปกป้องเมียของตัวเองก็ไม่ได้ พอมีปัญหาก็ทำตัวเป็นผู้บริสุทธิ์ คิดจะสลัดฉันทิ้งอย่างนั้นเหรอ ไม่มีทางหรอก เรื่องหย่านี้ยังไงฉันก็ไม่ยอมเด็ดขาด!”

“ฉันเขียนรายงานส่งขึ้นไปแล้ว อีกไม่นานก็จะได้รับการอนุมัติ”

หลินอวี่เฉินมองสองผัวเมียที่ยืนเถียงกันอย่างไม่มีใครยอมใคร ก็ได้แต่ส่ายหน้าอย่างระอา “ทางที่ดีก็กลับไปเขียนรายงานสำนึกผิดมาด้วย เอาล่ะ ไม่มีอะไรแล้ว หลีกทางด้วย ฉันจะไปทำงาน”

“ห้ามไป! รองหลิน คุณกับน้องสาวต้องรับผิดชอบสิ่งที่เกิดขึ้นกับฉันนะ!”

“ผมเหรอ ต้องรับผิดชอบเรื่องอะไรล่ะ เป็นคุณหรือเปล่าที่ต้องรับผิดชอบกับสิ่งที่ทำลงไป” ว่าแล้วเขาก็ส่งสายตาไปตำหนิหลี่เทา ถ้าไม่ใช้เส้นสายของเขา เจียงซินจะมีปัญหามาเดินเล่นแล้วมีโอกาสด่าเขาปาวๆ อยู่หรือ

หลี่เทารีบจับแขนเจียงซินเอาไว้ พร้อมกับเอ่ยลอดไรฟันเสียงเข้ม “ขอโทษท่านรองหลินเดี๋ยวนี้!”

“ไม่มีทาง! คราวตระกูลเจียงก็ทีหนึ่งแล้ว คราวนี้ยังเป็นฉัน พวกคุณสองพี่น้องไม่คิดจะเหลือทางรอดให้พวกเราเลยใช่ไหม!”

“อ้อ เรื่องตระกูลเจียงมันเกี่ยวอะไรกับผม แล้วเรื่องที่คุณออกไปมั่วผู้ชายจนไม่รู้ว่าในท้องจะมีลูกหรือยังมันเกี่ยวอะไรกับผมและน้องสาวของผม เป็นคุณและคนตระกูลเจียงที่ทำตัวเองทั้งนั้น ผู้กองหลี่ถ้านายควบคุมเมียของนายไม่ได้ ฉันก็ไม่เกรงใจที่จะเตะนายกับเมียออกไปให้พ้นหน้าฉันหรอกนะ”

หลี่เทามองผู้พันหลินอย่างอับจนหนทาง แต่โทสะนี้เขาไม่กล้ารับเอาไว้จริงๆ “ผมจะพาเธอออกไปเดี๋ยวนี้ครับท่านรองหลิน” พูดจบก็ลากเจียงซินออกไป

มุมปากของหลินอวี่เฉินกระตุก แสดงละครให้ใครดูกัน ทั้งผัวทั้งเมียไม่มีใครดีสักคน “นายจะแอบดูเรื่องสนุกอีกนานไหมเสี่ยวเย่”

“ผมเพิ่งมาถึงเองนะครับรองหลิน ว่าไปแล้วผู้หญิงคนนี้ปากแข็งจริงๆ นะครับ ไม่ว่าจะเป็นผลตรวจร่างกายหรือแม้แต่คำให้การของผู้ชายอีกสองคน ไม่มีใครบังคับให้พวกเขามีอะไรกันเสียหน่อย” เสี่ยวเย่พูดเสียงไม่เบาเลย ยิ่งพูดเสียงก็ยิ่งดังขึ้นเรื่อยๆ

ประตูบ้านพักทหารแต่ละบานสั่นระริก ไม่นานก็มีคนพูดกันปากต่อปาก ในที่สุดเรื่องโสมมของเจียงซินก็ถูกพูดถึงกันทุกบ้าน

 

หลินฮุ่ยออกจากมิติตอนเที่ยง ก็เห็นว่าพี่ชายกลับมากินข้าวที่บ้าน เธอจึงเดินไปนั่งข้างๆ เขา “เป็นยังไงบ้างพี่ใหญ่ ผู้หญิงคนนั้นสงบปากหรือยัง”

“อืม ถูกจับเข้าคุกไปแล้วไม่สงบได้เหรอ ฮึ! ผู้กองหลี่คนนี้คิดไม่ถึงเลยว่าเขาจะร้ายลึก”

“คนเราทุกคนก็มีความเห็นแก่ตัวอยู่แล้วไม่ใช่เหรอคะ”

“เธอไม่คิดเหรอว่าเรื่องการวางแผนเขาก็รู้เหมือนกัน เพียงแต่ให้เจียงซินออกหน้า ส่วนเขาก็คอยอำนวยความสะดวกให้”

“แบบนี้ก็ไม่ใช่แค่ความแค้นส่วนตัวแล้วสิคะพี่ใหญ่ แล้วใครกันที่จ้างพวกเขาสองคน”

“เธอลองเดาดูสิ”

“พี่ใหญ่ของฟางฟางหรือเปล่า”

มุมปากของหลินอวี่เฉินยกขึ้นอย่างพอใจ “เธอนี่นะ ยังต้องเรียกว่าการเดาได้หรือเปล่าเนี่ย”

“ทำไมเขาต้องทำเรื่องนี้ด้วยคะพี่ใหญ่”

“ก็อย่างที่เธอรู้ก่อนหน้า โจวเฟิงก็คือหมากตัวสำคัญที่คนตระกูลโจวเหลือเอาไว้เพื่อให้เขาออกหน้าทำเรื่องในที่แจ้ง และพวกเขาก็รู้ว่าเธอเรียนจบแล้วจะต้องมาอยู่ที่ภาคใต้ ก็เลยจงใจให้เขาลงมาทำงานทางนี้”

“เขากลัวว่าจะตายช้าไปหรือคะ ถึงได้ยื่นมือยื่นเท้ามาแส่เรื่องของพวกเรา”

“น่าจะหาคนหนุนหลังได้แล้ว ก็เลยมีความกล้าและทะเยอทะยานน่ะสิ”

หลินฮุ่ยเริ่มกระตือรือร้นอีกครั้ง แม้ว่าอีกฝ่ายจะเป็นพี่ชายของโจวฟางก็ตามเพราะคนที่คิดร้ายกับเธอ หมายถึงว่าพวกเขาจะลงมือซ้ำๆ จนต้อนเธอให้ตายในที่สุด

“งั้นพวกเราสองพี่น้องร่วมแรงกัน จัดการทั้งโจวเฟิงและคนที่หนุนหลังเขาให้พังราบเป็นหน้ากลองดีไหมพี่ใหญ่”

“ฮ่าๆๆ เธอนี่นะ ไม่เลี้ยงไว้ดูเล่นสักหน่อยหรือไง”

“อ้าว เห็นเล่าให้ฟัง ฉันก็นึกว่าพี่รีบเสียอีก ถ้าพี่ไม่รีบฉันก็ไม่รีบค่ะ” พูดพลางก็นำเอาข้าวหน้าหมูตุ๋นออกมาจากมิติอีกสองชาม แล้วเลื่อนไปตรงหน้าพี่ชาย

หลินอวี่เฉินมองข้าวสองชามแล้วก็ตาวาว “อืม เรื่องที่เขาทำมันยังเล็กไปหน่อย รอต่อไปจะได้เห็นว่าเขาทำเรื่องให้ใหญ่ได้มากแค่ไหน”

ดวงตาของหลินฮุ่ยเปล่งประกาย “อยากเห็นฝีมือเขาตอนนี้เลยค่ะ”