LNCrawler

แค่มาหอมแก้ม

พลิกชะตาลูกสาวสลับตัว ในยุค 90 — novel.dek d.com · All chapters

แค่มาหอมแก้ม

วางสายจากโจวฟางแล้วหลินฮุ่ยก็ได้แต่มองหน้าพี่ชายที่เดินกลับมายิ้มๆ จากเศร้าอยู่ดีๆ พอสหายรักโทรมาก็ต้องเปลี่ยนอารมณ์อย่างไม่ค่อยเต็มใจ

“สิ้นเดือนนี้ก็น่าจะเริ่มได้แล้วนะคะพี่ใหญ่”

“เรื่องอะไรล่ะ ลงทุนในตลาดหุ้นเหรอ” เขาวางสมุดภาพลงบนโต๊ะแล้วก็ยกชาขึ้นดื่มต่อ “เธอจะไปที่นั่นเองหรือว่าจะลงทุนผ่านตัวแทน”

หลินฮุ่ยถึงกับเลิกคิ้วมองพี่ชายอย่างสนใจ “พี่รู้จักคนที่ฉันพอจะวางใจได้เหรอ”

“อืม เธอตั้งตัวได้จากการซื้อขายหุ้นในตลาดหลักทรัพย์นี่แหละ แล้วก็เป็นลูกน้องของพี่ด้วย”

“ผู้หญิงหรือคะ ลูกน้องของพี่ที่แฝงตัวอยู่ภาคใต้นี่มีกี่คนกันล่ะเนี่ย” หญิงสาวรีบรินชาใส่ถ้วยให้พี่ชายเพื่อเอาใจเขา

ชายหนุ่มยิ้มน้อยๆ มองน้องสาวอย่างเอ็นดู “ก็ไม่เยอะเท่าไหร่หรอก ไม่ถึงพันคนด้วยซ้ำ ถ้าเยอะกว่านี้ดูแลไม่ไหวจริงๆ” เห็นว่าเธอตาโตแต่ไม่พูดอะไร เขาจึงได้พูดต่อ “คนที่พี่อยากให้เธอติดต่อรหัสสือลิ่ว ตอนนี้ให้ติดตามความเคลื่อนไหวโจวเฟิงอยู่ ถ้าเธอต้องการตัวจะเรียกมาให้เธอก็ได้”

“สือลิ่ว นี่เป็นถึงระดับหัวหน้าหน่วยเลยไม่ใช่เหรอคะพี่ใหญ่”

“อืม ว่าไงให้พี่เรียกมาช่วยงานเธอดีไหม”

หญิงสาวนิ่งไปอึดใจ ก่อนจะตัดสินใจได้ “เธออยู่ที่ไหนคะพี่ใหญ่”

“กวางตุ้งนี่แหละ แต่ห่างจากค่ายจิ้นหนานอยู่สักหน่อย”

“แล้วถ้าฉันให้เธอมาช่วย จะมีคนทำงานแทนสือลิ่วไหมคะ”

“มีสิ นอกจากสือลิ่วแล้วในบ้านของเธอก็มีพ่อกับแม่ของเธอที่ทำงานให้พี่”

หลินฮุ่ยตาโตอีกครั้ง “อย่าบอกนะว่า พวกเขาเป็นลูกน้องของพี่กันทั้งบ้าน”

“สามคนเอง ส่วนคนที่เหลืออีกสิบกว่าคนก็ทำงานในโรงงานหรือไม่ก็ไปทำงานที่ท่าเรือ” ว่าแล้วก็นำเอาหยกเหอเถียนออกมาหนึ่งก้อน “นอกจากหุ้นแล้ว ทางนี้ก็มีหยกดิบด้วยนะฮุ่ยฮุ่ย เธอสนใจไหม”

คราวนี้หญิงสาวถึงกับกระพริบตาปริบๆ “พี่ใหญ่ พี่อยากจะให้ฉันหาเงินก้อนใหญ่ มาลงทุนในตลาดหุ้นเหรอคะ”

“โจวฟางยังลงทุนไปตั้งแปดหมื่นหยวน แล้วเธอจะลงทุนน้อยกว่าได้ยังไง”

หญิงสาวกอดแขนพี่ชายอย่างออดอ้อน “พี่ใหญ่ พี่ดีที่สุด แต่เรื่องนี้ไม่ต้องพึ่งการผ่าหินหยกดิบหรอกนะ แค่เงินในบัญชีของฉันก็ถอนออกมาได้ถึงหนึ่งแสนห้าหมื่นหยวนแล้ว และยังเหลือสำรองอีกก้อนด้วยนะ”

“ก็ได้ เอาไว้ถ้าเธออยากไปเที่ยวเหมืองหยก ถ้ามีเวลาว่างพี่จะพาไปสักครั้ง”

“เหมืองหยกไกลไปค่ะ เอาแค่ตลาดซื้อขายในประเทศของเราก็พอ”

“เธอนี่นะ ตอนนี้ไม่อยากร่ำรวยแล้วเหรอ”

หลินฮุ่ยหัวเราะแผ่วเบา มือของเธอแตะจี้ไข่มุกคอนช์ “ก็อยากอยู่หรอกค่ะ แต่ตอนนี้ยังไม่มีห้องจะเก็บสมบัติเลย อีกอย่างสมบัติล้ำค่าในมิติของฉันก็มีตั้งมากมาย และก็ไม่แน่ว่าใต้ภูเขามากมายในนั้นจะซ่อนแร่อะไรเอาไว้บ้าง”

คราวนี้เป็นหลินอวี่เฉินที่ตาเป็นประกายขึ้นมาบ้าง “พอดีเลย ต้องไปสร้างบ้านฮอบบิทให้เธอ ถือโอกาสสำรวจใต้ภูเขาไปด้วยดีกว่า”

“พี่ไม่ต้องให้ฉันช่วยหานะคะ เพราะฉันเคยใช้ดวงตาสแกนดูแล้ว แต่ก็ไม่เห็นอะไรเลย”

“ไม่เห็นจริงๆ เหรอ ว้า! คงต้องใช้ของวิเศษให้ช่วยหาแล้วล่ะ”

หญิงสาวหยิบสมุดภาพแล้วก็ลุกขึ้น “ฉันจะไปเขียนนิยาย พี่จะเข้าไปสร้างบ้านฮอบบิทให้ฉันตอนนี้เลยไหม”

“ยัง เธอไปเขียนนิยายเถอะ” ว่าแล้วก็ลุกขึ้นเหมือนกัน แต่ไม่ได้เดินไปที่ห้องพักกลับเดินไปที่ลานหน้าบ้านแทน สายตาที่มองมุมหนึ่งของกำแพงบ้านเต็มไปด้วยความรำคาญ “ตราประทับน้องสาวฉันไม่ได้ปะทุ นายเสนอหน้ามาที่นี่ทำไม”

เสิ่นมู่หานกระโดดลงมาจากกำแพงบ้านพักทหาร “พี่ใหญ่ ฮุ่ยฮุ่ยอยากจะซื้อขายหุ้นหรือครับ ผมมีคนที่ช่วยแนะนำได้นะ”

“ใคร!” ว่าพลางก็นำเอาน้ำออกมาจากมิติหนึ่งแก้ว แล้วนำไปรดรอบๆ โคนต้นทับทิมที่น้องสาวเพิ่งปลูกได้ไม่นาน

ชายหนุ่มยกยิ้มน้อยๆ ที่อีกฝ่ายไม่ได้ต่อต้านเขาอย่างเมื่อก่อน “เสิ่นจงครับ ถ้าได้เขามาเป็นตัวแทนของฮุ่ยฮุ่ย รับรองจะทำเงินได้เร็วขึ้นหลายเท่าเลยพี่ใหญ่”

“เขาคงไม่เก่งไปกว่าเสี่ยวลี่หรอกมั้ง” ยังไงคนของเขาก็ยังเก่งกว่าเสิ่นจงคนนั้นหลายส่วน

“นะ นี่ คนเก่งระดับนั้นพี่ก็รู้จักเหรอครับพี่ใหญ่ เฮ้อ! ผมกังวลไปเองจริงๆ” เขายังคงเดินตามหลินอวี่เฉิน เฝ้าดูเขารดน้ำต้นทับทิมต้นที่หนึ่งแล้วก็ต้นที่สอง

“เกี่ยวอะไรกับนายล่ะ ที่มาเพราะเรื่องนี้เหรอ ถ้าไม่มีอะไรจะพูดก็ไสหัวกลับไปได้แล้ว”

“ผมเพิ่งปรุงยาสำหรับฟื้นฟูร่างกายฮุ่ยฮุ่ย ก็เลยเอามาส่งครับพี่ใหญ่ พี่ลองตรวจสอบดูก่อนได้”

หลินอวี่เฉินรับขวดยามาแล้วก็เทออกมาตรวจสอบหนึ่งเม็ด แล้วก็ถึงกับมือสั่น “นี่มัน ยาฟื้นฟูแก่นจิตวิญญาณ นายปรุงมันจริงๆ เหรอ”

“จริงสิครับ ให้เธอกินวันละเม็ดนะพี่ใหญ่ อ้อ ยังมีของสิ่งนี้ด้วย วันก่อนออกทะเลไปกับลุงเสิ่น ไปเจอพอดี” เขาเอาปะการังแดงสองต้นออกจากจี้ห้อยคอ

“มีแค่สองต้นเหรอ นายนี่ไม่ลงทุนเอาเสียเลย” เขารับมาแล้วก็ส่งเข้าไปเก็บในปานจื่อ แล้วก็มองคนหน้าหนาอย่างเยาะเย้ย

“เจอเยอะครับ แต่เลือกต้นที่ดีที่สุดมาได้แค่สองต้นครับพี่ใหญ่”

“ฮึ! ถ้าออกทะเลอีกก็เอามาเยอะหน่อย” คำก็พี่ใหญ่สองคำก็พี่ใหญ่ ไอ้เด็กนี่ช่างหน้าหนาจริงๆ

นัยน์ตาของชายหนุ่มฉายประกายล้ำลึก “เข้าใจแล้วครับ ถ้าฮุ่ยฮุ่ยอยากจะปลูกพวกมันผมจะเก็บเอาต้นเล็กๆ มามากหน่อย”

หลินอวี่เฉินเพียงโบกมือ แล้วก็เดินกลับเข้าบ้าน ก่อนจะสื่อสารกับน้องสาวแล้วก็เดินไปที่ห้องของเธอ จากนั้นหลินฮุ่ยก็ส่งเขาเข้าไปในมิติของเธอ

 

พอส่งพี่ชายเข้าไปในมิติแล้ว หญิงสาวก็เดินออกมาด้านนอกเห็นว่าเขายังยืนอยู่ที่ใต้ซุ้มองุ่น และกำลังส่งยิ้มมาให้เธอ หญิงสาวก็ได้แต่เชิดหน้าขึ้นแล้วก็นำเอาไหเหล้าไป๋จิ่วออกมา

“เอาไป แล้วก็รีบกลับไปได้แล้ว!”

ชายหนุ่มยิ้มกว้างรีบรับไหเหล้ามาถือเอาไว้ “นึกว่าเธอจะไม่ออกมาเสียแล้ว เห็นปะการังกับยาฟื้นฟูหรือยัง พี่ตั้งใจปรุงมาให้เธอโดยเฉพาะเลยนะ”

หลินฮุ่ยมองคนที่ยิ้มกว้างแล้วก็ไม่รู้จะดุด่ายังไง “พูดแบบนี้อยากได้เหล้าเพิ่มหรือไง ไม่มีให้หรอกนะ เอาของสิ่งนี้ไปแล้วกัน” ว่าแล้วเธอก็ยื่นมือออกไป พยักพเยิดให้เขานำเอาอุปกรณ์วิเศษของเขามารับของไป

“อะไรเหรอฮุ่ยฮุ่ย”

“ฮึ่ม เอาของวิเศษของคุณออกมาคุณชายรองเสิ่น”

“อะ อ้อ” เขารีบดึงสร้อยคอออกมา แล้วก็ส่งให้เธอ “ส่งเข้าไปในจี้นะฮุ่ยฮุ่ย”

“รู้แล้วน่า พูดมากจริงๆ” มุมปากของหลินฮุ่ยยกขึ้นน้อยๆ ใครจะคิดล่ะว่าหลังจากที่ถูกอัดไป ท่าทีของเขาจะเปลี่ยนไปขนาดนี้ “ตรวจสอบดู ครั้งหน้าถ้าปรุงยาระดับสูงได้ฉันจะมอบพวกมันให้คุณอีก”

ชายหนุ่มรับสร้อยคอมาแล้วก็ตรวจดูข้าวของในจี้มิติ แล้วเขาก็มองหลินฮุ่ยตาโต “แสดงว่าเหล้าไป๋จิ่วที่เธอเอาให้พี่ก็ทำมาจากข้าวพิเศษพวกนี้เหรอฮุ่ยฮุ่ย”

“ใช่ ห้ามดื่มเยอะนะ ส่วนอีกอย่างก็เป็นไม้หนานมู่สองต้น ตอบแทนยาฟื้นฟูที่คุณมอบให้ฉัน”

“เราก็ไม่ใช่คนอื่นไกลกันเสียหน่อย แต่ก็ขอบใจเธอมากนะฮุ่ยฮุ่ย” เขาไม่สงสัยหรอกว่าเธอเอาพวกมันมาจากไหน เพราะแม้แต่เมล็ดพันธุ์ที่เขามอบให้เธอยังปลูกมันได้เลย

“พี่ใหญ่บอกว่าคุณรู้จักคนที่ตลาดหลักทรัพย์หรือคะคุณชายรองเสิ่น” หญิงสาวเปลี่ยนไปคุยเรื่องอื่นแทนเพราะไม่อยากโมโห

“อืม แต่ก็ไม่ได้เก่งไปกว่าคนที่พี่ใหญ่แนะนำให้เธอหรอกนะฮุ่ยฮุ่ย” พูดออกไปแล้วก็อดที่จะมองหญิงสาวอย่างพิจารณาไม่ได้ ไม่เจอหน้าไม่กี่วันดูเหมือนว่าเธอจะสวยขึ้นอีกแล้ว

“อ้อ ถ้าฉันให้เสิ่นจงเป็นตัวแทนฉันไปลงทุนในตลาดหลักทรัพย์ที่ฮ่องกงล่ะ เขาทำได้ไหม” เธอคิดมาดีแล้วว่ายังไงก็ต้องหาทางทำเงินให้ได้มากๆ ในระยะเวลาสั้น เพื่อจะได้นำเอาเงินที่เก็บเอาไว้ในมิติออกมาใช้ได้อย่างสะดวก

คำถามนี้ของหลินฮุ่ยทำเอาเสิ่นมู่หานชะงักไป แต่ไม่นานก็พูดออกมา “ได้สิฮุ่ยฮุ่ย ผมจะนัดเขาให้มาคุยรายละเอียดกับคุณดีไหม”

“คุณไม่มีงานทำหรือคะคุณชายรองเสิ่น หรือว่าอยู่ในช่วงทำภารกิจ แค่เอาเบอร์โทรศัพท์ของเขาให้ฉันก็ได้แล้วนี่”

คำถามนี้ทำเอาเสิ่นมู่หานใบหน้าร้อนผ่าว “ถ้าพี่บอกว่าไม่ใช่ทั้งสองอย่างล่ะฮุ่ยฮุ่ย”

“ห้ามตอบอะไรที่มันเลี่ยนนะ” ว่าแล้วก็กอดอกเชิดหน้ามองอีกฝ่ายอย่างประเมินท่าที คิดว่าเธอจะหลงไปกับคำพูดของเขาหรือ ฝันไปเถอะ

คนที่ถูกสกัดคำพูดเอาไว้ตั้งแต่ยังไม่ทันได้พูด ถึงกับหัวเราะไม่ได้ร้องไห้ไม่ออก “แค่แวะมาดูว่าเธอยังสบายดีหรือเปล่า แค่นี้ได้ไหม” ไม่พูดเปล่าเขายังได้เดินเข้าประชิดร่างบางอย่างรวดเร็ว ใบหน้าคมก้มลงไปหาแก้มเนียนแล้วก็หอมแก้มเร็วๆ ก่อนจะหายวับไปทันที

“พี่สืออี ตามไปอัดเขาให้ฉันเดี๋ยวนี้เลย!”

 

หลินอวี่เฉินนั่งฟังน้องสาวบ่นด้วยท่าทีประหลาดๆ และเขาก็แพ้เสียงในหัวของตัวเอง “เธอออกไปหาเขาทำไม ตามเข้ามาในมิติตั้งแต่แรกก็ไม่เกิดเรื่องแล้ว เธอนี่นะ”

“พี่ใหญ่ พี่อยู่ข้างใครกันแน่!” หลินฮุ่ยบ่นกระปอดกระแปด เธอก็แค่ไม่อยากติดหนี้บุญคุณเขา ก็เลยต้องเอาของที่คิดว่าเท่าเทียมนำไปมอบให้ก็เท่านั้น

ชายหนุ่มมองน้องสาวที่นั่งหน้าตูมก็ได้แต่หัวเราะออกมา แต่มือของเขาก็ยังส่งพลังเข้าไปสกัดหินที่ตีนเขาไปด้วย “ก็ต้องอยู่ข้างเธออยู่แล้ว ป่านนี้สืออีคงไล่กระทืบเขาไปหลายทีแล้วล่ะ”

“ฮึ่ม คุณชายรองเสิ่นคนนี้พูดดีด้วยไม่ได้เลย”

“ว่าแต่เธอเถอะ เอาไม้หนานมู่ให้เขาไปตั้งสองต้น เพราะอยากจะใช้งานเสิ่นจงคนนั้นใช่ไหม”

มุมปากของหลินฮุ่ยยกขึ้นอย่างเจ้าเล่ห์ “ยังเป็นพี่ที่เข้าใจฉันที่สุด ตอนแรกฉันก็ไม่ได้คิดเรื่องนี้หรอกค่ะ แต่พอพี่พูดเรื่องเหมืองหยกที่ต่างประเทศ ฉันก็เลยคิดเรื่องการลงทุนในต่างประเทศขึ้นมาได้”

“ถ้าจะให้เสิ่นจงเป็นตัวแทนของเธอก็นับว่าเหมาะทีเดียว”

“อืม แบบนี้เงินที่ได้ก็จะมาจากหลายทาง ฉันก็จะได้เอาเงินออกมาซื้อที่ดินเสียที”

หลินอวี่เฉินพยักหน้าเห็นด้วย “ต่อไปถ้าขายเฟอร์นิเจอร์ไม้หนานมู่ หรือไข่มุกได้พี่จะแลกเป็นทองคำแท่งดีกว่า จะได้ไม่มีปัญหาแบบนี้”

“ดีเลยพี่ใหญ่ พี่ไม่รู้หรอกว่าราคาทองคำในอนาคตมันสูงแค่ไหน”

เขาชี้โถงหินที่ใช้พลังสกัดออกมาได้ “นี่ไงพี่ถึงคิดว่าแทนที่จะรับค่าเฟอร์นิเจอร์ไม้หนานมู่เป็นเงินสด ไม่สู้แลกเป็นทองคำแท่งเก็บไว้จะดีกว่า เงินที่เธอเก็บเอาไว้ในคลังก็พยายามเอาออกมาใช้ให้หมด จะได้มีที่เหลือพอเก็บทองคำแท่งล็อตใหม่”

หลินฮุ่ยเดินไปดูโถงหิน แล้วก็พยักหน้าพอใจ “กว้างพอแล้ว แต่ขอลึกเข้าไปอีกสักห้าเมตรนะพี่ใหญ่”

“ได้สิ เธอถอยออกไปหน่อย แล้วจะให้ทำเฟอร์นิเจอร์ให้ด้วยไหม”

“เอาแบบไหนดีค่ะพี่ใหญ่”

“ไม้หนานมู่ไง ทำขายให้คนอื่นตั้งมากมายแล้ว ทำให้เธอใช้บ้างจะเป็นไรไป”

“ไม่เอาหรอก เอาเป็นไม้ฮวงหัวลี่กับหินดีกว่านะพี่ใหญ่”

“หินเหรอ เอาเป็นหินอ่อนดีไหม ในปานจื่อของพี่มีเยอะเลย ส่วนไม้ฮวงหัวลี่เอามาทำเป็นเฟอร์นิเจอร์ก็สวยดีเหมือนกัน เดี๋ยวพี่จัดการเอง”

หลินฮุ่ยถึงกับตาโต “หินอ่อนเหมือนที่วิลล่าบนเกาะลอยฟ้าหรือเปล่า”

“ก็คล้ายๆ นะ แต่คุณภาพไม่ได้ดีขนาดนั้นหรอก แค่จะสร้างบ้านฮอบบิทหลังเล็กของเธอก็เพียงพอแล้วล่ะ”

“งั้นก็เอาตามนี้ พี่ทำไปนะเดี๋ยวฉันจะไปเก็บเกี่ยวสมุนไพรก่อน ตอนพี่ออกไปจากมิติของฉันก็จะได้เอาออกไปด้วยเลย”

“อืมๆๆ ไปเถอะ” จะได้ไม่ต้องคิดฟุ้งซ่านเรื่องคนแซ่เสิ่นนั่น