นัดพบสือลิ่ว
นัดพบสือลิ่ว
หลายวันผ่านไป หลินอวี่เฉินก็เอาเบอร์โทรศัพท์ของเสิ่นจงมาให้หลินฮุ่ย เธอจึงได้โทรหาเขาและนัดเจอที่ร้านน้ำชาแห่งหนึ่ง
“สวัสดีครับคุณหนูหลิน ผมเสิ่นจงครับ” ชายหนุ่มรูปร่างท้วมเอ่ยทักทายอย่างเป็นกันเอง
“สวัสดีค่ะฉันหลินฮุ่ย เรียกฮุ่ยฮุ่ยก็ได้ ฉันขอเรียกคุณว่าพี่เสิ่นนะคะ” หญิงสาวทักทายเขาอย่างเป็นกันเองแล้วก็วางกระเป๋าหนังลงบนโต๊ะ
“ไม่กล้าๆ ได้ยินมู่หานบอกว่าคุณหนูหลินมีเสี่ยวลี่อยู่แล้ว ตอนที่เขาบอกว่าคุณหนูต้องการใช้ผม ดีใจและตื่นเต้นมากๆ เลยล่ะครับ” พูดพลางเขาก็รินชาไปพลาง จากนั้นก็ยื่นมาวางตรงหน้าเจ้านายในอนาคต
“ถ้าคุณชายรองเสิ่นมั่นใจในตัวพี่ ฉันก็เชื่อว่าพี่จะสามารถทำให้เงินของฉันงอกเงยขึ้นมาได้ค่ะ” พูดพลางเธอก็นำเอาเอกสารออกมาจากกระเป๋าหนัง “นี่เป็นสัญญาฉบับร่างพี่เสิ่นอ่านดูก่อนค่ะ แล้วกระดาษแผ่นนี้ก็คือชื่อหุ้นและจำนวนเงินที่ต้องลงทุนค่ะ”
เสิ่นจงหยิบเอกสารขึ้นไปอ่านแล้วก็ต้องเงยหน้ามองคุณหนูหลินฮุ่ยหลายครั้ง พออ่านจบท่าทีของเขาก็ยิ่งเพิ่มความนับถือหลายส่วน “ผมจะใช้เส้นสายที่มีอยู่ทางฝั่งฮ่องกง จัดการเรื่องนี้ให้เรียบร้อยภายในหนึ่งเดือนครับคุณหนูหลิน”
หญิงสาวเลื่อนกระเป๋าหนังให้เขา “เงินอยู่ในนี้นะคะพี่เสิ่น รับรองว่าถ้ามันงอกเงยขึ้นมา ส่วนแบ่งของพี่ฉันจะไม่ให้ขาดแม้แต่หยวนเดียว”
“ผมเชื่อใจคุณครับคุณหนูหลิน คุณรอฟังข่าวดีได้เลย” ไม่มีคำพูดเยิ่นเย้อให้เสียเวลา รับเงินและเอกสารมาแล้วเขาก็ลุกขึ้น ก่อนจะยื่นมือออกไป “ยินดีที่ได้ร่วมงานครับคุณหนูหลิน”
หลินฮุ่ยยื่นมือออกไปจับมือของเขา “ยินดีเช่นกันค่ะพี่เสิ่น”
หลังจากเสิ่นจงออกไปจากร้านแล้ว หลินฮุ่ยก็สั่งขนมและน้ำชามาเพิ่มอีก รอไม่นานโจวฟางก็มาถึง สองสหายรักกอดกันกลม ก่อนจะผละออก
“ฉันเอาครีมไข่มุกมาฝากเธอด้วยนะฮุ่ยฮุ่ย” ว่าพลางก็ยัดถุงกระดาษใส่มือสหายรัก
หลินฮุ่ยมองกล่องครีมที่มีมากถึงสิบกล่องแล้วก็ได้แต่ส่ายหน้า “เอามาให้ฉันเยอะขนาดนี้ เธอจะขาดทุนไหมฟางฟาง”
“ขาดทุนอะไรกัน ตอนนี้ธุรกิจของฉันกำลังไปได้สวยเลยนะ แค่ครีมสิบกล่องไม่นับเป็นอะไรหรอกน่า”
“ได้ๆๆ ฉันจะรับเอาไว้ก็แล้วกัน” ว่าแล้วก็รินน้ำชาให้สหายรักและตัวเอง “แล้วเรื่องธุรกิจเรือประมงของเธอล่ะ เป็นยังไงได้เริ่มต้นหรือยัง”
“ก็กำลังคุยๆ อยู่ รอให้ครีมไข่มุกลงตัวแล้วค่อยไปจัดการทางนั้น”
“เธอดูมีชีวิตชีวายิ่งกว่าตอนอยู่ปักกิ่งมากเลยนะฟางฟาง” เห็นสหายรักสดใสได้อีกครั้งเธอก็พลอยมีความสุขไปด้วย
“คนมีเงิน ทำไมจะไม่สดใสล่ะ เธอไม่รู้หรอกว่าหุ้นหลายตัวที่ฉันลงทุนไปเริ่มเห็นผลกำไรแล้วนะฮุ่ยฮุ่ย ยังมีครีมไข่มุกอีกที่มีออเดอร์ถล่มทลาย”
“แล้วเรื่องนั้นล่ะ เธอคิดยังไงฟางฟาง” เรื่องนั้นก็คือเรื่องของฉางจวินเหยียน “เขาติดต่อมาหรือยัง”
โจวฟางที่กำลังดื่มชาอยู่ถึงกับสำลักน้ำชา “เธอจะพูดถึงเขาทำไมฮุ่ยฮุ่ย ยังไงฉันก็ไม่ได้เกี่ยวข้องกับคนตระกูลโจวแล้ว คงไม่มีเรื่องวุ่นวายอะไรหรอก”
“ตัดขาดกันแล้วเหรอ”
“ก็ตั้งแต่ครั้งนั้นนั่นแหละ แต่เอกสารเพิ่งถูกส่งมาให้ฉันเมื่อไม่กี่วันก่อน”
“ทะเบียนบ้านน่ะเหรอ เป็นที่อยู่ปักกิ่งหรือเปล่า”
“อืม พวกเขาจัดการให้เรียบร้อยดีแล้ว น่าจะเป็นสายใยสุดท้ายล่ะมั้ง” ว่าแล้วก็หยิบขนมส่งเข้าปากอย่างไม่คิดอะไรมาก
“ดีจริงๆ ที่เธอยังยืนหยัดมาได้จนถึงทุกวันนี้”
โจวฟางหัวเราะร่วนออกมาอย่างเปิดเผย “คงเป็นเพราะฉันเป็นผู้หญิงด้วยล่ะมั้ง พวกเขาก็เลยไม่ได้ให้ความสำคัญกับฉันเท่ากับลูกชาย”
“ผู้หญิงแล้วอย่างไรล่ะ ผู้หญิงก็เก่งไม่แพ้ผู้ชายหรอกนะ ฉันว่าพี่ใหญ่ของเธอมีความสามารถไม่ได้ครึ่งของเธอเลย ต่อไปเธอต้องมีชีวิตที่ดีกว่าพวกเขาแน่!”
“อื้มๆๆ ฉันก็คิดเหมือนเธอฮุ่ยฮุ่ย” ต่อให้เธอต้องสูญเสียใครไปก็ตาม แต่สหายรักอย่างหลินฮุ่ยเธอจะไม่ยอมให้หายไปจากชีวิตเด็ดขาด
ตอนบ่ายหลินฮุ่ยก็แยกกับโจวฟาง เธอเดินเล่นไปเรื่อยๆ จนกระทั่งมาถึงท่าเรือก็เห็นว่ามีคนงานมากมายที่ทำงานรับจ้างแบกหามอยู่ตรงนั้น
“พี่สืออี พวกเราเช่าเรือสักลำไปตกปลาดีไหมคะ” สาเหตุที่ต้องขึ้นเรือไปตกปลาก็เพราะนัดกับสือลิ่วเอาไว้นั่นเอง แต่ตัวตนของสือลิ่วหรือที่คนภายนอกรู้จักคือเสี่ยวลี่ค่อนข้างพิเศษ จึงต้องไปเจอกันกลางทะเล
สืออีที่อยู่ในคราบของนักข่าว ในมือมีสมุดกับปากแล้วก็มีกล้องคล้องคอเอาไว้ มองไปยังท่าเรือที่ผู้คนพลุกพล่าน “คุณหนู ถ้าไปตกปลาไม่ไกลน่าจะกลับขึ้นฝั่งทัน แต่ถ้าออกไปไกลนายท่านคงได้มาตามแน่ๆ ครับ” เขากระซิบเสียงเบา
“ถ้าไม่ทันก็ไปพักที่เกาะดีไหมคะ เดี๋ยวเอาเต็นท์ออกมาให้พวกพี่ ส่วนฉันก็จะเข้าไปนอนข้างใน” เธอเอ่ยเสนออย่างกระตือรือร้น รอให้พี่ใหญ่พาไปล่องเรือตกปลาเขาก็ไม่มีเวลาว่างเสียที วันนี้โอกาสดีก็เอาให้คุ้มไปเลย
สืออีมองคุณหนูของเขา ตอนอยู่ปักกิ่งก็มีความกล้าหาญระดับหนึ่ง ทว่าพอมาอยู่ที่ภาคใต้ดูเหมือนคุณหนูของเขาจะปลดปล่อยตัวตนที่แท้จริงของเธอออกมาจนหมด
“แต่คนคุ้มกันจะตามไปได้ไม่หมดนะครับคุณหนู”
หญิงสาวมองสำรวจไปรอบๆ ท่าเรือ ก็เห็นว่ามีเรือที่ว่างอยู่ไม่กี่ลำ “แค่ไปตกปลาทำเอิกเกริกก็ไม่เหมาะ ถ้าอย่างนั้นก็ตามไปแค่ยี่สิบคนดีไหมคะ”
“ไม่ดีครับคุณหนู”
“งั้นจะทำยังไงดีล่ะ” พูดพลางก็มุ่งหน้าไปที่ท่าเรือ “เอาอย่างนี้ดีไหมคะพี่สืออี ให้คนที่เหลือเข้าไปอยู่ในนี้” เธอชี้นิ้วข้างที่สวมแหวนมิติ
สีหน้าของสืออีกลายเป็นแตกตื่นอย่างไม่เคยเป็นมาก่อน “เรื่องนี้ไม่ได้ขอรับคุณหนู ไม่อย่างนั้นนายท่านได้ลงโทษพวกเราแน่ๆ”
“เฮ้อ! ถ้าอย่างนั้นก็ไปเช่าเรือไม้ลำเล็กหลายลำหน่อยเป็นไงคะ ส่วนคนที่เหลือก็ใช้วิชาเร้นกายของพวกพี่เองแล้วกัน” พูดจบเธอก็เปลี่ยนเส้นทางไปทางหมู่บ้านชาวประมงแทน
สืออีภายนอกรีบเดินตามคุณหนูของเขาไป ส่วนเบื้องลึกก็ส่งเสียงผ่านลมปราณสั่งงานลูกน้องที่เหลือจ้าละหวั่น
หลินฮุ่ยมาถึงชายหาดที่มีเรือไม้ลำเล็กหลายลำ เธอก็เดินไปเจรจากับชาวบ้านแถวนั้น ไม่นานก็เช่าเรือไม้มาได้ห้าลำ สำหรับคนสิบคน ซึ่งสืออีจะนั่งเรือลำเดียวกันไปกับเธอ
พอพายเรือออกจากฝั่งมาได้สักพัก หลินฮุ่ยก็สัมผัสได้ถึงความเคลื่อนไหวรอบด้าน หน่วยคุ้มกันทั้งหมดที่ตามเธอมา พวกเขากำลังใช้เคล็ดวิชาบางอย่างเดินบนผิวน้ำ ด้วยสายตาของเธอจึงให้รู้สึกตื่นตาตื่นใจไม่น้อย
“จุดนัดพบกับสือลิ่วอยู่ใกล้ๆ กับเกาะนั้น ระหว่างที่พี่พายเรือฉันจะตกปลาไปด้วยนะคะพี่สืออี”
“คุณหนู นี่เป็นเหยื่อที่ผมเตรียมมาครับ” เขาล้วงเอาถุงเหยื่อออกมาจากกระเป๋าสะพาย
“ของดีนี่พี่สืออี” เธอรับเอาถุงเหยื่อที่เป็นกุ้งสดมาแล้วก็หยดน้ำจากมิติลงไปห้าหยดอย่างไม่รีบร้อน
“ให้ลูกน้องไปซื้อมาจากท่าเรือครับ”
หลินฮุ่ยมองลงไปใต้ทะเลที่ความลึกยังไม่มาก แล้วก็ยกยิ้มอย่างพอใจ “พี่สืออี พี่น่าจะมีมิติเก็บของนะคะ”
“เป็นเรื่องของวาสนาครับคุณหนู แต่ถึงไม่มีของวิเศษแบบนั้นก็ไม่เป็นไรหรอกครับ”
“พี่นี่นะ มักน้อยจริงๆ”
“เป็นเพราะนายท่านกับคุณหนูดูแลผมกับลูกน้องอย่างดี ก็เลยไม่ต้องการแล้วอะไรครับ”
หลินฮุ่ยเกี่ยวตะขอเบ็ดกับเหยื่อแล้วก็หย่อนเบ็ดลงไปข้างกราบเรือที่กำลังพายไปข้างหน้าอย่างไม่เร่งร้อน “ในความฝันของฉัน ในอนาคตไม่ว่าจะเป็นปลาเก๋าหรือปลาจวดเหลืองก็ล้วนราคาแพง คนมีเงินล้วนยอมจ่ายเงินเพื่อจะได้ลิ้มลองรสชาติพวกมัน”
“คุณหนูเริ่มฝันตั้งแต่ตอนนั้นหรือครับ”
“อืม ตั้งแต่หมดสติไปตอนนั้น ฟื้นขึ้นมาความจำก็ไม่ค่อยปะติดปะต่อเท่าไหร่ค่ะพี่สืออี แต่กลับได้ความฝันแปลกประหลาดนี้มาแทน ตอนแรกฉันไม่ค่อยสนใจเท่าไหร่ แต่มีอยู่ครั้งหนึ่งที่ได้อ่านหนังสือพิมพ์แล้วมันตรงกับที่ฝัน จากนั้นก็เลยพยายามจะจดทุกเรื่องที่จำได้มาตลอดค่ะ”
“เรื่องนี้น่าประหลาดจริงๆ นะครับคุณหนู แม้แต่ผมที่อยู่ในวงการนักสู้มานานก็ยังไม่เคยพบเจอเรื่องราวแบบนี้มาก่อน”
“ถึงจะประหลาดอยู่บ้าง แต่ก็เป็นผลดีมากกว่าผลเสีย” ตอนที่บอกว่าจะส่งคนเข้าไปในแหวนมิติ ก็คือการหยั่งเชิง และการพูดถึงเรื่องความฝันขึ้นมาก็ยังคงเป็นการหยั่งเชิงลูกน้องของพี่ชาย และเธอก็ไม่ได้คิดจะบอกเล่าความลับของตัวเองออกไปทั้งหมด
“ถ้าคุณหนูมีอะไรให้ผมช่วยก็บอกมาได้เลยนะครับ” สืออีเอ่ยออกมาอย่างจริงใจ เขาเข้าใจสิ่งที่คุณหนูเปรยขึ้นมา และเขาก็รู้ว่าจะต้องใช้ใจแลกใจเท่านั้น คุณหนูถึงจะเชื่อใจในตัวเขา
มุมปากของหลินฮุ่ยยกขึ้นน้อยๆ สมกับเป็นคนที่พี่ใหญ่ฝึกฝนมา “ถ้าถึงเวลานั้น ฉันจะเรียกใช้พี่นะคะพี่สืออี”
“ขอบคุณครับคุณหนู”
“อ๊ะ! ปลาฮุบเหยื่อแล้ว!!” หญิงสาวเปลี่ยนอารมณ์อย่างรวดเร็ว ดวงตาของเธอเป็นประกายเมื่อเห็นว่าปลาเก๋าตัวใหญ่เข้ามาฮุบเหยื่อเป็นตัวแรก “ไม่ต่ำกว่าหกกิโลค่ะพี่สืออี”
“อย่าพึ่งดึงขึ้นมานะครับคุณหนู รอให้มันหมดแรงก่อน” ท่าทีของเขาผ่อนคลายมากขึ้น มือทั้งสองข้างก็ออกแรงพายเรืออย่างไม่เร็วไม่ช้า
“ฉันรู้ค่ะพี่สืออี” หลินฮุ่ยเย่อกับปลาเก๋าตัวโตอย่างใจเย็น และไม่นานมันก็หมดแรงเธอนำเอาสวิงด้ามยาวออกมาจากมิติ แล้วช้อนมันขึ้นมาใส่ถังน้ำเอาไว้ “ไม่รู้ว่าสือลิ่วคนนี้ชอบกินเมนูอะไรเป็นพิเศษนะคะ”
“สือลิ่วคนนี้ค่อนข้างลึกลับครับ อีกอย่างเธอก็มีวิชาแปลงโฉมด้วย นอกจากนายท่านแล้ว แม้แต่พวกเราก็ไม่ค่อยรู้เกี่ยวกับเรื่องของเธอ”
“ถ้าอย่างนั้นก็ทำอาหารแบบที่ฉันชอบกินก็แล้วกัน” เกี่ยวเหยื่อแล้วก็หย่อนเบ็ดลงไปอีก และไม่นานก็มีปลาเก๋าตัวใหญ่มาฮุบเหยื่อ “ได้อีกตัวแล้วค่ะพี่สืออี”
“คุณหนู ผมว่าใช้สวิงตักดีไหมครับ” ว่าพลางเขาก็ชี้ลงไปด้านล่างที่มีฝูงปลามากมายว่ายวนตามเรือมาติดๆ
หลินฮุ่ยหัวเราะร่าอย่างชอบใจ น่าจะเป็นเพราะน้ำจากมิติที่ดึงดูดพวกมันมา ก่อนจะส่งสวิงด้ามยาวให้เขา “พี่ตักเลยค่ะ ฉันจะตกปลาต่อ”
“ก็ได้ครับ” ทั้งนายท่านและคุณหนูนิสัยเหมือนกันไม่ผิดเพี้ยนเลย
ไม่นานเรืออีกสี่ลำก็พายเข้ามาใกล้ จากนั้นหลินฮุ่ยก็ส่งสวิงด้ามยาวให้พวกเขาไปคนละหนึ่งอันเพื่อตักปลาที่ว่ายวนอยู่รอบๆ เรือของพวกเขา
ผ่านไปอีกหนึ่งชั่วโมง หลินฮุ่ยที่กำลังสนุกกับการตกปลาก็มาถึงพิกัดที่นัดพบกับสือลิ่วคนของพี่ชาย เธอนำเอากระเป๋าหนังออกมาวางเอาไว้ข้างตัว
“รออยู่ที่นี่ก่อนค่ะพี่สืออี”
“ได้ครับคุณหนู” เขาวางไม้พายลง จากนั้นก็ใช้สวิงด้ามยาวตักปลาจวดเหลืองขึ้นมาได้อีกหลายตัว
หลินฮุ่ยมองปลาที่เต็มถังแล้วก็แตะที่ตัวปลา เพียงพริบตาพวกมันก็หายเข้าไปในมิติของเธอ รออยู่ไม่นานก็มีเรือประมงโผล่มาจากทางเกาะที่เธอหมายตาเอาไว้ “มาแล้วล่ะ”
รออยู่ไม่นานเธอก็เห็นว่ามีคนกระโดดลงจากเรือแล้วว่ายน้ำมาทางนี้ “ทำไมไม่ขับเรือมาทางนี้ล่ะพี่สืออี”
“อาจจะไม่แน่ใจมั้งครับคุณหนู ก็เลยว่ายน้ำมา”
“ความคิดของอัจฉริยะนี่ก็แปลกๆ ดีนะคะ เอาเถอะ ถ้าสือลิ่วคนนี้อยากว่ายน้ำก็ปล่อยให้เธอว่ายน้ำก็แล้วกัน”
เพียงชั่วลัดนิ้ว หญิงสาวคนหนึ่งที่หน้าตาธรรมดาและสวมใส่ชุดธรรมดาเหมือนชาวบ้านทั่วไปก็เข้าใกล้เรือไม้ลำเล็กของหลินฮุ่ย
“คุณหนู! ฉันมาแล้วค่ะ!” สือลิ่วหรือเสี่ยวลี่ตะโกนเสียงดังอย่างดีใจ
หลินฮุ่ยถึงกับเหวอไปกับความกระตือรือร้นนี้ ก่อนจะหัวเราะออกมาเสียงแผ่ว “เธอคือสือลิ่วใช่ไหม” ดูๆ ไปแล้วน่าจะอายุไล่เลี่ยกับเธอ
“ใช่ค่ะคุณหนู” สือลิ่วว่ายมาเกาะที่กราบเรือของคุณหนู จ้องมองคุณหนูอย่างชื่นชมเพราะหน้าตาของคุณหนูหลินฮุ่ยมีส่วนคล้ายนายท่านหลายส่วน แต่ถ้าให้เทียบเรื่องความงดงามนั้นคุณหนูกินขาดนายท่านเกินสิบส่วนเลย
“เธอจะขึ้นมาไหม หรือว่าพวกเราจะไปคุยกันบนเกาะ”
“อยู่นานไม่ได้ค่ะคุณหนู ต้องรีบไปจัดการเรื่องของคุณหนูแล้วรับภารกิจจากนายท่านต่อด้วยค่ะ”
“อ้อ แล้วจะเอากระเป๋าหนังไปยังไง” หลินฮุ่ยหยิบกระเป๋าหนังมาให้สือลิ่วดู
“ไม่ใช่ปัญหาค่ะคุณหนู” ปลายนิ้วของสือลิ่วแตะลงไปบนกระเป๋าหนัง ไม่นานก็เหมือนมีบางอย่างเคลือบผิวของมันเอาไว้
หลินฮุ่ยมองสือลิ่วอย่างพอใจ สายตาที่มองทะลุจนเห็นภาพลักษณ์ที่แท้จริงก็ยิ่งพอใจ แม้ว่าหน้าตาจะไม่โดดเด่นแต่ก็เป็นคนที่ซื่อสัตย์และเชื่อถือได้ “ฝากด้วยนะ”
“คุณหนูวางใจได้ค่ะ ฉันจะทำให้คุณหนูร่ำรวยชั่วข้ามคืนเลยล่ะ” ว่าแล้วก็หัวเราะเสียงใสราวกับไม่ใช่ยอดฝีมือระดับหัวกะทิ
“ส่วนแบ่งของเธอฉันก็ไม่ให้ขาดหรอกนะ รีบไปเถอะ”
สือลิ่วตบอกตัวเองปุๆ จากนั้นก็ว่ายน้ำกลับไปอย่างรวดเร็ว จนเหล่าผู้คุ้มกันรอบๆ ที่เร้นกายอยู่ต้องรีบเปิดทางให้กันแทบไม่ทัน
“ไปแล้วล่ะพี่สืออี พวกเราก็ไปที่เกาะดีกว่านะ”
สืออีก้มมองนาฬิกาข้อมือ เห็นว่าจะเย็นแล้ว “คุณหนูจะขึ้นไปบนเกาะจริงๆ ใช่ไหมครับ”
“จริงสิ ไม่ได้พูดเล่นนะ”
“งั้นก็ไปกันครับ” เขารู้สึกสังหรณ์แปลกๆ การพักบนเกาะในคืนนี้อาจจะมีเรื่องบางอย่างเกิดขึ้น แต่นี่เป็นคำสั่งของคุณหนู ยังไงก็ต้องขึ้นเกาะให้ได้