LNCrawler

เกาะผีครวญ

พลิกชะตาลูกสาวสลับตัว ในยุค 90 — novel.dek d.com · All chapters

เกาะผีครวญ

หลินฮุ่ยขึ้นเกาะมาได้ก็นำเอาเต็นท์ออกมาให้คนของหน่วยคุ้มกัน ส่วนตัวของเธอนั้นก็เดินไปหามุมเหมาะๆ แล้วก็นำเอาโรงครัวเคลื่อนที่หลังเล็กที่พี่ชายช่วยสร้างเอาไว้ให้ออกมา

“คุณหนูมีอะไรให้ผมกับลูกน้องช่วยไหมครับ”

“ให้ผู้หญิงมาช่วยฉันดีกว่านะคะพี่สืออี ขอสักห้าคนก็พอ”

“ได้ครับคุณหนู” สืออีเดินออกจากโรงครัวเคลื่อนที่ไปได้ไม่นาน ก็มีคนชุดดำร่างกายสูงโปร่งห้าคนเดินเข้ามาในห้องครัว

“คุณหนูพวกเรามาแล้ว” ทั้งห้าพูดอออกมาพร้อมกัน

หลินฮุ่ยมองร่างสูงโปร่งที่แบนทั้งหน้าและหลังแล้วก็ยิ้มออกมา ถ้าไม่ได้ยินเสียงนี่คงคิดว่าเป็นผู้ชายร่างโปร่งแน่ๆ “ช่วยล้างผัก จัดการปลา กุ้ง ปู หอยให้สะอาดนะคะ ส่วนฉันจะเป็นคนทำอาหารเอง”

“ได้ค่ะคุณหนู”

“ฮุ่ยฮุ่ย เธออยู่ที่ไหน” หลินอวี่เฉินสื่อสารกับน้องสาวผ่านโทรจิต

“อยู่บนเกาะค่ะพี่ใหญ่ ตอนนี้กำลังทำอาหาร พี่จะมากินอาหารค่ำด้วยกันไหม” เธอถามกลับด้วยน้ำเสียงร่าเริง

“น้องรัก เธออยู่กับใครบ้าง เจ้าพวกนั้นคงไม่ได้ปล่อยให้เธอออกทะเลโดยไม่ตามไปหรอกใช่ไหม”

หลินฮุ่ยได้แต่กลอกตาไปมา แล้วก็คุยกับพี่ชายต่อ “ก็มาหมดนั่นแหละ พี่สอนเคล็ดวิชาเดินบนผิวน้ำให้พวกเขาด้วยไม่ใช่หรือไง ฉันก็เลยเช่าเรือไม้ของชาวบ้านมาแค่ห้าลำ พายไปด้วยตกปลาไปด้วย ได้ปลามาเกือบสองพันกิโลแน่ะ”

“งั้นเธอทำเผื่อพี่ด้วยนะ”

“พี่จะมายังไง ขับเรือเล็กมาเหรอ ต้องให้ฉันส่งพิกัดผ่านโทรศัพท์ดาวเทียมให้ไหม”

“ไม่ต้องหรอก วันนี้เธอพบกับสือลิ่วแล้วใช่ไหม เธอเป็นยังไงบ้าง คุยกันรู้เรื่องไหม”

“เจอแล้วค่ะ ถ้าถามว่าเป็นยังไง ก็ออกจะผิดคาดอยู่หน่อยๆ แต่รู้ว่าพี่ฝึกมาก็เลยวางใจค่ะ”

“เด็กคนนั้นอายุไล่เลี่ยกับเธอ เก่งทุกด้านเลยล่ะ ถ้าเธออยากได้พี่จะให้ไปอยู่กับเธอ”

คราวนี้หลินฮุ่ยตาโต แต่ไม่นานก็ส่ายหน้า ส่วนมือก็เริ่มยกกระทะมาวางบนเตา เติมน้ำ ใส่ขิง ใส่อะไรต่อมิอะไรอีกหลายอย่าง “คนที่ฉันอยากได้คือพี่สืออีต่างหาก”

“คงไม่ใช่แค่สืออีหรอกใช่ไหม”

“ถ้าได้หมดก็ดีน่ะสิ แต่ฉันไม่อยากเป็นตัวถ่วงพี่ ให้พวกเขาช่วยงานพี่ต่อไปน่ะดีแล้วล่ะ ส่วนฉันจะคอยสนับสนุนอยู่เบื้องหลัง”

“ตัวถ่วงอะไรกัน เธอน่ะดาวนำโชคต่างหาก ถ้าไม่มีเธองานบางอย่างของพี่ก็คงไม่สำเร็จเร็วอย่างนี้หรอก เอาล่ะ ไม่พูดแล้ว อีกครึ่งชั่วโมงเจอกันนะ”

“อืมๆๆ พี่มาก็ดี ฉันดูสีหน้าของพี่สืออีแล้ว เหมือนเขาจะกังวลเรื่องอะไรสักอย่าง”

“อย่าบอกนะว่าเธอขึ้นไปบนเกาะผีครวญ”

“ฉันจะรู้ชื่อเกาะไหมล่ะ ฉันก็เดาสุ่มมาเหมือนกันนะ มิน่าล่ะชวนยังไงสือลิ่วก็ไม่ยอมขึ้นเกาะด้วยกัน”

“ดีนักนะ เจ้าเด็กคนนี้ เอาล่ะ คุยกันแค่นี้พี่จะรีบไปหาเธอแล้ว”

หลินฮุ่ยเมื่อไม่ได้คุยกับพี่ชาย เธอก็หันไปถามลูกน้องของสืออีที่กำลังล้างผักและทำความสะอาดอาหารทะเลอยู่ “พี่สาว พี่รู้ไหมว่าเกาะนี้ชื่อว่าเกาะอะไร”

“คุณหนูไม่รู้ชื่อเกาะนี้หรือคะ มิน่าล่ะหัวหน้าถึงได้เตือนพวกเราว่า ให้ตามติดคุณหนูทุกฝีก้าว”

“คุณหนู เกาะนี้มีชื่อว่าเกาะผีครวญค่ะ” ลูกน้องหญิงอีกคนของสืออีเอ่ยเสริมแล้วก็หัวเราะเสียงแผ่ว

“แล้วมีผีจริงๆ ไหมพี่สาว”

“เรื่องนี้พิสูจน์ไม่ได้หรอกค่ะ แต่พื้นที่ฝั่งตะวันตกและฝั่งใต้ของเกาะค่อนข้างอันตราย คนก็เลยตั้งชื่อเกาะนี้ว่าเกาะผีครวญเพราะจะมีเสียงร้องโหยหวนในยามค่ำคืนค่ะ”

“พี่ใหญ่เคยไปสำรวจหรือยังคะ”

“เรื่องนี้ฉันไม่ทราบหรอกค่ะเพราะนายท่านไปมาไร้ร่องรอย” พูดพลางก็นำตะกร้าผักมาวางเอาไว้ที่โต๊ะเตรียมวัตถุดิบ

“พอดีเลย คืนนี้จะชวนพี่ใหญ่ไปสำรวจ จะได้รู้ว่ามันมีอะไรกันแน่” สีหน้าและแววตาของหญิงสาวเต็มไปด้วยความมุ่งมั่น

 

ผ่านไปไม่นานหลินอวี่เฉินก็มาถึง เขารีบเดินไปหาน้องสาวที่โรงครัวทันที “ฮุ่ยฮุ่ย ทำอะไรกินบ้าง”

“พี่ใหญ่ มาแล้วเหรอคะ ทำไปได้สองสามอย่างแล้วค่ะ เดี๋ยวจะมีย่างอาหารทะเลด้วยนะ”

“จะย่างที่ไหน พี่จะเอาเตาออกมา”

หญิงสาวชี้ไปที่หาดทรายไม่ไกล “ตรงโน้นค่ะ วางแค่โต๊ะกับเก้าอี้เอาไว้ ยังไม่มีเตา”

“ดีเลย เดี๋ยวเอาเตาไปวางแล้ว จะชวนสืออีไปจับกุ้งกับปูมาเพิ่ม”

“ดีเลยพี่ใหญ่ อย่าลืมจับหอยนางรมมาด้วยนะ ฉันเห็นแถวโน้นมีเยอะเลย”

“อืม เธอก็รีบทำนะ พี่หิวมากเลย”

หลินฮุ่ยได้แต่ย่นจมูกให้พี่ชาย แต่เธอก็ยอมเอาแป้งทอดไส้เนื้อตุ๋นออกมาให้เขาสองชิ้นใหญ่ “กินรองท้องไปก่อนนะ”

เขาลูบหัวน้องสาวอย่างเอ็นดู “ฮุ่ยฮุ่ย เธอดีที่สุดเลย” ว่าแล้วก็รีบเดินไปหาสืออี

พอพี่ชายไปแล้ว หลินฮุ่ยก็นำเตาออกมาอีก “พี่สาว เตาสองหัวนี้ทำปลานึ่งซีอิ๊วนะคะ”

“ได้ค่ะคุณหนู” ลูกน้องของสืออีในชุดดำ ปกปิดหน้าตาจัดการตามคำสั่งทันที

“คงหุงข้าวไม่ทันแล้ว เอาออกมาจากมิติแล้วกัน” ว่าแล้วหญิงสาวก็เดินไปที่โต๊ะตัวยาวหลายตัว จากนั้นเธอก็เริ่มนำเอาโถข้าวออกมา พร้อมกับอาหารทะเลที่ทำเก็บเอาไว้ออกมาเสริม เสร็จแล้วก็เดินกลับไปที่โรงครัวเคลื่อนที่ ยกเอาอาหารที่เพิ่งสุกออกมาจากเตา แล้วก็ตักใส่จานและชาม

หญิงสาวร่างโปร่งชุดดำทั้งห้าคน นึ่งปลาเสร็จก็มาช่วยตักอาหารใส่จานและชาม แล้วก็ช่วยกันยกไปวางที่โต๊ะกินข้าว

เมื่ออาหารทุกอย่างถูกจัดขึ้นโต๊ะ หลินอวี่เฉินกับลูกน้องสิบคนก็แบกตะกร้าไม้ไผ่กลับมาคนละสองตะกร้า

“ให้คนรีบย่างนะสืออี ฉันจะไปนั่งกินข้าวกับฮุ่ยฮุ่ยก่อน”

“ได้ครับนายท่าน” สืออีรับคำแล้วก็รีบสั่งการลูกน้อง ไม่นานอาหารทะเลที่ทำความสะอาดเรียบร้อยแล้วก็ถูกนำขึ้นเตาย่าง

หลินอวี่เฉินนั่งลงข้างน้องสาว “ได้กุ้งลายเสือมาด้วยนะฮุ่ยฮุ่ย เธอน่าจะชอบ”

หลินฮุ่ยตักข้าวให้พี่ชายพร้อมกับส่งตะเกียบให้เขา “ครั้งหน้า ถ้าต้องมาค้างนอกค่าย ฉันจะทำอาหารเตรียมเอาไว้เยอะกว่านี้ค่ะพี่ใหญ่ วันนี้ฉุกละหุกทำอะไรก็แทบจะไม่ทันเลย”

“พวกเขาไม่เรื่องมากหรอก อะไรที่เธอทำก็อร่อยทั้งนั้นแหละ เมื่อก่อนเธอไม่รู้หรอกว่าอาหารการกินของพวกเขาเป็นยังไง”

หญิงสาวคีบปลานึ่งซีอิ๊วให้พี่ชาย “เมื่อก่อนฉันไม่รู้ก็ช่างเถอะ แต่ตอนนี้ฉันอยู่ที่นี่แล้ว พี่กับลูกน้องของพี่จะต้องได้กินของอร่อยทุกวัน” แววตาของเธอที่มองพี่ชายเต็มไปด้วยความมุ่งมั่น

“ได้ยินกันแล้วใช่ไหม จากนี้ไปก็ดูแลน้องสาวฉันให้ดีล่ะ”

“ครับ/ค่ะ นายท่าน!” เสียงคนสองร้อยกว่าคนไม่เบาสักนิดและมันก็ซึมเข้าสู่หัวใจของหลินฮุ่ยในทันที

“กินข้าวๆ”

หลินอวี่เฉินมองน้องสาวที่ทำตัวไม่ถูกก็หัวเราะออกมา “เธอก็กินเยอะๆ นะ จะได้โตเร็วๆ”

“ฉันยังสูงได้อีกเหรอพี่ใหญ่ หรือว่าพี่มีสูตรยาเพิ่มความสูง” เธอก็ว่าเธอสูงกว่าผู้หญิงทางภาคใต้มากแล้วนะ แต่พอยืนใกล้ๆ กับลูกน้องผู้หญิงของพี่ชาย เธอก็ยังเตี้ยกว่าอยู่ดี

“แน่นอนว่ามียาแบบนี้อยู่จริงๆ เดี๋ยววันหลังจะปรุงมาให้เธอ สูงขึ้นอีกนิดจะดีมากเวลาต่อสู้ก็ไม่เสียเปรียบ”

“อื้มๆๆ กินข้าวก่อนนะพี่ใหญ่”

 

ราวสามทุ่ม หลินอวี่เฉินที่ทนการรบเร้าของน้องสาวไม่ไหว ก็จำต้องพาเธอไปสำรวจทางฝั่งตะวันตกของเกาะ

“โห! มีเสียงโหยหวนจริงด้วยพี่ใหญ่ แต่ทำไมไม่เห็นผีล่ะ”

ปลายนิ้วเรียวแข็งแรงยื่นออกไปดีดหน้าผากน้องสาวหนึ่งที “จะหาผีให้ได้ใช่ไหม เธอนี่นะ ลองดูตรงนั้นสิ เห็นไหมว่ามีค่ายกลระดับสูงถูกกางเอาไว้อยู่”

พอพี่ชายพูดแบบนั้น หลินฮุ่ยก็เลยต้องใช้สายตาเพ่งมองอย่างพิจารณา ไม่นานก็ตาโต “นะ นี่มัน เหมือนค่ายกลป้องกันระดับสูงเลยนี่พี่ใหญ่”

“อืม พี่ก็เคยมาสำรวจหลายครั้งเหมือนกัน แต่แก้ค่ายกลไม่ได้ ก็เลยไม่รู้ว่ามันมีอะไรอยู่ในนั้น”

“หรือจะเป็นสมบัติโบราณ”

“น่าจะเก่ากว่านั้น และก็อาจจะเป็นพวกยอดฝีมือสร้างค่ายกลด้วย”

“น่าสนใจแฮะ ขอฉันคิดอะไรก่อนนะ” พูดพลางหลินฮุ่ยก็เดินเข้าใกล้ค่ายกลอย่างอยากรู้อยากเห็น

“ระวังหน่อยนะ อย่าเข้าใกล้เกินไปเดี๋ยวจะถูกดูดเข้าไปในค่ายกล”

ความรู้สึกของหลินฮุ่ยไม่ได้กลัวสถานที่แห่งนี้เลยสักนิด “เหมือนมันจะดึงดูดแหวนของฉันด้วยล่ะพี่ใหญ่” เธอถอดแหวนออกมาอย่างไม่รู้ตัว

“นะ นี่จะถอดซี้ซั้วไม่ได้นะฮุ่ยฮุ่ย”

“อ๊ะ! พี่ใหญ่ มันลอยไปแล้ว!” เธอพยายามจะคว้าแหวนหยกจักรพรรดิของตัวเองเอาไว้ แต่ยิ่งคว้ามันก็ยิ่งลอยลิ่วเข้าไปในตาค่ายกล

บึ้ม!

ดวงตาที่มีความพิเศษของหญิงสาวมองเห็นเส้นสายมากมายที่กำลังพังทลายลงมา “พะ พี่ใหญ่ รีบเร็ว!”

“เกิดอะไรขึ้นฮุ่ยฮุ่ย!”

“พี่เข้าไปข้างในนั้นตอนนี้เลย เดี๋ยวมันจะหายไปเสียก่อน”

“ได้ พี่จะเข้าไปเดี๋ยวนี้แหละ” หลินอวี่เฉินไม่รีรอ รีบกระโจนเข้าไปในตาค่ายกลทันที

หลินฮุ่ยมองแผ่นหลังของพี่ชายยิ้มๆ ยิ่งค่ายกลพังทลายลงมาเท่าไหร่ เธอก็เห็นว่ามีของล้ำค่ามากมายอยู่ในพื้นที่กว้างใหญ่นี้

“ประโยชน์อีกอย่างของแหวนมิติสินะ ดีเลย ในนั้นน่าจะมีมิติเก็บของด้วย”

สืออีที่ยืนอยู่ด้านหลังคุณหนู รีบเดินเข้ามาประกบเพื่อป้องกันเหตุสุดวิสัย “คุณหนูระวังนะครับ”

“ไม่มีอะไรน่ากลัวแล้วล่ะพี่สืออี ทั้งพื้นที่ฝั่งตะวันตกและฝั่งทิศใต้ของเกาะ เต็มไปด้วยของมีค่า ต่อไปพวกพี่ก็ไม่ลำบากแล้วนะ” พูดจบแหวนมิติหยกจักรพรรดิของเธอก็ลอยกลับมา เธอรีบคว้ามันแล้วสวมเอาไว้ตามเดิม ตอนที่เกิดเสียงระเบิด เธอเหมือนจะเห็นเงาร่างสีทองของมังกรอยู่ชั่วขณะหนึ่ง แต่เพียงไม่นานมันก็หายไป

“ฮุ่ยฮุ่ย พี่กลับมาแล้ว” หลินอวี่เฉินออกมาอย่างรวดเร็ว “ถ้าไม่รีบเข้าไปตามที่เธอบอก คาดว่าห้วงมิติไร้เจ้าของแห่งนี้จะสลายหายไปโดยที่พวกเราไม่ได้ประโยชน์อะไรเลย”

“ได้อะไรมาบ้างคะพี่ใหญ่”

“เดินไปคุยไปดีกว่านะ” ว่าแล้วเขาก็เดินนำน้องสาวและลูกน้อง กลับไปที่ชายหาด

เดินมาได้สักพักหลินฮุ่ยก็เร่งพี่ชายอีกครั้ง “พี่ใหญ่ พูดมาสิว่าได้อะไรมาบ้าง”

หลินอวี่เฉินบีบแก้มน้องสาวอย่างเอ็นดู “ได้ๆๆ บอกเธอแล้ว ตอนที่พี่เข้าไปในค่ายกลก็ถูกส่งเข้าไปในห้วงมิติที่กำลังเสื่อมสลาย เลยรีบเก็บข้าวของที่มีทั้งหมดเข้ามาในปานจื่อ”

“เยอะไหมพี่ใหญ่”

“เยอะมาก ภายในห้วงมิติเป็นเหมือนหมู่บ้านขนาดเล็ก น่าจะเคยมีคนอยู่อาศัยมาก่อน ที่เก็บมาได้ส่วนใหญ่เป็นตำรา มิติเก็บของระดับกลางสิบหีบ สมุนไพรแปลกๆ แต่วัดระดับไม่ได้ ยังมีผลึกแปลกๆ ด้วยนะ ได้มากองเท่าภูเขาหลายลูกเลย อ้อ แล้วก็มีหยกที่พวกเขาเอาไปปูเป็นถนนแล้วก็เอาไปสร้างบ้านด้วยนะ ส่วนทองคำก็ได้มาด้วยส่วนมากเป็นพวกของใช้ เธอว่าเจ้าของคนเดิมต้องรวยแค่ไหนล่ะฮุ่ยฮุ่ย”

“โอ้! ดีนะที่พวกเรามาเจอมันก่อน ถ้าคนอื่นได้ไปก็ไม่รู้ว่าจะเป็นฝ่ายตรงข้ามกับพวกเราไหม”

“ไม่ใช่หรอก เป็นเพราะแหวนมิติของเธอต่างหากล่ะที่สามารถเปิดค่ายกลได้ ถ้าเป็นคนอื่นก็ไม่มีทาง”

“แบบนี้ก็สามารถแจกจ่ายมิติเก็บของให้ทุกคนได้แล้วสิพี่ใหญ่” เธอลูบนิ้วข้างที่สวมแหวนมิติยิ้มๆ

“อืม แม้จะเป็นมิติเก็บของที่มีขนาดไม่ใหญ่มาก แต่ก็ดีกว่าไม่มีอะไรเก็บของและอาหาร” ว่าแล้วเขาก็หันไปทางสืออีที่เดินตามมาไม่ห่าง “คืนนี้ ส่งสัญญาณไปที่ฝั่ง ให้คนที่เหลือมารวมตัวกันที่เกาะผีครวญด้วยนะ”

“ครับ นายท่าน” น้ำเสียงของสืออีเต็มไปด้วยความตื่นเต้นและดีใจ แค่คุณหนูพูดถึงมิติเก็บของในตอนกลางวัน ตกกลางดึกก็ได้พวกมันมาครอบครอง นี่ไม่เรียกว่าดาวนำโชคแล้วจะเรียกว่าอะไรล่ะ

หลินฮุ่ยมองพี่ชายอย่างชื่นชม แล้วก็ถามต่อ “พี่คิดว่าสมุนไพรจะเอาไปปลูกในมิติของฉันได้ไหม”

“ไม่รู้สิ กลับไปที่เต็นท์ก่อน แล้วพี่จะเอาออกมาให้เธอดู”

“แล้วตำราที่ได้มา พี่อ่านออกไหมพี่ใหญ่”

“อ่านออกสิ แม้จะเป็นภาษาที่เก่าแก่มาก แต่ตอนนั้นภูมิปัญญาต้นกำเนิดที่งูตัวนั้นถ่ายทอดมาให้ ก็ทำให้พี่รู้ภาษามากมาย”

“พี่ใหญ่ พี่เก่งที่สุด!” หลินฮุ่ยยกนิ้วให้พี่ชาย แล้วก็เดินฮัมเพลงไปตลอดเส้นทาง จนกระทั่งถึงชายหาด

ชายหนุ่มได้แต่ลูบหัวน้องสาวอย่างเอ็นดู แต่ก็ไม่ได้พูดอะไรออกมาเพราะเขาได้ส่งจิตเข้าไปตรวจสอบข้าวของอีกมากมายที่ยังไม่ได้บอกเล่าให้น้องสาวฟัง เพราะเอาไว้คุยกันในมิติจะเหมาะกว่า