LNCrawler

บังเอิญเจอกัน

พลิกชะตาลูกสาวสลับตัว ในยุค 90 — novel.dek d.com · All chapters

บังเอิญเจอกัน

หลายวันต่อมา หลังจากจัดการเรื่องโทรศัพท์บ้านและซื้อโทรทัศน์สีมาให้น้องสาวแล้ว เขาก็พาเธอไปเปลี่ยนทะเบียนบ้าน ซึ่งคนที่มารอรับก็คือเหล่าเติ้ง

“มาแล้วเหรอ ฉันเตรียมเอกสารเอาไว้ให้นายกับฮุ่ยฮุ่ยแล้วฝากเอาไว้กับเสี่ยวหม่า รีบไปเอาเอกสารและต่อคิวนะ”

“อืม ขอบใจมากนะเหล่าเติ้ง”

“ไม่ใช่เรื่องใหญ่หรอกน่า ใครมาก็บริการเหมือนกันนั่นแหละ แต่ฉันไม่ลัดคิวให้นายหรอกนะ” เขาตบบ่าสหายรักแล้วก็พูดต่อ “วันนี้คงอยู่คุยกับนายไม่ได้แล้ว ต้องรีบตามผู้อำนวยการออกไปประชุมข้างนอก”

“ไม่เป็นไรวันหลังค่อยคุยกัน”

เหล่าเติ้งเดินไปขึ้นรถกับคณะเจ้าหน้าที่การเมือง จากนั้นรถทั้งขบวนก็เคลื่อนออกจากสำนักงานอย่างรวดเร็วเพราะเร่งออกไปประชุมด่วน

สองพี่น้องมองหน้ากันยิ้มๆ จากนั้นก็ขึ้นไปจัดการธุระของพวกเขา ซึ่งก็ใช้เวลาในการดำเนินการไม่นาน พอเดินออกมาอีกครั้งหลินฮุ่ยก็เข้าอยู่ในทะเบียนบ้านเดียวกันกับพี่ชายของเธอ

“เที่ยงนี้ไปกินอาหารที่ภัตตาคารหรงเซิ่งดีไหมพี่ใหญ่” เธอยกทะเบียนบ้านขึ้นดูแล้วก็ยิ้มอย่างมีความสุข “เงินค่าสมุดภาพของฉันเพิ่งเข้าบัญชี วันนี้ฉันเลี้ยงพี่เอง” วันนี้เงินเข้าบัญชีเธอมาหนึ่งหมื่นห้าพันหยวน ซึ่งเป็นยอดที่มากที่สุดเท่าที่เธอเคยได้รับมาเลย

ชายหนุ่มเลิกคิ้วน้อยๆ ก่อนจะลองถามถึงงานของน้องสาว “สมุดภาพของเธอชื่อเรื่องอะไรเหรอฮุ่ยฮุ่ย เผื่อพี่จะไปหามาอ่านบ้าง”

“ชื่อเรื่องต้าเป่าเสี่ยวเป่าค่ะ เป็นเรื่องของสองพี่น้องที่เติบโตจากชนบท ด้วยการเลี้ยงดูของคนทั้งหมู่บ้าน พอโตมาหน่อยพวกเขาก็ช่วยกันตามหาพ่อแม่ที่หายไป จนได้พบกันอีกครั้งค่ะ”

“เรื่องนี้เองเหรอ พี่เคยเห็นเด็กๆ ในค่ายอ่านนะ แต่มันตีพิมพ์มานานแล้วนี่ทำไมยังได้เงินอยู่อีกล่ะ”

“นั่นก็เพราะว่ามันถูกพิมพ์เพิ่มเป็นครั้งที่ห้าแล้วน่ะสิคะพี่ใหญ่”

“หืม ครั้งที่ห้าแล้วเหรอ แบบนี้เธอก็มีชื่อเสียงแล้วสิฮุ่ยฮุ่ย”

“ก็ไม่ถือว่ามีชื่อเสียงหรอกค่ะ แต่ก็พอหาเงินได้บ้าง พี่ก็น่าจะรู้ว่ามีนักเขียนมากมายผุดขึ้นมาอย่างกับดอกเห็ด แนวไหนที่ติดตลาดก็จะถูกลอกเลียนแบบอย่างรวดเร็ว”

“นี่ก็ไม่ใช่เรื่องแปลก แต่ใครที่เป็นคนแรกก็ยังหาเงินจากงานนี้ได้อยู่นะ” เขามองน้องสาวอย่างภาคภูมิใจ แผนการในอนาคตของเขาคงไม่ไกลเกินเอื้อมแล้วล่ะ คิดได้ดังนั้นก็รีบเปิดประตูรถให้น้องสาวแล้วก็วิ่งอ้อมมาฝั่งคนขับ

หญิงสาวอมยิ้มน้อยๆ ก่อนจะก้าวขึ้นไปนั่งเบาะข้างคนขับ “สรุปว่าวันนี้ให้ฉันเลี้ยงนะคะพี่ใหญ่”

“ได้ ให้เธอเลี้ยงพี่หนึ่งวันก็ได้ฮุ่ยฮุ่ย”

 

โจวเจ๋อหย่วนมาทานอาหารกับเพื่อนร่วมงานที่ห้องส่วนตัว ขณะที่นั่งอยู่ข้างในเขาก็ได้ยินเสียงผู้ชายและผู้หญิงคุยกับพนักงานของร้าน

มันทำให้เขาจำได้ทันทีว่านี่คือเสียงของคู่หมั้นของเขา ซึ่งเธอออกจากบ้านของฟางฟางไปหลายวันแล้วและเขาก็ไม่รู้ความเคลื่อนไหวของเธอเลย ด้วยความรีบร้อนจึงขอตัวออกมาเข้าห้องน้ำ

และก็ทันได้เห็นเธอเดินเคียงคู่ไปกับผู้ชายคนหนึ่ง “ฮุ่ยฮุ่ย” พอเห็นเธอหันมาพร้อมกับรอยยิ้มที่คงจะยิ้มให้ผู้ชายคนนั้น เขาก็รู้สึกเจ็บแปลบอยู่ในอก “เธอมาทานข้าวกับใครเหรอ”

หลินฮุ่ยยิ้มค้างก่อนจะรีบเปลี่ยนสีหน้า หันไปถามความเห็นของพี่ชายพอเห็นเขาส่ายหน้า เธอก็เข้าใจว่าเขายังไม่อยากจะเปิดเผยสถานะกับโจวเจ๋อหย่วนในตอนนี้ “พี่โจวเองเหรอคะ”

โจวเจ๋อหย่วนเดินเข้าหาคนทั้งสอง ชั่วขณะที่เดินเข้าใกล้หลินฮุ่ยเขาอยากจะยื่นมือออกไปคว้าจับมือของเธอมากุมเอาไว้ แต่เมื่อเห็นท่าทีของเธอเขาก็ต้องชะงัก “ฟางฟางบอกว่าเธอไม่ได้ติดต่อกลับไปหลายวันแล้ว เธอหาห้องเช่าได้หรือยัง จะให้พี่ช่วยหาให้ไหม”

“ฉันหาบ้านเช่าได้แล้ว และพี่ชายคนนี้ก็คือเจ้าของบ้าน ฉันก็เลยมาเลี้ยงอาหารเที่ยงเขาค่ะพี่โจว”

คำตอบของเธอแม้จะไม่สมเหตุสมผล อีกทั้งความใกล้ชิดและรอยยิ้มของเธอที่มีให้คนอื่น ทำให้เขาอยากจะพูดอะไรมากกว่านี้ แต่สถานที่ไม่ค่อยอำนวยเท่าไหร่ เขายังต้องรักษาหน้าตา

“เป็นแบบนี้เอง เธอมีเงินใช้ไหม ถ้าไม่มีเอาที่พี่ก่อนได้นะ”

“ไม่เป็นไรค่ะ ฉันพอจะมีเงินเก็บอยู่นิดหน่อย พวกเราต้องไปแล้ว ขอตัวก่อนนะคะพี่โจว”

เขากำลังจะถามว่าบ้านที่เธอเช่าอยู่ที่ไหน แต่ฮุ่ยฮุ่ยกลับหันไปคุยกับผู้ชายคนนั้นแล้วก็ยิ้มหน้าระรื่นและเดินไปทางห้องอาหารส่วนตัวที่ชั้นสามเสียแล้ว

 

เมื่อเข้ามาอยู่ในห้องส่วนตัวแล้ว หลินอวี่เฉินก็ถามน้องสาวยิ้มๆ “คนเมื่อกี้ก็คือโจวเจ๋อหย่วนคู่หมั้นของเธอเหรอ”

“พี่น่าจะเคยเห็นประวัติของเขาแล้วไม่ใช่เหรอคะ ยังจะถามฉันอีก” ตอบพี่ชายอย่างไม่ทุกข์ไม่ร้อนแล้ว เธอก็รับเมนูอาหารมาสั่ง

“ดูเขาจะรักเธอมากนะ แบบนี้คนตระกูลหลิวสักวันต้องตามมาหาเรื่องเธอแน่”

“อะไรจะเกิดก็ให้มันเกิดเถอะค่ะพี่ใหญ่ ฉันเลิกหวังในตัวพวกเขานานแล้ว ถ้าจะถูกหาเรื่องเพิ่มมาอีกก็ค่อยๆ แก้กันไปค่ะ”

“พี่จะกำชับเหล่าหยางเอาไว้ พ่อของเขาทำงานด้านการเมืองน่าจะตำแหน่งใหญ่กว่าคนพวกนี้อยู่บ้าง”

“พี่กำลังจะบอกว่าให้ฉันใช้เส้นสายเหล่านี้ได้เหรอคะ”

“ปกติก็ไม่ควรหรอก แต่ถ้าถูกรังแกเธอก็ไม่ต้องอดทน”

“ได้ ฉันเชื่อพี่ค่ะ” เธอสั่งอาหารต่ออีกสองสามอย่างแล้วก็ส่งเมนูคืนให้พนักงานร้าน แล้วก็ยกมือขึ้นเท้าคางอย่างสบายใจ

หลินอวี่เฉินมองท่าทีนี้ของน้องสาวก็ยิ้มน้อยๆ ท่าทีแบบนี้ตอนเด็กเขามักจะเห็นคุณพ่อทำบ่อยๆ “เธอจะปลูกผักวันนี้ไหม ถ้าจะปลูกพี่จะได้เรียกคนมาช่วย”

“พี่ยังมีสหายที่ปักกิ่งอีกเหรอคะ”

“มีสิ วันก่อนที่ออกไปจัดการธุระเห็นเขา แต่ไม่มีเวลาคุยกันเท่าไหร่ก็เลยขอเบอร์โทรศัพท์ที่บ้านของเขาเอาไว้แล้ว ถ้าเธอจะปลูกผักทำค้างถั่วกับแตงกวาวันนี้จะได้โทรให้เขามาช่วย” เขาสั่งอาหารแล้วก็ส่งเมนูคืนให้พนักงานจากนั้นก็หันไปรอฟังคำตอบจากน้องสาว

“ปลูกวันนี้ก็ได้ค่ะ ก่อนกลับแวะที่ตลาดก่อนนะ ฉันจะซื้อเนื้อหมูกับปลา เย็นนี้จะทำของอร่อยให้พี่ลองชิม”

“ได้เลย”

 

ตอนเย็นโจวเจ๋อหย่วนก็รีบขับรถไปที่บ้านของลูกพี่ลูกน้อง เขาเจอโจวฟางที่เพิ่งวิ่งออกกำลังกายกลับเข้ามาที่บ้านพอดี

“พี่มาบ้านฉันอีกแล้วจะพี่เจ๋อหย่วน” โจวฟางร้องทักลูกพี่ลูกน้องอย่างอารมณ์ดีเพราะวันนี้แผงขายเสื้อผ้าที่เธอร่วมหุ้นกับเพื่อนที่มหาวิทยาลัย ทำเงินได้หลายร้อยหยวนเลย

สีหน้าของชายหนุ่มไม่ค่อยดีเท่าไหร่ “ตอนเที่ยงพี่ไปเจอฮุ่ยฮุ่ยที่ภัตตาคารแถวถนนวงแหวนที่สอง เธอรู้ไหมว่าฮุ่ยฮุ่ยเช่าบ้านอยู่ที่ไหน” เขาเปิดประเด็นทันที

“เธอยังไม่ติดต่อมาเลยค่ะพี่เจ๋อหย่วน แล้วทำไมพี่ถึงไม่ถามเธอล่ะคะ พี่เป็นถึงคู่หมั้นของเธอนะมีหรือที่เธอจะไม่บอกพี่”

สีหน้าของโจวเจ๋อหย่วนย่ำแย่กว่าเดิม “ยังไม่ทันได้ถามเธอก็เดินไปกับผู้ชายคนอื่นเสียแล้ว เธอลองคิดดูสิว่าฮุ่ยฮุ่ยมีญาติที่ไหนอีกไหม”

“หรือว่าจะเป็นพี่ชายของเธอคะ”

“ถ้าเป็นพี่ชายเธอก็น่าจะแนะนำให้พี่รู้จักสิ แต่เธอบอกว่าผู้ชายคนนั้นเป็นเจ้าของบ้านที่เธอเช่า เลยพาเขาไปเลี้ยงข้าวเที่ยง เธอว่ามันสมเหตุสมผลไหมล่ะ”

“ฉันก็ไม่ได้รู้เรื่องครอบครัวที่แท้จริงของเธอเสียด้วยสิ ทำไมพี่ไม่ลองสืบดูล่ะคะ”

“ฉันสืบตั้งนานแล้ว แต่ไม่เจออะไรเลยรู้แค่ว่าไปทำงานที่ภาคใต้ ไม่ค่อยติดต่อมาด้วย”

“แล้วหลิวอวี่ถิงคนนั้นติดต่อพี่ชายยังไงล่ะคะ อยู่ตระกูลหลินมาตั้งยี่สิบปีก็น่าจะมีช่องทางติดต่อพี่ชายได้นะ”

“ไม่รู้สิ พี่ไม่ได้คุยกับเธอเลย” หลังจากวันนั้นเขาได้มีโอกาสเจอเธออีกครั้ง แต่ก็ไม่ได้คุยกันอีกฝ่ายก็ไม่ได้มีท่าทีว่าจะสนใจเขาด้วย

“อ้าว ท่าทางของเธอราวกับจะแย่งพี่ไปจากฮุ่ยฮุ่ยขนาดนั้น พอเห็นหน้าพี่แล้วทำไมไม่รีบเข้าหาล่ะคะ หรือว่าจะแสร้งปล่อยเพื่อจับ”

“เธอคิดมากเกินไปหรือเปล่า แม้แต่คุณปู่ก็ไม่ได้พูดเรื่องนี้เลยนะ เรื่องที่พี่กังวลก่อนหน้าไม่มีใครพูดถึงเลยแม้แต่คนเดียว”

โจวฟางได้แต่ส่ายหน้า เธอรู้นิสัยของคุณปู่แล้วเธอก็รู้นิสัยลูกพี่ลูกน้องคนนี้เป็นอย่างดีด้วย “เอาเถอะมันเป็นเรื่องของผู้ใหญ่ เด็กอย่างฉันไม่ขอยุ่งแล้วกันค่ะ”

“เธอพอจะมีวิธีติดต่อฮุ่ยฮุ่ยบ้างไหม” เขาวกกลับมาคุยเรื่องของคู่หมั้นอีกครั้งเพราะยังตะขิดตะขวงใจกับท่าทางของเธอกับผู้ชายคนนั้นไม่หาย แม้อีกฝ่ายจะดูมีอายุมากกว่าหลายปีก็ตาม

“ไม่มีหรอกค่ะ แต่เธอน่าจะไปหาบ้านพักอยู่แถวๆ มหาวิทยาลัย พรุ่งนี้ฉันจะไปดูให้แล้วกัน”

“แต่ทำไมเธอถึงไปโผล่ที่ถนนวงแหวนที่สองได้ล่ะ แถมยังไปกินข้าวที่ภัตตาคารหรงเซิ่งเสียด้วย ที่นั่นเป็นภัตตาคารหรู แต่ละมื้อต้องจ่ายหลายร้อยถึงพันหยวนเลยนะ”

“พี่กำลังหึงอยู่หรือคะพี่เจ๋อหย่วน”

“บอกไม่ถูกเหมือนกัน แต่พี่รู้สึกว่าตั้งแต่ที่เธอรู้ว่าไม่ใช่ลูกของคนตระกูลหลิว ท่าทีของเธอก็เปลี่ยนไป แม้แต่กับพี่เธอก็ยังเว้นระยะห่าง”

“เมื่อก่อนเธอก็เว้นระยะห่างกับพี่ แม้แต่มือก็ยังไม่เคยจับเลยนี่ ยิ่งตอนนี้รู้ว่าอาจจะมีการเปลี่ยนแปลงเป็นฉันก็ต้องเพิ่มระยะห่างค่ะ”

“เธอพูดอย่างกับว่าฮุ่ยฮุ่ยไม่เคยรักพี่ชายของเธออย่างนั้นแหละฟางฟาง”

“พี่ต้องถามตัวเองมากกว่านะคะว่าตั้งแต่เด็ก พี่มีโอกาสใกล้ชิดเธอมากที่สุดแต่พี่ก็ไม่ได้ยื่นมือเข้าช่วยเวลาที่เธอโดนรังแก เอาแต่มองเฉยๆ โตมาพอผู้ใหญ่จับให้หมั้นหมายกัน พี่คิดว่าฮุ่ยฮุ่ยที่เติบโตมาในสภาพแบบนั้นยังจะมีความไว้ใจใครได้อีกล่ะ”

“พี่ไม่ได้มองเฉยๆ เสียหน่อย อีกอย่างพี่ก็ไม่ค่อยได้กลับบ้านด้วย”

โจวฟางมองเห็นอนาคตของสหายรักและลูกพี่ลูกน้องคนนี้แล้ว เธอก็ได้แต่ถอนหายใจ “จะอะไรก็ช่างเถอะค่ะ แต่ท่าทางสูงส่งและเย่อหยิ่งของพี่แบบนี้ ไม่ใช่สิ่งที่สหายรักของฉันต้องการ ถ้าพี่มั่นใจว่ารักเธอจริง ควรจะปรับทัศนคติและท่าทีเสียใหม่นะคะ”

“ผู้หญิงพอแต่งงานแล้วก็ต้องตามสามีไม่ใช่เหรอ”

“เอาเถอะๆ ฉันขี้เกียจจะพูดกับพี่แล้ว พรุ่งนี้จะลองไปตามหาเธอให้พี่ก็แล้วกัน”

“ขอบใจนะฟางฟาง”

“พี่จะเข้าบ้านไปด้วยกันไหม” เห็นเขาส่ายหน้าแล้วเตรียมจะเดินกลับไปที่รถ เธอก็ไม่ได้เซ้าซี้ “ถ้าไม่เข้าก็ส่งพี่ตรงนี้นะ ฉันจะเข้าบ้านแล้ว”

 

ทางด้านของหลินฮุ่ย ยามนี้กำลังนำต้นกล้าผักลงปลูกในแปลง โดยมีสหายรักของพี่ชายมาคอยช่วยพร้อมกับลูกชาย

“คุณอา ไม่ต้องทำ ให้ผมทำเองครับเดี๋ยวมือสวยๆ ของคุณอาจะเปื้อน” ตงตงวัยสิบขวบร้องห้ามอย่างเป็นห่วง

“เหล่าเฉินดูลูกชายของนายสิ เหมือนนายตอนเด็กไม่มีผิดเลย” หลินอวี่เฉินกระเซ้าสหายรักที่เห็นคนสวยเป็นไม่ได้ต้องรีบเข้าไปช่วยเหลือทันที แม้แต่ตอนเลือกเมียเขาก็ยังเลือกคนสวยเลย

“เขาเรียกว่าให้เกียรติผู้หญิง นายมันต้นไม้เหล็กที่ไม่เคยออกดอกจะไปเข้าใจอะไรกันเล่า” เหล่าเฉินมองลูกชายอย่างภูมิใจ “จะว่าไปแล้ว ตอนที่นายกลับไปภาคใต้แล้วฮุ่ยฮุ่ยจะอยู่กับใครล่ะเหล่าหลิน”

“อยู่คนเดียว ฉันถึงได้เรียกนายมาที่นี่อย่างไรล่ะ วันไหนว่างๆ ก็พาตงตงกับเมียนายมาที่นี่ได้นะ แต่ถึงตอนเปิดเทอมเธอคงปิดบ้านเอาไว้เพราะต้องไปพักที่หอ”

“เรียนที่ไหนเหรอ เมียฉันเป็นอาจารย์สอนที่มหาวิทยาลัย จะได้ฝากเธอให้ช่วยดูแลฮุ่ยฮุ่ย”

“เป่ยต้า เอกภาษาจีนน่ะ เปิดเทอมนี้ก็ขึ้นปีสี่แล้วล่ะ”

“พอดีเลยอยู่มหาวิทยาลัยปักกิ่ง ฉันจะให้เธอช่วยดูแลให้”

“นายรับปากแบบนี้ฉันก็วางใจแล้วล่ะ”