LNCrawler

เธอคือดาวนำโชค

พลิกชะตาลูกสาวสลับตัว ในยุค 90 — novel.dek d.com · All chapters

เธอคือดาวนำโชค

หลินฮุ่ยที่เพิ่งตื่นขึ้นมาอีกครั้งในตอนเที่ยง ก็ได้ยินเสียงโทรศัพท์ ดูที่หน้าจอก็เป็นเบอร์ของสหายรัก นัยน์ตาของเธอฉายแววลึกซึ้ง ก่อนจะขยับตัวออกห่างจากร่างแข็งแกร่งของเสิ่นมู่หาน

“ฟางฟาง มีอะไรหรือเปล่า”

“พึ่งตื่นเหรอฮุ่ยฮุ่ย เธอยังปลอดภัยดีใช่ไหม” โจวฟางถามด้วยความห่วงใยสหายรัก

“หืม เกิดอะไรขึ้นทำไมเธอถึงถามฉันแบบนี้” หลินฮุ่ยถึงกับนิ่งงันไป ฟางฟางน่าจะรู้อะไรมาแล้วแน่ๆ

“ไม่มีอะไรหรอก แค่เป็นห่วงเธอเท่านั้น ถ้าเธอยังปลอดภัยฉันก็ไม่ต้องคอยห่วงเธอแล้วล่ะ”

“จะเป็นอะไรได้ล่ะ ออกมาตกปลาอยู่กลางทะเลเนี่ย เดี๋ยวกลับไปจะเอาปลาไปฝากนะ”

“อ้อ ดีแล้วๆ ไม่ว่าอะไรจะเกิดขึ้น ฉันอยู่ข้างเธอเสมอนะ”

แววตาของหลินฮุ่ยทอประกายเจิดจ้า “อื้มๆๆ พูดอะไรของเธอแต่เช้าเนี่ย”

“เหอะๆ สหายรักเธอเมาเรือหรือเปล่า นี่มันเที่ยงแล้วนะ”

หลินฮุ่ยกำลังจะพูดต่อ แต่ก็ถูกวงแขนเข็งแรงของเสิ่นมู่หานรั้งเข้าไปหา เธอบิดเอวเขาไปหนึ่งทีแล้วส่งสัญญาณให้เขาเงียบ “เมื่อคืนนอนดึกไปหน่อยน่ะ อีกสามสี่วันก็จะขึ้นฝั่งแล้ว”

“เธอดูมีพิรุธนะฮุ่ยฮุ่ย เมื่อกี้เหมือนกำลังแอบทำอะไรอยู่ใต้ผ้าห่มเลย อย่าบอกนะว่า...”

“เธอคิดไปถึงไหนแล้ว แค่พลิกตัวเท่านั้น”

“แล้วไป นึกว่านอนกกหนุ่มน้อยที่ไหนเสียอีก ฉันล่ะอิจฉาเธอจริงๆ นะ ได้เห็นทหารหล่อๆ ล่ำๆ ถอดเสื้อวิ่งอยู่ทุกวัน พี่ใหญ่ก็ไม่แนะนำมาให้พวกเราสักที”

“ไม่มีเวลาน่ะสิ ฝึกทหารใหม่เสร็จก็พาออกทำภารกิจ”

“เอาล่ะๆ ฉันก็พูดไปอย่างนั้นแหละ แค่รู้ว่าเธอสบายดีก็ไม่ห่วงแล้ว แค่นี้ก่อนนะฉันจะนอนแล้ว”

“ได้ๆๆ นอนเถอะ”

วางสายไปแล้วเธอก็โยนโทรศัพท์ไปบนที่นอน ก่อนจะหันไปแยกเขี้ยวใส่คนหน้าหนา “ปล่อยได้แล้ว ฉันจะออกไปดูอาการของพี่ใหญ่”

“แล้วแผลที่ต้นขาของพี่ล่ะ เธอไม่ดูเหรอฮุ่ยฮุ่ย หรือเธอจะรีบไปดูทหารหน้าอ่อนหล่อๆ หุ่นล่ำๆ พวกนั้นก็ว่ามาเถอะ”

หลินฮุ่ยพาตัวออกจากวงแขนของเขาได้สำเร็จ ก่อนจะถลึงตาให้เขา “รู้ตัวว่าแก่ก็อยู่ส่วนแก่ไปเถอะย่ะ” ว่าแล้วเธอก็กระโดดข้ามตัวเขา ลงมายืนบนพื้นได้ก็รีบเผ่นทันที

เสิ่นมู่หานถึงกับตาเบิกกว้าง เธอว่าเขาแก่ก็อยู่ส่วนแก่เหรอ ไม่ได้การณ์ ต้องรีบปรุงยาคงโฉมเสียแล้ว

 

หลินอวี่เฉินมองน้องสาวที่เดินหน้าตูมเข้ามา เขาก็กวักมือเรียกเธอให้เข้ามาหา “มานี่มา เป็นอะไรบอกพี่ใหญ่หน่อยสิ”

หญิงสาวเดินไปนั่งที่เก้าอี้ข้างเตียงนอนของพี่ชาย “เมื่อคืนพี่บอกว่าจะนอน ทำไมกลับได้รับบาดเจ็บมาอีกล่ะคะพี่ใหญ่”

“มู่หานปรุงยาให้กินตั้งแต่กลับมาแล้ว ตอนนี้อาการดีขึ้นจนเกือบหายแล้วล่ะ”

“พี่ใหญ่! ทำไมเรียกเขาเสียสนิทแบบนั้นล่ะ”

ชายหนุ่มยื่นมือออกไปดีดหน้าผากน้องสาวปากแข็งหนึ่งที “ถ้าไม่สนิทจะให้ทำยังไง เธอไม่รู้เหรอว่าคนแซ่เสิ่นน่ะหน้าหนาแค่ไหน”

“ใช่เขาหน้าหนามาก เมื่อคืนนี้ก็บอกว่าจะพาไปพักห้องที่ดีที่สุด ฮึ่ม!”

“ก็เป็นเสียอย่างนี้ เขาบอกว่าจะพาไปก็ไปกับเขา เธอคิดดูเอาเถอะ บอกว่าไม่ได้มีอะไรกัน แต่พอเขาชวนเธอก็ไปกับเขาทันที คนอื่นมองมาก็คิดไปไกลแล้ว พี่ก็เลยต้องสนิทกับเขาไว้ก่อนไงน้องรัก”

หลินฮุ่ยได้แต่ย่นจมูกอย่างขัดใจ ก่อนจะระบายกับพี่ชาย “พี่ไม่รู้หรอก ตั้งแต่ที่ฉันเจอกับเขาก็รู้สึกเหมือนคนคุ้นเคย มีอะไรในใจก็มักจะเผลอเล่าให้เขาฟัง มันเป็นไปเองนะ พี่เข้าใจไหมคะพี่ใหญ่ว่ามันเป็นไปเองโดยธรรมชาติ”

“น่าจะเป็นเพราะตราประทับที่เขาทำขึ้น” หลินอวี่เฉินมองน้องสาวที่กำลังสับสนอย่างจนใจ ตั้งแต่สีหน้าแววตาและภาษากาย ดูก็รู้ว่ารักเสิ่นมู่หานไปแล้ว แต่ยังปากแข็ง เขาจะทำอะไรได้เล่า พี่ชายก็เหมือนพ่อ แม้จะทำใจยากอยู่สักหน่อย แต่ก็คงรั้งไว้ไม่ได้

หญิงสาวกุมมือพี่ชายเอาไว้ “เรื่องของเขาก็ช่างเถอะ พี่เล่าให้ฉันฟังหน่อยสิ เมื่อคืนไปทำอะไรมา”

“ตอนที่ขึ้นเรือมา พี่ถามหามู่หานเธอบอกว่าเขาไปจัดการกับกองกำลังลับใช่ไหม”

“ใช่ค่ะ ฉันพูดแบบนั้น”

“นั่นแหละ พี่สืบเรื่องคนกลุ่มนี้มานานแล้ว เลยทำให้รู้นิสัยพวกเขาไปด้วย จึงได้นัดกับมู่หานเพื่อออกไปจัดการพวกมัน”

“พี่ไปตกลงกันตอนไหนคะ ฉันไม่เห็นรู้เรื่องเลย หรือว่าจะคุยในใจ” ตั้งแต่พี่ใหญ่ยอมรับในตัวเขา เธอก็รู้สึกว่ากำลังจะตกกระป๋องอย่างไรไม่รู้

“ก็คุยกันผ่านเสียงลมปราณไง มีวิธีอีกเยอะแยะมากมายที่ไม่ต้องขยับปากก็สามารถคุยกันได้”

คราวนี้หลินฮุ่ยกลอกตาไปมาอย่างระอาใจ “ฮึ่ม! ทำไมฉันถึงฝึกพลังพิเศษพวกนี้ไม่ได้นะ”

“ได้แค่นี้ก็ดีมากแล้วล่ะ อย่างน้อยเธอก็เก่งเรื่องการปลูกพืชทุกอย่างอยู่นะ”

ได้ยินพี่ชายชมหญิงสาวก็อารมณ์ดีขึ้นมานิดหน่อย “คืนนี้ฉันขอนอนที่ห้องพี่ได้ไหมพี่ใหญ่”

“ได้สิ คืนนี้จะได้ถือโอกาสหาสมบัติด้วย”

“ยังอยู่น่านน้ำสากลอยู่เหรอคะ” หลินฮุ่ยแปลกใจไม่น้อยเพราะปกติก็มักจะใช้เวลาแค่ไม่กี่ชั่วโมงก็จะถึงที่หมาย

“ถ้าไม่ควบคุมด้วยพลังพิเศษ กว่าจะถึงฝั่งก็อาจจะกินเวลาเป็นสิบวันเลยนะฮุ่ยฮุ่ย ตอนนี้ถือโอกาสให้ลูกน้องในทีมได้พักรักษาตัว อาเฟยก็เลยบังคับเรือให้มันช้าลงนิดหน่อย”

“อ้อ” พูดพลางเธอก็นำเอาอาหารเช้าออกมา “พี่ยังไม่หายดี กินอาหารอ่อนๆ ไปก่อนนะคะ”

หลินอวี่เฉินมองโจ๊กธัญพืชที่มีคุณสมบัติพิเศษ แล้วก็มองน้องสาวอย่างชื่นชม “ในวงการนักสู้ น้อยคนนักที่จะปลูกพืชและสมุนไพรที่มีพลังพิเศษได้ ทว่าคนที่ปลูกได้ส่วนใหญ่พวกเขาปลูกได้จำนวนแค่หยิบมือเท่านั้นน้องรัก”

หญิงสาวเชิดหน้าขึ้นอย่างภูมิใจ “ฉันจะปลูกเอาไว้เยอะๆ พี่อยากได้อะไรฉันจะเอาออกมาให้ ดีไหมพี่ใหญ่”

“อืม เธอดีที่สุด” ตั้งแต่หาน้องสาวเจอ ชีวิตของเขาก็เปลี่ยนไปในทิศทางที่ดีกว่าเดิมอย่างรวดเร็ว “เทคโนโลยีที่เอามาจากห้องใต้ดินของวิลล่า คงต้องปล่อยออกไปอีก คราวนี้พี่จะไปคุยกับคนที่ปักกิ่ง”

“ปิดปากพวกที่จะหาเรื่องตระกูลหลินหรือคะพี่ใหญ่”

“ฮึ! เธอนี่นะ ก็เป็นแบบนั้นแหละ โลกนี้การเป็นคนดีใช่ว่าจะอยู่รอด แต่การเป็นคนชั่วนั้นไม่มีทางรอดมากกว่า ดังนั้นต้องบริหารนิดหน่อยให้เรามีเปอร์เซ็นต์ต่อรองสูงกว่าคนอื่น”

“เมื่อก่อนพี่คงไม่ได้คิดแบบนี้หรอกใช่ไหม”

“ก็ไม่เชิงหรอก แต่เป็นเพราะเมื่อก่อนไม่มีแรงจูงใจ” พูดออกไปแล้วก็มองน้องสาวยิ้มๆ

“ฉันเหรอ หึหึ ฉันยังเป็นที่หนึ่งในใจพี่ ดีใจจังค่ะ”

“เด็กโง่ ถ้าไม่รักเธอจะให้พี่ไปรักใครได้อีกล่ะ”

“ก็คนหน้าหนาคนนั้นไง ฉันคิดว่าเขากำลังจะมาแย่งความรักของพี่ไปจากฉัน ไม่ได้การณ์ล่ะ จะต้องหาทางกันเขาออกจากพี่”

สายตาที่เขามองน้องสาวเต็มไปด้วยความอ่อนโยน ตอนแรกคิดว่าคงไม่อาจยอมรับเสิ่นมู่หานได้ แต่พอเห็นสภาพครึ่งผีครึ่งคนของอีกฝ่ายที่อยู่ในถ้ำวันนั้น เขาก็คิดได้ว่าชีวิตที่เต็มไปด้วยอันตรายและเสี่ยงตายของเขานี้ ถ้าวันหนึ่งเขาไม่มีโอกาสได้กลับบ้านไปหาน้องสาว ก็ยังมีเสิ่นมู่หานที่รักน้องสาวยิ่งกว่าชีวิตคอยดูแลเธอได้

 

ตกดึก ไม่ได้มีแค่สองพี่น้องที่ออกจากห้องพัก พอพวกเขาสองคนเดินออกมาจากประตูห้อง ก็มีคนคอยตามติดไม่น้อยกว่าสามคน

“ฮุ่ยฮุ่ย สายตาของเธอดีขนาดนี้ ลองหาสมบัติให้ดูหน่อยสิ” เสี่ยวเย่เป็นคนแรกที่เอ่ยขึ้น

“ใช่ๆๆ คุณหนูหลิน ลองแสดงฝีมือให้ตาแก่คนนี้ดูสักครั้งหน่อยเถอะครับ ผมอยากรู้จริงๆ นะ” ลุงเสิ่นกัปตันเรือก็อยากจะพิสูจน์ฝีมือของหลินฮุ่ยเหมือนกัน

หลินฮุ่ยหันไปถามความเห็นพี่ชาย “พี่ใหญ่ว่าไงคะ ฉันลองดูได้ไหม เผื่อจะมีโชคก้อนใหญ่” ใครจะพูดออกมาล่ะว่างมสมบัติขึ้นมาหลายครั้งแล้ว

“อืม แต่ก่อนอื่นไปบอกจุดที่มีปลาราคาแพงให้ลุงเสิ่นก่อนเถอะ เป็นการตอบแทนที่เขามาช่วยพวกเรา”

“ไม่มีปัญหา ไปกันค่ะ”

คราวนี้หลินฮุ่ยไม่ได้ไปยืนที่กราบเรือ แต่หญิงสาวไปที่สะพานเดินเรือ ที่นั่นเสิ่นมู่หานกำลังนั่งดูเรดาร์อยู่ เธอทำเป็นไม่สนใจเขา ก่อนจะจ้องไปที่หน้าจอเรดาร์ แล้วก็ยกยิ้มมุมปากน้อยๆ “ไปทางตะวันออกอีกห้าไมล์ทะเลค่ะลุงเสิ่น มีปลาฝูงใหญ่”

“คุณหนูหลิน รู้หรือเปล่าครับว่ามันคือปลาอะไร”

“ปลาทูน่าครีบน้ำเงินค่ะลุงเสิ่น”

“โอ้! นะ นี่มันของล้ำค่าหายากเลยนะนั่น” เขารีบเดินไปสั่งผู้ช่วยกัปตัน ไม่นานก็เดินกลับมาหาหลินฮุ่ยด้วยท่าทีที่ชื่นชมยิ่งกว่าเดิม “คุณหนูหลิน คุณนับว่าเป็นดาวนำโชคของพวกเราเลยนะครับ”

“ไม่ถึงขนาดนั้นหรอกค่ะ เอาล่ะ เรามาพูดถึงเรื่องหาสมบัติกันดีกว่านะ” เธอยังคงทำเป็นจ้องไปที่หน้าจอเรดาร์

เสิ่นมู่หานเองก็เดินมายืนอยู่ข้างๆ หลินฮุ่ย “ดูจากหน้าจอก็ได้ด้วยเหรอ” ครั้งก่อนเขาเห็นเธอกับพี่ชายยืนอยู่ที่กราบเรือ แล้วเธอก็บอกตำแหน่งของสมบัติ แต่ครั้งนี้มาแปลก

หญิงสาวมองเขาเหมือนมองคนโง่ “ทำไมจะไม่ได้ล่ะ มองผ่านดวงตาของสัตว์น้ำใต้ทะเลก็ยังมองได้เลยนี่คะ มองจากเรดาร์มันจะไปยากอะไร”

“อ้อ งั้นแถวนี้มีสมบัติที่ว่านั่นไหม” เขาพยายามจะดึงความสนใจของหญิงสาว เพราะอยากจะให้เธอหันมามองหน้าเขาสักหน่อย จะได้เห็นว่าหน้าตาของเขาดีขึ้นกว่าเดิมแค่ไหน แต่เธอกลับทำแค่มองแล้วก็ไม่สนใจจะทักเสียนี่ หรือว่าเขาปรุงยาผิดสูตรกันนะ

ทุกคนต่างก็รอฟังคำตอบของหลินฮุ่ยกันถ้วนหน้า ในที่สุดเธอก็ตอบออกมา “มีค่ะ พวกคุณลงไปพร้อมกันเลยก็ได้ มีเรือหลายลำจมอยู่ใต้ทะเลตรงนี้” ว่าแล้วก็ชี้ไปบนหน้าจอเรดาร์

“อีกแค่หนึ่งไมล์ทะเลเหรอ” หลินอวี่เฉินถามน้องสาว ก่อนจะเดินมาดูที่หน้าจอเรดาร์ “มีเกาะเล็กๆ อยู่ที่นั่น แต่บนนั้นไม่มีอะไร แสดงว่าต้องอยู่รอบๆ เกาะใช่ไหม”

“ใช่แล้วค่ะพี่ใหญ่ พวกพี่ดำน้ำลงไปแล้วก็เก็บขึ้นมาได้เลย ความลึกแค่นี้คงไม่เป็นไรใช่ไหมคะ”

“ไม่มีปัญหาหรอก แล้วเธอจะแบ่งยังไง” หลินอวี่เฉินถามน้องสาวยิ้มๆ

“จะแบ่งอะไรล่ะ ใครลงไปงมมาได้ก็เป็นของคนนั้น ฉันแค่ชี้บอกตำแหน่งแค่นั้นเอง”

หลินอวี่เฉินรู้ดีว่าทำไมน้องสาวถึงไม่เอาสมบัติ เพราะเธอไม่มีที่เก็บพวกมันแล้วนั่นเอง เขาจึงหันไปคุยกับคนที่เหลือ “ถ้าอย่างนั้นก็เอาตามที่ฮุ่ยฮุ่ยพูด ลุงเสิ่นจะลงไปด้วยกันไหมครับ”

“ผมแก่แล้วละรองหลิน พวกคุณยังหนุ่มก็ลงไปเถอะ แค่ปลาทูน่าครีบน้ำเงินก็มูลค่ามหาศาลแล้ว ผมไม่กล้าละโมบไปมากกว่านี้หรอกครับ”

“ลุงใหญ่ ผมว่าปลาทูน่าครีบน้ำเงินฝูงใหญ่ของลุง น่าจะราคาแพงกว่าสมบัติใต้ทะเลนั่นหลายเท่าเลยนะ” เสิ่นมู่หานหยอกล้อลุงใหญ่ที่เขาสนิทสนมมาตั้งแต่เด็ก

“ไอ้เด็กนี่ รีบไปเตรียมตัวเลยไป”

“ได้ๆๆ ผมไม่กวนลุงแล้ว” เขารีบเดินไปประจบหลินอวี่เฉินทันที “พี่ใหญ่ ไม่ว่าจะงมอะไรขึ้นมาได้ ผมจะแบ่งให้พี่เจ็ดส่วน”

“ดี! นายพูดแล้วนะ ไปกัน เสี่ยวเย่ นายไปเรียกคนที่เหลือมาด้วย” ลูกน้องของเขายังไงก็ต้องส่งสมบัติมาให้เขาอยู่แล้ว หลินฮุ่ยไม่มีที่เก็บสมบัติเขาก็จะช่วยเธอเก็บเอาไว้ก่อนเอง

 

พอมาถึงเกาะที่หลินฮุ่ยชี้เป้า ชายหนุ่มเกือบสามสิบคนก็กระโดดลงจากเรืออย่างไม่หวั่นต่อกระแสคลื่นใต้น้ำ

หลินฮุ่ยมองตามด้วยสายตาที่มีความพิเศษ ก็เห็นว่าทุกคนสามารถมองเห็นได้ดีและกระแสน้ำใต้ทะเลก็ไม่ส่งผลต่อพวกเขา เธอจึงไม่ได้ห่วงอะไรมากมาย จึงคุยในใจกับพี่ชาย “พี่ใหญ่ ข้างหน้ามีฝูงปลาหิมะ จับมาให้ฉันหน่อยค่ะ เอาแค่ตัวใหญ่นะ ฉันจะเอาไปเลี้ยงในมิติ”

“ได้เลยฮุ่ยฮุ่ย พี่เห็นพวกมันแล้ว” หลินอวี่เฉินโบกมือไปหนึ่งครั้ง ปลาหิมะยี่สิบตัวก็หายเข้าไปในป่านจื่อของเขา “ปลาหิมะนี่ราคาต่อชั่งแพงมากเลยนะฮุ่ยฮุ่ย”

“ไม่ขายค่ะ จะเลี้ยงเอาไว้ทำอาหารให้พี่กับลูกน้องกิน”

มือของหลินอวี่เฉินโบกอีกครั้ง ปลาหิมะอีกสามสิบตัวก็หายเข้าไปในปานจื่อของเขา “เจอแล้วล่ะฮุ่ยฮุ่ย เป็นเรือลำไม่ใหญ่”

สายตาที่มองทะลุทะลวงของหญิงสาวมองเรือลำเล็กที่พี่ชายว่า “ในเคบิน มีช่องลับอยู่ค่ะพี่ใหญ่ ในนั้นซ่อนหีบเอาไว้”

“โอ้! น้องรักเธอเก่งจริงๆ” หลินอวี่เฉินเข้าไปในเคบินแล้วก็งัดแผ่นไม้ขึ้นมาสองแผ่น ก็เห็นว่ามีหีบสมบัติจริงๆ “เจอแล้วฮุ่ยฮุ่ย” เขาโบกมือหนึ่งครั้ง หีบสมบัติทั้งหมดก็หายวับไปทันที

“พี่รีบขึ้นมาเถอะค่ะ คนอื่นก็พบสมบัติกันหมดแล้ว”

“ได้ จะขึ้นไปเดี๋ยวนี้แหละ อ๊ะ!” หลินอวี่เฉินร้องออกมาเพราะมีสิ่งมีชีวิตขนาดใหญ่ว่ายเข้ามาหาเขา

“พี่ใหญ่ เต่าตัวนี้อายุมากแล้ว น่าจะได้รับบาดเจ็บ เอาน้ำจากบ่อในมิติให้มันเถอะค่ะ”

“อ้อ เป็นแบบนี้นี่เอง” เขานำเอาน้ำออกมาจากปานจื่อ ใช้พลังควบคุมน้ำให้เป็นสายส่งตรงถึงปากของเต่าตัวใหญ่อย่างไม่รีบร้อน จนน้ำหมดขวดเขาจึงตบหัวมันเบาๆ เป็นการลา แล้วก็ทะยานขึ้นมาสู่ผิวน้ำอย่างรวดเร็ว

“ท่านรอง ผมได้สมบัติมาเยอะเลยครับ” เสี่ยวเย่ที่ขึ้นมาในเวลาไล่เลี่ยกันเอ่ยออกมาอย่างดีใจปนตื่นเต้น

“ขึ้นไปบนเรือก่อนค่อยว่ากัน” พูดจบร่างของเขาก็ทะยานขึ้นไปบนเรือทันที “ฮุ่ยฮุ่ย พี่มาแล้ว”

หญิงสาวปิดปากหาวเพราะรู้สึกง่วงแล้ว “ดีค่ะพี่ใหญ่ ฉันจะบอกพี่เอาไว้นะ นอกจากฝูงปลาทูน่าครีบน้ำเงินฝูงใหญ่ที่บอกไปแล้ว ห่างออกไปจากจุดนั้นสิบห้าไมล์ทะเลมีฝูงปูกับกุ้งด้วย พี่ไปบอกลุงเสิ่นด้วยนะ ฉันจะกลับห้องไปนอนแล้ว”

เขายื่นมือออกไปแตะกับแหวนมิติของน้องสาว จากนั้นก็ส่งปลาหิมะเข้าไปในแหวนมิติของเธอ “เธอจะไม่ดูสมบัติสักหน่อยเหรอ”

“ไม่ล่ะจะไปนอนแล้ว” หลินฮุ่ยมองเข้าไปในแหวนมิติ แล้วก็ต้องยิ้มกว้างเธอนำปลาหิมะทั้งห้าสิบตัวไปปล่อยที่ทะเล “อย่าลืมบอกลุงเสิ่นนะ เดี๋ยวพรุ่งนี้ค่อยหาฝูงปลาเพิ่มอีกสักสองสามฝูง”

“ได้ๆๆ ง่วงนักก็ไปนอนก่อนพี่เถอะ”

หญิงสาวเดินกลับไปที่ห้องพักอย่างรวดเร็วว จึงไม่ได้เห็นสายตาละห้อยของเสิ่นมู่หานที่มองตาม

“นายมานี่เลยมู่หาน!”