LNCrawler

ข่าวลือระลอกใหม่

พลิกชะตาลูกสาวสลับตัว ในยุค 90 — novel.dek d.com · All chapters

ข่าวลือระลอกใหม่

อาเฟยที่เพิ่งกลับจากไปรับของบางอย่างจากสายลับ ก็มาทันได้ยินสิ่งที่เจ้านายคุยกับคุณหนูหลิน พอผู้เป็นนายเดินกลับมาที่บ้านพัก เขาก็ขยับเข้าใกล้พร้อมกระซิบถามเสียงแผ่ว

“คุณชาย วันนี้ตราประทับของคุณหนูหลินจะปะทุหรือครับ”

“อืม ตอนแรกฉันว่าจะออกเดินทางทันที แต่จู่ๆ ตราประทับของฉันก็มีความเคลื่อนไหวทำให้รู้ว่าตราประทับของเธอกำลังจะปะทุอย่างรุนแรง ดีที่เธอโทรมาหาก่อน ไม่อย่างนั้นก็หาข้ออ้างไม่ได้”

“ต้องให้ผมเตรียมอ่างสมุนไพรไหมครับ ผมจะรีบไปเตรียมเอาไว้ตั้งแต่ตอนนี้เลย”

“เตรียมเอาไว้เลย แต่ฉันก็ไม่แน่ใจว่าจะควบคุมมันได้หรือเปล่า”

“ทำไมล่ะครับ ทั้งที่คุณชายกับคุณหนูหลินก็พบกันบ่อยๆ ทำไมมันถึงได้ปะทุถี่ขึ้น”

“น่าจะเป็นแรงดึงดูดของตราประทับนั่นแหละ อีกอย่างพิษที่ได้รับในคืนนั้นก็ถูกผนึกเข้าไปในตราประทับด้วย”

พิษนั้นเป็นพิษรักและยังมีพิษอีกหลายตัวที่ผสมเข้าไปจนกลายเป็นเนื้อเดียวกัน ไม่แปลกที่เวลาตราประทับปะทุมันจะรุนแรงขึ้นเรื่อยๆ จนกว่าพิษรักแห่งกำหนัดจะได้รับการถอนออกไป “ผมจะเตรียมอ่างสมุนไพรเอาไว้ตอนนี้เลย”

“อืม นำยาที่ฉันปรุงเอาไว้เทผสมลงไปด้วยนะ” เขาเคยใช้ยาร่วมกับสมุนไพรแค่ครั้งเดียว ซึ่งก็คือการปะทุครั้งที่สอง หลังจากนั้นก็ไม่ได้ใช้มันอีกเลย

“คุณชายหลินน่าจะมอบยาให้คุณหนูหลินนะครับ ทำไมเธอไม่กินมันล่ะครับคุณชาย”

“เพราะเวลาที่ตราประทับของเธอปะทุขึ้นมา เธอจะไม่รู้สึกตัวน่ะสิอาเฟย ซึ่งมันแตกต่างจากฉันมาก”

“แบบนี้ยิ่งอันตรายนะครับ เพราะไม่มีสัญญาณเตือนล่วงหน้าเลย” พูดพลางเขาก็นำเอาอ่างสมุนไพรออกมาพร้อมกับสมุนไพรกองใหญ่ ที่ต้องจัดการให้ทันเวลา

“นายลองหาวิธีติดต่อพี่ใหญ่ดู ถามเขาว่าได้มอบยาบรรเทาอาการให้ฮุ่ยฮุ่ยหรือเปล่า”

“ครับคุณชาย”

“อ้อ นายให้คนของเราไปเตรียมอาหารเย็นเอาไว้ด้วยนะ เตรียมห้องเอาไว้ด้วย จะได้ให้ฮุ่ยฮุ่ยแช่ตัวในอ่างสมุนไพร”

“ครับคุณชาย”

 

ตอนเย็น รถจี๊ปทหารก็ขับผ่านเข้าไปภายในค่ายจิ้นหนานได้สำเร็จ เจ้าหน้าที่ที่ป้อมยาม ทำการตรวจสอบเอกสารและโทรตรวจสอบกับทางปักกิ่งเมื่อครู่ถึงกับหลั่งเหงื่อเต็มหน้าเต็มแผ่นหลัง เพราะคนใหญ่คนโตระดับนี้มาเยือนค่ายของพวกเขาด้วยเรื่องส่วนตัวนั่นเอง

“ดีนะ ที่ฉันไม่ได้แสดงออกจนเกินพอดี ไม่อย่างนั้นคงจะอับอายกว่านี้” จุดประสงค์ของผู้พันเสิ่นชัดเจนยิ่งกว่าอะไรทั้งหมด นั่นก็คือขอพบหลินฮุ่ยน้องสาวของท่านรองหลินของพวกเขานั่นเอง ในค่ายนี้มีใครไม่ชอบน้องสาวท่านรองหลินบ้าง

“น่าสงสารก็แต่เหล่าฮั่ว นายไม่รู้หรอกว่าเขาแอบรักหลินฮุ่ยมาตั้งนานแล้ว น่าจะตั้งแต่ที่เธอมาพักกับท่านรองหลินครั้งที่แล้วล่ะมั้ง”

“ก็เป็นการแอบรักทั้งนั้น ตัวจริงมาปรากฏแล้ว ก็เป็นเรื่องที่ช่วยไม่ได้ เจ็บตั้งแต่ตอนนี้ดีกว่าปล่อยให้ถลำลึก”

“ก็ใช่ แต่เป็นแบบนี้แล้ว ท่านรองหลินของพวกเราจะต้องย้ายกลับปักกิ่งด้วยไหม”

“ทำไมท่านรองหลินต้องย้ายกลับปักกิ่งด้วยล่ะ อยู่ที่นี่ก็ไม่ได้แย่เสียหน่อย”

“ก็ท่านรองหลินรักน้องสาวขนาดนั้น ถ้าหลินฮุ่ยแต่งงานออกไปก็ต้องกลับปักกิ่งไม่ใช่หรือไง”

“อ๊ะ! จริงด้วย พวกเราจะทำยังไงดี ฉันไม่อยากให้ท่านรองหลินย้ายเลย”

“อีกอย่างนะ นายจำได้ไหมเมื่อสามวันก่อน ก็มีเจ้าหน้าที่ไปตรวจสอบที่บ้านพักของท่านรองหลินไม่ใช่เหรอ คลื่นใต้น้ำเริ่มก่อตัวแล้ว ใครจะรู้ล่ะว่าพอพายุสงบแล้ว จะยังเหลือใครที่เป็นผู้รอดบ้าง”

“นายไปรู้อะไรมารีบเล่าเลย”

“หมดแล้วๆ รู้มาแค่นี้ ฉันก็ฟังคนอื่นเล่ามาอีกทีเหมือนกัน”

“ฮึ! ก็นึกว่านายจะไปรู้อะไรดีๆ มาเสียอีก ไปๆ ทำงานๆ”

 

เสิ่นมู่หานก้าวลงจากรถ ก็เห็นว่ามีสายตาหลายคู่คอยจับจ้องเขามาจากหลายที่ แต่ชายหนุ่มหาได้สนใจไม่ เขาเดินไปเคาะประตูบ้านพักของหญิงสาว

ไม่นานก็มีคนมาเปิด มุมปากของเขายกขึ้นน้อยๆ “รอนานไหมฮุ่ยฮุ่ย”

หลินฮุ่ยที่อยู่ในชุดกระโปรงเรียบหรู แต่งหน้าอ่อนๆ ผมยาวสลวยของเธอวันนี้ถูกรวบขึ้นเปิดเผยลำคอระหง เธอมองเขาที่อยู่ในชุดทหารเต็มยศ แล้วก็ต้องหัวเราะเสียงแผ่ว สายตาที่มองเขาก็เต็มไปด้วยแววล้อเลียน

“จะเข้าบ้านไปดื่มชาก่อนไหมคะคุณชายรองเสิ่น”

หางตาของเสิ่นมู่หานมองเห็นทหารหลายนายที่มองมาจากที่ไกลๆ ก็ได้แต่ร้องเฮอะอยู่ในใจ “รีบไปดีกว่านะฮุ่ยฮุ่ย เดี๋ยวอาหารจะเย็นเสียก่อน”

หญิงสาวถึงกับเลิกคิ้ว จากนั้นก็ส่งกล่องที่ถูกห่อหุ้มด้วยผ้าไหมปักชั้นดีอีกชั้นให้เขา “นี่เป็นสมุดภาพต้นฉบับของฉัน ฝากคุณส่งให้รุ่นพี่เหว่ยได้ไหมคะ”

ชายหนุ่มรับเอากล่องมาแล้วก็ส่งให้อาเฟย “ได้สิฮุ่ยฮุ่ย คนคุ้นเคยกันทั้งนั้น ไปเถอะ” เขาเดินไปเปิดประตูรถให้เธอ มุมปากยกขึ้นน้อยๆ เมื่อเห็นว่ามีใครหลายคนกำหมัดกัดฟันกรอด ก็ยิ่งรู้สึกว่าการมาที่นี่ไม่เสียเที่ยวจริงๆ

หญิงสาวพยักหน้าให้เขาน้อยๆ ก่อนจะก้าวขึ้นรถจี๊ปทหาร รอจนเขาขึ้นนั่งอีกฝั่งจึงได้ชวนเขาคุย “นอกจากฝากสมุดภาพให้รุ่นพี่เหว่ยแล้ว ฉันยังอยากจะฝากของไปให้ฮ่าวฮ่าวด้วย คุณช่วยแวะเอาไปให้เขาได้ไหมคะ”

พอขึ้นรถมาได้เขาก็รู้สึกเหมือนได้รับชัยชนะ พวกนั้นก็ได้แค่มอง ส่วนหลินฮุ่ยตอนนี้อยู่ในรถกับเขาแล้ว “ต่อไปไม่ต้องถามว่าได้ไหม อยากฝากอะไรก็บอกพี่ได้เลยนะฮุ่ยฮุ่ย”

“งั้นก็เอาจี้ของคุณออกมาค่ะ ฉันจะถ่ายโอนของฝากเข้าไป”

ชายหนุ่มหัวเราะแผ่วเบาแล้วเขาก็ชี้ตำแหน่งให้เธอ ก่อนจะยกยิ้มร้ายกาจส่งไปให้ “วันนี้ขี้เกียจถอดสร้อยคอออกน่ะ”

หลินฮุ่ยมองคนหน้าหนาอย่างระอาใจ เธอรอจนรถขับออกมานอกค่ายจึงได้ยื่นมือออกไปแตะที่จี้มิติของเขา แล้วก็ถ่ายโอนของฝากมากมายสำหรับน้องชายเข้าไป “เรียบร้อยแล้ว”

มือใหญ่ของเขารีบคว้ามือเล็กของเธอเอาไว้ทันทีด้วยความตื่นตระหนกแต่ก็ไม่แสดงออกให้เธอรู้ “ตอนนี้เธอรู้สึกอะไรบ้างไหมฮุ่ยฮุ่ย”

หญิงสาวมองเขาอย่างสงสัย “ฉันต้องรู้สึกอะไรคะ นอกจากอยากให้คุณปล่อยมือ” ว่าแล้วก็พยายามจะสะบัดมือของเขาออก

“เป็นเพราะพลังของมังกรทองสินะ เธอถึงไม่รู้สึกอะไรเวลาที่ตราประทับมันปะทุขึ้นมา”

“มะ หมายความว่าไงคะ ที่คุณพูดเรื่องอาหารเย็นก็เป็นแค่ข้ออ้างเหรอคะคุณชายรองเสิ่น” หลินฮุ่ยใบหน้าซีดเผือด แม้จะไม่เคยเผชิญกับความร้ายแรงด้วยตัวเอง แต่จากที่พี่ชายเล่าให้ฟังถึงอาการของเขาในตอนนั้น เธอก็คิดว่ามันจะต้องเป็นเรื่องใหญ่แน่ๆ

“ไม่ต้องตกใจไปฮุ่ยฮุ่ย มีพี่อยู่เธอจะต้องปลอดภัย ส่วนเรื่องอาหารเย็นถ้าตราประทับยังไม่ปะทุก็กินให้มากหน่อยจะได้มีแรงต้านพลังของมัน”

คราวนี้กลายเป็นมือของหญิงสาวที่กุมมือใหญ่ของเขาเอาไว้แน่น “มันจะเจ็บไหม ฉันไม่มีพลังเหมือนคุณ จะเอาอะไรมาต้านการปะทุของมัน”

“พี่ให้อาเฟยเตรียมอ่างสมุนไพรเอาไว้ให้เธอแล้วล่ะ แช่น้ำสมุนไพรหนึ่งคืนอาการก็จะดีขึ้น”

“ฉันโทรหาพี่ใหญ่น่าจะดีกว่านะ หรือไม่คุณก็ส่งฉันไปหาพี่ใหญ่ก็ได้”

“พี่ใหญ่ตอนนี้ไม่อยู่ที่ภาคใต้หรอก เขาน่าจะไปสะสางเรื่องสำคัญที่ปักกิ่ง และก็เป็นเวลาที่คับขันของเขาเหมือนกัน”

“อะไรนะ! ทำไมพี่ใหญ่ไม่บอกฉันล่ะ ยังนึกว่าเขาพาลูกน้องไปฝึกที่ไหนต่อเสียอีก”

“เรื่องใหญ่เมื่อสามสี่วันก่อน มันร้ายแรงกว่าที่เธอเห็นมากนะฮุ่ยฮุ่ย ดีที่พวกเรารอดมาได้ ก้าวต่อไปของพี่ใหญ่ก็คือปักกิ่ง ถ้าเขาอยากจะย้ายกลับไปเพื่อรับตำแหน่งที่สูงขึ้นก็ต้องสะสางให้เรียบร้อยเสียก่อน”

สีหน้าของหญิงสาวไม่สู้ดีเท่าไหร่ “ก็ได้ แช่น้ำสมุนไพรก็ได้ค่ะ”

ชายหนุ่มมองท่าทีของเธอก็รู้สึกสงสาร “ยังมีอีกวิธีที่เธอจะไม่ต้องเจ็บปวดนะฮุ่ยฮุ่ย”

“วิธีอะไรคะ รีบพูดมาเร็ว”

“ถ่ายพลังตอนที่ตราประทับปะทุมาที่ตัวพี่เหมือนครั้งก่อนไง เธอว่าวิธีนี้ดีไหม”

หญิงสาวได้ฟังถึงกับนัยน์ตาแดงเรื่อ ความรู้สึกของเขาที่มีต่อเธอมันมากมายแค่ไหนกัน แม้แต่ความตายมาจ่ออยู่ตรงหน้าเขาก็ยังยินดี

“ไม่เอาหรอก แค่อยากจะฉวยโอกาสก็บอกมาเถอะน่า” ว่าแล้วเธอก็เบือนหน้าหนีแต่น้ำตาก็ยังไหลออกมาอยู่ดี

“ว้า! เธอดันรู้ทันอีกแล้ว” เธอไม่ยินยอมเขาจะทำอะไรได้ล่ะ จึงทำได้เพียงกุมมือของเธอเอาไว้แล้วตบหลังมือเบาๆ เป็นการปลอบประโลม

 

ทางฝั่งค่ายจิ้นหนาน ฮั่วเจี้ยนจวินมองตามรถจี๊ปทหารของผู้พันเสิ่นไปจนลับสายตา แต่เขาก็ยังคงยืนอยู่ตรงนั้น

กระทั่งลุงของเขาเดินมาตามพร้อมกับตบบ่าเบาๆ “ไปทำงานเถอะ อย่าคิดมากเลยเจี้ยนจวิน”

“ลุงครับ” นัยน์ตาของเขาแดงก่ำ “ผมยังไม่ได้สารภาพรักกับเธอเลย แต่คนอื่นก็ชิงตัดหน้าไปก่อนผมแล้ว”

“เรื่องแค่นี้ไม่ตายหรอกน่า ไปทำงานก่อน กลับบ้านก็ไปดูตัวซะ” ว่าแล้วก็ลากหลานชายกลับเข้าไปในตึกสำนักงาน

“ผมยังจะรักใครได้อีกล่ะ ไม่มีใครดีเท่าฮุ่ยฮุ่ยแล้วครับลุง” เขานั่งลงที่เก้าอี้อย่างหมดแรง

“ถ้าจะหาคนที่สวยเท่าหลินฮุ่ยก็ยากหน่อย แต่ถ้าแกหาคนดีล่ะก็ ดีกว่าหลินฮุ่ยมีมากมายเชียวล่ะเจี้ยนจวิน เชื่อลุงเถอะ แค่แกเปิดใจให้คนอื่นเข้ามา แกก็จะไม่เจ็บปวดแล้ว”

“ไม่มีทาง ไม่มีใครดีกว่าฮุ่ยฮุ่ยหรอกครับลุง”

“เชื่อลุงเถอะน่า ลุงมีประสบการณ์เรื่องนี้มาก่อน กว่าจะได้แต่งกับป้าสะใภ้ของแกถูกผู้หญิงทิ้งตั้งหลายครั้งเลยนะ” แม้จะอายไม่น้อยแต่ก็เพื่อดึงสติหลานชายเขาจึงได้พูดออกมา

ฮั่วเจี้ยนจวินมองลุงของเขา ราวกับไม่เคยเห็นมาก่อน “ทำไมผมไม่เคยได้ยินพ่อพูดเรื่องนี้ล่ะครับ”

“แกว่ามันเป็นเรื่องที่ต้องเอามาอวดอ้างหรือไง เถอะน่า เชื่อลุง ไปดูตัวซะ”

“ไม่ไป! แม้จะไม่สมหวังแต่ผมก็จะไม่ไปดูตัวเด็ดขาด!”

“ไอ้เด็กตัวเหม็นนี่ ถ้าแกไม่ไปดูตัว ระวังย่าของแกจะส่งผู้หญิงจากบ้านนอกมาให้แกนะ”

“ผมไม่สนหรอก!”

“งั้นแกก็คงต้องรอแต่งกับลูกสาวของหลินฮุ่ยแล้วล่ะ ฉันไม่สนแกแล้ว ฮึ!”

 

หลังจากรถจี๊ปทหารของนายทหารระดับสูงจากปักกิ่งขับออกไปจากค่ายแล้ว ข่าวลือระลอกใหม่เกี่ยวกับหลินฮุ่ยก็แพร่กระจายไปอย่างรวดเร็ว

บางคนที่คิดว่าคนตระกูลหลินทำกับเจียงซินจนเกินไป ก็จับกลุ่มวิพากษ์วิจารณ์กันอย่างสนุกปาก “มิน่าล่ะ ตอนนั้นลูกน้องคนสนิทของรองหลินรีบเก็บภาพพวกนั้นกลับไป ที่แท้นิสัยของหล่อนเป็นอย่างที่เจียงซินว่าจริงๆ ตอนอยู่ที่ปักกิ่งคงจะเหลวแหลกไม่น้อย”

“ใช่ๆๆ คิดดูสิ มาอยู่ได้ไม่นาน ก็มีเรื่องอื้อฉาวไม่เว้นแต่ละวัน แม้แต่รองหลิน ยังจะได้อยู่ที่ค่ายนี้ต่อไปหรือเปล่าก็ยังไม่รู้นะ”

“อะไรนะ! วันนั้นที่มีเจ้าหน้าที่เข้าไปตรวจค้น ไม่เจออะไรไม่ใช่เหรอ ทำไมยังไม่จบอีกล่ะ” ถามเหมือนเป็นห่วงแต่แววตาคนถามนั้นเต็มไปด้วยความสะใจเพราะถ้ารองหลินหลุดจากตำแหน่งนี้ สามีของเธอก็จะมีโอกาส

“ใครจะไปรู้ แต่ที่แน่ๆ น่าจะถูกดองแล้วล่ะ”

“น้องสาวพาซวยจริงๆ ถ้าไม่มีเรื่องอื้อฉาวของหลินฮุ่ย รองหลินก็คงไม่ถูกตรวจสอบหรอก ใครไม่รู้บ้างว่าตระกูลเจียงน่ะมีเส้นสายไม่น้อย ตอนนี้อาจจะเห็นว่าพวกเขาเก็บตัวเงียบ แต่คนแก่ที่เหลือพวกนั้น ใครบ้างไม่มีญาติพี่น้อง”

“พวกเธอก็อย่าพูดเสียงดังไป ผู้ชายคนใหม่ของหลินฮุ่ยเป็นถึงเจ้าหน้าที่พรรคส่วนกลางจากปักกิ่งเลยนะ คิดดูสิทั้งหล่อทั้งอายุน้อย ก็ได้ยศพันตรีแล้ว ไม่ต้องพูดถึงตระกูลเสิ่นที่มีอำนาจหรอก แค่ความสามารถของเขาก็ไม่น้อยแล้ว”

“ทำไมจะพูดไม่ได้ล่ะ คนดีๆ ก็ควรจะเลือกผู้หญิงที่ดีกว่านี้หน่อยสิ ไม่ใช่มองแค่เปลือกภายนอกที่ฉาบฉวย” คนพูดก็คือคนที่อิจฉาในความสวยของหลินฮุ่ยนั่นเอง

“ผู้ชายน่ะ ก็มองแค่หน้าตาเท่านั้นแหละ น่าเสียดายจริงๆ ลูกสาวฉันเก่งกว่าหลินฮุ่ยตั้งเยอะ น่าจะได้เจอผู้พันเสิ่นคนนี้สักครั้ง”

“ใช่ๆๆ ลูกสาวฉันดีกว่าหลินฮุ่ยตั้งเยอะ น่าเสียดายผู้พันเสิ่นจริงๆ”

ในขณะที่ผู้คนมากมายกำลังมุ่งเป้าไปที่ผู้พันเสิ่น แต่กลับมีอีกคนที่ทะลุกลางป้องขึ้นมา “ฉันไม่สนผู้พันเสิ่นหรอก แต่พรุ่งนี้ฉันจะให้หลานสาวของฉันไปดูตัวกับเสี่ยวฮั่ว เขาอกหักจากหลินฮุ่ยแล้ว ต้องรีบฉวยโอกาสนี้แหละ”

“ไอ้หยา! ฉันต้องรีบกลับบ้านแล้ว จะเอาเรื่องนี้ไปบอกลูกสาวที่บ้าน เธอแอบชอบเสี่ยวฮั่วมานานแล้ว เป็นโอกาสดีๆ”