LNCrawler

ของฝากจากว่าที่ลูกสะใภ้

พลิกชะตาลูกสาวสลับตัว ในยุค 90 — novel.dek d.com · All chapters

ของฝากจากว่าที่ลูกสะใภ้

หลินฮุ่ยถูกจูบจนตัวเหลวไร้เรี่ยวแรง เขาจึงยอมปล่อยให้เธอเป็นอิสระแต่ก็ยังไม่วายกอดเธอเอาไว้แนบอก

“พอได้แล้ว ฉันจะกลับบ้าน” เธอเอ่ยออกมาเสียงแผ่วไม่กล้าสบตากับเขา แต่พอก้มลงก็กลับเห็นแผงอกเย้ายวนใจเสียนี่ เธอควรจะเงยหน้าขึ้นสู้สายตากับเขาดีไหม

“นอนต่ออีกนิดนะ เดี๋ยวพี่ขับรถไปส่งเธอที่ค่ายเอง” วงแขนของเสิ่นมู่หานกระชับแน่นขึ้น อยากทำอะไรมากกว่านี้ แต่ก็กลัวหญิงสาวจะหนีหายไปจากชีวิตของเขา จึงทำได้แค่กอดกับจูบเท่านั้น

“ไม่เอาหรอก พี่ไปรับตอนเย็นแล้วก็ไปส่งฉันที่ค่ายตอนเช้า คนอื่นเขาจะคิดยังไงล่ะคะ” ในที่สุดเธอก็ต้องยอมเรียกเขาว่าพี่มู่หาน ให้ตายเถอะ เจ้าคิดเจ้าแค้นจริงๆ

“แล้วแต่จะคิดสิ ยังไงเธอก็ต้องแต่งงานกับพี่อยู่แล้ว หรือว่ากลัวหนุ่มๆ ในค่ายเสียใจ หืม” เขาไม่หึงเธอแล้วเพราะรู้ว่าเด็กปากแข็งก็แอบมีใจให้เขาเหมือนกัน

“ไม่พูดกับพี่แล้ว ฉันจะไปเข้าห้องน้ำ” หญิงสาวขืนตัวออกอย่างเป็นธรรมชาติ และเขาก็ปล่อยเธอให้เป็นอิสระ “อ๊ะ! แล้วชุดนี้ใครเปลี่ยนให้ฉัน” มันไม่ใช่ชุดของผู้หญิง แต่เป็นเสื้อยืดสีขาวและกางเกงขายาว น่าจะเป็นชุดของเขาไม่ผิดแน่ แม้จะเทอะทะแต่ก็ไม่ได้น่าเกลียด

“เธอลองเดาดูสิฮุ่ยฮุ่ย” ชายหนุ่มลุกตามมาก่อนจะอุ้มเธอลงจากเตียง

หญิงสาวมองเขาตาวาว ก่อนจะยกยิ้มเยาะเขา “บ้านนี้มีแม่บ้านนี่คะ ฉันเดาว่าคงไม่ใช่พี่หรอก พี่มู่หาน!” ว่าแล้วก็กระทืบเท้าเขาไปหนึ่งที แล้วก็รีบเผ่นหนีเข้าห้องน้ำ

เสิ่นมู่หานมองเท้าตัวเองที่กลายเป็นที่รองรับอารมณ์ เขาไม่เจ็บไม่คันสักนิด “ฮุ่ยฮุ่ย พี่ให้เวลาเธอสิบนาที ถ้าไม่ออกมาพี่จะพังประตูเข้าไป”

“พังก็พังสิ ฉันไม่ได้คิดจะอยู่ในห้องน้ำเสียหน่อย” ว่าแล้วเธอก็เผ่นหนีเข้ามิติของตัวเอง สิบนาทีของด้านนอกก็เท่ากับหนึ่งชั่วโมงในมิติเธอมีเวลาถมเถ แถมยังมีเวลากินอาหารเช้าด้วย

ชายหนุ่มได้ฟังแบบนั้นถึงกับหัวเราะไม่ได้ร้องไห้ไม่ออก “ได้ๆๆ ครั้งนี้เธอชนะ”

 

เช้านี้ภายในค่ายจิ้นหนานมีคนหนาตากว่าทุกวัน หลินฮุ่ยมองเห็นเหล่าภรรยาทหารที่ชี้ไม้ชี้มือมาทางเธอก็รู้ได้ทันทีว่าคงไม่แคล้วจะมีข่าวออกไปแน่ๆ

“ฉันบอกพี่แล้ว เห็นไหมคนเยอะกว่าเมื่อวานอีก พี่ใหญ่ไม่อยู่พวกเขาก็ยิ่งจะได้ใจ ไม่แน่วันนี้อาจจะมีคนไปเคาะประตูบ้านฉันก็ได้”

“พวกเขาไม่กล้าหรอกฮุ่ยฮุ่ย เดี๋ยวพอส่งเธอแล้วพี่จะไปคุยกับคนรู้จักสักหน่อย เขาน่าจะเป็นผบ.ของที่นี่”

“พี่รู้จักผบ.ของที่นี่ด้วยหรือคะพี่มู่หาน” หญิงสาวมองเขาตาโตอย่างสงสัย เส้นสายของตระกูลเสิ่นนี่โยงใยครอบคลุมไปทั้งประเทศแล้วใช่ไหม

“ลูกน้องเก่าของคุณพ่อน่ะ พี่จะบอกเขาว่าเธอเป็นว่าที่ภรรยาของพี่ดีไหม คนพวกนั้นจะได้ไม่กล้าพูดมั่ว”

“ไม่ดีค่ะ เรื่องแต่งงานเป็นเรื่องใหญ่พูดซี้ซั้วไม่ได้”

“ไม่ได้พูดซี้ซั้วนะ พูดเรื่องจริงทุกอย่างหรือเธอยังอยากจะไปแต่งงานกับคนอื่น” พูดจบสีหน้าของเขาก็ขรึมลง สายตาก็แฝงเอาไว้ด้วยความเศร้าปนความน้อยใจ

หลินฮุ่ยมองคนตัวโตที่เสแสร้งได้อย่างแนบเนียน ก็ได้แต่กลอกตาไปมาเพื่อใช้ความคิด “อายุฉันยังไม่เต็มยี่สิบเอ็ดดีด้วยซ้ำ จะรีบไปไหนล่ะคะ”

“อ้อ เธอจะหาว่าพี่เป็นคนแก่ใจร้อนเหรอฮุ่ยฮุ่ย”

อาเฟยที่ขับรถอยู่เกือบจะหลุดขำออกมา ดีนะที่ยั้งไว้ได้ทันแต่ก็ขลุกขลักพอสมควร

หลินฮุ่ยเห็นแบบนั้นก็ยิ้มเจ้าเล่ห์ ถูกจังหวะพอดีเลย “พี่เฟย คุณชายของพี่งอแงแล้วค่ะ”

“คุณหนูหลิน ผมไม่เกี่ยวนะครับ ไม่ได้หัวเราะด้วยซ้ำ ขอร้องล่ะครับอย่าลากผมไปยุ่งเรื่องนี้ด้วยเลยนะครับ”

“นายหัวเราะ” เสิ่นมู่หานหาเรื่องอาเฟยแทน

“คุณชายผมเปล่านะครับ” ปฏิเสธพลางก็ขับรถไปพลาง ทำไมชีวิตของเขาช่วงนี้มันขึ้นๆ ลงๆ แบบนี้นะ

“ถ้ายังไม่ยอมรับ ตัดทรัพยากรกึ่งหนึ่ง”

“ผมหัวเราะเองครับ ผมจะไม่ทำอีกแล้วคุณชาย!” เขายังมีทางเลือกที่ดีกว่านี้อีกไหม

หลินฮุ่ยหัวเราะคิกคักอย่างอารมณ์ดี ก่อนจะโบกมืออย่างไม่ถือสา “เอาล่ะๆ ไม่ใช่เรื่องใหญ่เสียหน่อย ว่าแต่พี่จะกินข้าวเช้าที่บ้านฉันไหมคะ”

“ไม่มีเวลาแล้วล่ะฮุ่ยฮุ่ย อีกสามสิบนาทีพี่ต้องเข้าประชุมที่พรรคส่วนกลาง แต่ถ้ามีซาลาเปาหรือเกี๊ยวห่อให้หน่อยก็จะดี จะเอาไว้กินระหว่างเดินทาง”

“พี่จะใช้ลูกแก้วย่นระยะทางหรือคะ” ถามพลางเธอก็นำเอาผลึกพลังงานออกมาอีกหนึ่งถุงใหญ่ แล้วก็ยังมีกล่องอาหารสองชุด “มีซาลาเปา เกี๊ยวปูกับเกี๊ยวกุ้งนะ ให้พี่เฟยด้วยอย่ากินคนเดียว”

ชายหนุ่มรับเอาของทั้งหมดมาด้วยใบหน้าเปื้อนยิ้ม “ได้ พี่จะแบ่งให้อาเฟยกินอย่างละชิ้นก็พอ”

หลินฮุ่ยถลึงตาส่งให้เขา แต่ก็ไม่ได้ว่าอะไร จากนั้นเธอก็นำเอาเหล้าไป๋จิ่วที่หมักเก็บไว้นานแล้วออกมา “นี่เป็นเหล้าไป๋จิ่วที่หมักจากผลผลิตที่เอาเมล็ดพันธุ์พืชวิเศษของพี่มาปลูก พี่เอาไปลองชิมก่อนหนึ่งไหนะ ถ้าชอบครั้งหน้าเจอกันค่อยเอาไปเยอะๆ”

“อืม ถ้ามีเมล็ดพันธุ์ใหม่ๆ พี่จะเอามาให้เธอ”

“ดีค่ะ ส่วนนี่เป็นน้ำแร่ที่คุณภาพดีกว่าน้ำในมิติของพี่ใหญ่ ให้พี่เอาไปมากหน่อย” เธอยื่นมืออกไปแตะที่จี้ห้อยคอของเขา แล้วก็ถ่ายโอนน้ำแร่สิบถังใหญ่เข้าไปในนั้น “เรียบร้อยแล้วค่ะ อ้อ อีกอย่างนึง ฝากเงินให้ฮ่าวฮ่าวด้วย บอกเขาว่าอย่าประหยัดจนไม่ยอมซื้อของดีๆ กินล่ะ”

“ได้ พี่จะบอกเขาให้ มีอะไรอีกไหม”

รถจี๊ปมาถึงและจอดที่หน้าบ้านแล้ว หลินฮุ่ยลังเลที่จะพูดนิดหน่อย แต่ในที่สุดก็ยอมพูดและเอาของออกมา “ส่วนนี้ฝากให้พ่อกับแม่ของพี่ ฉันไม่รู้ว่าพวกท่านจะชอบไหม แต่มันน่าจะช่วยให้สุขภาพของพวกท่านแข็งแรงขึ้นค่ะ” เธอส่งกล่องเล็กๆ สองกล่องให้เขา

ชายหนุ่มรับของมาแล้วเปิดออกดู ก็เห็นว่าเป็นแหวนหยกมันแพะ แต่พอลองตรวจสอบดูก็เห็นว่ามันแผ่พลังแห่งการรักษาออกมาอย่างหนาแน่น “พวกท่านต้องชอบมันแน่นอนฮุ่ยฮุ่ย”

ใบหน้าของหญิงสาวร้อนผ่าว แต่ก็ตัดสินใจทำไปแล้ว “ถึงบ้านแล้ว พี่ก็เดินทางปลอดภัยนะคะ” พูดได้เท่านั้นก็รีบเปิดประตูรถเผ่นหนีทันที

เสิ่นมู่หานมองตามร่างเล็กบอบบางด้วยสายตาอ่อนโยน แล้วก็มองกล่องของฝากขนาดเล็กด้วยหัวใจที่อบอุ่น ในที่สุดเธอก็ยอมรับเขาเสียที ต่อจากนี้ก็รอแค่เวลาที่จะได้แต่งเธอเข้าบ้านตระกูลเสิ่น

 

หลินฮุ่ยเมื่อเข้ามาในบ้านได้แล้ว เธอก็ปรับสีหน้าและท่าทางให้เป็นปกติ “พี่สืออีคะ เมื่อวานจนถึงเช้านี้มีคนพูดถึงฉันไหมคะ”

สืออีปรากฎกายขึ้นมาทันที “พวกเขาพูดกันทั้งค่ายแล้วครับคุณหนู ตอนนี้คุณหนูรู้สึกไม่สบายตรงไหนไหมครับ หรือว่าจะต้องแช่น้ำสมุนไพรอีก ผมจะได้เตรียมเอาไว้ให้”

“ดีขึ้นมากแล้วค่ะ แต่ก็ยังไม่หายไปทั้งหมด” เธอแบมือออกไปให้เขาดู “ดูสิคะ เมื่อคืนขับพิษออกมาจนเต็มอ่างเลย ดีที่แหวนมิติของฉันมีพลังคอยคุ้มครองเอาไว้ส่วนหนึ่ง ไม่อย่างนั้นคงไม่รอดกลับมาหาทุกคนที่นี่”

สืออีมองเส้นสายสีดำและสีแดงที่แทรกอยู่กับเส้นเลือดฝอยที่คนธรรมดาไม่มีทางเห็นด้วยตาเปล่า แล้วนัยน์ตาของเขาก็ไหวระริก มองหน้าคุณหนูอย่างสงสาร

“กลับมาได้ก็ดีแล้วครับ วันนี้คุณหนูจะออกไปไหนไหม ผมจะพาไปเอง”

“ไม่ไปหรอกค่ะ เหนื่อยมาทั้งคืนแล้ว วันนี้จะนอนพักทั้งวันไปเลย”

“ถ้าอย่างนั้นก็ไปนอนเถอะครับ ผมกับลูกน้องจะคอยคุ้มกันคุณหนูเอง”

หญิงสาวพยักหน้าน้อยๆ อย่างพอใจ คนของเธอไม่กังขาในตัวเธอ แค่นี้ก็มากพอแล้ว ส่วนคนอื่นเธอไม่คิดจะใส่ใจหรอก “ฉันจะเอาอาหารที่มีพลังพิเศษออกมาไว้ที่โต๊ะในห้องโถง พี่ก็เอาไปแบ่งกับลูกน้องทุกคนนะคะ ไปล่ะ ง่วงมากเลย”

“ขอบคุณครับคุณหนู”

 

ทางฝั่งเสิ่นมู่หาน หลังจากที่เขาประชุมมาทั้งวันก็ล้าจนไม่อยากจะนั่งรถกลับบ้านพักของตัวเอง พอคิดได้ว่าหลินฮุ่ยฝากของมาให้พ่อแม่ เขาจึงสั่งให้อาเฟยขับรถกลับบ้านใหญ่ตระกูลเสิ่น

“กลับมาได้เสียทีนะ ลุงใหญ่ของแกบอกว่าแกวิ่งวุ่นอยู่กลางทะเลตั้งหลายวัน มันเรื่องอะไรกัน บอกแม่มาสิเจ้ารอง” แม่เสิ่นคว้าหมับเข้าที่แขนลูกชาย ล็อกตัวได้แล้วก็ลากเขาไปนั่งไต่สวนกลางโถงใหญ่ของบ้าน

“ไปช่วยคนมาครับแม่” ชายหนุ่มโบกมือไล่อาเฟยให้เอากระเป๋าเอกสารของเขาไปเก็บที่ห้องทำงานก่อน

“ช่วยใคร คงไม่ใช่ไปช่วยลุงใหญ่แกจับปลาหรอกนะ งานทางนี้ไม่คิดจะทำแล้วใช่ไหม หรือแกประชดพ่อของแกที่ไม่ช่วยย้ายแกไปอยู่ทางโน้นฮะ พูดมา!”

“ไปช่วยพี่ใหญ่มาครับแม่ เขาตกอยู่ในอันตรายก็เลยต้องรีบไปช่วย”

“พี่ใหญ่ใคร พี่ใหญ่แกก็ยังอยู่ดีนี่ แกนี่พูดโยกโย้ไปมา ไม่ได้เรื่องเลย” แม่โจวมองลูกชายตาเขียว เจ้าเด็กนี่ตั้งแต่ถูกเด็กตระกูลหลินทิ้งก็ไม่อยู่กับร่องกับรอยเอาเสียเลย

“พี่ใหญ่ของฮุ่ยฮุ่ยไงครับแม่ เธอโทรมาหาผมก็เลยต้องรีบไปครับ”

“อะไรนะ! ไม่ใช่ว่าแกกับฮุ่ยฮุ่ยเลิกกันไปตั้งนานแล้วเหรอ”

“เลิกอะไรกันครับแม่ยังไม่ได้เป็นอะไรกับเธอสักที แม่ห้ามพูดคำว่าเลิกนะครับ”

“อ้อ” แม่เสิ่นมองลูกชายราวกับมองหมูตายคิดมาถึงตรงนี้ ก็นึกถึงสภาพหัวหมูของเขาในตอนนั้น “แค่เธอโทรมาแกก็รีบแจ้นไปถึงภาคใต้ใช่ไหม แกนี่มันไม่รักนวลสงวนตัวไม่มีศักดิ์ศรีเอาเสียเลย”

“ศักดิ์ศรีมันกินไม่ได้นี่ครับ ส่วนเรื่องรักนวลสงวนตัวถ้าเธอเต็มใจ ก็คงจะดี” เขาพูดได้แค่นั้นแล้วก็ไม่พูดต่อ

“เฮอะ! ตั้งแต่มีความรักก็พูดเก่งขึ้นมาเลยนะ คุณดูลูกชายของคุณสิคะ ใช้ไม่ได้เลย ตอนอกหักก็ทำราวกับว่าคนทั้งโลกติดหนี้เขา สายตานี่ไม่แลแม้แต่พ่อกับแม่ แต่คุณดูเขาตอนนี้สิระริกระรี้เหมือนหมาตามหาเจ้าของเจอเลย”

พ่อเสิ่นมองภรรยาแล้วก็มองลูกชาย “แกจะย้ายไปภาคใต้จริงๆ หรือเจ้ารอง”

“ไม่ย้ายแล้วครับพ่อ จะอยู่ที่ปักกิ่งนี่แหละ อีกหน่อยก็ได้เลื่อนตำแหน่งที่สูงขึ้นแล้วนี่ครับ”

“อ้าว! แล้วกับแม่หนูตระกูลหลินคนนั้นล่ะจะทำยังไง เธอดีขนาดนั้นแกไม่กลัวเด็กหนุ่มหล่อๆ กล้ามแน่นๆ แถวนั้นจะชิงตัดหน้าไปก่อนเหรอ” พ่อเสิ่นถามลูกชายยิ้มๆ เพราะได้ยินเรื่องของลูกชายและหลินฮุ่ยมาจากคำบอกเล่าของอดีตลูกน้องที่ค่ายจิ้นหนานแล้ว

“ผมก็หล่อแล้วกล้ามก็แน่นเหมือนกัน แถมยังฝึกฝนร่างกายอยู่ทุกวัน ดูดีกว่าเด็กพวกนั้นตั้งเยอะ” ว่าแล้วเขาก็เชิดหน้าขึ้นอย่างอวดดี ทำตัวเหมือนตอนเป็นเด็กไม่มีผิด

พ่อเสิ่นกับแม่เสิ่นมองหน้ากันแล้วก็หัวเราะเสียงดังจนได้ยินไปทั้งบ้าน “แต่แกแก่กว่าเด็กหนุ่มพวกนั้นตั้งหลายปีนะ เด็กสาวตระกูลหลินจะชอบคนแก่เหรอเจ้ารอง”

ชายหนุ่มยกยิ้มเจ้าเล่ห์ แล้วก็เอาของออกมา “พ่อกับแม่ลองเปิดดูสิครับ” แก่อะไรกันแค่ฟังก็เจ็บปวดแล้ว รีบเปลี่ยนเรื่องดีกว่า

“อะไรกัน พูดเรื่องเด็กตระกูลหลินอยู่ดีๆ แกก็เอาของออกมา ใครอยากได้ของแกกัน” แม่เสิ่นมองลูกชายที่อารมณ์ชักจะแปรปรวนอย่างเป็นห่วง หรือจะเข้าวัยทองกันนะ คงไม่ใช่หรอกแค่ยี่สิบหกปีเท่านั้นเอง

“แม่เปิดดูก่อนครับแล้วก็จะรู้เอง”

“ก็ได้ เจ้าลูกคนนี้นี่นับวันนิสัยจะแปลกขึ้นทุกวัน” แม่เสิ่นบ่นให้ลูกชายแล้วก็เปิดกล่องออก “นะ นี่ หยกมันแพะเหรอ คุณก็เปิดดูสิ ข้างในเป็นอะไรจะใช่แหวนเหมือนของฉันไหม”

พ่อเสิ่นเปิดกล่องออกก็พบว่าเป็นแหวนหยกมันแพะเหมือนของภรรยา “แหวนหยกเหมือนกัน นี่ของใครให้มาหรือเจ้ารอง”

“พ่อกับแม่รีบสวมสิครับ” ชายหนุ่มยังไม่เฉลยเขามองแหวนหยกสองวงที่มีความพิเศษด้วยสายตาอ่อนโยน

พ่อเสิ่นกับแม่เสิ่นหยิบแหวนไปสวมที่นิ้วที่เคยสวมแหวน และก็พบเรื่องอัศจรรย์ “นะ นี่มันปรับขนาดได้ด้วยเจ้ารอง”

“รู้สึกอะไรไหมครับ”

“อ๊ะ รู้สึกสดชื่นและมีชีวิตชีวาเหมือนตอนอายุยี่สิบสามสิบเลย” แม่เสิ่นอุทานออกมาอย่างตื่นตะลึง “รีบบอกมาว่าแกเอาแหวนสองวงนี้มาจากที่ไหน”

“ฮุ่ยฮุ่ยฝากมาให้พ่อกับแม่ครับ” ว่าแล้วก็อมยิ้มอย่างภาคภูมิใจ

“จริงเหรอเจ้ารอง!” แม้แต่พ่อเสิ่นก็ไม่อยากจะเชื่อ เพราะคิดว่าชาตินี้ลูกชายของเขาคงหมดหวังแล้ว

“จริงสิครับ เธอยังมอบของดีอีกอย่างมาให้ผมด้วยนะ” ว่าแล้วก็นำเอาไหเหล้าไป๋จิ่วออกมาจากจี้มิติ “ชิมได้คนละจอกเล็กนะครับ”

พ่อเสิ่นแค่ได้กลิ่นก็รีบแย่งไปจากมือลูกชาย “ให้พ่อเก็บไว้ดีกว่านะเจ้ารอง”

แม่เสิ่นแย่งมาจากมือสามีอีกที “เจ้ารองเอาจอกเหล้าออกมาเร็ว แม่จะชิมเหล้าที่ฮุ่ยฮุ่ยฝากมาให้”

ชายหนุ่มยิ้มน้อยๆ ถือว่าแหวนหยกมันแพะกับเหล้าไป๋จิ่วเป็นใบเบิกทางชั้นดีเลย ส่วนน้ำแร่ล้ำค่าก็ค่อยๆ เอาออกมาทีหลัง “นี่ครับแม่ อย่ารินเยอะนะครับเดี๋ยวจะเมา”

“แม่ของแกไม่ได้คออ่อนขนาดนั้นหรอกน่า” แม่เสิ่นรินเหล้าใส่จอกให้ลูกชาย สามีแล้วก็ให้ตัวเอง จากนั้นมือข้างหนึ่งก็อุ้มไหเหล้าเอาไว้อย่างหวงแหน ส่วนอีกมือก็ยกจอกเหล้าขึ้น

พ่อเสิ่นเองก็ยกจอกเหล้าขึ้นเหมือนกัน “นี่เป็นเหล้าดีที่ว่าที่ลูกสะใภ้ฝากมาให้ ต่อไปให้ถือว่าฮุ่ยฮุ่ยเป็นคนในครอบครัวของเรา” ว่าแล้วก็ชูจอกขึ้นชนกับจอกของภรรรยาและลูกชาย จากนั้นก็กระดกรวดเดียวหมดจอก

“เหล้าดี!” แม่เสิ่นหน้าแดงขึ้นมาทันที “นะ นี่ ไม่ใช่เหล้าธรรมดานี่เจ้ารอง”

“ของที่ผ่านมือฮุ่ยฮุ่ยไม่ธรรมดาสักอย่างหรอกครับแม่”

“นับว่าแกมีความพยายามอยู่บ้าง ต้องพยายามให้มากกว่านี้เข้าใจไหม” แม่เสิ่นกำชับลูกชาย “เฮ้อ! ในที่สุดเจ้ารองก็จะมีเมียกับเขาเสียที คราวนี้ก็เหลือเจ้าสามที่ฉันต้องเคี่ยวเข็ญ”

“แม่ครับ ใครจะมีเมียเหรอครับ” เจ้าสามของบ้านที่เพิ่งมาถึงร้องถามเสียงดัง ก่อนจะวิ่งเข้ามาที่โถงใหญ่ของบ้าน

“พี่ชายของแกไง อีกหน่อยก็จะมีเมียแล้ว”

“ใครเหรอครับ ญาติฝ่ายพี่สะใภ้ใหญ่หรือเปล่า พวกเธอก็หน้าตาดีและหน้าที่การงานดีนะครับ” ครั้งก่อนพี่สะใภ้ใหญ่ลงทุนถึงขั้นพาญาติของเธอมาทานอาหารเย็นถึงที่บ้าน มากันตั้งหลายคน แต่พี่รองก็ไม่แม้แต่จะชายตาแลพวกหล่อน หรือว่าพี่รองจะคิดได้แล้วเลือกมั่วๆ มาจากหลายคนนั้น

เสิ่นมู่หานตวัดเท้าออกไปทันที ร่างของเจ้าสามของบ้านลอยเคว้งกลางอากาศ แต่เขาก็พลิกตัวกลางอากาศไปแค่สองตลบแล้วก็ลงยืนที่พื้นด้วยท่าทีไม่สะทกสะท้าน “ผมพูดผิดเหรอพี่รอง”

“ผิดเต็มๆ” ชายหนุ่มมองน้องชายอย่างระอาใจ

“พ่อ แม่ ใครกันที่โชคร้าย ตกหลุมพรางพญามัจจุราชอย่างพี่รองบ้านเรา” ถามพลางก็ทำจมูกฟุดฟิดไปพลาง ไม่นานก็ตาลุกวาวเมื่อเห็นไหเหล้าบนตักผู้เป็นแม่

“แกลองเดาดูสิเจ้าสาม” แม่เสิ่นรินเหล้าใส่จอกให้ลูกชาย ก่อนจะเลื่อนส่งให้เขา

“สหายร่วมอุดมการณ์ที่ทำงานด้วยกันเหรอครับ” เขารับเหล้ามาแล้วก็รีบกระดกดื่มรวดเดียว ไม่นานก็ตาพราวระยับ ยื่นจอกไปขออีก

“ดื่มได้แค่นี้ ถ้ามากกว่านี้ก็เสียของเปล่า”

“แล้วผมเดาถูกไหมครับ” เห็นผู้เป็นแม่ส่ายหน้าชายหนุ่มก็ได้แต่หรี่ตามองพี่ชายคนรองอย่างครุ่นคิด ไม่นานก็คิดเรื่องหนึ่งขึ้นมาได้ พี่รองเพิ่งลงไปภาคใต้มานี่ “ถ้าอย่างนั้นก็คุณหนูแสนสวยจากตระกูลหลิน ถ้าผมเดาถูกต้องรินให้ผมอีกจอกนะ”

แม่เสิ่นถึงกับหัวเราะออกมากับความเจ้าเล่ห์ของลูกชาย ก่อนจะรินเหล้าไป๋จิ่วที่ล้ำค่าให้ลูกชายไปอีกหนึ่งจอก “ดื่มมากไม่ได้ เดี๋ยวจะหมดเสียก่อน”

“อ่า ผมเดาถูกจริงๆ หรือครับ” เขารีบกระดกเหล้าจนหมด แล้วก็หันไปจ้องพี่ชายอย่างชื่นชม “พี่รอง พี่นี่มันสุดยอดจริงๆ”

“ว่าที่ลูกสะใภ้ยังได้ฝากของมาให้พ่อกับแม่ด้วยนะเจ้ารอง” คราวนี้เป็นพ่อเสิ่นบ้างที่อวดว่าที่ลูกสะใภ้คนรองของบ้าน

“หืม พี่สะใภ้รองฝากอะไรมาให้พ่อกับแม่หรือครับ ขอผมดูหน่อย” เขาเรียกว่าพี่สะใภ้รองแล้วก็แอบมองพี่ชาย เห็นว่าใบหน้าของเขามีความอ่อนโยนขึ้นหลายส่วน เจ้าสามของบ้านก็เข้าใจแล้วว่าต่อไปต้องประจบใคร

พ่อเสิ่นเคาะที่นิ้วสองครั้ง แหวนหยกมันแพะก็เผยโฉมออกมา “นี่ไง ของฝากจากฮุ่ยฮุ่ย แกคิดว่ายังไง ดีไหมเจ้าสาม ต่อไปถ้าจะหาลูกสะใภ้เข้าบ้านต้องให้ได้อย่างฮุ่ยฮุ่ยนะ”

เจ้าสามของบ้านตาโตแถมยังตาร้อน “นะ นี่อย่าบอกนะว่าเป็นแหวนมิติด้วย”

“ไม่รู้สิ แค่คุณสมบัติพิเศษที่ช่วยเยียวยารักษาและฟื้นฟูก็ดีมากแล้วล่ะ” พ่อเสิ่นพูดอย่างภูมิใจและเห่อของฝากจากว่าที่ลูกสะใภ้รอง

“พี่รอง ใช่แหวนมิติไหมครับ ขอผมบ้างสิ พี่จะลำเอียงไม่ได้นะ”

“ต้องหยดเลือดทำพันธสัญญาถึงจะตรวจสอบได้ว่าใช่หรือเปล่า” คราวนี้เขาพูดกับน้องชายอย่างใจเย็น “ส่วนเรื่องที่แกขอตอนนี้ยังไม่ได้หรอกนะ ถ้าอยากได้ต้องไปขอกับว่าที่พี่สะใภ้ของแกเอง”

“พ่อ แม่ รีบหยดเลือดทำพันธสัญญาเลยครับ” เจ้าสามของบ้านไม่อิจฉาแล้ว ขอแค่เขาเจอพี่สะใภ้รอง เรื่องนี้ก็ไม่ยากแล้ว

พ่อเสิ่น แม่เสิ่นรีบหยดเลือดป้ายไปที่แหวนหยกมันแพะทันที และไม่นานก็เกิดสิ่งอัศจรรย์ขึ้น “เป็นแหวนมิติจริงๆ ด้วยเจ้ารอง ไม่ได้การณ์แล้ว ของมีค่าขนาดนี้ฮุ่ยฮุ่ยก็ยังยอมยกให้พวกเรา แม่จะต้องไปหาของล้ำค่าฝากไปให้เธอ” แม่เสิ่นว่าแล้วก็รีบลุกออกไปและก็ไม่ลืมที่จะอุ้มไหเหล้าไป๋จิ่วไปด้วย

เมื่อเหลือกันสามคนพ่อลูก พ่อเสิ่นก็พูดกับลูกชายคนรองด้วยน้ำเสียงที่จริงจัง “หลินอวี่เฉินคนนี้ดุดันเหลือเกิน ใครก็ต้านเขาไม่ไหว ไม่รู้ว่าถ้าย้ายกลับมาที่ปักกิ่งจะเกิดอะไรขึ้นบ้าง แกตัดสินใจดีแล้วใช่ไหมเจ้ารอง”

“เลือกหลินอวี่เฉิน ตระกูลของพวกเราไม่มีวันตกต่ำหรอกครับพ่อ” พูดออกไปแล้วเขาก็นำเอาของบางอย่างออกมา แล้วส่งให้ผู้เป็นพ่อ “ผลึกพลังงานนี่ฮุ่ยฮุ่ยมอบให้ผม ครั้งแรกสิบก้อน ครั้งที่สองให้มาหนึ่งถุง ผมยังไม่ได้นับเลยว่ามันมีกี่ก้อน”

“นะ นี่ ของสิ่งนี้นานแล้วนะที่ไม่ปรากฏออกมาสู่โลกภายนอก ถ้าแกไม่ได้ลูกแก้วย่นระยะทางมา พ่อก็คงไม่เอาของก้นหีบแบบนี้ออกมาหรอก แต่พวกเขากลับมีมันเป็นจำนวนมาก”

“ผมถึงบอกไงครับ พวกเราสนับสนุนหลินอวี่เฉินไม่มีทางตกต่ำแน่นอน”

“ได้! ตระกูลเสิ่นของพวกเราจะหนุนหลังตระกูลหลิน!”