LNCrawler

แผนล่อศัตรู

พลิกชะตาลูกสาวสลับตัว ในยุค 90 — novel.dek d.com · All chapters

แผนล่อศัตรู

คำถามของหลินฮุ่ยทำเอาจินเฉินนิ่งงันไป ทำไมคุณหนูถึงได้คิดอะไรได้ลึกซึ้งขนาดนี้กันนะ แถมยังคอยจับผิดเขาตลอดเวลาด้วย

“นายไม่ตอบก็ได้นะจินเฉิน อยากบอกเมื่อไหร่ก็ค่อยว่ากันทีหลัง” หลินฮุ่ยรู้ว่าเขาไม่ได้คิดร้ายกับเธอ ดังนั้นก็แค่ถามออกไป ส่วนคำตอบจะได้มาตอนไหนก็ไม่ใช่เรื่องสำคัญ

“ก็ไม่ใช่เรื่องที่พูดไม่ได้หรอกครับคุณหนู” พูดออกไปแล้วก็รอดูสีหน้าของคุณหนู แต่ก็ยังไม่มีอะไรเปลี่ยนแปลง จินเฉินจึงเปลี่ยนท่าทีเป็นสุภาพและสุขุมขึ้นมาอีกระดับ “ตั้งแต่ถือกำเนิดขึ้นมาเมื่อนานมาแล้ว หน้าที่ของผมก็คือการปกป้องคุณหนูมาโดยตลอด อีกทางหนึ่งก็เป็นผู้ช่วยเก็บสมบัติของคุณหนูด้วยครับ”

หลินฮุ่ยมองจินเฉินอย่างงงๆ เพราะไม่คิดว่าคำตอบจะออกมารูปแบบนี้ ผิดคาดเธอไปเยอะเลย “เก็บสมบัติให้ฉันอย่างนั้นเหรอจินเฉิน หรือว่าห้วงมิติที่เกาะผีครวญก็คือหนึ่งในสมบัติของฉันที่มีมาตั้งแต่ยุคโบราณบรรพกาล มิน่าล่ะพอแหวนหยกลอยออกไปปะทะกับค่ายกลมันก็สลายหายไปทันที”

“เป็นแบบนั้นครับคุณหนู”

คราวนี้หลินฮุ่ยถึงกับเบ้ปาก “ทำไมฉันถึงอ่านตำราที่ได้มาจากมิตินั่นไม่ได้ล่ะ นี่ไม่ยุติธรรมเลยนะ ฉันเป็นเจ้าของพวกมันก็น่าจะอ่านออกบ้างสิ”

“ตอนนั้นคุณหนูบอกว่ามีบริวารมากมาย จะอ่านเองทำไมให้วุ่นวาย แค่เรียนกับท่านอาจารย์ทุกวันก็เหนื่อยจะตายอยู่แล้ว อย่าให้ต้องมาเรียนภาษาพวกนี้อีกเลย แล้วก็บอกให้ผมไปเรียนภาษาพวกนี้แทนครับ”

“นิสัยแบบนี้ใช่เลย” หลินฮุ่ยพึมพำเสียงเบา ก่อนจะหัวเราะออกมาเสียงแผ่ว “ถ้าอย่างนั้นต่อไป นายก็แปลมันออกมาเป็นภาษาของโลกนี้ให้ฉันนะจินเฉิน”

เด็กหนุ่มมองคุณหนูอย่างจนใจ “ตอนนั้นผมเรียนภาษาพวกนี้ไปตั้งหลายหมื่นภาษาแล้ว มาตอนนี้คุณหนูยังจะให้ผมแปลออกมาอีกเหรอครับ”

“อ้าว! ถ้านายไม่ทำแล้วจะให้ฉันทำหรือไง” ว่าแล้วเธอก็โยนไหเหล้าไป๋จิ่วให้เขา “เอาไปลองดื่มดู เอาล่ะ ฉันจะไปฝึกฝนทักษะการต่อสู้แล้ว นายจะนอนที่ไหนก็เลือกเอานะจินเฉิน”

“คุณหนูให้ผมกลับไปอยู่บนข้อมือของคุณหนูดีไหมครับ ปกติผมก็เคยอยู่ตรงนั้น”

หลินฮุ่ยโบกมืออย่างไม่ใส่ใจ “ไม่ต้องหรอก ฉันไม่ได้อยากให้นายมาคอยรับใช้ตลอดเวลาแบบนั้นหรอกจินเฉิน อยู่ในมิติก็ทำตัวตามสบายเลย หรืออยากจะออกไปวิ่งเล่นข้างนอกก็แค่บอกฉันไว้ นายก็ไปได้แล้ว”

“จริงเหรอครับคุณหนู!”

วันนี้มีหลิวฮ่าวที่ถามแบบนี้กับเธอ แล้วยังมาเจอจินเฉินอีกราย หญิงสาวได้แต่เขม้นมองมังกรทองที่แสร้งทำตัวราวกับเด็กน้อยผู้หนึ่งด้วยประกายตาล้ำลึก “จริงสิ หรือนายลืมนิสัยของเจ้านายของตัวเองไปแล้วจินเฉิน”

เด็กหนุ่มรีบโบกมือเป็นพัลวัน “ไม่ใช่แบบนั้นหรอกครับคุณหนู เพียงแต่ผมหลับใหลไปนานหลายร้อยปีก็เลยคิดว่ากฎระเบียบจะยังเคร่งครัดเหมือนยุคสมัยนั้นครับ”

หลินฮุ่ยเพียงพยักหน้าแล้วก็เดินไปที่ลานฝึก แล้วก็เริ่มซักซ้อมท่าทางตามที่พี่ชายเพิ่งฝึกให้เมื่อหนึ่งอาทิตย์ก่อน จากนั้นเธอก็จดจ่ออยู่กับการฝึกจนลืมสนใจทุกสิ่งรอบตัวไปเลย

 

กลางดึกหลินอวี่เฉินก็กลับมาถึงบ้าน ทุกอย่างยังคงปกติดี สืออีและหัวหน้าหน่วยคนอื่นที่เขามอบหมายให้ดูแลน้องสาวยังคงปฏิบัติหน้าที่อย่างเคร่งครัด

“สืออีตามฉันมา” เขาเดินไปหยุดที่กลางลานบ้าน

“นายท่าน มีอะไรจะสั่งหรือเปล่าครับ” ท่าทีเคร่งขรึมและตึงเครียดแบบนี้ทำให้เขาเริ่มหวั่นใจ ว่าอาจจะเกิดเรื่องใหญ่ในไม่ช้า

“อีกเจ็ดวัน ฉันจะไปจัดการกับเจิ้งเส้าฉิน นายเตรียมตัวให้พร้อมด้วยล่ะ”

“แล้วคุณหนูล่ะครับนายท่าน”

“ไปด้วยกัน จะพาเธอไปที่นั่นด้วย ฉันให้คนของเราปล่อยข่าวออกไปแล้วว่าค้นพบทางเข้ามิติโบราณ เขาจะต้องมาแน่ๆ”

“นายท่านจะพาคุณหนูไปที่ที่เคยเป็นรังของงูใหญ่ตัวนั้นเหรอครับ”

“เคยรับปากฮุ่ยฮุ่ยเอาไว้น่ะ บอกว่าจะพาไปช่วงเทศกาลวันไหว้พระจันทร์ ถือโอกาสจัดการเจิ้งเส้าฉินในครั้งนี้เลย”

“แล้วหลิวอวี่ถิงจะไม่ตามไปหรือครับ เธอมีระบบที่คอยจุ้นจ้านก่อกวนพวกเราตลอดเวลา อาจจะแทรกแซงได้ตลอดนะครับ”

“มาหนึ่งก็จัดการหนึ่ง มาสองก็จัดการสอง ไม่เห็นจะยุ่งยากตรงไหน”

“เข้าใจแล้วครับ”

“วันนี้ฮุ่ยฮุ่ยมีอะไรผิดปกติไหม เธอออกจากมิติหรือยัง”

“ยังครับ คุณหนูบอกว่าจะเข้าไปฝึกฝนในมิติครับ”

เขากวาดตาสำรวจไปทั่วบริเวณบ้าน “พวกนายอยู่ที่นี่ไม่เห็นอาณาเขตไร้ลักษณ์ที่ถูกสร้างขึ้นหรือ ตั้งแต่ฉันก้าวเข้ามาในบ้านก็สัมผัสได้ถึงกลิ่นอายของมังกรแล้วนะ”

“มังกรหรือครับ หรือว่าจะเป็นมังกรทองที่พิทักษ์แหวนของคุณหนู”

“น่าจะเป็นมังกรทองตัวนั้นนั่นแหละ ตอนแรกยังคิดว่าเป็นแค่เศษเสี้ยวพลังวิญญาณของมังกรทอง แต่ตอนนี้น่าจะสร้างรูปร่างขึ้นมาได้แล้วจริงๆ”

“นายท่านจะอาศัยสถานการณ์นี้ล่อศัตรูไปที่นั่นพร้อมกับเจิ้งเส้าฉินหรือเปล่าครับ”

“เป็นความคิดที่ดีนะ นายเอาบัญชีดำออกมาดู ยังมีใครบ้างที่ยังจ้างมือสังหารมาจัดการกับฉัน”

สืออีนำเอาบัญชีดำออกมาแล้วก็ส่งให้ผู้เป็นนาย “ยังมีอยู่หลายสิบคนเลยครับนายท่าน”

หลินอวี่เฉินรับมาดูแล้วนัยน์ตาไหววูบก่อนจะเปลี่ยนเป็นดำมืด “ดีเลย ปล่อยข่าวออกไปอีก บอกว่าในมิติโบราณอาจจะมีมังกรทองที่ยังมีชีวิตอยู่ พวกมันจะต้องแห่กันมาแน่ๆ”

“แบบนี้ต้องขอความร่วมมือจากคุณหนูด้วยนะครับนายท่าน”

“เรื่องนี้ไม่ใช่ปัญหาหรอก น้องสาวฉันก็มีนิสัยเหมือนฉันนั่นแหละ” เขาส่งบัญชีดำคืนให้สืออี “กลับไปประจำที่เดิมเถอะ”

“ครับนายท่าน”

 

หลินฮุ่ยออกจากมิติมาก็เห็นพี่ชายนั่งดื่มชา อ่านตำราโบราณอยู่ที่ห้องโถง เธอจึงเข้าไปนั่งที่เก้าอี้ข้างๆ เขา “มีเรื่องอะไรหรือเปล่าพี่ใหญ่”

“อยากให้เธอช่วยนิดหน่อยน่ะฮุ่ยฮุ่ย” พูดพลางก็บุ้ยใบ้ไปด้านนอกให้น้องสาวดูอาณาเขตไร้ลักษณ์ไปพลาง

“จินเฉินออกมา”

“คุณหนู คุณชาย จินเฉินมาแล้วครับ” เด็กหนุ่มค้อมตัวคำนับเจ้านายทั้งสองอย่างนอบน้อม

“ถ้าอยากใช้งานเขาก็สั่งได้ตามสบายเลยค่ะพี่ใหญ่”

“อ้อ” หลินอวี่เฉินเห็นหน้าตาของจินเฉินแล้วถึงกับอึ้งไป “ทำไมหน้าตาเขาเหมือนคนตระกูลหลินของพวกเราล่ะฮุ่ยฮุ่ย”

“ก็เขาแซ่หลินนี่คะพี่ใหญ่ ต้องหน้าตาเหมือนพวกเราอยู่แล้ว”

“หลินจินเฉิน มังกรแห่งดวงดาวที่มีต้นกำเนิดจากยุคโบราณน่ะเหรอ”

“อืม เขาบอกว่าตั้งแต่ถือกำเนิดขึ้นมาเขาก็เป็นลูกน้องของฉัน เป็นแบบนี้มาโดยตลอดค่ะ พี่ว่ามันอัศจรรย์ไหมล่ะ ตั้งแต่ที่ฉันออกจากบ้านตระกูลหลิวมา ดูเหมือนว่าโชคดีที่ถูกปิดกั้นจะเปิดออกกว้าง จนฉันแทบจะรับไม่ไหวแล้ว”

หลินอวี่เฉินนำเอาแผนที่ออกมาวางบนโต๊ะ ก่อนจะกวักมือเรียกจินเฉิน “นายดูแผนที่เป็นไหมจินเฉิน”

“เป็นครับคุณชาย”

“ฉันอยากให้นายใช้ร่างมังกรทองของนายไปแสดงตัวพื้นที่ตรงนี้ เป็นไปได้ก็พยายามให้คนเห็นมากๆ จะดีที่สุด”

“ได้ครับคุณชาย จะให้ผมไปคืนนี้เลยไหมครับ”

หลินอวี่เฉินหันไปทางน้องสาว เห็นว่าเธอยังดื่มชาอย่างสบายใจ เขาจึงพยักหน้า “ไปจัดการคืนนี้เลย แล้วก็รั้งอยู่ที่นั่นจนกว่าฉันกับฮุ่ยฮุ่ยจะเดินทางไปถึง”

“ได้ครับ ผมจะไปเดี๋ยวนี้” รับคำอย่างกระตือรือร้นแล้วร่างของจินเฉินก็เลือนหายไปอย่างรวดเร็ว

พอเหลือกันแค่สองคนพี่น้อง หลินฮุ่ยจึงเอ่ยถามพี่ชาย “พี่ขี้เกียจรอแล้วหรือคะพี่ใหญ่”

“อืม ทางปักกิ่งก็เคลียร์เส้นทางได้เกินเจ็ดส่วนแล้ว ถ้าตระกูลเสิ่นอยู่ข้างเราก็คงไม่มีปัญหา พี่จึงอยากจะเร่งจัดการเสี้ยนหนามที่ปล่อยทิ้งมานานให้เรียบร้อยเสียก่อน”

หญิงสาวพยักหน้าอย่างเข้าใจ “นอกจากมังกรทองอย่างจินเฉินแล้ว คงต้องมีอย่างอื่นล่อศัตรูให้ไปที่นั่นด้วยใช่ไหมคะ”

“ให้คนของเราปล่อยข่าวออกไปแล้วล่ะ ว่าพี่ค้นพบเส้นทางเข้ามิติโบราณ”

“อ้อ นี่ก็ใกล้จะเทศกาลไหว้พระจันทร์แล้ว พี่เคยบอกว่าจะพาฉันไปที่นั่นซึ่งอาจจะพบงูตัวนั้น จะได้ขอบคุณมันที่ช่วยพี่เอาไว้”

“อืม เพราะที่นั่นอาจจะมีของวิเศษหลงเหลืออยู่จริงๆ ดังนั้นล่อคนพวกนั้นไปนั่นจะทำให้พวกเขาไม่ระแวงสงสัย”

“มีเป้าหมายเป็นพิเศษไหมคะ”

“เจิ้งเส้าฉิน!”

“ดีเลย! ถ้าพี่ลงมือด้วยตัวเอง ฉันคงไม่ต้องลงมือแล้ว” คำบอกเล่าจากปากของเสิ่นมู่หานในวันนั้น ทำให้พอได้ยินชื่อของเจิ้งเส้าฉิน ความเคียดแค้นชิงชังในใจของเธอยิ่งมายิ่งลุกโชน

“พี่สืบรู้เรื่องนั้นแล้วล่ะ ก็เลยคิดว่าปล่อยเวลาช้ากว่านี้ก็ไม่มีประโยชน์ หลิวอวี่ถิงก็จะใช้เขามาสร้างความหายนะให้กับพวกเราไปเรื่อยๆ”

“ถ้าหลิวอวี่ถิงก็ไปที่นั่นด้วยล่ะคะ พี่จะทำยังไง”

“มาเท่าไหร่ก็กำจัดเท่านั้น!”

 

ผ่านไปเพียงสองวัน ในโลกของนักสู้และเหล่ายอดฝีมือข่าวลือก็แพร่กระจายจนรู้กันถ้วนหน้า แต่ทว่าภายในห้วงมิติขนาดเล็กที่เป็นแหล่งกบดานของเจิ้งเส้าฉินและหลิวอวี่ถิง พวกเขากลับกำลังนั่งปรึกษากันอย่างคร่ำเคร่ง

“ทำไมครั้งนี้ไม่ให้ไปล่ะเสี่ยวหลิว นั่นมันมิติโบราณกับมังกรทองเลยนะ ถ้าพวกเราได้เข้าไปข้างใน ไม่แน่ว่าพวกเราสองคนร่วมมือกันลอบสังหารหลินอวี่เฉินคนนั้นให้ตายตกในนั้นไปเลย”

หลิวอวี่ถิงส่ายหน้าช้าๆ “คนรู้เยอะมากเกินไป และเรื่องก็ถูกปล่อยออกมาจากหลินอวี่เฉิน ฉันคิดว่าน่าจะเป็นข่าวลวงค่ะผู้เฒ่าเจิ้ง”

เจิ้งเส้าฉินถึงกับใบหน้าดำคล้ำ “คิดว่าแผนการทางปักกิ่งราบรื่น ก็เลยจะมาป่วนทางใต้อย่างนั้นเหรอ ฮึ่ม!” มือของเขาทุบลงไปบนหินขนาดหลายตัน และมันก็กลายเป็นผุยผงในทันที

หลิวอวี่ถิงหันไปมองคนของสองตระกูลที่กำลังฝึกฝนกันอยู่ สีหน้าของเธอก็พลอยดีขึ้นมานิดหน่อย “เรารอเวลาดีกว่านะคะ ตอนนี้หลบอยู่ที่นี่น่าจะปลอดภัยมากกว่า”

“ไม่มีทางอื่นเลยหรือเสี่ยวหลิว เห็นคนตระกูลหลินมีชีวิตอยู่แม้คนเดียว ตาแก่คนนี้ก็ไม่อยากอยู่ร่วมโลกกับพวกเขาแล้ว”

เธอเองก็ไม่อยากอยู่ร่วมโลกกับสองพี่น้องตระกูลหลินเหมือนกัน “ก็ไม่ใช่ว่าจะไม่มีหนทาง เพียงแต่ฉันไม่สะดวกออกหน้า”

“ไม่ว่าหนทางนี้จะยากเย็นแค่ไหน ตาแก่คนนี้ยินดีทำทั้งนั้น รีบพูดมาเลยเสี่ยวหลิว!”