LNCrawler

ยอมให้จับเสียดีๆ

พลิกชะตาลูกสาวสลับตัว ในยุค 90 — novel.dek d.com · All chapters

ยอมให้จับเสียดีๆ

หลิวอวี่ถิง ฟังสิ่งที่ระบบแนะนำอยู่เกือบสิบห้านาทีจึงได้เผยรอยยิ้มออกมาได้อย่างผ่อนคลาย “ผู้เฒ่าเจิ้งต้องลงมือให้เรียบร้อยภายในเจ็ดวันนี้ ก่อนที่มิติโบราณจะเปิด”

“รีบพูดมาเลยเสี่ยวหลิว จะให้ตาแก่คนนี้ทำอะไรล้วนได้ทั้งหมด”

“นี่เป็นอุปกรณ์ควบคุมการเปิดปิดมิติ อีกสองวันหลินฮุ่ยจะเดินทางออกจากค่ายจิ้นหนานเพียงลำพัง ผู้เฒ่าเจิ้งไปลักพาตัวเธอมา เอาไว้ต่อรองกับหลินอวี่เฉิน”

“เธอจะบอกว่านังเด็กตระกูลหลินก็มีมิติเหมือนกันเหรอเสี่ยวหลิว”

“ตอนแรกฉันก็ไม่แน่ใจหรอกค่ะ แต่ระบบบอกแบบนี้ก็คงต้องเชื่อ ถ้าเข้าใกล้เธอผู้เฒ่าเจิ้งต้องเปิดใช้อุปกรณ์ควบคุมการเปิดปิดมิตินี้นะคะ เธอจะไม่สามารถเข้าไปหลบในมิติได้ อาศัยจังหวะที่หลินฮุ่ยยังไม่ทันได้ตั้งตัว ก็ชิงตัวคนมาเลย”

ดวงตาของเจิ้งเส้าฉินเป็นประกาย “ต่อรองกับพี่ของมันเสร็จ พอได้มังกรทองมาแล้วพวกเราก็จัดการกับนังเด็กนั่นเลย แล้วชิงมิติของมันมา”

“ดีค่ะ ถ้าหลินฮุ่ยตายมิติของเธอก็ให้ผู้เฒ่าเจิ้งไปเลยค่ะ”

“ตกลงเอาตามนี้!”

 

สองวันต่อมา หลินฮุ่ยนัดโจวฟางเอาไว้ ว่าจะไปดูความคึกคักที่ตลาดหลักทรัพย์ของเซินเจิ้น ก็เดินทางออกจากค่ายจิ้นหนานตั้งแต่เช้ามืด

วันนี้หลินอวี่เฉินกับสืออีและลูกน้องส่วนใหญ่เดินทางไปดูลาดเลาและวางค่ายกล ส่วนจินเฉินถูกเรียกให้กลับมาอยู่กับหลินฮุ่ย เขาจึงวางใจให้เธอเดินทางออกมานอกค่ายเพียงลำพัง

หลินฮุ่ยปั่นจักรยานมาได้สักระยะก็รู้สึกผิดปกติ “จินเฉิน นายรู้ไหมว่าใครกำลังตามพวกเรามา”

“เป็นตาแก่คนหนึ่งแต่หน้าตาเหมือนคนอายุไม่มากครับคุณหนู จะให้ผมจัดการเขาตอนนี้เลยไหม” จินเฉินที่อยู่ในมิติตอบอย่างฉะฉานและพร้อมยืดเส้นยืดสายเต็มที่

“ต้องเป็นเจิ้งเส้าฉินแน่ๆ คนคุ้มกันที่ตามฉันมาล่ะ พวกเขาจัดการตาแก่นี่ได้ไหม”

“จัดการได้ครับคุณหนู แต่ผมมีข้อเสนอที่น่าจะเป็นผลดีกว่าครับ”

มุมปากของหลินฮุ่ยยกขึ้นน้อยๆ อย่างมีเลศนัย “นายจะให้ฉันไหลตามน้ำเหรอจินเฉิน”

“ก็อยู่แต่ในค่ายจิ้นหนานมันไม่ค่อยสนุกนี่ครับ อีกอย่างสมบัติในคลังของคุณหนูก็แสนจะน้อยนิด ถ้าหลุดจากการคุ้มกันของคุณชาย แล้วออกไปวิ่งเล่นกันเองน่าจะสนุกกว่านะครับ”

ดวงตาของหลินฮุ่ยเปล่งประกาย “งั้นเราจะทำยังไง ถึงจะทำให้ผู้คุ้มกันไม่รู้ว่าฉันกำลังเล่นละครตบตาเจิ้งเส้าฉินอยู่”

“เรื่องนี้ผมจัดการเอง เดี๋ยวรอให้ถึงป้ายรถประจำทางก่อน ค่อยลงมือ”

“ได้! งั้นฉันจะเร่งปั่นให้ถึงที่นั่นเร็วๆ”

 

ทางฝั่งคนคุ้มกันที่เสิ่นมู่หานให้มาคอยคุ้มกันหลินฮุ่ยอย่างลับๆ เห็นสถานการณ์แปลกไปก็รีบโทรรายงานเจ้านายทันที

“หลินฮุ่ยเกิดเรื่องอะไรหรือเปล่า”

“ยังไม่เกิดครับคุณชาย แต่วันนี้ท่าทางของคุณหนูหลินแปลกๆ ผมเลยรีบโทรรายงานครับ”

“แปลกยังไงหรือว่าเธออยากจะอัดคน”

คำพูดนี้ของเจ้านายทำเอาลูกน้องถึงกับสะดุ้ง เจ้านายของเขาคงไม่ติดใจการถูกอัดหรอกใช่ไหม “ผมเห็นเจิ้งเส้าฉินกำลังตามคุณหนูหลินครับคุณชาย ทางด้านคนคุ้มกันฝั่งตระกูลหลินก็น่าจะเห็นแล้วเหมือนกัน”

“มันกล้าหรือ! นายรีบตามฮุ่ยฮุ่ยไปเดี๋ยวนี้เลย”

“คุณชาย ถ้าพวกเรารู้คุณหนูหลินก็น่าจะรู้แล้วเหมือนกันครับ แต่ดูจากท่าทางของเธอแล้วเหมือนกำลังล่อคนให้เข้าไปติดกับ หรือไม่ก็อาจคิดจะยอมให้อีกฝ่ายจับตัวไปครับ”

“นายรีบตามเธอไป ถ้าเธอยอมให้เจิ้งเส้าฉินจับไป นายก็ต้องยอมให้ถูกจับไปกับเธอด้วย”

“ครับคุณชาย” เขาเร่งตามติดคุณหนูหลินไปอย่างรวดเร็ว แต่โทรศัพท์ก็ยังไม่วางสาย

หลินฮุ่ยปั่นจักรยานมาถึงป้ายรถประจำทางแล้วก็ถึงกับอึ้งไป “นะ นี่ พวกพี่ออกมาทำไมคะ” หญิงสาวสั่งให้จินเฉินสร้างอาณาเขตปิดกั้นก่อนทันที

“คุณหนู นายท่านบอกว่าถ้าวันนี้เกิดเรื่องอะไรกับคุณหนู พวกเราจะถูกไล่ออกจากวงการนักสู้ทันทีครับ” ลูกน้องจากหน่วยที่สิบเจ็ด ซึ่งหัวหน้ารหัสสือชีเอ่ยออกมาอย่างไม่มีทางเลือก

“เฮ้อ! ว่าจะออกไปเล่นสนุกเสียหน่อย จะทำยังไงดีล่ะทีนี้”

“ระ หรือว่าคุณหนูจะซ้อนแผนเจิ้งเส้าฉินหรือครับ” ผู้คุ้มกันคนเดิมเอ่ยถามอย่างตื่นตะลึง

“ไม่ได้เหรอ พี่ใหญ่ปล่อยข่าวลือเอิกเกริกขนาดนั้น พี่คิดว่าเจิ้งเส้าฉินกับหลิวอวี่ถิงจะมาติดกับพวกเราหรือไง”

“พวกเขาก็เลยชิงลงมือก่อน นั่นก็คือการลักพาตัวคุณหนูอย่างนั้นเหรอครับ”

“อืม น่าจะเป็นอย่างนั้นค่ะ”

“ถ้าอย่างนั้นพวกเราขอตามไปกับคุณหนูได้ไหมครับ”

หลินฮุ่ยกลอกตาไปมา สายตาของเธอก็ปะทะเข้ากับอีกสองคน “พวกพี่สองคนเป็นคนของพี่มู่หานใช่ไหมคะ”

“ครับคุณหนู คุณชายบอกว่าถ้าคุณหนูอยากออกไปเที่ยวเล่นนอกค่าย ก็ให้พวกเราตามไปด้วยครับ”

“อ้อ ถ้าอย่างนั้นก็เข้าไปอยู่ในมิติก่อนนะคะ” มิติที่เธอพูดถึงก็คือห้วงมิติจิตวิญญาณของจินเฉินนั่นเอง เพียงโบกมือทุกคนที่รวมกันได้ยี่สิบคนก็หายวับไปในทันที

จินเฉินส่งคนเข้าไปในห้วงมิติจิตวิญญาณของตัวเองได้แล้ว ก็รีบพูดรัวเร็วอย่างตื่นเต้น “คุณหนู เขามาแล้วครับ และกำลังจะใช้อุปกรณ์ควบคุมมิติ ผมจะออกไปอยู่ในกระเป๋าสะพายของคุณหนูก่อนนะครับ”

“ได้ เร็วๆ เข้าล่ะ” พูดได้เท่านั้นหลินฮุ่ยก็รู้สึกได้ทันทีว่ามิติของเธอมีบางอย่างผิดปกติ เธอพยายามจะส่งจิตเข้าไปตรวจสอบด้านใน แต่กลับทำไม่ได้เลย แม้จะรู้ล่วงหน้าแต่ความรู้สึกวูบโหวงและไร้ที่พึ่งนี้ ทำเอาเธอถึงกับหน้าซีดเผือด

“จินเฉิน นายอยู่ข้างนอกหรือยัง” เธอคุยในใจกับมังกรทองอย่างกระวนกระวาย

“คุณหนูไม่ต้องห่วง ผมอยู่ในกระเป๋าสะพายของคุณหนูแล้วครับ”

“ดี แล้วฉันจะเข้ามิติของตัวเองได้อีกครั้งเมื่อไหร่ล่ะ” สายตาของเธอคอยระแวดระวัง เพื่อให้เจิ้งเส้าฉินเห็นว่าเธอเริ่มอยู่ไม่สุขแล้ว

“ถ้าแย่งชิงอุปกรณ์ชิ้นนั้นมาได้ก็เข้ามิติได้แล้วครับคุณหนู”

“เฮ้อ! แล้วระหว่างนี้ล่ะ ฉันจะกินอะไร นายคงไม่ปล่อยให้ฉันอดตายหรอกใช่ไหม” ลูกน้องคนนี้พลังเยอะดีอยู่หรอก แต่บางครั้งก็พูดจาไม่ค่อยรู้เรื่อง

“คุณหนูไม่ต้องห่วงนะครับ ก่อนออกมา ผมได้ย้ายบ้านสี่ประสานกับสวนผลไม้บางส่วนของคุณหนูออกมาไว้ในถุงมิติแล้วครับ มันจะไม่ถูกควบคุมเพราะเจิ้งเส้าฉินพุ่งเป้าไปที่คุณหนูเท่านั้น”

“ค่อยยังชั่วหน่อย เอาล่ะ ตอนนี้ฉันจะนั่งรอรถประจำทาง นายก็ไปดูคนคุ้มกันของฉันหน่อย อย่าปล่อยให้พวกเขาตื่นตระหนกอยู่ในนั้นล่ะ”

“เข้าใจแล้วครับคุณหนู” จินเฉินรับคำแล้วก็ส่งร่างจิตที่จำแลงเป็นมนุษย์เข้าไปในห้วงมิติจิตวิญญาณของตัวเอง จากนั้นก็พาคนคุ้มกันทั้งหมดไปที่ถ้ำแห่งหนึ่งซึ่งด้านในกว้างขวางอากาศถ่ายเทได้สะดวก

ทางฝั่งของเจิ้งเส้าฉินที่เฝ้าดูหลินฮุ่ยมาตลอด เมื่อเห็นว่าคนคุ้มกันของเธอไม่อยู่แล้ว มิติของเธอก็ถูกปิด เข้าไปไม่ได้ เขาก็เผยตัวออกมาอย่างย่ามใจ

“ในที่สุดเธอก็มีวันนี้นะหลินฮุ่ย นึกว่าจะเก่งกาจเหมือนที่เคยได้ยิน แต่ที่ไหนได้พอเจอคนที่เก่งกว่าก็ทำอะไรไม่ได้ หึหึ”

หลินฮุ่ยปรายตามองอีกฝ่ายแล้ว สีหน้าก็เริ่มเย็นชา “นี่คงเป็นผู้เฒ่าเจิ้งหนังเหนียวพี่ชายของอดีตคุณย่าของฉันสินะคะ”

“ฮึ! นังเด็กนี่ปากดีเหมือนปู่ของแกจริงๆ งั้นก็อย่าหาว่าฉันไม่ใจดีกับเด็กสาวอย่างแกล่ะ” พูดจบเขาก็ย่างก้าวพริบตาเข้าประชิดตัวพร้อมกับอาวุธวิเศษจ่อคอของหลินฮุ่ยเอาไว้ทันที

เปลือกตาของหลินฮุ่ยหลุบต่ำ มองอาวุธวิเศษที่ตาแก่คนนี้นำออกมาได้อย่างง่ายดาย “ของนี่เอาไปขายน่าจะได้เงินเยอะเลยนะนี่” บนตัวของเธอน่าจะเคลือบเอาไว้ด้วยอาวุธวิเศษมากมาย อาวุธกระจอกแค่นี้เรียกเลือดจากเธอไม่ได้หรอก

“อย่าพูดมาก ยอมให้จับเสียดีๆ ไม่อย่างนั้นฉันไม่รับประกันหรอกนะว่าคอสวยๆ ของแกจะไม่มีบาดแผลเหวอะหวะ”

“อ้อ แล้วมีของให้กินหรือเปล่า ถ้าไม่มีฉันไม่ไปกับแกหรอกนะ”

“ฮึ! จะตายอยู่แล้วยังจะเรื่องมากอีก” เขานำเอาเชือกวิเศษออกมามัดมือหลินฮุ่ยเอาไว้ จากนั้นก็ใช้ออกด้วยเคล็ดวิชาเร้นกาย พาตัวคนไปอย่างไร้ร่องรอย

 

โจวฟางรอสหายรักตั้งแต่สายจนกระทั่งบ่าย แต่หลินฮุ่ยกลับไม่โผล่หน้ามาเลย เธอโทรหาแต่ไม่มีคนรับนานไปก็กลายเป็นโทรไม่ติดไปเลย

เธอไม่มีช่องทางติดต่อพี่ชายของสหายรัก และก็ไม่รู้ว่าถ้าไปที่ค่ายจิ้นหนานเจ้าหน้าที่ทางนั้นจะเร่งตรวจสอบให้หรือเปล่า มีทางเดียวก็คือโทรหาคนที่เธอเพิ่งรู้จักและเขาคนนั้นก็สนิทกับพี่ชายของหลินฮุ่ย

“มีอะไรหรือเปล่าครับคุณโจว หรืออยากจะสั่งซื้อสินค้าจากโรงงานของผม” เหล่าหานถามเสียงเรียบเพราะโจวฟางคนนี้เป็นคนจากตระกูลโจวที่สร้างปัญหาให้สหายรักของเขา แม้เธอจะไม่เกี่ยวข้องแต่เขาก็ไม่คิดจะวางใจในตัวผู้หญิงคนนี้

“คุณหาน วันนี้ฉันนัดกับฮุ่ยฮุ่ยว่าจะไปตลาดหลักทรัพย์ด้วยกัน แต่รอทั้งวันเธอก็ยังไม่มาเลย ฉันกลัวว่าเธออาจจะเกิดเรื่อง แต่ไม่มีเบอร์ติดต่อพี่หลินอวี่เฉิน คุณช่วยฉันหน่อยได้ไหมคะ”

“คุณกำลังจะบอกว่าติดต่อหลินฮุ่ยไม่ได้อย่างนั้นเหรอคุณโจว”

“ใช่ค่ะ ฉันร้อนใจแต่ก็ทำอะไรไม่ได้ ติดต่อใครก็ไม่ได้ เลยคิดว่าคุณน่าจะช่วยได้ค่ะ”

“ทำไมไม่รีบโทรมาตั้งแต่ที่โทรติดต่อฮุ่ยฮุ่ยไม่ได้ครั้งแรกล่ะ” เสียงของเขาเกือบจะกลายเป็นคำรามออกมา

โจวฟางตกใจจนหน้าซีด “ฉันเพิ่งเห็นนามบัตรของคุณ ก็เลยเพิ่งโทรมาค่ะ”

“คุณนี่ยังไงกัน ไม่รู้หรือว่ารอบตัวของหลินฮุ่ยล้วนมีแต่อันตราย ยังจะนัดเธอออกมาจากค่ายอีก ถ้าฮุ่ยฮุ่ยเป็นอะไรไป คุณระวังตัวไว้ให้ดีเลย!”

“ฉันจะไปรู้เหรอว่าฮุ่ยฮุ่ยมีอันตราย ถ้ารู้ฉันจะไม่มีทางนัดเธอออกมาเด็ดขาด” เธอเพิ่งตระหนักได้ว่าเรื่องนี้มันอันตรายกว่าที่คิดไว้

“ช่างเถอะ บอกไปก็ไม่เคยระมัดระวังหรอก” พูดแค่นั้นเหล่าหานก็วางสายทันที จากนั้นเขาก็โทรหาหลินอวี่เฉิน ไม่นานสหายรักก็รับโทรศัพท์ “เหล่าหลิน นายรู้ไหมว่าฮุ่ยฮุ่ยไม่ได้มาเจอโจวฟางที่เซินเจิ้น”

ตอนแรกหลินอวี่เฉินที่ได้ยินน้องสาวบอกผ่านโทรจิต ว่าเธอกำลังเดินทางไปที่แหล่งกบดานของเจิ้งเส้าฉิน ก็ตกใจไม่น้อยแต่พอเธอบอกว่าจินเฉินก็อยู่ด้วย แถมผู้คุ้มกันทั้งหมดก็ตามไปด้วย เขาจึงได้วางใจ “รู้แล้วล่ะ แต่อย่าพูดมากไปนะ นายรู้เรื่องจากใคร”

“โจวฟางโทรมาบอก เธอขอให้ฉันช่วยตามหาฮุ่ยฮุ่ย นายนี่ยังไงช่วงนี้ไม่ค่อยปลอดภัยทำไมยังปล่อยให้เธอออกมานอกค่ายได้ล่ะ”

“กำลังยุ่งๆ น่ะสิ เตรียมทำการใหญ่ก็เลยไม่ได้อยู่ที่ค่าย”

“แล้วนายจะให้ฉันทำยังไง ต้องตามไปช่วยฮุ่ยฮุ่ยไหม” ยิ่งคุยกันเขาก็ยิ่งไม่เข้าใจสหายรัก เมื่อก่อนทั้งห่วงทั้งหวงแต่มาตอนนี้กลับปล่อยให้ฮุ่ยฮุ่ยวิ่งเล่นไปทั่ว

“ไม่ต้องหรอกลูกน้องฉันกับลูกน้องมู่หานก็ตามไปไม่น้อยแล้ว เป็นคนพวกนั้นมากกว่าที่ต้องกลัวว่าฐานลับของพวกเขาจะถูกถล่มจนราบ”

“แล้วนายรู้ไหมว่าใครที่พาตัวฮุ่ยฮุ่ยไป ฉันจะได้ไปจับคนในตระกูลของมันมาบ้าง” ไปๆ มาๆ เสิ่นมู่หานก็เอาชนะใจสหายรักของเขาจนได้ น่าเสียดายหลินฮุ่ยจริงๆ อายุยังน้อยน่าจะได้เจอคนที่ดีกว่านี้

“เจิ้งเส้าฉินกับหลิวอวี่ถิง แต่นายไม่ต้องไปตามจับคนในตระกูลพวกมันหรอกนะ เพราะน่าจะถูกจัดการไปพร้อมกันนั่นแหละ”

“ดี! ฉันยังกลัวว่าฮุ่ยฮุ่ยจะใจอ่อน”

“ฮึ! นั่นมันนางมารน้อยชัดๆ นายคอยฟังข่าวเถอะ”

 

ตอนบ่ายแก่ๆ เจิ้งเส้าฉินก็พาหลินฮุ่ยมาถึงเกาะแห่งหนึ่ง หญิงสาวค่อนข้างผิดหวังนิดหน่อยเพราะไม่ใช่แหล่งกบดานที่คนตระกูลโจวและตระกูลหลิวอยู่นั่นเอง

“ฮึ! ผิดหวังล่ะสิ คิดว่าฉันอยู่มานานขนาดนี้จะมองไม่ออกเหรอว่าเด็กอย่างเธอคิดอะไรอยู่”

หลินฮุ่ยทิ้งตัวลงนั่งบนพื้นทรายอย่างไม่ใส่ใจ “ก็ผิดหวังนิดหน่อย แต่ไม่เป็นไรฆ่าแกได้ฉันก็ได้กำไรแล้ว หึหึ”

“มั่นใจขนาดนั้นเชียวเหรอ นอกจากมีมิติแล้วเธอก็ไม่มีพลังพิเศษเลยตอนนี้ถูกควบคุมจนเข้าไปซ่อนตัวไม่ได้ เธอยังจะเอาอะไรมาฆ่าฉันได้ล่ะ นังหนูแซ่หลิน!”

หลินฮุ่ยมองอีกฝ่ายอย่างยากจะคาดเดาความรู้สึก “รับรองว่าฉันฆ่าตาแก่หนังเหนียวอย่างแกได้แล้วกันน่า”

เจิ้งเส้าฉินไม่นำพาการข่มขู่ที่ไม่น่ากลัวของหลินฮุ่ย เขานำโทรศัพท์ออกมาจากแหวนมิติ จากนั้นก็กดเบอร์โทรออก “มาดูกันว่าใครจะเป็นคนคุมเกมนี้หลินฮุ่ย ถ้าพี่ชายเธอรู้ว่าเธออยู่ในเงื้อมมือฉันล่ะก็ เขาต้องรีบมาที่นี่แน่ๆ”

“เขาไม่มาหรอก” พูดพลางสายตาของหลินฮุ่ยก็เหลือบไปเห็นอสรพิษมากมายที่เลื้อยออกมาจากราวป่ารก คงจะเป็นฝีมือของจินเฉินที่เรียกพวกมันมาและก็ไม่ใช่อสรพิษธรรมดาเสียด้วย เพราะพวกมันมีพลังวิญญาณหนาแน่นอย่างเห็นได้ชัดเลย

“หลินอวี่เฉิน! แกฟังฉันให้ดี! ตอนนี้น้องสาวแกอยู่ในมือฉันแล้ว!”

“แกต้องการอะไร รีบพูดมา!”

“ลายแทงของตระกูลหลิน มังกรทอง ของวิเศษทั้งหมดที่แกมีอยู่ ถ้าไม่มีของพวกนี้ หลินฮุ่ยตายแน่!”