LNCrawler

ลำบากเธอแล้วฮุ่ยฮุ่ย

พลิกชะตาลูกสาวสลับตัว ในยุค 90 — novel.dek d.com · All chapters

ลำบากเธอแล้วฮุ่ยฮุ่ย

คำถามของเขา กลายเป็นคำถามที่ไร้คำตอบเพราะหญิงสาวเอาแต่ครุ่นคิดหาคำตอบ จนทำให้ชายหนุ่มต้องลุกจากเก้าอี้แล้วเดินมาที่เก้าอี้อีกฝั่งของโต๊ะ

เขาช้อนอุ้มร่างเธอขึ้นมา ก่อนจะพาไปนั่งที่เก้าอี้ที่เขาเพิ่งลุกจากมาเมื่อครู่ แล้วก็กอดเธอเอาไว้ “ใจลอยไปถึงไหน หืม”

หญิงสาวที่เพิ่งหลุดออกจากภวังค์ ถึงกับสะดุ้งเมื่อพบว่าตัวเธอนั่งอยู่บนตักของเขาเสียแล้ว ใครว่าเขาเป็นคนดีล่ะ ปากว่ามือถึงถ้าไม่ติดว่าเขากำลังมีเรื่องวุ่นวาย จะให้พี่สืออีมาอัดให้น่วมเลย

“พี่ไม่คุยเรื่องงานแล้วเหรอคะ”

“ก็อยากจะคุยอยู่หรอก แต่เธอก็ใจลอยไปไหนแล้วก็ไม่รู้ สรุปว่าพี่เป็นคนดีหรือเปล่าในสายตาของเธอ” ไม่พูดเปล่ามือของเขายังได้บีบแก้มของเธอไปด้วยอย่างชอบใจ

หญิงสาวถึงกับย่นจมูก เขาบีบแก้มเธออีกแล้ว “ห้ามบีบนะ เดี๋ยวแก้มช้ำ”

ชายหนุ่มเปลี่ยนเป็นประคองใบหน้าของเธอเอาไว้ แล้วก็ก้มลงจูบแผ่วเบาก่อนจะผละออก “พี่อยากจะแต่งงานกับเธอปีนี้เลย ได้ไหมฮุ่ยฮุ่ย”

“ไม่ได้ค่ะ ฉันยังมีอีกหลายอย่างที่ต้องทำและอยากจะทำ”

คราวนี้เขาก้มลงมาปิดปากของเธอเอาไว้ แล้วก็จูบอย่างดุเดือดและลึกซึ้งจนร่างกายร้อนระอุขึ้นมาจริงๆ “เหมือนว่ายากำหนัดที่พวกเขาวางเอาไว้จะยังไม่หมดฤทธิ์นะฮุ่ยฮุ่ย”

หญิงสาวถึงกับตัวสั่น “ไหนบอกว่ากินยาถอนพิษไปแล้วไง ทำไมยังมีอาการอยู่อีกล่ะ” เธอพยายามจะลงจากตักของเขาเพราะรู้ว่าถ้าเขาเอาจริงคงสู้แรงเขาไม่ไหวแน่ๆ

เสิ่นมู่หานรีบกอดหญิงสาวเอาไว้ “มันเป็นยาที่ถูกปรุงขึ้นมาอย่างเจาะจงตัวบุคคล ถึงพี่จะปรุงยาได้แต่ก็ยังแก้ได้ไม่ตรงจุดหรอก พวกนั้นก็ไม่ยอมมอบยาถอนพิษออกมาจนกว่าพี่จะยอมแต่งงานกับผู้หญิงคนนั้น”

“แล้วจะทำยังไงล่ะคะ เอาไปเก็บในตราประทับได้ไหม”

“ไม่ได้หรอก ตราประทับมันถูกสร้างเสร็จไปแล้วเปลี่ยนแปลงอะไรไม่ได้แล้วล่ะ” ยิ่งพูดดวงตาของชายหนุ่มก็ยิ่งมีประกายคลุมเครือ

“ถ้าอย่างนั้นไปแช่น้ำเย็นดีไหมคะพี่มู่หาน อ๊ะ!” หลินฮุ่ยร้องได้แค่นั้นใบหน้าก็ซีดเผือดเพราะจู่ๆ เธอก็รับรู้ว่าตราประทับทางฝั่งของเขามันกำลังปะทุอย่างบ้าคลั่ง

คราวนี้เป็นหลินอวี่เฉินที่ผลักไสหญิงสาวออกไป “ฮุ่ยฮุ่ยเธอรีบไปซ่อนตัวก่อนเร็ว!”

หญิงสาวส่ายหน้า “ฉันจะไปเรียกพี่เฟยให้เข้ามาช่วย”

“จนกว่าจะเช้า ไม่มีใครเข้าออกอาณาเขตปิดกั้นนี้ได้หรอกฮุ่ยฮุ่ย ถ้าเธอไม่อยากทำเรื่องนั้นก็รีบหาที่ซ่อนตัวตั้งแต่ตอนนี้เลย” ขณะที่พูดดวงตาของเขาก็เริ่มแดงก่ำจนแทบจะหยดออกมาเป็นสายเลือด

หลินฮุ่ยนำเอาน้ำแข็งหมื่นปีออกมาแล้วส่งให้เขา “พี่จับเอาไว้อาการร้อนจะค่อยๆ ดีขึ้น”

“ไม่ได้ผลหรอก เธอรีบออกไปจากห้องนี้ก่อนเร็ว ก่อนที่พี่จะควบคุมตัวเองไม่ได้”

หญิงสาวละล้าละลัง ก่อนจะตัดสินใจเข้าไปอยู่ในมิติทันที เมื่อเข้ามาได้แล้วเธอก็แอบมองเขาอยู่เงียบๆ แต่พอเวลายิ่งนานไปอาการของเขาก็เริ่มแย่ลงเรื่อยๆ

“พี่ใหญ่ๆ ทำไมตราประทับของพี่มู่หานมันปะทุได้ล่ะ ตอนนั้นที่พี่มอบยาให้เขายังบอกว่ามันช่วยยับยั้งได้หกเดือนไม่ใช่เหรอคะ”

หลินอวี่เฉินที่เพิ่งออกจากบ้านตระกูลหาน ถึงกับขมวดคิ้ว “เขาถูกกระตุ้นจากพิษอีกหรือเปล่า ถ้าได้รับพิษใหม่เข้าสู่ร่างกายยาที่เคยกินไปก็ไร้ผล”

“ถูกพี่ชายกับพี่สะใภ้วางยาน่ะสิ ตอนนี้ฉันหลบเข้ามาอยู่ในมิติ แต่อาการเขาน่าสงสารมากเลยค่ะพี่ใหญ่”

“อาเฟยกับสืออีล่ะ พวกเขาไปมุดหัวอยู่ที่ไหน”

“อยู่นอกอาณาเขตปิดกั้นที่เขากางเอาไว้ค่ะ ตอนเช้าถึงจะมีคนเข้าออกได้ ฉันต้องทำยังไงคะ”

หลินอวี่เฉินหัวเราะไม่ได้ร้องไห้ไม่ออก แม้เขาจะมีระดับพลังเหนือกว่าเสิ่นมู่หาน แต่เรื่องการวางค่ายกลนั้นเขาเก่งไม่ได้ครึ่งเสิ่นมู่หานเลย ดังนั้นอาณาเขตปิดกั้นนี้ต่อให้อยากเข้าไปก็ยังเข้าไม่ได้อยู่ดี

“เดี๋ยวส่งจินเฉินไปช่วยเขาแล้วกัน”

แต่ไม่นานจินเฉินที่มาถึงหน้าประตูบ้านพักตากอากาศก็ประท้วงเสียงดัง เขาเองก็เข้าไปไม่ได้เหมือนกัน

หลินฮุ่ยนั่งมองชายหนุ่มที่กำลังฉีกทึ้งเสื้อผ้าตัวเองอย่างหวาดหวั่น ร่างกายของเขาไม่ต้องบอกก็รู้ว่ากำลังร้อนเพราะยาปลุกกำหนัดสองขนาน

“พี่ใหญ่ ทำไมพี่เงียบไปล่ะ เขาเริ่มจะทนไม่ไหวแล้ว ถ้าฉันรู้ว่าต้องเตรียมสมุนไพรอะไรบ้าง ฉันคงส่งออกไปให้เขาพร้อมกับอ่างแช่ตัวแล้ว”

“สมุนไพรน่าจะหมดไปตั้งแต่ใช้กับเธอวันนั้นนั่นแหละฮุ่ยฮุ่ย”

“แล้วฉันต้องทำยังไง ฉันกลัวว่าเขาจะตาย ถึงตอนนั้นฉันก็อาจจะตายตามเขาไปด้วยแน่ๆ”

หลินอวี่เฉินเงียบไปนาน ก่อนจะคิดอะไรขึ้นมาได้ “ฮุ่ยฮุ่ย วันนั้นที่พลังตราประทับของเธอปะทุ เธอบอกว่าลงไปแช่ตัวในน้ำตกบนเกาะลอยฟ้าใช่ไหม”

“ใช่ค่ะพี่ใหญ่ พอลงไปแช่แล้วอาการก็ดีขึ้นเรื่อยๆ แต่ต้องแช่นานมากเลยนะคะ” ภายนอกอาจจะไม่เกินสิบชั่วโมงแต่ภายในมิติน่ะมันผ่านไปนานหลายสิบชั่วโมงเลยนะ

“เธอก็พาเขาเข้าไปแช่ตัวที่นั่นสิ บางทีอาจจะทำให้เกิดการเปลี่ยนแปลงหรือเขาอาจจะได้รับประโยชน์เหมือนจินเฉินที่สร้างรูปร่างขึ้นมาก็ได้นะ”

“แต่ถ้าฉันพาเขาเข้าไปแช่ตัวในมิติ แล้วเรื่องของวันพรุ่งนี้ล่ะคะพี่ใหญ่ มันจะไม่ทันนะ”

“ไม่ทันก็ไม่เป็นไรหรอก ยังไงชีวิตเธอก็สำคัญกว่าอยู่แล้ว”

หลินฮุ่ยชั่งใจอยู่นานก่อนจะตัดสินใจอย่างเด็ดขาด “ก็ได้ค่ะพี่ใหญ่ ฉันจะพาเขาเข้าไปแช่ตัวในมิติ”

“อืม เรื่องอะไรเธอก็ตัดสินใจเอาเองนะฮุ่ยฮุ่ย พี่จะไม่ก้าวก่าย”

“เข้าใจแล้วค่ะ พี่ก็ไปเตรียมงานทางนั้นกับจินเฉินเถอะค่ะ”

พอพี่ชายเงียบไปแล้ว หลินฮุ่ยจึงได้ออกมาจากมิติ “พี่มู่หาน ตามฉันมาค่ะ”

เสิ่นมู่หานที่แทบจะเปลือยอยู่แล้ว พอเห็นหลินฮุ่ยเขาก็กระโจนเข้ากอดรัดฟัดเหวี่ยงกับเธอทันที “ฮุ่ยฮุ่ย เธอมาแล้ว”

หญิงสาวได้แต่กลอกตาไปมา ก่อนจะพาเขาเข้าไปในมิติ แต่ร่างของเธอกับเขาดันมาโผล่ที่ห้องนอนของบ้านสี่ประสานเสียนี่ ให้ตายเถอะ จังหวะนี้คิดดีไม่ได้เลย

“ฮุ่ยฮุ่ย พี่รักเธอนะ” เสิ่นมู่หานที่ร้อนไปทั้งตัวก็พัวพันกับหญิงสาวในดวงใจไม่ห่าง เขากักร่างบางเอาไว้ใต้ร่างของเขาแล้วก็ซุกไซ้ตามแรงอารมณ์

หลินฮุ่ยที่กำลังเพลี่ยงพล้ำเสื้อผ้าหลุดรุ่ย ลองเสี่ยงดวงอีกครั้ง คราวนี้เธอนึกภาพน้ำตกในใจและก็ภาวนาให้มิติแห่งนี้ทำตามคำขอของเธอ “น้ำตกๆๆๆๆ”

ตู้ม!!

ขออะไรก็ได้สิ่งนั้น ร่างของเธอและเสิ่นมู่หานตกลงไปในน้ำตกเสียงดังจนเกิดระลอกคลื่นเป็นวงกว้าง “เฮ้อ! มาได้สักที!!”

 

เสิ่นมู่หานรู้สึกตัวอีกครั้ง ก็พบว่าหญิงสาวกำลังซบอยู่บนอกของเขา ใบหน้าของเธอซีดเผือดไร้สีเลือดอย่างคนสิ้นไร้เรี่ยวแรง เขามองไปรอบๆ ก็เห็นว่าอยู่บนโขดหินของธารน้ำตกที่สวยงาม แต่เขาไม่รู้ว่าที่นี่คือที่ไหน

“ฮุ่ยฮุ่ย เกิดอะไรขึ้น” เขานำเอาผ้าห่มออกจากจี้มิติออกมาคลุมตัวของเธอเอาไว้

หญิงปรือตาขึ้นเล็กน้อย “พี่มู่หาน เป็นยังไงบ้างคะ ดีขึ้นหรือยัง”

“ดีขึ้นแล้วล่ะ พี่จะพาเธอออกไปนะฮุ่ยฮุ่ย” เขาอุ้มเธอขึ้นแนบอกทั้งที่สภาพร่างกายนั้นยังไม่เรียบร้อยทั้งคู่ ไม่เพียงเท่านั้นตามเนื้อตัวในร่มผ้าของเธอยังมีรอยจ้ำเต็มไปหมด

“ยังออกไปไม่ได้ค่ะ ต้องรอดูสีบนฟ้าก่อนว่ามันจางลงหรือยัง”

ชายหนุ่มมองดูสีท้องฟ้า ก็พบว่ามีสีดำ สีแดง จากนั้นก็มีสีม่วง สีเทาซึ่งอยู่กันคนละฝั่งฟากฟ้า “น่าจะยังไม่จางนะ พี่จะพาเธอขึ้นไปข้างบนก่อน”

“อืม” หญิงสาวรับคำอย่างเหนื่อยล้า ก่อนจะฝืนพูดออกมา “ที่นี่เป็นมิติของฉัน ใกล้ๆ กับน้ำตกมีกระท่อมหลังเล็กอยู่ พวกเราไปพักที่นั่นก่อนก็ได้ค่ะ”

“ได้ พี่จะพาเธอไปนอนพักที่นั่น” ว่าแล้วเขาก็ทะยานขึ้นจากธารน้ำตกอย่างง่ายดาย ไม่นานก็มาถึงกระท่อมหลังเล็ก เขาใช้พลังผลักประตูเปิดเข้าไป แล้วก็อุ้มหญิงสาวเข้าไปในห้องนอนซึ่งถูกตกแต่งเอาไว้อย่างดี

“ฉันง่วงมากเลยพี่มู่หาน”

ชายหนุ่มกอดเธอเอาไว้แนบอก “ง่วงก็นอนเถอะ พี่จะอยู่ข้างๆ เธอเอง”

“อืม” หญิงสาวงึมงำเสียงแผ่วจากนั้นก็หลับไปอีกครั้ง

เสิ่นมู่หานมองหญิงสาวด้วยสายตาที่อ่อนโยนและลึกซึ้งกว่าครั้งไหนๆ “ลำบากเธอแล้วฮุ่ยฮุ่ย”

 

บ้านบนเขาที่ปักกิ่ง ชายหนุ่มที่นอนรักษาตัวมาเป็นเวลาหลายเดือน ในที่สุดเขาก็ได้รับการยืนยันจากหมอประจำตัว ว่าร่างกายของเขากลับมาแข็งแรงเหมือนเมื่อก่อนแล้ว ทั้งระดับพลังยังเพิ่มขึ้นถึงสองระดับ

“นายท่าน จะเดินทางไปที่เซินเจิ้นตอนนี้ไม่ได้นะครับ”

มือที่ถือผ้าผูกผมของคู่หมั้นคนสวยที่เขาเฝ้าคิดถึงมาตลอดกำแน่นขึ้น “ส่งคนของเราตามดูแลเธอให้ดี แต่อย่าให้คนของเธอรู้ตัวล่ะ ไม่อย่างนั้นเธอจะหนีไปอีก”

“ครับนายท่าน” ลูกน้องคนสนิทรับคำแล้วก็รีบเดินออกไปจัดการตามคำสั่ง

ฉางจวินเหยียนมองเตียงนอนที่เขาเคยพาเธอมาด้วยแววตาไหววูบ แต่ไม่นานก็ปลอบใจตัวเองจนกำลังใจกลับมาเต็มเปี่ยม “ฟางฟางเธอคือภรรยาเพียงคนเดียวของฉัน และมันก็จะเป็นเช่นนี้ตลอดไป”

“นายท่าน เรื่องของตระกูลฉางจะปล่อยให้ยื้ดเยื้อไปนานกว่านี้ไม่ได้แล้วนะครับ”

“แม้แต่ฉางจื้อหยวน ยังเอาตัวไม่รอด แล้วพวกมันคิดว่าตัวเองเป็นใครกัน”

“นายท่านจะลงเขาวันนี้เลยไหมครับ ผมจะได้เตรียมกำหนดการเอาไว้”

“อืม ถึงเวลาต้องสะสางตระกูลฉางครั้งใหญ่แล้ว เตรียมคนของเราให้พร้อม ใครหน้าไหนกล้าขวางจัดการได้ทันที”

“ครับนายท่าน”

พออยู่คนเดียวภายในห้อง เขาก็มองผ้าผูกผมของโจวฟางด้วยสายตาอ่อนโยน ค่ำคืนนั้นแม้การกระทำทั้งหมดที่เลือกทำลงไป จะทำให้เธอเกลียดเขา และก็เป็นสาเหตุที่ทำให้เขาถูกคนของหลินฮุ่ยกระทืบ แต่เขาไม่เคยเสียใจเลยสักนิดเดียว

ถ้าได้เจอเธออีกครั้ง เขาก็จะทำเหมือนครั้งนั้น และจะไม่ให้เธอหนีหายไปไหนได้อีก

ถ้าครั้งหนึ่งยังไม่สำเร็จ ก็จะต้องมีครั้งที่สอง ครั้งที่สาม จนกว่าเธอจะใจอ่อนยอมอยู่กับเขา

“ฟางฟาง คุณรอผมก่อนนะ”

 

ทางด้านคนที่ถูกล็อกเป้าอย่างโจวฟาง ก็ยังไม่ได้รู้เรื่องทางฝั่งปักกิ่งสักนิด ค่ำคืนนี้เธอเพิ่งกลับจากทานข้าวเย็นกับสหายรักอย่างอู๋เสี่ยวเยี่ยนและหม่าจิ้ง

มีการดื่มกันนิดหน่อยทำให้เธอมึนๆ เดินตรงบ้างไม่ตรงบ้าง แต่ก็ไขกุญแจเข้าบ้านได้สำเร็จ แต่ทุกครั้งที่เธอมึนเมา คนเดียวที่จะโผล่หน้ามาในห้วงความคิดคำนึงของเธอก็คือฉางจวินเหยียน

“คุณมันคนบ้า ทำกับฉันแบบนั้นแล้ว ก็ไม่คิดจะสนใจฉันแล้วสินะ ฮื่อๆๆ” ฟูมฟายออกไปแล้วก็ทิ้งตัวลงนอนบนเตียงนอน

ภาพเหตุการณ์ในค่ำคืนนั้นวนกลับมาฉายซ้ำแล้วซ้ำเล่า แล้วน้ำตาก็พรั่งพรูอย่างสุดจะกลั้นได้ไหว ปฏิทินตั้งโต๊ะที่มีร่องรอยของการจดบันทึกบางอย่าง เธอหยิบมันมาดูทั้งน้ำตา

“มาแล้วๆ ฮึ! มันมาแล้ว คุณไม่มีวันทำสำเร็จหรอก ฮื่อๆๆ”