บทที่ 5 กลับไปเรียนต่อให้จบ 1
บทที่ 5 กลับไปเรียนต่อให้จบ 1
เมื่อใกล้เปิดเทอมใหม่ จ้าวอวิ๋นซินก็ไปที่โรงเรียนมัธยมอีกครั้ง เพื่อจะไปขอเรียนต่อให้จบ ชนบทยุคนี้คนที่เรียนมัธยมปลายมีไม่มาก อาจเพราะหลายคนคิดว่าเรียนไปก็ไม่สามารถเข้าเรียนต่อในมหาวิทยาลัยได้ การมาขอเรียนต่อของจ้าวอวิ๋นซินจึงไม่เป็นปัญหา เพราะทางโรงเรียนย่อมอยากให้นักเรียนเรียนให้จบอยู่แล้ว
ถึงจะเรียนกับรุ่นน้องก็ไม่มีปัญหา เมื่อยื่นเรื่องเสร็จหญิงสาวก็ไปจ่ายค่าเทอม จากนั้นจ้าวอวิ๋นซินก็แวะไปขายสมุนไพรที่ร้านสมุนไพร และก็รับยาบำรุงเพิ่ม ออกจากร้านสมุนไพรมาเธอก็ไปที่ตลาดมืดต่อ
หลังปลอมตัวแล้ว หญิงสาวก็ไปจ่ายเงินค่าเข้าตลาดมืด วันนี้เธอมาขายเสื้อผ้าสำหรับฤดูใบไม้ร่วง มีของผู้ชายห้าสิบชุดและของผู้หญิงอีกห้าสิบชุด
เสื้อผ้าพวกนี้กู้หว่านอินสั่งให้โรงงานตัดขึ้นเป็นพิเศษ รูปแบบจึงน่าสนใจกว่าที่วางขายในยุคนี้ อีกทั้งก็มีความประณีตมากกว่า เนื้อผ้าดีกว่า แต่ก็ไม่ได้ออกแบบให้แตกต่างไปจากยุคนี้มากนัก
หลังจากเอาเสื้อผ้าออกมาวางขาย ก็ได้รับความสนใจจากคนที่เดินผ่านไปมาทันที ทำให้ขายหมดในเวลาไม่นาน ทว่าหญิงสาวไม่ได้เอาเสื้อผ้าออกมาขายมากเกินไป เพื่อไม่ให้เป็นที่สงสัยว่าเธอนำของจากที่ไหนมาขายมากมาย และจะได้ไม่เป็นที่สะดุดตาด้วย
และต่อจากนี้เธอจะสามารถมาขายของที่นี่ได้บ่อย ๆ เพราะไม่ต้องหาข้ออ้างเข้ามาในเมืองแล้ว อย่างไรเธอก็ต้องมาเรียนที่นี่ทุกวัน จากนั้นหญิงสาวก็กลับกองผลิตไป
“ไปสมัครเรียนเป็นอย่างไรบ้าง”
กวนชุ่ยเฟินถามกับจ้าวอวิ๋นซิน เพราะรู้ว่าหญิงสาวไปสมัครเรียนต่อให้จบมัธยมปลาย เธอเป็นห่วงจึงมารอถามที่หน้าบ้าน
“เรียบร้อยดีค่ะ เปิดเทอมนี้ฉันสามารถไปเรียนต่อได้เลยค่ะ” จ้าวอวิ๋นซินบอก
“เรียบร้อยก็ดีแล้ว”
กวนชุ่ยเฟินว่า และก็มองไปที่จ้าวอวิ๋นซิน เธอรู้สึกว่าช่วงนี้หญิงสาวดูมีชีวิตชีวามากขึ้น ไม่ได้ดูอมทุกข์เหมือนเมื่อก่อนอีก ผิวพรรณหน้าตาก็ไม่ซูบซีดแล้ว
“ยาบำรุงที่กินอยู่ดีเหมือนกันนะ หน้าตาของหนูดูสดใสขึ้นมาก”
“ฉันก็รู้สึกแบบนั้นเหมือนกันค่ะ” จ้าวอวิ๋นซินตอบรับกลับไป “ตอนนี้ไม่ป่วยเหมือนเดิมแล้ว ที่ร้านสมุนไพรก็บอกว่าจะให้กินยาอีกชุดก็หยุดได้แล้วค่ะ”
“ถ้าเป็นอย่างนั้นก็ดีจริง ๆ”
กวนชุ่ยเฟินก็หวังให้จ้าวอวิ๋นซินมีร่างกายแข็งแรง เพราะเธอในตอนนี้ตัวคนเดียวแล้ว หากยังอ่อนแอเหมือนเมื่อก่อนก็จะไม่มีใครคอยดูแล
“เอาล่ะเย็นแล้วเข้าบ้านไปพักผ่อนเถอะ”
“ค่ะ ถ้าอย่างนั้นฉันขอตัวก่อนนะคะ”
จ้าวอวิ๋นซินบอกแล้วก็เปิดประตูเข้าบ้านของเธอไป ส่วนกวนชุ่ยเฟินเมื่อเห็นว่าการสมัครเรียนของจ้าวอวิ๋นซินไม่มีปัญหา เธอก็เดินเข้าบ้านของตัวเองไปบ้าง
ครั้นเปิดเทอมจ้าวอวิ๋นซินก็ไปเรียน เธอจะต้องตื่นเช้าขึ้นเพื่อให้ทันเข้าเรียน แต่การเดินทางก็ไม่ได้มีปัญหา นั่งเกวียนเทียมวัวมาในเมืองแล้วก็เดินไปที่โรงเรียนได้เลย เธอจะทนตื่นเช้าแบบนี้ไปก่อน และไม่คิดจะซื้อบ้านในเมือง เพราะเธออยากจะไปเรียนที่เมืองหลวง ถึงตอนนั้นค่อยคิดซื้อบ้านในเมืองหลวง
ตอนนี้ยังไม่มีใครรู้เรื่องการสอบเข้ามหาวิทยาลัย แต่เธอรู้ว่าอีกไม่นานจะมีการรื้อฟื้นการสอบเข้ามหาวิทยาลัยขึ้นมาใหม่ ถึงตอนนั้นเธอจะเข้าเรียนที่มหาวิทยาลัยในเมืองหลวงให้ได้
และด้วยความที่กู้หว่านอินถูกเรียกว่าอัจฉริยะมาก่อน การกลับมาเรียนมัธยมอีกครั้งจึงไม่ใช่ปัญหาของหญิงสาว
เลิกเรียนแล้วเธอก็รีบกลับบ้าน ทว่าตอนที่ลงจากเกวียนเทียมวัวก็ได้เจอกับหลิวซูเจิ้ง อีกฝ่ายเรียกให้จ้าวอวิ๋นซินไปคุยที่บ้านของเขา
“ลุงหลิวมีอะไรหรือเปล่าคะ”
หญิงสาวถามกับหัวหน้ากองผลิต เธอเรียกเขาว่าลุงหลิว แต่เรียกภรรยาของเขาว่าป้าชุ่ยฮวา เป็นความเคยชินตั้งแต่เด็ก เธอติดที่จะเรียกอีกฝ่ายเช่นนี้
“อวิ๋นซิน ช่วงนี้อย่าเพิ่งขึ้นไปบนเขานะ”
จ้าวอวิ๋นซินเห็นสีหน้าลำบากใจของหลิวซูเจิ้งก็ไม่ได้ถามอะไรให้มากความอีก หากไม่มีเรื่องอะไรอีกฝ่ายคงไม่ห้ามเธอ
“ฉันรู้แล้วค่ะ ลุงหลิวไม่ต้องเป็นห่วง ฉันจะไม่ขึ้นไปที่นั่นอีกค่ะ”
หลิวซูเจิ้งได้ยินหัวหน้ากองผลิตฮั่นผิงเอ่ยเตือนมาอีกที เพราะพวกเขาเห็นคนแปลกหน้าขึ้นไปบนภูเขา ซึ่งภูเขาลูกนี้เชื่อมทั้งสองกองผลิต มีทางขึ้นในกองผลิตของตัวเอง ต่างก็ใช้ประโยชน์ร่วมกัน ครั้นอีกฝ่ายเห็นหลิวซูเจิ้งจึงได้เอ่ยเตือนมา เพื่อให้เอาคำเตือนนี้ไปบอกกับคนในกองผลิตของเขา
“เช่นนั้นก็ดี”
หลิวซูเจิ้งเห็นว่าจ้าวอวิ๋นซินเข้าใจแล้วก็พยักหน้า จากนั้นก็ถามถึงเรื่องการเรียนของเธอบ้าง เพราะหญิงสาวเป็นเพียงไม่กี่คนในกองผลิตที่เรียนต่อมัธยมปลาย
“การเรียนเป็นอย่างไรบ้าง เรียนทันคนอื่นไหม”
เหตุที่ถามเพราะเธอหยุดเรียนไป เขาจึงกังวลว่าหญิงสาวจะเรียนไม่ทันสหายร่วมห้อง
“ไม่มีปัญหาค่ะ ลุงหลิวไม่ต้องเป็นห่วง” จ้าวอวิ๋นซินบอก
“แบบนั้นก็ดีแล้ว ตั้งใจเรียนให้ดี แล้วลุงจะช่วยมองหางานทำให้”
หลิวซูเจิ้งบอกเพราะจ้าวอวิ๋นซินเป็นลูกสาวของสหาย และเธอก็ตัวคนเดียว หลิวซูเจิ้งจึงใส่ใจเธอมากกว่าคนอื่น ๆ
“ขอบคุณค่ะ”
หญิงสาวตอบรับ และก็รับรู้ได้ถึงความหวังดีที่หลิวซูเจิ้งมีให้
“ลุงแค่จะเรียกมาเตือน ไม่มีอะไรแล้ว กลับไปพักเถอะ” หลิวซูเจิ้ง
บอกกับหลานสาว
“ค่ะ ถ้าอย่างนั้นฉันขอตัวก่อนนะคะ” จ้าวอวิ๋นซินบอกแล้วก็เดินกลับบ้านของเธอไป
ฝากอีบุ๊กด้วยนะคะ มี 27 บท + บทส่งท้าย (ประมาณ 83,800 คำ)
มีโปรลดราคา 149 บาท ถึงวันที่ 30/6/69
