LNCrawler

บทที่ 6 รื้อฟื้นการสอบเข้ามหาวิทยาลัยอีกครั้ง 2

ภรรยาคนนี้คือวาสนาของเขา — novel.dek d.com · All chapters

บทที่ 6 รื้อฟื้นการสอบเข้ามหาวิทยาลัยอีกครั้ง 2

เรื่องของจ้าวอวิ๋นซิน หลิวซูเจิ้งรับรู้แล้ว และเขาก็คอยตักเตือนพวกที่คิดจะฉวยโอกาสกับเธอไปแล้วด้วย ทว่าการจะหางานให้กับจ้าวอวิ๋นซินก็ยุ่งยากเล็กน้อย ด้วยงานในกองผลิตไม่มีตำแหน่งว่าง จะให้เธอไปทำที่อื่นก็เกินความสามารถของเขา จึงได้แต่คอยติดตามให้ว่ามีงานดี ๆ ที่ไหนบ้าง

หลิวซูเจิ้งจึงได้แต่จัดงานให้จ้าวอวิ๋นซินไปทำกับภรรยาของเขาก่อน เพื่อไม่ให้คนอื่นมากวนใจเธอ

“งานที่ลุงหลิวรับปากว่าจะหาให้ ลุงหลิวก็ดู ๆ ให้อยู่นะ แต่ตอนนี้หาตำแหน่งงานว่างไม่ได้เลย” เกาชุ่ยฮวาบอกกับจ้าวอวิ๋นซิน

“ป้าชุ่ยฮวา เรื่องงานไม่เป็นไรค่ะ ฉันทำงานแลกแต้มไปก่อนได้”

หญิงสาวบอก ก่อนจะเงยหน้าขึ้นมา เมื่อเห็นว่ารอบตัวไม่มีใคร เธอจึงได้กระซิบบอกบางเรื่องกับเกาชุ่ยฮวา

“ป้าชุ่ยฮวา ฉันได้ยินมาว่าจะมีการรื้อฟื้นระบบสอบเข้ามหาวิทยาลัยขึ้นมาใหม่ ข่าวนี้น่าจะเป็นความจริง ตอนนี้ฉันยังไม่คิดจะหางานทำค่ะ จะเตรียมตัวสอบเข้ามหาวิทยาลัยก่อนค่ะ”

เกาชุ่ยฮวาได้ยินแบบนั้นก็เงยหน้าขึ้นมา เมื่อเห็นว่ารอบตัวไม่มีใครก็เบาใจ

“เธอแน่ใจรึ”

เกาชุ่ยฮวาถาม แต่ในใจของเธอนั้นสั่นไหวไปแล้ว เพราะลูกชายทั้งสองคนของเธอเรียนจบมัธยมปลายมาเช่นกัน หากมีการสอบเข้ามหาวิทยาลัย ลูกชายของเธอก็มีโอกาส

“ค่ะ ฉันได้ข่าวนี้จากคนรู้จักมาอีกที แต่คิดว่าเรื่องนี้จะเป็นความจริงค่ะ ถ้าพี่ชายทั้งสองอยากสอบ ป้าก็ให้พวกเขาเตรียมตัวอ่านหนังสือไว้แต่เนิ่น ๆ เถอะค่ะ แต่ว่าเรื่องนี้ยังไม่ต้องบอกใครนะคะ รู้แค่เราก็พอ”

จ้าวอวิ๋นซินกำชับ ที่เธอยอมบอกกับครอบครัวหลิวเพราะทุกคนดีกับเธอมาก อีกอย่างลูกชายทั้งสองคนของเกาชุ่ยฮวาก็เรียนจบมัธยมปลายแล้ว เธอไม่ได้บอกเสิ่นเพ่ยอวี๋กับสวีเฟยจู เพราะทั้งสองคนไม่ได้เรียนมัธยมปลาย ไม่มีสิทธิ์สอบอยู่แล้ว

“ป้ารู้” เกาชุ่ยฮวารู้ว่าเรื่องแบบนี้จะเอาไปพูดมั่วซั่วไม่ได้

“ฉันมีหนังสือกับเนื้อหาที่สรุปไว้ ถ้าพี่ชายต้องการก็ให้มาเอาที่บ้านได้ค่ะ”

จ้าวอวิ๋นซินบอก ความรู้พวกนั้นอยู่ในหัวของเธอแล้ว ไม่จำเป็นต้องอ่านอีก และเนื้อหาที่เธอสรุปไว้ก็น่าจะมีประโยชน์กับพี่ชายตระกูลหลิวทั้งสองคน

“ขอบใจนะ ป้าจะไปบอกกับเจ้าสองคนนั้นไว้ก่อน” เกาชุ่ยฮวาว่า

เกาชุ่ยฮวารู้สึกว่าจ้าวอวิ๋นซินมั่นใจเรื่องนี้มาก เธอจึงอยากให้ลูกชายได้เตรียมตัวไว้ก่อน ไม่มีสอบก็ช่างเถอะ แต่หากมีการเปิดสอบขึ้นมาก็เท่ากับว่าลูกชายทั้งสองคนของเธอจะมีโอกาสสอบติดมากขึ้น

“ค่ะ”

 

วันต่อมาหลิวเหว่ยกั๋วลูกชายคนโตของหลิวซูเจิ้งก็มาที่บ้านของจ้าวอวิ๋นซิน เขาเรียนจบมัธยมปลายมาหลายปีแล้ว ตอนนี้ก็ทำงานเป็นนักบัญชีของกองผลิตอยู่

“อวิ๋นซินอยู่ไหม” ชายหนุ่มเรียกจ้าวอวิ๋นซินที่หน้าบ้าน จากนั้นไม่นานหญิงสาวก็มาเปิดประตูให้

“พี่เหว่ยกั๋วมีอะไรหรือเปล่าคะ”

“แม่พี่ปลูกผักไว้เยอะ เลยแบ่งมาให้เธอเอาไว้กินบ้าง” ชายหนุ่มบอก พลางให้หญิงสาวเห็นตะกร้าที่เขาสะพายหลังมา

“รบกวนพี่เอาไปไว้ในลานบ้านให้ทีค่ะ เดี๋ยวฉันไปเอาตะกร้ามาเปลี่ยนให้”

หญิงสาวรู้แล้วว่าหลิวเหว่ยกั๋วมาหาเธอด้วยเรื่องอันใด และก็ดีใจที่อีกฝ่ายเชื่อคำพูดของเธอ

จากนั้นชายหนุ่มก็เข้าไปในบ้านของจ้าวอวิ๋นซิน เมื่อเขาวางตะกร้าลง จ้าวอวิ๋นซินก็รีบเข้าไปในบ้านและหยิบห่อผ้าออกมา ภายในนั้นมีหนังสือเรียนและเนื้อหาที่เธอสรุปไว้ เธอเตรียมไว้ให้แล้ว เผื่อว่าลูกชายคนใดคนหนึ่งของเกาชุ่ยฮวาจะสนใจเรียนต่อ

ซึ่งการเรียนในมหาวิทยาลัยตอนนี้ไม่ต้องเสียค่าใช้จ่าย และยังจะมีเงินช่วยเหลือให้อีก เมื่อจบมารัฐก็จะหางานให้ ขอแค่สอบเข้ามหาวิทยาลัยให้ได้ก็เห็นอนาคตแล้ว

จ้าวอวิ๋นซินเอาห่อผ้าใส่ในตะกร้าของหลิวเหว่ยกั๋ว จากนั้นก็เอามันเทศที่เธอปลูกในมิติใส่ทับไว้ด้านบน

“พี่อย่าบอกเรื่องนี้กับใครนะคะ เพราะตำแหน่งของลุงหลิวจะเสี่ยงไปด้วย” จ้าวอวิ๋นซินเอ่ยเตือนอีกครั้ง

“พี่รู้แล้ว” ชายหนุ่มบอก จากนั้นก็ออกจากบ้านจ้าวไป

จ้าวอวิ๋นซินเพิ่งได้รับธนาณัติจากไปรษณีย์มาเมื่อวาน วันนี้เป็นวันหยุดเธอจึงได้เข้าไปในเมือง เพื่อจะไปรับเงิน และไปขายของในตลาดมืดด้วย

 

ไม่กี่เดือนต่อมาก็มีการเปลี่ยนถ่ายอำนาจใหม่ เมื่อมีผู้นำคนใหม่ ก็มีข่าวดีคือการประกาศคืนตำแหน่งให้กับบุคคลสำคัญที่ถูกส่งตัวไปชนบท หลายคนได้กลับเข้าไปในเมือง กลับไปมีชีวิตตามเดิมของตนเอง แต่ความเป็นจริงแล้วไม่มีอะไรเหมือนเดิมอีก ทว่าบรรยากาศโดยรวมก็ถือว่าผ่อนปรนมากขึ้น และหลายสิ่งหลายอย่างก็เริ่มทยอยปรับเปลี่ยนไป

จากนั้นไม่นานก็มีประกาศรื้อฟื้นการสอบเข้ามหาวิทยาลัยขึ้นมาอีกครั้ง เสียงประกาศจากกองผลิตทำให้ทุกคนตื่นตัวอย่างมาก เหล่ายุวปัญญาชนเมื่อได้ยินประกาศนี้ก็เห็นถึงความหวังที่จะได้กลับเข้าไปในเมืองอีกครั้ง พวกเขามีทั้งคนที่ดีใจและเสียใจ

ดีใจที่จะได้กลับเข้าไปในเมือง ไม่ต้องรอโควตาเข้าเมืองอีก และก็เสียใจเพราะที่ผ่านมาพวกเขาไม่ได้เตรียมตัวอ่านหนังสือเลย จึงไม่รู้ว่าจะสอบได้หรือไม่

จากนั้นก็เกิดเหตุวุ่นวายอีกครั้ง เมื่อต่างก็วิ่งหาหนังสือมาอ่าน คนมีมากแต่หนังสือมีน้อยกว่า จึงไม่ใช่ทุกคนที่จะมีหนังสือมาอ่านทบทวน

บ้านหลิวเมื่อเห็นประกาศนี้ก็ยิ้มออกมา พวกเขาดีใจที่คราวนั้นเลือกที่จะเชื่อจ้าวอวิ๋นซิน และเตรียมตัวอ่านหนังสือมาแล้ว

“โชคดีจริง ๆ ที่พวกเราเชื่ออวิ๋นซิน” เกาชุ่ยฮวาว่าขึ้นมา ก่อนจะหันไปมองลูกชายทั้งสองคน “มีเวลาเตรียมตัวหลายเดือนแล้ว แม่หวังว่าลูกจะคว้าโอกาสนี้มาได้”

เกาชุ่ยฮวาไม่คาดหวังให้ลูกชายสอบเข้ามหาวิทยาลัยดัง ๆ แค่ขอให้พวกเขาสอบเข้ามหาวิทยาลัยได้ก็พอ หากจบมาก็จะมีงานทำที่ดี เธอจะได้ไม่ต้องเป็นห่วงอนาคตของพวกเขาอีก

“พวกเราจะพยายามครับ เนื้อหาที่อวิ๋นซินสรุปไว้ดีมากเลยครับ” หลิวเหว่ยกั๋วว่า

“เด็กคนนั้นฉลาดอยู่แล้ว เสียแต่ร่างกายไม่แข็งแรงเท่านั้น”

หลิวซูเจิ้งกล่าวขึ้นมา และก็คิดว่าเขาเอ็นดูคนไม่ผิด หากลูกชายทั้งสองคนของเขาสอบเข้ามหาวิทยาลัยได้ ความชอบส่วนหนึ่งก็มาจากจ้าวอวิ๋นซินคนนี้

“วันหน้าก็ฝากพวกลูกดูแลน้องด้วย” หลิวซูเจิ้งบอกกับลูกชาย

“พวกเรารู้แล้วครับ”

หลิวเหว่ยกั๋วรับปาก หากเขามีอนาคตที่ดีย่อมไม่ลืมจ้าวอวิ๋นซินอย่างแน่นอน ตอนนี้คนแทบจะพลิกแผ่นดินหาหนังสือมาอ่านกัน แต่เขาโชคดีมีหนังสือที่จ้าวอวิ๋นซินให้ไว้ และก็มีที่เธอสรุปเนื้อหาเอาไว้อีก

ฝากอีบุ๊กด้วยนะคะ มี 27 บท + บทส่งท้าย (ประมาณ 83,800 คำ)

มีโปรลดราคา 149 บาท ถึงวันที่ 30/6/69

1344ad08f461f21c66544984f57dfc60.jpg

https://novel.dek-d.com/ebook/46321/

https://www.mebmarket.com/web/index.php?action=BookDetails&data=YToyOntzOjc6InVzZXJfaWQiO3M6NzoiMjcyMTY3NyI7czo3OiJib29rX2lkIjtzOjY6IjQ1MzMyOSI7fQ