บทที่ 7 สอบเข้ามหาวิทยาลัยได้แล้ว 1
บทที่ 7 สอบเข้ามหาวิทยาลัยได้แล้ว 1
ในกองผลิตชุนฟาคนที่เรียนจบมัธยมปลายมีไม่กี่คน และก็รวมยุวปัญญาชนอีกจำนวนหนึ่ง ตอนนี้ทุกคนที่มีสิทธิ์สอบก็ตั้งใจอ่านหนังสือกันอย่างขะมักเขม้น เสียดายก็แต่เสิ่นเพ่ยอวี๋กับสวีเฟยจู คนหนึ่งเรียนจบมัธยมต้น อีกคนก็เรียนไม่จบมัธยมต้น ทั้งสองจึงไม่มีสิทธิ์เข้าสอบในปีนี้
“เธอเตรียมตัวพร้อมหรือยัง”
สวีเฟยจูมาหาจ้าวอวิ๋นซินที่บ้าน หลังรู้เรื่องการสอบเข้ามหาวิทยาลัยแล้ว และจ้าวอวิ๋นซินก็ใช้โอกาสนี้ไม่ไปทำงานแลกแต้มอีก เดิมทีเธอไปทำงานแลกแต้มก็เพราะไม่อยากได้ยินเสียงนินทา เมื่อมีโอกาสเธอก็ใช้โอกาสนี้บอกกับทุกคนว่าต้องอ่านหนังสือเตรียมตัวสอบ เพราะเรื่องเงินและอาหารการกินไม่เป็นปัญหากับเธออยู่แล้ว
“อืม ฉันเอาหนังสือมาทบทวนสักหน่อยก็ไม่มีปัญหาแล้ว” จ้าวอวิ๋นซินว่า
“โชคดีที่เธอเพิ่งเรียนจบมา เห็นว่าตอนนี้ทุกคนหาหนังสืออ่านกันวุ่นเลย” สวีเฟยจูไม่ได้สอบแต่ก็รู้ว่าทุกคนกำลังตามหาหนังสือมาอ่านกันอยู่
“อืม ยังดีที่ฉันเก็บหนังสือไว้”
จ้าวอวิ๋นซินว่า เธอไม่ได้บอกใครว่ายกหนังสือให้กับสองพี่น้องบ้านหลิวไปแล้ว แต่ถ้าพวกเขาจะเอาหนังสือไปให้คนอื่นต่อเธอก็ไม่ว่า
สวีเฟยจูเห็นว่าตัวเองมารบกวนเวลาอ่านหนังสือของจ้าวอวิ๋นซินนานแล้ว จึงขอตัวกลับไปก่อน
“เอาล่ะไม่กวนเธอแล้ว ฉันแวะมาถามเฉย ๆ เธอก็อ่านหนังสือต่อเถอะ ฉันจะกลับบ้านไปทำอาหารให้ย่าก่อน” ว่าแล้วสวีเฟยจูก็กลับไป
ผ่านไปสองเดือนก็มีการเปิดรับสมัครสอบเข้ามหาวิทยาลัย จากนั้นอีกหนึ่งเดือนก็ถึงวันสอบ ทางกองผลิตจัดเตรียมรถไถไปส่งผู้ที่จะเข้าสอบถึงสนามสอบ ทั้งคนของกองผลิตและเหล่ายุวปัญญาชนทั้งหลาย สนามสอบอยู่ในเมืองทุกคนจึงต้องตื่นกันแต่เช้า
จ้าวอวิ๋นซินก็ยังมีกวนชุ่ยเฟินมายืนส่งให้กำลังใจด้วย
“ป้าขอให้หลานโชคดี”
“ขอบคุณค่ะ”
หญิงสาวตอบรับความหวังดีของป้าข้างบ้าน เธออยู่บ้านคนเดียวก็ได้บ้านเสิ่นคอยช่วยสอดส่องให้ ทำให้เธออยู่รอดปลอดภัยมาจนถึงวันนี้
การสอบใช้เวลาสองวัน หลังจากนั้นคนที่เข้าสอบก็รอรับจดหมายตอบรับอยู่ที่บ้าน
สอบเสร็จแล้วจ้าวอวิ๋นซินก็ใช้เวลานอนหลับตั้งแต่เย็นวันที่กลับมาถึงบ้าน จนถึงบ่ายของอีกวัน ในตอนเย็นวันนั้น เสิ่นเพ่ยอวี๋เลิกงานกลับมาก็ได้แวะไปถามกับจ้าวอวิ๋นซินด้วย เธออยากให้น้องสาวข้างบ้านผู้นี้สอบติด และมีอนาคตที่ดี
ครั้นมาถึงบ้านจ้าวก็เห็นจ้าวอวิ๋นซินกำลังทำความสะอาดลานบ้านอยู่ เสิ่นเพ่ยอวี๋จึงได้เข้าไปสอบถามกับเธอ
“สอบเป็นยังไงบ้าง”
“พอไหวค่ะ” จ้าวอวิ๋นซินว่าก่อนจะยิ้มตอบกลับไป เพราะรู้ว่าพี่สาวคนนี้เป็นห่วงเธอจริง ๆ
เสิ่นเพ่ยอวี๋รู้ว่าจ้าวอวิ๋นซินเรียนเก่ง การที่เธอยิ้มได้แบบนี้แสดงว่าผลสอบไม่น่ามีปัญหา
“เธอเลือกเรียนที่ไหนไว้” เสิ่นเพ่ยอวี๋ถาม
“มหาวิทยาลัยเกษตรที่เมืองหลวงค่ะ” จ้าวอวิ๋นซินบอกกับพี่สาวข้างบ้าน
“จะไปเรียนที่เมืองหลวงเลยเหรอ”
เสิ่นเพ่ยอวี๋ไม่คิดว่าจ้าวอวิ๋นซินจะเลือกเรียนมหาวิทยาลัยในเมืองหลวง และอีกฝ่ายตัวคนเดียวกลับคิดที่จะไปเรียนในเมืองหลวง แม้เธอจะมีเงินชดเชยของผู้เป็นพ่อและเงินที่มีคนส่งมาให้ แต่การจะไปเรียนที่เมืองหลวงโดยไม่รู้จักใครสักคน ก็ใช่ว่าจะเป็นเรื่องง่าย
“ค่ะ แต่พี่อย่าเพิ่งบอกเรื่องนี้กับใครนะคะ รอให้แน่ใจว่าฉันสอบติดก่อน หากสอบไม่ติดขึ้นมาจะได้ไม่อายคนอื่น”
จ้าวอวิ๋นซินรู้ว่าเธอจะสอบเข้ามหาวิทยาลัยเกษตรได้ แต่เธอยังไม่อยากให้ตัวเองเป็นหัวข้อนินทาในตอนนี้ จึงไม่อยากให้คนอื่นรู้ว่าเธอเลือกเรียนต่อที่เมืองหลวง ส่วนที่ยอมบอกกับเสิ่นเพ่ยอวี๋ก็เพราะเธอไว้ใจอีกฝ่าย
“ได้ ถ้าสอบติดค่อยมาฉลองกัน” เสิ่นเพ่ยอวี๋ว่า
“ค่ะ”
บ้านที่มีลูกหลานไปสอบก็ตั้งหน้าตั้งตารอว่าจะได้รับจดหมายตอบรับเมื่อไหร่ แค่มีคนสอบเข้ามหาวิทยาลัยได้กองผลิตก็จะได้หน้าได้ตาไปด้วย
แล้ววันที่ทุกคนรอคอยก็มาถึง เมื่อมีบุรุษไปรษณีย์มาที่กองผลิต บ้านที่มีลูกหลานเข้าสอบก็รีบออกมาดู
“มีจดหมายตอบรับจากมหาวิทยาลัย”
บุรุษไปรษณีย์ตะโกนบอก คนที่กำลังทำงานอยู่ในไร่ก็ตะโกนกลับมา
“มีของใครบ้าง”
จากนั้นชาวบ้านก็พากันหยุดทำงานและก็รีบมามุงดูบุรุษไปรษณีย์
“หลิวเหว่ยกั๋ว” บุรุษไปรษณีย์ตะโกนออกไป หลิวเหว่ยกั๋วที่กำลังวิ่งมาจากศาลาการประชุมของกองผลิต ก็ตะโกนตอบรับทันที
“ผมครับ ผมหลิวเหว่ยกั๋วครับ” ชายหนุ่มตอบรับเสียงดัง จากนั้นบุรุษไปรษณีย์ก็ยื่นจดหมายตอบรับให้เขา
“ยินดีด้วยสหาย” บุรุษไปรษณีย์บอก
“ขอบคุณครับ” ชายหนุ่มรับจดหมายมาด้วยความดีใจ เกาชุ่ยฮวาได้ยินแบบนั้นก็เข้าไปกอดลูกชายของเธอ เขาทำได้แล้ว
“หลิวเจี้ยนเช่อ” จากนั้นบุรุษไปรษณีย์ก็เอ่ยเรียกลูกชายอีกคนของหลิวซูเจิ้ง
“ผม ๆ ผมหลิวเจี้ยนเช่อ” ชายหนุ่มยกมือขานรับทันที
“ยินดีด้วย” บุรุษไปรษณีย์บอก
“ขอบคุณครับ”
หลิวเจี้ยนเช่อตอบออกไป ในตอนนั้นทุกคนก็ได้รู้ว่าลูกชายทั้งสองคนของหัวหน้ากองผลิต สอบเข้ามหาวิทยาลัยได้ทั้งคู่
จากนั้นบุรุษไปรษณีย์ก็เรียกหายุวปัญญาชนอีกสองคน ซึ่งทั้งสองก็สอบติดเช่นกัน และคนสุดท้ายก็เป็นจ้าวอวิ๋นซิน
“จ้าวอวิ๋นซิน”
“ฉันค่ะ”
จ้าวอวิ๋นซินอยู่ที่ไร่ข้าวโพดอยู่แล้ว เธอจึงได้ยกมือขานรับ จดหมายตอบรับของจ้าวอวิ๋นซินไม่เหมือนกับสี่คนก่อนหน้านั้น ซองจดหมายของเธอเป็นสีน้ำตาลใหญ่กว่าของคนอื่น ๆ
“จ้าวอวิ๋นซินยินดีด้วย คุณสอบติดมหาวิทยาลัยเกษตรที่เมืองหลวง”
บุรุษไปรษณีย์ประกาศเสียงดัง เขาได้เห็นจดหมายตอบรับนี้ครั้งแรก ก็ยังอดรู้สึกตื่นเต้นไม่ได้ กองผลิตที่ห่างไกลแบบนี้ ก็ยังมีคนที่มีความสามารถ เป็นเรื่องที่น่ายินดีจริง ๆ
เมื่อเอ่ยถึงมหาวิทยาลัยในเมืองหลวงก็สร้างความฮือฮาขึ้นมาทันที ชาวบ้านต่างก็ตกใจและก็ดีใจ ที่จ้าวอวิ๋นซินสอบติดมหาวิทยาลัยในเมืองหลวง ทุกคนในกองผลิตไม่มีใครคิดจะไปเมืองหลวง แต่จ้าวอวิ๋นซินกลับทำได้ บุรุษไปรษณีย์กล่าวแสดงความยินดีกับจ้าวอวิ๋นซินอีกครั้ง ก่อนจะขอตัวไปส่งจดหมายที่กองผลิตอื่นต่อ
ครั้นบุรุษไปรษณีย์จะจากไป เสียงหนึ่งก็ดังขึ้นมา
“มีเท่านี้เหรอครับ” ผู้ชายคนหนึ่งถาม เพราะลูกชายของเขาก็ไปสอบเหมือนกัน
“หมดแล้วครับ” บุรุษไปรษณีย์ตอบ “บางทีอาจจะมีมหาวิทยาลัยที่ตอบรับช้าบ้าง สหายก็รออีกสองสามวันเถอะ แต่ถ้าสองสามวันนี้ไม่มีก็คงไม่มีแล้ว”
บุรุษไปรษณีย์ผู้นั้นตอบ แล้วก็ขอตัวไปส่งจดหมายให้กองผลิตอื่น ๆ ต่อ
“จ้าวอวิ๋นซินสอบติดมหาวิทยาลัยที่เมืองหลวง”
หลิวซูเจิ้งกล่าวราวกับกำลังฝันไป กองผลิตของเขามีหญิงสาวที่มีความสามารถอยู่ด้วย ก่อนจะเผยรอยยิ้มกว้างออกมา เป็นเรื่องที่น่ายินดีอย่างยิ่ง กองผลิตชุนฟาก็จะได้หน้าได้ตาไปด้วย
แต่เรื่องที่ดีที่สุดก็คือลูกชายของเขาสอบเข้ามหาวิทยาลัยได้ทั้งสองคน แม้จะเป็นมหาวิทยาลัยในมณฑลก็ไม่เป็นไร แค่สอบเข้าได้ก็พอแล้ว เรียนจบก็การันตีว่าจะมีงานทำอย่างแน่นอน เพราะรัฐจะจัดสรรงานให้
“จดหมายตอบรับซองใหญ่จัง” สวีเฟยจูมองจดหมายตอบรับในมือของจ้าวอวิ๋นซิน เทียบกับของหลิวเจี้ยนเช่อแล้วขนาดต่างกันมาก
“เป็นเพราะมาจากคนละมหาวิทยาลัยหรือเปล่า” มีคนตอบ
“ต้องลองเปิดดูข้างใน” อีกคนว่า
เมื่อมีคนสงสัยหลิวซูเจิ้งก็มองไปยังจดหมายของจ้าวอวิ๋นซิน หญิงสาวเห็นแบบนั้นก็ได้เปิดซองจดหมายดู ก่อนจะเห็นว่ามีใบประกาศอยู่ในซองจดหมายด้วย
หญิงสาวจึงหยิบใบประกาศออกมาดู แล้วก็ส่งให้หลิวซูเจิ้งได้ดูบ้าง หัวหน้ากองผลิตเห็นว่าหลานสาวส่งใบประกาศมาให้ เขาก็รับไปดู ก่อนจะเห็นข้อความแสดงความยินดีตัวใหญ่ แล้วหลิวซูเจิ้งก็ประกาศออกมา
“จ้าวอวิ๋นซินสอบได้ที่หนึ่งของประเทศ มีใบประกาศมาให้เธอด้วย พร้อมกับมอบเงินรางวัลให้อีกหนึ่งพันหยวน”
เมื่อหัวหน้ากองผลิตบอกแบบนั้นทุกคนก็ตกตะลึง ก่อนจะร่วมแสดงความยินดีกับจ้าวอวิ๋นซิน พวกเขารู้ว่าจ้าวอวิ๋นซินเรียนเก่ง แต่ก็ไม่คิดว่าจะเก่งขนาดนี้
ฝั่งของชาวบ้านกำลังร่วมยินดีกับจ้าวอวิ๋นซิน เพราะเธอสร้างชื่อเสียงให้กับกองผลิต และก็เอ่ยชมหลิวซูเจิ้งกับเกาชุ่ยฮวาด้วย ที่เลี้ยงลูกได้ดีนักสอบเข้ามหาวิทยาลัยได้ทั้งสองคน
ส่วนคนที่สอบไม่ได้ก็ร้องไห้กลับบ้านไป ฝั่งยุวปัญญาชนก็เงียบลงถนัดตา ถ้าสอบเข้ามหาวิทยาลัยได้ก็เหมือนมีใบผ่านทาง ที่จะทำให้พวกเขาได้กลับเข้าไปในเมืองอีกครั้ง แต่ถ้าสอบไม่ผ่านก็ต้องรอโควตาต่อไป
ฝากอีบุ๊กด้วยนะคะ มี 27 บท + บทส่งท้าย (ประมาณ 83,800 คำ)
มีโปรลดราคา 149 บาท ถึงวันที่ 30/6/69
