LNCrawler

บทที่ 1 จ้าวอวิ๋นซิน 2

ภรรยาคนนี้คือวาสนาของเขา — novel.dek d.com · All chapters

บทที่ 1 จ้าวอวิ๋นซิน 2

กู้หว่านอินคือนักวิจัยพฤกษศาสตร์ในอีกโลกหนึ่ง เธอจากโลกนั้นมาตอนอายุสามสิบปี ด้วยโรคหัวใจล้มเหลวเฉียบพลัน หญิงสาวรู้ว่าตัวเองจะมีอายุขัยแค่นี้ และเธอก็เตรียมใจไว้นานแล้วว่าจะได้มาอยู่ในโลกคู่ขนานนี้

เพราะจ้าวอวิ๋นซินก็คือกู้หว่านอิน และกู้หว่านอินก็คือจ้าวอวิ๋นซิน

ทั้งสองเหมือนเป็นเศษเสี้ยววิญญาณที่ไม่สมบูรณ์ และไปกำเนิดในคนละมิติ เมื่อถึงวันหนึ่งที่เวลาเหมาะสมก็จะได้กลับมาหากัน จากความช่วยเหลือของผีเสื้อตัวน้อย ผู้ซึ่งมีหน้าที่นำพาทั้งสองวิญญาณให้กลับมาผสานเป็นหนึ่งเดียว

กู้หว่านอินรู้เรื่องนี้อยู่แล้ว เธอรู้ตั้งแต่จ้าวอวิ๋นซินเกิดมา เธอเห็นเด็กทารกคนนี้ผ่านความฝันมาตลอด และภายหลังถึงได้รู้ว่าจ้าวอวิ๋นซินก็คือเธออีกคนหนึ่ง

จ้าวอวิ๋นซินเกิดมาก็มีร่างกายไม่แข็งแรง ส่วนกู้หว่านอินในตอนที่เป็นเด็ก สมองของเธอมีพัฒนาการช้ากว่าเด็กคนอื่น นั่นเพราะทั้งสองคนเป็นเศษเสี้ยววิญญาณที่ยังไม่สมบูรณ์ กระทั่งกู้หว่านอินได้มาอยู่ในร่างของจ้าวอวิ๋นซิน จึงทำให้ร่างกายของหญิงสาวกลับมาแข็งแรงเหมือนคนทั่วไป และมีความพิเศษกว่าใครเพราะมีทั้งความทรงจำของจ้าวอวิ๋นซิน และความรู้ความสามารถของกู้หว่านอิน

 

เช้าวันต่อมา เมื่อตื่นแล้วจ้าวอวิ๋นซินก็ลุกขึ้นมาล้างหน้า และก็ทานซาลาเปาในมิติของเธอ ข้อดีของการอยู่คนเดียวคือเธอจะทำอะไรก็ได้ หลังทานข้าวอิ่มแล้ว หญิงสาวก็สะพายตะกร้าใส่หลัง เพื่อจะไปสำรวจบนภูเขา เธอไม่ได้ทำงานแลกแต้มเหมือนคนอื่น เพราะร่างกายที่ไม่แข็งแรงคนเป็นแม่จึงไม่ให้เธอทำงาน เจียงอี้หรูจึงทำงานแลกแต้มอยู่คนเดียว   

เหตุที่เจียงอี้หรูไม่ให้ลูกสาวทำงานแลกแต้ม เพราะนอกจากเงินชดเชยที่ได้รับหลังจากเสียสามีไป เธอก็ยังได้รับเงินจากสหายคนหนึ่งของสามีทุกเดือน เพื่อเป็นการช่วยเหลือเธอกับลูกสาวแทนสหายที่จากไป เงินสิบห้าหยวนนี้เพียงพอสำหรับลูกสาวของเธอ

เมื่อจ้าวอวิ๋นซินมีร่างกายไม่แข็งแรงก็ไม่จำเป็นต้องทำงานหนัก ในตอนนั้นเธอเหลือลูกสาวเพียงคนเดียว จึงไม่อาจทนเห็นอีกฝ่ายจากไปก่อนได้

สหายทหารของจ้าวกั๋วอันจะส่งเงินมาให้เจียงอี้หรูเดือนละสิบห้าหยวน เพราะคิดว่าเขาติดค้างหนี้บุญคุณของจ้าวกั๋วอัน อีกฝ่ายจากไปก็เพราะช่วยเหลือเขา ซ่งหมิงเชียนจึงยินดีที่จะดูแลภรรยาและลูกสาวของจ้าวกั๋วอันตลอดไป

เงินที่ได้รับมานี้ถ้าใช้จ่ายอย่างประหยัดก็เพียงพอสำหรับสองแม่ลูก และเจียงอี้หรูก็ยังทำงานแลกแต้มอยู่ จึงไม่เดือดร้อนมาก   

ยิ่งตอนนี้เหลือจ้าวอวิ๋นซินเพียงคนเดียวแล้ว เงินสิบห้าหยวนนี้จึงเพียงพอกับเธอ และหญิงสาวก็มีมิติลับอีก ซึ่งในนั้นเธอตุนของกินของใช้ไว้จำนวนมาก เพราะรู้ว่าตัวเองจะต้องมาอยู่ที่นี่ เธอจึงเตรียมการเผื่อไว้อยู่หลายปี จ้าวอวิ๋นซินย่อมไม่มีทางอดอยากอย่างแน่นอน และยังสามารถใช้ชีวิตต่อไปได้อย่างดีอีกด้วย

จ้าวอวิ๋นซินกำลังจะปิดประตูรั้วบ้าน ก็ถูกเรียกไว้โดยพี่สาวข้างบ้าน

“อวิ๋นซินจะไปไหน และนี่หายดีแล้วเหรอ” เสิ่นเพ่ยอวี๋ถามกับจ้าวอวิ๋นซิน

“หายดีแล้วค่ะ ฉันรู้สึกว่าหายป่วยคราวนี้ร่างกายของฉันแข็งแรงขึ้นมากค่ะ พี่เพ่ยอวี๋ไม่ต้องเป็นห่วงนะคะ”

หญิงสาวตอบพี่สาวข้างบ้านกลับไป ตอนที่เธอป่วยก็ได้อีกฝ่ายคอยดูแล ไม่อย่างนั้นก็คงลำบากมากกว่านี้

“ไม่เป็นอะไรก็ดีแล้ว” เสิ่นเพ่ยอวี๋ว่า “แล้วนี่จะไปไหน”

“ฉันจะขึ้นเขาไปหาผักสักหน่อยค่ะ” จ้าวอวิ๋นซินบอก ก่อนจะย้ำกับเสิ่นเพ่ยอวี๋อีกครั้งเรื่องที่เธอกังวลใจ

“พี่เพ่ยอวี๋ ฉันรู้สึกว่าวันสองวันนี้ฝนจะตกหนัก พี่ระวังไว้หน่อยก็ดีนะคะ เมื่อวานฉันบอกกับป้าชุ่ยเฟินไปแล้ว แต่ป้าชุ่ยเฟินบอกว่าฉันคิดมากเกินไป แต่ระวังไว้สักหน่อยก็ดีค่ะ”

“พี่รู้แล้วไม่ต้องเป็นห่วง เธอขึ้นเขาก็ระวังตัวหน่อย” เสิ่นเพ่ยอวี๋บอกแล้วก็ขอตัวไปลงแปลงนา “พี่ต้องไปแล้วเดี๋ยวสาย”

เมื่อพูดถึงเรื่องเกี่ยวข้าวทุกคนก็มีรอยยิ้มขึ้นมา ปีนี้ข้าวสาลีในแปลงนาออกรวงสวย คาดว่ากองผลิตจะเก็บเกี่ยวผลผลิตได้ไม่น้อย

“ค่ะ”

เมื่อจ้าวอวิ๋นซินตอบรับ เสิ่นเพ่ยอวี๋ก็เดินจากไป เธอยังต้องลงแปลงนาเพื่อทำงานแลกแต้ม บ้านของเธอมีหกคน แต่มีแรงงานแค่สี่คน ย่าของเธออยู่ทำงานบ้าน ส่วนน้องชายไปโรงเรียน ที่บ้านจึงเหลือแรงงานสี่คน มีปู่ของเธอ พ่อกับแม่ รวมถึงตัวเธอ เมื่อเก็บเกี่ยวข้าวได้มาก ส่วนปันผลก็จะมากตามไปด้วย ทั้งปีช่วงเวลานี้ทุกคนจึงมีความสุขมากที่สุด

จ้าวอวิ๋นซินขึ้นเขาก็มองหาถ้ำ หรือสถานที่ที่พอจะให้คนในกองผลิตมาพักอาศัยหลบฝน เมื่อเธอเห็นถ้ำหนึ่งก็เดินเข้าไปสำรวจ จากนั้นก็เก็บกวาดเถาวัลย์รอบ ๆ ถ้ำไปด้วย เดินสำรวจครึ่งวันก็เห็นว่ามีถ้ำที่อยู่ใกล้ ๆ กันสามถ้ำ ซึ่งพอให้ใช้หลบฝนได้ หญิงสาวจึงทำความสะอาดถ้ำทั้งสามเตรียมไว้ก่อน

หลังจากนั้นก็ลงจากเขามา ระหว่างทางก็มองหาสมุนไพรไปด้วย

“โสมเหรอ”

จ้าวอวิ๋นซินหันไปเห็นโสมต้นเล็กขึ้นในป่า หญิงสาวก็ค่อย ๆ ขุดโสมนั้นขึ้นมา แล้วก็เอาไปปลูกในมิติของเธอ

มิตินี้เดิมเป็นเพียงห้องว่างเปล่าที่เอาไว้เก็บของเท่านั้น แต่พอเธอได้รับแหวนหยกของตระกูลหยาง ที่ปู่ของเธอมอบให้มา มิติห้องว่างนั้นก็เปลี่ยนไป จากห้องว่างก็ได้กลายเป็นคฤหาสน์หลังใหญ่ พร้อมกับพื้นที่รอบคฤหาสน์

ของที่เธอเตรียมไว้ก็ได้ย้ายไปจัดเรียงในห้องเก็บของของคฤหาสน์ รอบคฤหาสน์มีพื้นที่ให้ปลูกต้นไม้และทำสวนได้ จ้าวอวิ๋นซินจึงเอาโสมไปปลูกไว้ข้างบ้าน และใช้น้ำในบ่อน้ำรดต้นโสมหวังให้โตเร็ว ๆ

หญิงสาวหาโสมได้สองต้น ก็เอาไปปลูกในมิติทั้งสองต้น จากนั้นก็เข้าไปในคฤหาสน์เพื่อจะหาอะไรทานในมื้อเที่ยง อิ่มแล้วก็เดินลงเขาไป

แต่ก่อนจะกลับบ้านเธอก็ได้แวะไปบ้านของสหาย เพื่อจะไปบอกเรื่องฝนกับสวีเฟยจู ให้อีกฝ่ายได้ระวังตัวไว้บ้าง