LNCrawler

บทที่ 4 ค้าขาย 1

ภรรยาคนนี้คือวาสนาของเขา — novel.dek d.com · All chapters

บทที่ 4 ค้าขาย 1

หลายวันต่อมาจ้าวอวิ๋นซินก็ไปรอนั่งเกวียนเข้าไปในเมือง อาจเพราะวันนี้เป็นวันหยุดของกองผลิต จึงมีหลายคนรอนั่งเกวียนเข้าไปในเมืองด้วย บางคนก็จะเอาข้าวสาลีที่ได้รับปันส่วนมาไปแลกเป็นธัญพืช เพื่อให้ได้เสบียงมากขึ้น ข้าวสาลีหนึ่งจินแลกธัญพืชได้เป็นสิบจิน บ้านที่มีหลายคนก็มักจะเลือกใช้วิธีนี้เพื่อให้มีอะไรกินอิ่มท้องนานขึ้น

“อวิ๋นซินจะไปในเมืองเหมือนกันรึ” เกาชุ่ยฮวาภรรยาของหัวหน้ากองผลิตเอ่ยถามกับจ้าวอวิ๋นซิน

“ค่ะ ฉันจะเอาสมุนไพรที่เก็บได้ไปแลกกับยาบำรุงที่ร้านสมุนไพรค่ะ ไม่รู้ว่าทางร้านจะรับแลกหรือเปล่า ต้องเอาไปให้ดูก่อน” หญิงสาวตอบรับ

ด้วยร่างกายของจ้าวอวิ๋นซินเป็นแบบนี้ จึงไม่มีแม่สื่อจากบ้านไหนมาเจรจาสู่ขอ พวกเขากังวลว่าหากแต่งจ้าวอวิ๋นซินเข้าบ้าน เธอจะกลายเป็นภาระของพวกเขาแทน สามวันดีสี่วันไข้แบบนี้คงใช้เงินรักษาไม่น้อย สุดท้ายก็ตัวล้างผลาญดี ๆ นี่เอง

เกาชุ่ยฮวาเห็นสมุนไพรในตะกร้าของจ้าวอวิ๋นซินก็นึกแปลกใจ

“รู้เรื่องสมุนไพรด้วยรึ”

“ฉันศึกษาไว้บ้างค่ะ เผื่อจะเอาไว้ดูแลตัวเอง” จ้าวอวิ๋นซินบอก

“แบบนั้นก็ดี จากนี้ต้องดูแลตัวเองให้ดีล่ะ อย่าให้เจ็บป่วยไปอีก” เกาชุ่ยฮวาว่า

“ฉันรู้ค่ะ” หญิงสาวตอบรับ

และจ้าวอวิ๋นซินมองเห็นสายตาเวทนาจากผู้อื่น และก็มีสายตารังเกียจจากบางคนอยู่ด้วย ทว่าหญิงสาวก็ไม่ได้เก็บมาใส่ใจ พวกเขามีสิทธิ์ที่จะชอบหรือไม่ชอบเธอ ส่วนเธอก็ตั้งใจจะใช้ชีวิตของตัวเองให้ดีก็พอแล้ว

เมื่อเข้ามาในเมืองแล้ว จ้าวอวิ๋นซินก็ไปที่ร้านสมุนไพรก่อน เพื่อจะซื้อยาบำรุงร่างกายของเธอ หลายวันมานี้หญิงสาวเก็บสมุนไพรจากในป่าได้มากพอสมควร ความรู้พวกนี้ก็ได้ทวดหลี่ถงเล่อในชีวิตก่อนของเธอคอยสั่งสอน

ครั้นเข้าไปในร้านก็ได้ยินเสียงเอ่ยทักทาย

“ต้องการให้จัดสมุนไพรแบบไหนบอกได้เลยครับ” ลู่เถิงเยว่ผู้ดูแลร้านสมุนไพรถามกับจ้าวอวิ๋นซิน

“ฉันร่างกายไม่แข็งแรง อยากจะได้สมุนไพรบำรุงร่างกายค่ะ”

หญิงสาวตอบกลับไป

“ขอตรวจชีพจรก่อนได้ไหมครับ”

ลู่เถิงเยว่ถาม นอกจากที่นี่จะขายสมุนไพรแล้ว ก็ยังตรวจรักษาแบบแผนโบราณด้วย ก่อนที่จะจ่ายยาสมุนไพรให้กับคนป่วย

“ได้ค่ะ”

หญิงสาวตอบรับ แล้วก็นั่งลงยังเก้าอี้ที่ชายหนุ่ยผายมือบอกให้เธอลงนั่งตรงนี้ จากนั้นเขาก็นำที่รองแขนมาวางบนโต๊ะตรงหน้าจ้าวอวิ๋นซิน เมื่อหญิงสาววางมือลงไป ชายหนุ่มก็ทาบนิ้วไปที่จุดชีพจรของเธอ ผ่านไปสักพักเขาก็บอกกับหญิงสาว

“ร่างกายอ่อนแอ เลือดลมไหลเวียนไม่ปกติ” ชายหนุ่มบอก “เอายาไปห้าชุดก่อน ใช้น้ำสี่ถ้วยต้มจนน้ำงวดเหลือหนึ่งด้วย ดื่มทุกวัน ครบห้าวันแล้วค่อยมาตรวจอีกที”

ร่างกายของจ้าวอวิ๋นซินไม่ถือว่ามีปัญหารุนแรง เพียงแต่อ่อนแรงและเจ็บป่วยมานาน ตอนนี้เหมือนว่าอาการเจ็บป่วยจะดีขึ้นแล้ว แต่ก็ยังทิ้งร่องรอยเดิมไว้อยู่ จึงต้องค่อย ๆ บำรุงร่างกายไปอีกสักพัก

ตั้งแต่วิญญาณของกู้หว่านอินได้มาอยู่ในร่างนี้ เธอก็รู้ว่าอาการเจ็บป่วยของร่างเดิมได้หายไปแล้ว อาจเพราะวิญญาณของเธอผสานกับวิญญาณและร่างนี้อย่างสมบูรณ์ จึงทำให้ร่างกายแข็งแรงขึ้น ทว่าร่างกายที่ป่วยไข้มาหลายปี จะให้หายทันทีคงเป็นไปไม่ได้ จึงต้องค่อย ๆ บำรุงกันไป แต่อย่างน้อยก็รู้ว่าร่างกายนี้จะแข็งแรงขึ้น และจะไม่เจ็บป่วยเหมือนเมื่อก่อนอีก

ลู่เถิงเยว่จัดยาให้จ้าวอวิ๋นซินไปห้าชุด แม้ตอนนี้จะมีโรงพยาบาล มีการรักษาที่ทันสมัย แต่ก็ยังมีคนจำนวนไม่น้อยที่มาซื้อยาสมุนไพรไปทาน อาจเพราะยาสมุนไพรมีราคาถูกกว่าไปรักษาที่โรงพยาบาล และคนส่วนใหญ่ก็ยังเชื่อใจร้านสมุนไพรอยู่

ครั้นเห็นว่าภายในร้านไม่มีคนอื่นอยู่อีก จ้าวอวิ๋นซินก็หยิบตะกร้าขึ้นมาวางตรงหน้าลู่เถิงเยว่

“รบกวนช่วยดูให้หน่อยเถอะค่ะ ว่าพอจะแลกกับค่ารักษาได้หรือไม่”

เมื่อไม่สามารถพูดเรื่องซื้อขายได้ หญิงสาวก็เปลี่ยนมาใช้คำว่าแลกเปลี่ยนแทน ซึ่งลู่เถิงเยว่ก็เข้าใจเจตนาของจ้าวอวิ๋นซินว่าอยากจะขายสมุนไพรด้วย

สมุนไพรที่เห็นผ่านการล้างและตากแห้งมาอย่างดี กระบวนการล้างและตากทำมาอย่างถูกต้อง มีทั้งสมุนไพรแก้อ่อนเพลีย บำรุงเลือดและบำรุงตับ

“เธอรู้วิธีเก็บสมุนไพรพวกนี้ด้วยเหรอ”

เมื่อเห็นว่าหญิงสาวทำความสะอาดและตากมาอย่างดี ชายหนุ่มก็นึกแปลกใจ เขาไม่คิดว่าจะยังมีคนสนใจเรื่องสมุนไพรอยู่

“พอจะมีความรู้อยู่บ้างค่ะ” หญิงสาวตอบกลับไป และก็ไม่ได้พูดอะไรมากไปกว่านั้น

“สมุนไพรพวกนี้เธอมีเยอะหรือเปล่า”

ลู่เถิงเยว่ถาม สมุนไพรเริ่มหายากขึ้น บางพื้นที่รัฐก็สนับสนุนให้ปลูก แต่ก็มีช่องทางจำหน่ายของตัวเองแล้ว ร้านอื่น ๆ จะไปซื้อก็เป็นเรื่องยาก

“ถ้าฉันเก็บได้อีกจะเอามาให้ที่ร้านค่ะ” หญิงสาวตอบกลับไป

“ได้”

แม้จะเป็นร้านสมุนไพรเล็ก ๆ แต่ก็เปิดขายสมุนไพรมานาน ขึ้นทะเบียนกับทางคอมมูนอย่างถูกต้อง แม้รัฐจะห้ามชาวบ้านค้าขาย แต่ร้านสมุนไพรก็เป็นข้อยกเว้น เพื่อให้ช่วยรักษาผู้คนเช่นเดียวกับทางโรงพยาบาล

สมุนไพรที่นำมามีไม่มาก ทว่าก็เป็นของหายากและเป็นที่ต้องการ จ้าวอวิ๋นซินจึงได้เงินมาห้าหยวน พร้อมกับคูปองข้าวกับน้ำมัน

“ขอบคุณค่ะ” เมื่อรับเงินมาแล้วก็เอ่ยขอบคุณกลับไป

“ถ้ามีอีกก็มาที่นี่ได้” ลู่เถิงเยว่บอก

“ได้ค่ะ” หญิงสาวตอบรับ ก่อนจะขอตัวกลับไป

ครั้นเดินออกมาจากร้านสมุนไพร จ้าวอวิ๋นซินก็ไปหาที่ลับสายตาผู้คน เก็บเอายาเข้าไปไว้ในมิติก่อน แล้วก็เปลี่ยนการแต่งตัวใหม่ เธอทาหน้าทาผิวให้มีสีเข้มขึ้น หน้าผมก็แต่งให้ดูมอมแมมเล็กน้อย สวมหมวกใบใหญ่ช่วยปิดบังใบหน้าเพิ่ม จากนั้นก็ออกจากมิติมา

หญิงสาวตรงไปที่ตลาดมืดต่อ เธอเคยมาที่นี่แล้ว จึงไม่ต้องเสียเวลามองหา เมื่อมาถึงยังตรอกหนึ่งก็บอกรหัสผ่านไป พร้อมกับจ่ายเงินสองเหมา เธอก็สามารถเข้าไปได้แล้ว

จ้าวอวิ๋นซินมองหาที่ทางไม่ให้ไปวุ่นวายกับใคร แล้วก็เอาข้าวขาวกับเส้นหมี่ขาวออกมาวางขาย

“เส้นหมี่ขายยังไงจ๊ะ” ผู้หญิงคนหนึ่งเดินเข้ามาถามกับจ้าวอวิ๋นซิน

“ถุงนี้หนัก 5 จินค่ะ ถุงละ 5 หยวนไม่ต้องใช้คูปอง”

จ้าวอวิ๋นซินบอก เส้นหมี่ใส่ถุงมาแล้ว เธอจึงขายยกถุง

“แล้วข้าวขาวล่ะ” หญิงสาวคนนั้นถามต่อ

“ข้าวจินละ 3 เหมาค่ะ”

ราคาที่บอกถือว่าแพงกว่าที่ขายในร้านค้าสหกรณ์ ทว่าที่นั่นของก็ไม่ได้มีตลอด และยังไม่ต้องใช้คูปองอีกด้วย

“ถ้าอย่างนั้นเอาเส้นหมี่หนึ่งถุง และข้าวอีก 5 จิน” ผู้หญิงคนนั้นบอก

“ได้ค่ะ”

เส้นหมี่เอาใส่ตะกร้าได้เลย ส่วนข้าวขาวผู้หญิงคนนั้นมีถุงผ้ามาเอง จ้าวอวิ๋นซินจึงได้ตักข้าวใส่ถุงผ้าให้อีกฝ่ายไป

วันนี้จ้าวอวิ๋นซินเอาของออกมาขายแค่สองอย่าง เธอทยอยเอาออกมาขายเรื่อย ๆ ขายข้าวและเส้นหมี่ได้อย่างละร้อยจิน จ้าวอวิ๋นซินก็ออกจากตลาดมืดไป

เมื่อเดินไปยังจุดลับสายตาผู้คนเธอก็เข้าไปในมิติ ล้างหน้าล้างตัวแล้วก็เปลี่ยนเสื้อผ้ากลับไปเป็นชุดเดิม จากนั้นก็เดินไปรอเกวียนเพื่อจะกลับกองผลิต