LNCrawler

บทที่ 5.1 เกี่ยงงาน

ปิดตอน 9/9 ชาตินี้ไม่ขอทำโอที เลิกตายฟรีแทนฮ่องเต้ — novel.dek d.com · All chapters

บทที่ 5.1 เกี่ยงงาน

“อีกไม่กี่วันก็จะถึงเทศกาลโคมไฟ ครั้งนี้จะจัดอย่างเรียบง่าย มิได้เชิญเหล่าขุนนางและฮูหยินเข้าวัง” น้ำเสียงของฮองเฮาราบเรียบ “ฝ่าบาททรงงานหนักมาตั้งแต่ต้นปี งานเลี้ยงครั้งนี้เพื่อให้พระองค์ทรงพระเกษมสำราญ หากคนมากเกินไปเกรงว่าจะทำให้ฝ่าบาททรงรำคาญ”

เหยียนจิ้งอีดึงสายตากลับจากสตรีผู้หนึ่งที่นั่งก้มหน้าด้วยท่าทางเรียบร้อยว่าง่ายในกลุ่มสนมยศต่ำ ก่อนจะหันมาสนใจงานที่เคยถูกฮองเฮาวางอุบายใส่เมื่อชาติก่อน

“ฮองเฮาทรงใส่พระทัยยิ่งนัก แม้แต่เรื่องเล็กน้อยก็ยังคิดเผื่อฝ่าบาทไว้ครบถ้วน ถึงกับกันความวุ่นวายไว้ตั้งแต่หน้าประตูวัง มิให้เกิดเสียงนินทาหนาหูให้ทรงระคายพระทัย” เต๋อเฟยเอ่ยชื่นชม แต่กลับเหมือนการราดน้ำเกลือลงบนแผลสดใหม่

คำว่าเสียงนินทานี้มีผู้ใดไม่รู้บ้าง ว่าหมายถึงคดีความของตระกูลฟ่าน

“เต๋อเฟยหมายความว่าอย่างไร” ฟ่านฮองเฮาหรี่ตามองอีกฝ่าย ปลายคางเชิดขึ้นอย่างถือดี “เราดูแลหกตำหนักย่อมต้องคิดให้รอบคอบ”

“หม่อมฉันไหนเลยจะกล้าสงสัยพระองค์เพคะ” ใบหน้าของเต๋อเฟยแฝงความรู้สึกผิดอยู่จางๆ แตกต่างจากแววตาที่เจิดจ้าทอประกาย “เพียงแต่งานเทศกาลโคมไฟเป็นงานใหญ่ ช่วงนี้พระองค์คงมีหลายเรื่องให้กังวล หม่อมฉันจึงเกรงว่าฮองเฮาจะทรงงานหนักเกินไปเพคะ”

ฮองเฮาเหลือบตามองนางเพียงเล็กน้อย มุมปากยกขึ้นเป็นรอยยิ้มที่ไม่แผ่ไปถึงดวงตา

“วังหลังอยู่ในความดูแลของเรามาช้านาน เรื่องเพียงเท่านี้ยังไม่ถึงคราวให้เต๋อเฟยต้องเป็นกังวล”

“เช่นนั้นก็ดีเพคะ” จ้าวชิงหว่านหัวเราะเบาๆ ราวกับไม่ใส่ใจ ก่อนจะหันไปทางสตรีที่นั่งเงียบอยู่ด้านข้าง “ซูเฟยคิดเห็นอย่างไรเล่า”

สตรีที่จู่ๆ ก็ถูกลากเข้าสู่วงสนทนาเงยหน้าขึ้นเพียงเล็กน้อย สายตานิ่งสงบ ราวกับคำถามนั้นมิได้มีน้ำหนักพอให้ใส่ใจ อาภรณ์บนเรือนร่างระหงเรียบง่ายกว่าผู้อื่น ทว่าตระกูลหยางสืบทอดอำนาจทหารมาช้านาน และเป็นฝ่ายที่สนับสนุนเฉิงอันอ๋องอย่างลับๆ ตั้งแต่แรกเริ่มในศึกชิงบัลลังก์ นางจึงไม่จำเป็นต้องเอาใจผู้ใด

“งานเลี้ยงก็แค่ให้คนกินอิ่ม จะใหญ่หรือเล็ก ก็ไม่เห็นต่าง” ซูเฟยก็ยังคงเป็นซูเฟยผู้นั้น ยังกล่าวสั้นอย่างไร้ไมตรีเช่นเคย

เต๋อเฟยชะงักรอยยิ้มเพียงเสี้ยวอึดใจ ก่อนจะหัวเราะกลบเกลื่อน

“ซูเฟยยังคงตรงไปตรงมาเช่นเดิม”

อีกฝ่ายกลับหาได้แยแสไม่ เพียงนั่งนิ่งดังเดิม ราวกับไม่สนใจว่าจะมีผู้ใดพอใจหรือไม่

เหยียนจิ้งอีเหลือบตามองภาพนั้นเงียบๆ ก่อนจะยกถ้วยชาขึ้นจิบอีกครั้ง

“งานเลี้ยงครั้งนี้ก็เพื่อสร้างความสำราญ ในเมื่อฮองเฮาตรัสว่าฝ่าบาททรงงานหนัก พวกเราก็สมควรช่วยแบ่งเบาจริงหรือไม่เพคะ” ในที่สุดเต๋อเฟยก็เอ่ยจุดประสงค์ที่แท้จริงออกมา

คำพูดแม้จะนอบน้อมเอาใจ ทว่าความหมายกลับชัดเจนว่าต้องการแบ่งอำนาจมาครอบครอง

“เช่นนั้นก็ดี” ฟ่านฮองเฮาพยักหน้าเห็นชอบด้วย ขณะปรายตามายังสนมขั้นเฟยอีกคนที่ยังเอาแต่นั่งจิบชา

“เสียนเฟยเพิ่งรับตำแหน่ง ทหารใหม่ย่อมมีไฟ หากให้เจ้าเป็นผู้ดูแล เราย่อมสบายใจ” ก่อนจะเอ่ยต่ออย่างนุ่มนวลมีเมตตายิ่ง “ส่วนเต๋อเฟยและซูเฟยต่างก็เหน็ดเหนื่อยมาทั้งปีแล้ว จึงควรได้พักผ่อนเช่นกัน”

นี่คือการใช้อำนาจสั่งการที่ทำให้ผู้อื่นไม่อาจโต้แย้ง

เหยียนจิ้งอีที่อยู่ดีๆ ก็มีงานใหญ่ที่ผู้อื่นกำลังแย่งชิงกันตกใส่ศีรษะชะงักไปเล็กน้อย

ชาติก่อนเพื่อไม่ให้ผู้ใดครหาว่ารับตำแหน่งเสียนเฟยทั้งที่ไร้ความสามารถ นางจึงทุ่มเทจัดการงานทุกอย่างด้วยตนเอง ตั้งแต่ตรวจบัญชีห้องเครื่องไปจนถึงรายละเอียดในงานเลี้ยงแต่ละจุด

ทว่าฮองเฮากลับถือโอกาสช่วงขึ้นปีใหม่ สับเปลี่ยนขันที นางกำนัล และหัวหน้าห้องเครื่องชุดเดิมออกจนหมด ส่งคนใหม่ที่ไร้ประสบการณ์มาให้นางใช้ ส่วนเต๋อเฟยก็ให้สวี่หมัวมัวส่งรายการอาหารต้องห้ามและสิ่งที่ตนไม่โปรดมาเสียยืดยาว

ภายนอกฮองเฮายังเอ่ยว่าต้องจัดงานอย่างสมพระเกียรติ แต่ทุกครั้งที่เหล่าสนมเข้าเฝ้าที่ตำหนักคุนหนิง กลับคอยเอ่ยเรื่องการประหยัดพระราชทรัพย์อยู่ทุกวัน แม้กระทั่งซูเฟยที่เอ่ยว่า งานเลี้ยงก็แค่ให้คนกินอิ่ม ผู้นั้น ยามนางส่งฉิงซือไปสอบถามความต้องการ อีกฝ่ายก็ยังเอ่ยว่า ต้องการเพียงดอกไม้ที่เรียบง่ายมาประดับเท่านั้น

ดอกเหมยเขียว

ช่างเรียบง่ายเสียยิ่งกระไร

ตอนนี้เพิ่งผ่านพ้นปีใหม่ จะไปหาดอกเหมยเขียวที่บานช้ามาจากที่ไหน เห็นทีตระกูลหยางคงสร้างโรงเรือนไว้เลี้ยงดอกไม้เพื่อเอาใจบุตรสาวกระมัง

งานเลี้ยงโคมไฟอะไรนี่ ชาตินี้มารดาไม่ขอยุ่งเกี่ยว

“หม่อมฉันยินดียิ่งที่จะได้รับใช้พระองค์” เหยียนจิ้งอียกผ้าเช็ดหน้าปิดปากไอแห้งๆ ติดๆ กันจนใบหน้าแดงก่ำ หยาดน้ำคลอหน่วยตา ท่าทางราวกับจะฝืนต่อไม่ไหว “เพียงแต่สุขภาพยามนี้ แม้มีใจแต่ไร้กำลังเพคะ”

นอกจากอู้งาน นางยังถนัดเรื่องเกี่ยงงานยิ่งกว่า

– — — ---- ---- 

อะไรที่คนอื่นสามารถทำได้ เราก็ให้เขาทำไปเถอะ