บทที่ 42.2 หัวหน้าแผนกถูกพักงาน
บทที่ 42.2 หัวหน้าแผนกถูกพักงาน
บทที่ 42.2 หัวหน้าแผนกถูกพักงาน
เมื่อถ้อยคำนี้หลุดออกมา ก็เหมือนการตบหน้าตระกูลฟ่านทันที ยามนั้นผู้ที่ก้าวออกมาคนแรกกลับเป็นราชครูเหยียน หาใช่อัครเสนาบดีฟ่านไม่
ยิ่งนึกถึงยามที่ทรงงัดข้อกับเหยียนป๋อเหวินในท้องพระโรง ขุนนางส่วนใหญ่ล้วนลอบทอดถอนใจ ขนาดกับท่านราชครูฝ่าบาทยังไม่เคยไว้หน้า แล้วนับประสาอันใดกับคนที่หันหางเสือตามลม
“หม่อมฉันมิได้หมายความเช่นนั้นเพคะ” ฟ่านจื่อเวยกัดฟัน
“เจ้าเอ่ยว่าตระกูลฟ่านใช้ความพยายามอย่างหนัก และต่อไปในพงศาวดารจะตราหน้าว่าเรายกทัพเข้าแย่งชิงบัลลังก์ แต่เรายังจำได้ดีว่า คนที่หลั่งเลือดในสนามรบเพื่อเปิดทางให้เราขึ้นครองบัลลังก์ มิใช่ตระกูลฟ่าน” น้ำเสียงทุ้มต่ำทอดยาว “หรือฮองเฮากำลังหมายความว่า ฮ่องเต้อย่างเราไร้ความสามารถจนจำเป็นต้องมีตระกูลฟ่านคอยค้ำจุนสินะ”
ไม่ว่าประโยคใดของผู้เป็นใหญ่ก็ล้วนไม่ต่างจากคมมีดที่กรีดใส่แผ่นหลังมารดาแผ่นดิน
“ในเมื่อเจ้าเอ่ยว่าตระกูลฟ่านทุ่มเทถึงเพียงนั้น แต่นี่กลับผ่านมาเกือบหนึ่งเดือนแล้ว ทั้งคดีเสบียงยังหาตัวคนผิดที่แท้จริงไม่ได้ หรือกระทั่งยามนี้กำแพงของสุสานหลวงยิ่งทรุดหนัก พวกเขาก็ยังแก้ไขไม่ได้ ไม่ต้องเอ่ยถึงการเตรียมแผนซ่อมแซมเขื่อนที่จะมาถึง เช่นนี้หมายความว่าอย่างไร”
ฟ่านจื่อเวยกำมือแน่นจนปลอกเล็บทองคำจิกเข้าเนื้อ
“หม่อมฉันคิดว่าต้องมีผู้ไม่ประสงค์ดีต้องการยุยงให้ฝ่าบาททรงแคลงพระทัยต่อตระกูลฟ่านเพคะ”
“เจ้าไม่ยอมรับว่าขุนนางตระกูลฟ่านไร้ความสามารถก็ไม่เป็นไร แต่นี่ผ่านมาหลายวันแล้ว คดีความที่เกิดในวังหลังยังไม่คืบหน้า ในเมื่อฮองเฮาห่วงใยตระกูลฟ่านยิ่ง ก็คงไม่มีใจจะจัดการงานในวังหลังอีกต่อไป”
ดวงตาหงส์ของฟ่านจื่อเวยเบิกกว้าง ลางสังหรณ์อันตรายสายหนึ่งแล่นปราดเข้าสู่หัวใจ นางเงยหน้าขึ้นอย่างตื่นตระหนก “ฝ่าบาท... หม่อมฉันไม่ได้...”
“ถ่ายทอดคำสั่งลงไป” สุรเสียงกังวานตวาดทับคำแก้ตัวของนางจนสิ้น “ฮองเฮาตรากตรำงานหนัก ซ้ำยังต้องทุกข์ใจเรื่องบิดาและครอบครัวจนเสียสุขภาพ เพื่อให้ฮองเฮาได้พักรักษาตัวอย่างเต็มที่ ให้ส่งมอบตราหงส์ให้ไทเฮาเป็นผู้ดูแลความเรียบร้อยของหกตำหนักเป็นการชั่วคราว”
“ฝ่าบาท... พระองค์จะทำเช่นนี้กับหม่อมฉันไม่ได้นะเพคะ หม่อมฉันคือภรรยาเอก เป็นมารดาแผ่นดินที่ถูกต้องตามกฎมณเฑียรบาล” นางกรีดร้องเสียงหลง ลืมสิ้นซึ่งความสง่างามและความหยิ่งทะนง
“นั่นยิ่งทำให้เราต้องดูแลเจ้าให้ดี” น้ำเสียงที่แฝงความห่างเหินเย็นชาถึงเพียงนี้ ทำให้กัวกงกงแค่นยิ้มในใจ “กลับไปพักผ่อนที่ตำหนักคุนหนิงให้จิตใจสงบลง หากไม่มีคำสั่งจากเรา ห้ามก้าวเท้าออกจากตำหนักแม้แต่เพียงครึ่งก้าว”
คำสั่งกักบริเวณโดยไม่มีกำหนดและริบตราประจำตำแหน่ง ทำให้ฟ่านจื่อเวยถึงกับตัวสั่นเทิ้ม แผ่นหลังที่เคยเหยียดตรงอย่างทะนงเริ่มสั่นระริก ไม่ใช่เพราะความกลัว ทว่าคือความอัปยศที่ถูกตบหน้าท่ามกลางสายตาของเหล่าขุนนางทั้งหลาย
“ฝ่าบาท... จะทรงริบอำนาจของหม่อมฉันเพื่อข่มขู่ตระกูลฟ่านกระนั้นหรือเพคะ” ปลายเสียงสั่นเทาเย้ยหยัน
“เป็นเพราะเราเป็นห่วงสุขภาพของเจ้าต่างหาก ตราหงส์อันหนักอึ้งคงจะทำให้เจ้าที่ถือมานานเหนื่อยล้าเกินไป กัวเหลียน ส่งฮองเฮากลับตำหนัก”
อีบุ๊กในเด็กดีลงครบแล้วนะคะ ส่วนในถนัดในเมพ ก็กดจิ้มได้เลย