LNCrawler

บทที่ 42.4 หัวหน้าแผนกถูกพักงาน

ปิดตอน 9/9 ชาตินี้ไม่ขอทำโอที เลิกตายฟรีแทนฮ่องเต้ — novel.dek d.com · All chapters

บทที่ 42.4 หัวหน้าแผนกถูกพักงาน

บทที่ 42.4 หัวหน้าแผนกถูกพักงาน

 

ตลอดหลายปีที่ผ่านมา พวกเขาทะนุถนอมนางดุจไข่มุกกลางฝ่ามือ อยากเก็บนางไว้ข้างกายอีกสักหน่อย จึงไม่รีบร้อนมองหาคู่ครองให้นางเหมือนบุตรสาวตระกูลอื่น

คิดไม่ถึงว่าเพียงชั่วพริบตา เด็กสาวที่เคยกอดคอเขาดูโคมไฟในเทศกาลหยวนเซียว จะกลายเป็นเสียนเฟยแห่งวังหลวงไปแล้ว

หากตอนนั้นมีสัญญาหมั้นหมายอยู่ก่อน บางที... เรื่องราวอาจไม่ลงเอยเช่นวันนี้

นี่คือสิ่งที่ตระกูลเหยียนเสียใจมากที่สุด

“เมื่อครู่ออกมาจากห้องทรงพระอักษร พ่อบังเอิญพบขบวนเสด็จของฮองเฮา” เหยียนจงซู่เอ่ยเสียงเรียบ ทอดมองบุตรสาวบนตั่งด้วยแววตาอ่อนโยน “ช่วงนี้ในวังหลวงคงไม่สงบสุขนัก”

เหยียนจิ้งอีเงียบไปเล็กน้อย ก่อนเงยหน้ามองอีกฝ่าย

“อาอี” น้ำเสียงของเขาพลันอ่อนลง “ต่อให้ภายนอกจะเกิดเรื่องอะไรขึ้นกับตระกูลเหยียน หรือราชสำนักจะเปลี่ยนแปลงเพียงใด เจ้าก็ต้องดูแลตนเองให้ดี”

“พวกเรามิได้หวังสิ่งใดมากไปกว่า...” เขาชะงักเล็กน้อย ราวกับกำลังกล้ำกลืนความรู้สึกบางอย่างลงไป “ขอเพียงเจ้ายังสามารถใช้ชีวิตอย่างร่าเริง มีความสุข และมีชีวิตอยู่ต่อไปอย่างปลอดภัย พวกเราก็หมดห่วงแล้ว”

คำพูดนี้เรียบง่ายเสียจนแทบไม่เหมือนถ้อยคำของขุนนางในราชสำนัก ไม่มีเรื่องอำนาจ ไร้ซึ่งผลประโยชน์ของตระกูล หรือคำยุยงให้ชิงดีชิงเด่นในวังหลัง มีเพียงความหวังของบิดาที่ปรารถนาให้บุตรสาวของตนมีชีวิตที่มีความสุขเท่านั้น

ปลายจมูกของนางพลันร้อนผ่าวขึ้นมาอีกครั้ง

“นั่นก็เป็นสิ่งที่ลูกปรารถนาเช่นกันเจ้าค่ะ แต่ตำแหน่งของลูกจะมั่นคงหรือไม่ สุดท้ายก็ขึ้นอยู่กับว่าท่านพ่อและตระกูลเหยียนจะยืนหยัดอยู่ในราชสำนักได้นานเพียงใด” นางจงใจใช้ตัวเองเป็นตัวประกัน เพราะรู้ดีว่าบิดาเป็นขุนนางตงฉินที่อาจจะยอมหักไม่ยอมงอเพื่ออุดมการณ์ แต่หากอุดมการณ์นั้นต้องแลกด้วยชีวิตของบุตรสาวที่เขารักสุดหัวใจ อีกฝ่ายจะไม่มีวันยอมให้ความประมาทเพียงนิดมาทำลายทุกอย่าง

เหยียนจงซู่กลายเป็นฝ่ายอึ้งไปครู่ใหญ่ ก่อนจะส่ายหน้าช้าๆ

“ยามนี้ไม่มีเชื้อพระวงศ์ที่คอยช่วยงานฝ่าบาทอย่างใกล้ชิดเหมือนในอดีต” เหยียนจิ้งอีเอ่ยถึงปัญหาหลักในตอนนี้ที่ตระกูลเหยียนต้องแบกรับไว้

ในอดีตยังมีเชื้อพระวงศ์คอยช่วยแบ่งเบาราชกิจ รับตำแหน่งตามกรมต่างๆ บรรดาองค์ชายต่างแย่งชิงตำแหน่งผู้คุมสอบ เพราะนั่นหมายถึงการได้เป็นอาจารย์ของขุนนางใหม่ เป็นการสร้างฐานอำนาจและดึงคนเก่ง แต่ยามนี้เมื่อไร้การแย่งชิงบัลลังก์ จู่เข่ากวนเช่นเขาจึงตกเป็นเป้าโจมตีได้ง่าย

“กลับเป็นเจ้าที่มองเรื่องนี้ออกก่อนพ่อเสียอีก”

เพราะจดหมายเตือนฉบับนั้น เขาจึงกราบทูลฮ่องเต้ว่า บัณฑิตใต้หล้าล้วนเป็นศิษย์ของโอรสสวรรค์ ในเมื่อฝ่าบาทมีพระประสงค์จะคัดเลือกคนจริง เหตุใดไม่ทอดพระเนตรด้วยพระองค์เอง

คิดไม่ถึงว่าฮ่องเต้จะทรงรับฟังจริง อีกทั้งยังพาบุตรสาวของเขาออกจากวังไปด้วย

เพียงแค่นึกถึงเหตุลอบปลงพระชนม์เมื่อคืน หัวใจของเหยียนจงซู่ก็เหมือนถูกแช่อยู่ในธารน้ำแข็ง เดิมทีเขายังหวั่นว่าฝ่าบาทจะทรงหวาดระแวง ว่าเขาอาจเป็นคนวางแผนลอบปลงพระชนม์ ทว่าคิดไม่ถึงว่าเฉิงจงฮ่องเต้กลับใช้โอกาสนี้กวาดล้างเสี้ยนหนามอย่างรวดเร็ว

เขาไม่อาจใช้บรรทัดฐานเดิมมาวัดโอรสสวรรค์พระองค์นี้ได้จริงๆ

“ตอนนี้ทุกคนต่างรู้แล้วว่าฝ่าบาทมีพระประสงค์จะผลัดเปลี่ยนขุนนางเลือดใหม่ที่ไร้แรงสนับสนุน... แต่ท่านพ่อเจ้าคะ ลูกมั่นใจว่าต้องมีคนคิดจับปลาในน้ำขุ่น” เหยียนจิ้งอีไอเบาๆ ก่อนจะฝืนเอ่ยต่อ ดวงตาที่ยังชื้นเพราะพิษไข้กลับฉายประกายเฉียบคม

“ท่านพ่อควรจับตาดูบัณฑิตเหล่านั้นให้ดี บางคนอาจดูเหมือนยากจน ทว่าเบื้องหลังกลับมีผู้ใดผู้หนึ่งคอยชักใยอยู่ก็เป็นได้”

 


อีบุ๊กในเด็กดีลงครบแล้วนะคะ ส่วนในถนัดในเมพ ก็กดจิ้มได้เลย

เล่ม 1 เล่ม 2 และ เล่ม 3 รีบกดเลยน้า