บทที่ 43.2 ต่างฝ่ายต่างรอตำแหน่งว่าง
บทที่ 43.2 ต่างฝ่ายต่างรอตำแหน่งว่าง
บทที่ 43.2 ต่างฝ่ายต่างรอตำแหน่งว่าง
เหยียนจิ้งอีกลับคิดว่าตนโชคดีนักที่ป่วยเอายามนี้! นี่คือข้ออ้างอู้งานที่มาถึงได้ถูกจังหวะยิ่งนัก
ชาติก่อนหลังฮองเฮาถูกปลด วังหลังไร้ผู้ดูแล ฮ่องเต้จึงแต่งตั้งให้นางขึ้นเป็นกุ้ยเฟย คอยจัดการเรื่องราวในหกตำหนักแทน แต่ชาตินี้เมื่อทุกอย่างเกิดขึ้นในจังหวะที่ไทเฮายังพำนักอยู่ในวังหลัง การให้พระองค์ถือตราหงส์แทนย่อมเหมาะสมกว่า
เพราะตราหงส์อยู่ในมือไทเฮา ทำให้มีบางคนใจกล้ารีบร้อนตุ๋นน้ำแกงไปถวายห้องทรงพระอักษรแล้ว รอเพียงไม่กี่เดือนหลังการคัดเลือกสาวงามเข้าวัง เกรงว่าคงมีดอกบัวขาวผลิบานเต็มวังหลังแน่
ส่วนผู้ใดอยากชิงความโปรดปราน ผู้ใดอยากแสดงความอ่อนหวานต่อหน้าฝ่าบาท… ก็ปล่อยให้พวกนางขับเคี่ยวกันไปเถิด ในเมื่อผู้อื่นเก่งแล้ว ก็ให้เขาทำกันไป นางจะได้เกษียณอายุเสียที นี่นับว่ามีแต่เรื่องดีที่หายากยิ่ง เหยียนจิ้งอีแหงนหน้าหัวเราะออกมาเบาๆ อย่างอารมณ์ดี
“แค็กๆ”
“พระสนมเพคะ” ฉิงเหอก้าวเข้ามาด้วยสีหน้าร้อนใจ “ถึงเวลาต้องเสวยโอสถแล้วเพคะ”
“เพิ่งดื่มไปเองมิใช่หรือ”
“นั่นเมื่อหนึ่งชั่วยามก่อนแล้วเพคะ”
เหยียนจิ้งอีพลันถูกคำพูดของนางกำนัลทำเอาบื้อใบ้ไร้วาจา
ยามนี้ถามว่านางคิดถึงสิ่งใดในยุคสองพัน ก็คงหนีไม่พ้นยาเม็ดนั่นแหละ อย่างน้อยก็กลืนทีเดียวจบ ผู้ใดจะเข้าใจรสขมฝาดของยาน้ำพวกนี้บ้าง
“ข้ายังไม่อยากดื่ม...” นางขยับตัวหนีเข้าไปในผ้าห่ม สีหน้าคับแค้นใจ “รออีกหน่อยก็แล้วกัน ข้ายังง่วงอยู่เลย”
นางกำนัลลอบสบตากันอย่างจนใจ
ตั้งแต่เสียนเฟยล้มประชวร ก็พยายามต่อรองเรื่องดื่มยามาตลอดทั้งวัน
ขณะที่ฉิงเหอกำลังคิดจะเอ่ยเกลี้ยกล่อมต่อนั้น
“ยายิ่งเย็นจะยิ่งขม” น้ำเสียงเรียบนิ่งพลันดังขึ้นที่หน้าประตู ตามมาด้วยเสียงคุกเข่าถวายพระพรเป็นทอดๆ
เหยียนจิ้งอีชะงักค้าง ดวงตาเบิกกว้างขึ้นอย่างคาดไม่ถึง
เดี๋ยวนะ...
เขามาที่นี่ทำไม
นางยังเป็นไข้อยู่!
สตรีบางคนลืมไปเสียสนิทว่า ตนเองแสร้งป่วยมาเกินครึ่งเดือนแล้ว
หลี่เฉิงก้าวเข้ามาภายในห้อง กลิ่นหมึกจางๆ และไอเย็นจากด้านนอกติดมากับฉลองพระองค์สีเข้ม ดวงตาคมกริบเหลือบมองชามยาที่ยังวางอยู่บนโต๊ะ ก่อนทอดมองสตรีที่กำลังดึงผ้าห่มขึ้นมาถึงปลายคางเงียบๆ
“เมื่อครู่ยังได้ยินเสียงหัวเราะของเสียนเฟยจากด้านนอก”
“...” เหยียนจิ้งอีเม้มริมฝีปากทันที
“เหตุใดพอถึงเวลาดื่มยา กลับป่วยหนักขึ้นมาเสียแล้ว”
ฉิงจูรีบก้าวเข้ามาช่วยถอดเสื้อคลุมกันลมตัวนอกออกจากพระวรกายอย่างรู้งาน ในขณะที่ฉิงเหอรีบยกชามยาที่เพิ่งเคี่ยวเสร็จใหม่ๆ มาถวาย
หลี่เฉิงรับถ้วยยามาไว้ในมือก่อนนั่งลงข้างตั่ง ดวงตาสีนิลลึกล้ำพิศมองใบหน้าจิ้มลิ้มที่โผล่ออกมาจากกองผ้านวมหนา
สองแก้มนิ่มของนางแดงเรื่อ ปลายจมูกรั้นขึ้นสีเหมือนกระต่ายขี้ตกใจ ดวงตาเรียวยาวปรือปรอยฉ่ำวาวไปด้วยพิษไข้ มีเพียงริมฝีปากบางที่ยังเม้มเข้าหากันอย่างดื้อรั้น ท่าทางเช่นนี้ยิ่งชวนให้คนทั้งสงสารทั้งจนใจจะจัดการ
มิน่า นางกำนัลทั้งหลายจึงตามใจนางจนเคยตัว
“อาอี ยาอุ่นๆ จะไม่ขม...” น้ำเสียงทุ้มต่ำคล้ายล่อหลอก ในขณะที่อีกฝ่ายเผลอกลอกตา
ท่านหลอกเด็กสามขวบอยู่เรอะ!
อีบุ๊กในเด็กดีลงครบแล้วนะคะ ส่วนในถนัดในเมพ ก็กดจิ้มได้เลย