บทที่ 43.3 ต่างฝ่ายต่างรอตำแหน่งว่าง
บทที่ 43.3 ต่างฝ่ายต่างรอตำแหน่งว่าง
บทที่ 43.3 ต่างฝ่ายต่างรอตำแหน่งว่าง
ท่าทางนั้นทำให้เขาเผลอนึกไปถึงบัณฑิตหนุ่มในชุดสีขาวบริสุทธิ์เมื่อวาน ยามนั้นคุณชายเหยียนยังห่มหนังของบัณฑิตหนุ่มผู้สุภาพเรียบร้อย ท่าทางสุขุมคัมภีรภาพแม้จะถูกเขากุมมือขณะเดินชมร้านรวงต่างๆ ตลอดเส้นทาง...
ก่อนจะไพล่นึกไปถึงความเร่าร้อนในค่ำคืนที่ผ่านมา เสียงหวานครางผะแผ่วร้องขอให้เขาผ่อนปรนครั้งแล้วครั้งเล่านั้น ช่างชวนให้คนยิ่งอยากรังแกซ้ำๆ ยิ่งนัก
หลี่เฉิงเม้มริมฝีปากเล็กน้อย พลางยกกำปั้นขึ้นกดมุมปากคล้ายกลบเกลื่อนบางอย่าง ทว่าดวงตาที่ทอดมองเสียนเฟยกลับมีประกายอ่อนลงอย่างเห็นได้ชัด
ฉิงเหอกับฉิงจูเห็นท่าทางนั้นก็รีบก้มหน้าลงแทบพร้อมกัน
เมื่อคืนพวกนางเป็นคนเข้ามาเก็บกวาดห้องบรรทมตอนฮ่องเต้พาพระสนมไปสรงน้ำ นึกถึงเตียงกว้างยุ่งเหยิงเปียกชื้นที่ต้องรีบผลัดเปลี่ยนใหม่ ไหนจะเสียงหวานแผ่วพร่าของเสียนเฟยที่ดังลอดม่านออกมาเป็นระยะ รวมถึงรอยแดงจ้ำบนลำคอและหัวไหล่ขาวนวลที่ซ่อนอยู่ใต้อาภรณ์ในยามนี้ ก็ยากจะไม่ให้ยินดีที่ทรงได้รับความโปรดปราน
หลี่เฉิงเหลือบมองชามยาในมือ ก่อนเอ่ยสั่ง
“เอาช้อนมา”
ฉิงเหอรีบส่งช้อนกระเบื้องให้อย่างรู้งาน
โอรสสวรรค์ค่อยๆ ตักยาแล้วส่งไปตรงริมฝีปากบางที่เม้มแน่น
“อ้าปาก”
เหยียนจิ้งอีชะงักไปเล็กน้อย นางยังจะทำอะไรได้อีกเล่า
สวรรค์ เวลานางป่วยก็แค่ต้องการวันลา ไม่ได้ต้องการให้เจ้านายมาปรนนิบัติ แต่ด่าไปก็เท่านั้น สุดท้ายจึงได้แต่ยอมอ้าปากอย่างว่าง่าย ดื่มยาทีละช้อนราวกับลูกนกที่ถูกป้อนอาหาร
ภายในห้องเงียบกริบ มีเพียงกลิ่นยาขมลอยอวล
ชายหนุ่มป้อนนางช้าๆ รอจนมั่นใจว่าไม่สำลักแล้วจึงตักป้อนต่อ ทว่าสีหน้าของเหยียนจิ้งอียิ่งมาก็ยิ่งยับย่นจนแทบดูไม่ได้
นางขมจะตายแล้ว ยาพวกนี้คิดจะฆ่าคนชัดๆ มือบางรีบเอื้อมมารับชามยาไปทันที
“หม่อมฉันดื่มเองดีกว่าเพคะ” เอ่ยจบก็กลั้นใจยกชามขึ้น กระดกดื่มรวดเดียวจนหมด
รสขมฝาดแล่นขึ้นมาจนน้ำตาคลอ
ฉิงเหอรีบยกจานเล็กเข้ามาถวาย
เหยียนจิ้งอีไม่เหลือท่าทางสุขุมเยือกเย็นของเสียนเฟยแม้แต่น้อย รีบหยิบลูกกวาดสีขาวนวลใส่ปากแทบทันที สีหน้าคล้ายรอดชีวิตจากภัยพิบัติครั้งใหญ่
หลี่เฉิงเลิกคิ้วขึ้นเล็กน้อย มองสตรีที่กำลังอมลูกอมแก้มพองเงียบๆ
“นั่นคืออะไร”
เหยียนจิ้งอีชะงักไปครู่หนึ่ง ก่อนตอบเสียงอู้อี้
“ลูกอมรสนมเพคะ”
โอรสสวรรค์นิ่งเงียบไปชั่วขณะ ปกติแล้ว มีเพียงเด็กเล็กเท่านั้นที่ต้องอมของหวานหลังดื่มยา ทว่าเสียนเฟยตรงหน้ากลับอมลูกอมอย่างจริงจังยิ่งกว่าเด็กเสียอีก
มุมปากหยักจึงค่อยๆ ยกขึ้นช้าๆ อย่างห้ามไม่อยู่
“เราเคยเห็นแต่เด็กเล็กที่ต้องกินพุทราเชื่อมหลังดื่มยา ไม่คิดว่าเสียนเฟยที่โตถึงเพียงนี้ยังต้องพึ่งพาลูกอม”
“พุทราเชื่อมมีรสหวานอย่างเดียว เพียงครู่ก็กลบรสขมไม่อยู่ ไม่สู้ลูกอมเพคะ” นางเถียงกลับอย่างดื้อรั้น
ท่านไม่ได้ดื่ม อย่ามาทำรู้ดีไปหน่อยเลย
“แล้วตอนนั้นผู้ใดกันที่เอ่ยว่า ลูกอมมีแต่น้ำตาล”
ได้ๆ พอเป็นเจาฉิงอีแล้วทำอะไรก็ดีไปเสียหมด
เหยียนจิ้งอีเม้มริมฝีปาก อมลูกอมในปากไปพลางพึมพำเสียงอู้อี้
“แต่พระองค์เคยกินลูกอมรสนมหรือไม่เล่า” ดวงตาของนางพลันมีประกายขึ้นมาเล็กน้อยยามพูดถึงของกิน “หม่อมฉันเสียเวลาอยู่ตั้งนานกว่าจะทำรสชาติออกมาได้”
เดิมทีของหวานในยุคนี้ล้วนเน้นหนักไปทางน้ำตาลหรือน้ำผึ้ง นางจึงลองผิดลองถูกอยู่นานกว่าจะทำให้กลิ่นนมเข้มขึ้นและรสสัมผัสนุ่มละมุนอย่างที่ต้องการ
หลี่เฉิงมองสตรีตรงหน้าที่กำลังพูดเรื่องลูกอมอย่างจริงจัง พลันรู้สึกว่าท่าทางของนางในยามนี้... ช่างน่าหยิกแก้มนิ่มเสียจริงๆ
เหล่านางกำนัลที่ยืนอยู่ด้านข้างรีบก้มหน้าลงต่ำทันที พยายามกลั้นรอยยิ้มสุดชีวิต
เสียนเฟยผู้เฉลียวฉลาดแห่งวังหลัง ยามนี้กลับกำลังอวดของหวานของตนต่อหน้าโอรสสวรรค์อย่างภูมิอกภูมิใจ เมื่อกัวกงกงเห็นว่าในที่สุดสีพระพักตร์ที่เคร่งเครียดมาตลอดทั้งวันของฮ่องเต้คลายลงก็สะบัดแส้ให้ทุกคนถอยห่าง
คิดถูกจริงๆ ที่แอบทูลว่าเสียนเฟยประชวร
หลี่เฉิงได้กลิ่นหอมหวานของนม ลมหายใจพลิ้วแผ่วราวกับเชิญชวนนั้น จึงโน้มใบหน้าลง ประทับริมฝีปากลงบนกลีบปากแห้งนิดๆ ของนาง แล้วใช้ปลายลิ้นเลียชิมรสหวานนุ่มนวลแผ่วเบา
เหยียนจิ้งอีเบิกตากว้างทันที
“อื้อ...”
กลิ่นยาขมที่ยังติดอยู่ในปากถูกแทนที่ด้วยกลิ่นหอมเข้มข้นของใบชาภูเขาและลมหายใจอุ่นของอีกฝ่าย ก่อนที่ชายหนุ่มผละออกช้าๆ คล้ายเสียดาย ดวงตายังคงทอดมองนางใกล้เพียงคืบ ก่อนมุมปากจะยกขึ้นเล็กน้อย
“รสชาติไม่เลวจริงๆ”
ใบหน้าของเหยียนจิ้งอีที่เดิมก็แดงเพราะพิษไข้อยู่แล้ว ยามนี้ยิ่งแดงก่ำลามไปถึงปลายหู มือเล็กรีบดึงผ้าห่มขึ้นมาปิดครึ่งหน้าแทบจะทันที
“ฝ่าบาท...” น้ำเสียงนั้นทั้งเบาทั้งขุ่นข้องจนหลี่เฉิงเกือบหัวเราะออกมาอีกครั้ง
“มาเถอะ เราจะนอนเป็นเพื่อนเจ้า”
เหยียนจิ้งอีกำลังจะอ้าปากประท้วงเพราะกลัวเขาติดหวัด ทว่าเมื่อเงยหน้าขึ้นกลับเห็นดวงตาคมคู่นั้นแดงก่ำไปด้วยเส้นเลือดฝอยจางๆ เห็นได้ชัดว่าอีกฝ่ายแทบไม่ได้พักผ่อนมาตลอดทั้งคืน
จึงฝืนกลืนคำพูดที่เหลือลงไป
ช่างเถอะ... เมื่อครู่นางถูกฮ่องเต้สุนัขเลียปากไปแล้ว ถึงจะเอ่ยปากไล่ก็คงไม่ทัน คิดถึงตรงนี้จึงยอมขยับตัวหลบเข้าไปด้านในอย่างเงียบๆ
อย่างน้อยก็มีเจ้านายอู้งานเป็นเพื่อน
“มีไอมังกรของฝ่าบาทคอยคุ้มกัน นับเป็นกำไรของหม่อมฉันเพคะ” มาลองดูกันว่าไอมังกรที่เขาว่า จะสารพัดประโยชน์แค่ไหน
หลี่เฉิงเห็นท่าทางยอมจำนนของนาง หัวใจพลันอ่อนยวบลงอย่างสุดประมาณ ก่อนจะถอดฉลองพระองค์ชั้นนอกออกแล้วเอนกายลงนอน
ภายในตั่งอุ่นยังคงอบอวลไปด้วยกลิ่นสมุนไพร กลิ่นหมึกจางๆ และกลิ่นหอมนุ่มของลูกอมรสนมที่ผสมผสาน ราวกับความเหน็ดเหนื่อยและความอ่อนโยนกำลังหลอมรวมเข้าด้วยกัน
ร่างบางถูกเขาดึงเข้าไปในอ้อมแขนพร้อมกับที่ฝ่ามืออุ่นสอดเข้ามากุมมือเล็กไว้ใต้ผ้าห่ม
ไม่รู้เพราะฤทธิ์ยา หรือเพราะมีคนผู้นี้อยู่ข้างกาย เปลือกตาของนางจึงเริ่มหนักขึ้นเรื่อยๆ
หลี่เฉิงเหลือบมองสตรีที่ค่อยๆ ซุกตัวเข้ามาในอ้อมแขนโดยไม่รู้ตัว ดวงตาคมที่เดิมเย็นเยียบมาตลอดทั้งวันพลันอ่อนลงอย่างหาได้ยาก ปลายนิ้วของเขาลูบผ่านหลังมือเล็กแผ่วเบา
“นอนเถิด”
ไม่ใช่แค่เพียงตัวนางที่ต้องพักผ่อน แม้แต่ตัวเขาเองก็เช่นกัน
เพียงได้เอนกายลงนอนเคียงข้างนาง หลี่เฉิงก็เพิ่งตระหนักว่า ในวังหลวงที่แสนกว้างใหญ่แห่งนี้ กลับมีเพียงข้างกายนางเท่านั้น ที่ทำให้เขาสามารถผ่อนคลายลงได้อย่างแท้จริง
อีบุ๊กในเด็กดีลงครบแล้วนะคะ ส่วนในถนัดในเมพ ก็กดจิ้มได้เลย