บทที่ 7.1 วันลาไม่มีอยู่จริง
บทที่ 7.1 วันลาไม่มีอยู่จริง
เด็กน้อยสะดุ้งเฮือก สองมือเล็กจิกลงบนขอบโต๊ะจนปลายนิ้วขึ้นสีขาว พยายามบังคับร่างกายที่สั่นเทิ้มให้สงบลง แววตาที่จ้องมองบุรุษตรงหน้าลึกซึ้งและเยียบเย็นจนเกินวัย
เขาจำได้แม้กระทั่งว่าเสียงทุ้มต่ำที่แฝงความกดดันและเข้มงวดนี้เคยเรียกชื่อเขาซ้ำแล้วซ้ำเล่าอย่างไร เหมือนวิญญาณของเขาถูกกระชากกลับไปยังอดีตอันแสนยาวนาน
เหยียนจวิน... นี่ไม่ใช่ชื่อที่ท่านปู่ตั้ง แต่กลับเป็นชื่อที่ทรราชผู้นี้เคยประทานให้เขาในภายหลัง
เหตุใดชาตินี้ทุกอย่างกลับยังเริ่มต้นเหมือนเก่า
ชั่วขณะหนึ่งเขานึกว่าคนตรงหน้าคือฮ่องเต้กระหายเลือดผู้ทำลายล้างทุกสิ่งคนเดิม แต่ครั้นเพ่งมอง กลับพบว่ามีบางอย่างที่ต่างออกไป
บุรุษที่นั่งอยู่เบื้องหน้าผู้นี้ยังเยาว์วัยนัก แววตายังไม่ถูกปกคลุมด้วยความด้านชาและกลิ่นคาวเลือดที่รุนแรงเท่ากับคนในความทรงจำ แม้จะเป็นคนคนเดียวกัน แต่กลับดูเหมือนไม่ใช่คนคนเดิมเสียทีเดียว
เฉิงจงฮ่องเต้ตวัดปลายพู่กันอย่างมั่นคง ท่วงท่าองอาจดุดันสะท้อนผ่านปลายพู่กันจนปรากฏเด่นชัดอยู่บนแผ่นกระดาษ ลายพระหัตถ์ที่เปี่ยมด้วยไอสังหารและอำนาจเช่นนี้ หากผู้ใดได้ครอบครองย่อมเท่ากับได้ถือครองสมบัติล้ำค่าที่หาไม่ได้อีกแล้วในใต้หล้า
กัวกงกงที่ยืนอยู่ใกล้ที่สุดถึงกับชะงัก ก่อนจะรีบก้มหน้าลงอย่างรู้ความ
เหยียนจิ้งอีมองอักษรเฉียบคมบนกระดาษ ริมฝีปากบิดเป็นรอยยิ้มหยัน
‘จวิน’
ความหมายของมันไม่ใช่เพียงทหาร แต่คืออำนาจแห่งกองทัพ
ในเมื่อฮ่องเต้กล้าประทานคำนี้ให้ผู้สืบทอดในตระกูลนักปราชญ์ก็อย่าได้เสียใจภายหลัง นางกล้าให้น้องชายก้าวเข้าสู่สนามรบ
แค่ตระกูลเหยียนถือพู่กันท่านยังระแวงขนาดนี้ หากเปลี่ยนมาจับดาบ...
ตัวเขาต่างหากที่จะกล้าเผชิญหน้าหรือไม่
“ดียิ่ง” น้ำเสียงหวานเยือกเย็นก่อนจะลูบศีรษะเล็กของน้องชาย “รีบขอบพระทัยฝ่าบาทเร็วเข้า”
น้ำเสียงของพี่สาวดึงสติของเด็กน้อยให้กลับคืนมา เมื่อแหงนหน้าขึ้นมองอีกฝ่ายจึงสบกับดวงตางดงามที่ทอประกายกล้า ราวกับไม่หวั่นเกรงต่ออำนาจใด
นี่คือพี่สาวที่ฉลาดปราดเปรื่องและกล้าหาญของเขา เป่าเอ๋อร์แทบจะสัมผัสได้ถึงความรู้สึกท้าทายของอีกฝ่ายที่มีต่อโอรสสวรรค์
นั่นสินะ ในเมื่อพระองค์กล้าประทานชื่อนี้ให้ ก็อย่าเสียใจภายหลังก็แล้วกัน
เจ้าตัวน้อยคลานขึ้นโต๊ะทันทีหลังได้ยินคำสั่งพี่สาว ถึงตัวจะอ้วนเหมือนถังน้ำ แต่ยามคลานสี่ขากลับว่องไวยิ่งนัก คนในห้องยังไม่ทันร้องห้าม เจ้าก้อนแป้งข้าวเหนียวก็คลานไปทับกระดาษแล้วยื่นแขนป้อมๆ ออกไป
หมับ!
ด้านหลังคอเสื้อของเสี่ยวเป่าถูกฝ่ามือใหญ่คว้าเอาไว้แล้วหิ้วตัวขึ้น เจ้าตัวเล็กดีดดิ้นร้องโวยวายเมื่อพลาดเป้าจากพู่กัน
เจ็บใจยิ่งนัก หากเป็นชาติก่อน หากเขาโตกว่านี้...
“ใจกล้าไม่เบา” น้ำเสียงทุ้มต่ำแฝงแรงกดข่มและกลิ่นอายสังหาร จนเหล่านางกำนัลแข้งขาอ่อนรีบคุกเข่าลง
ใครกลัวท่านกัน ชาติก่อนข้าเคยแทงท่านได้หนึ่งแผลด้วยซ้ำ! เป่าเอ๋อร์ตะโกนก้องในใจพลางแยกเขี้ยวใส่
น่าเสียดายที่ตอนนี้นิ้วมืออวบอ้วนคว้าได้เพียงอากาศ ทว่าถึงไม่ได้พู่กัน แต่เท้าเล็กๆ ก็ถีบใส่จานฝนหมึกจนกระเด็น กลิ่นหมึกดำยังไม่ทันแห้งดีลอยอวลอยู่เหนือกระดาษเซวียนจื่อ ราวกับกลิ่นเลือดที่เพิ่งหลั่งในสนามรบ
หลี่เฉิงจ้องลึกเข้าไปในดวงตากลมโตที่วาวโรจน์ด้วยโทสะ มุมปากยกยิ้มท้าทายขณะวางเจ้าก้อนแป้งลงบนตักกว้างแทนที่จะส่งคืนให้พี่สาว
“เหยียนจวิน ช่างเหมาะกับเจ้าจริงๆ”
พยศสมกับชื่อที่เขาตั้งให้ นับว่าไม่เสียแรงที่ตวัดพู่กัน
ทุกคนในห้องต่างไม่รู้ว่าควรทำเช่นไร หากจะเอ่ยว่าฮ่องเต้กริ้ว ก็เอ่ยได้ไม่เต็มปาก หากจะเอ่ยว่าโปรดปราน แต่ท่าทางที่กำลังงัดข้อกับเด็กขวบหนึ่งนี่เรียกว่าอะไร
เหยียนจิ้งอีสูดลมหายใจเข้าลึก นางไม่เคยรับมือกับฮ่องเต้ที่เป็นเช่นนี้มาก่อน
“นี่ก็ใกล้เที่ยงแล้ว ฝ่าบาทจะโปรดให้ตั้งสำรับเลยหรือไม่เพคะ”
“ก็ดี เจ้าตัวอ้วนนี่น่าจะหิวจนกินเนื้อคนแล้ว”
หลี่เฉิงเลิกคิ้วมองเด็กน้อยที่พยายามฝังฟันสี่ซี่ลงบนแขนของเขาอย่างเอาเป็นเอาตาย ทว่านอกจากความเปียกชื้นของน้ำลายและความรู้สึกคันยิบๆ แล้ว เขากลับไม่รู้สึกสะเทือนผิวแม้แต่น้อย
ชายหนุ่มแค่นหัวเราะในลำคอพลางรวบตัวก้อนแป้งที่กำลังลอบสังหารตนเองด้วยการงับแขนขึ้นมาอุ้มไว้ด้วยมือเดียว ท่าทางคล่องแคล่วเหมือนกำลังแบกถังข้าวสารนั้นทำให้เหยียนจิ้งอีถึงกับพูดไม่ออก
“เช่นนั้นหม่อมฉันกับบุตรชายขอทูลลาเพคะ” ฟางซื่อรีบก้าวเข้ามาอย่างรู้จังหวะ
“ช่วงนี้เสียนเฟยไม่ค่อยอยากอาหาร” หลี่เฉิงเอียงหน้ามองหญิงสาวที่ยืนอยู่ด้านข้าง หางตาเฉี่ยวยกขึ้น “หากมีเหยียนฮูหยินร่วมโต๊ะอาหาร นางคงกินได้มากขึ้น”
จู่ๆ เขาก็มาเยือนโดยไม่บอกกล่าวล่วงหน้า เรื่องนี้ไม่ต่างจากลาป่วยแล้วถูกหัวหน้าลากตัวกลับมาทำงาน
วันลาไม่มีอยู่จริง!
-----
สภาพ ปกติมีแต่เนื้อคู่ฉันยังเพิ่งเกิด นี่เนื้อคี่ เอ๊ย คู่ปรับเพิ่งเกิด
เมื่อจิ้งอีบอกทั้งสองหนุ่มว่าเลิกตีกันสักที
เสี่ยวเป่า : รับรู้ แต่ไม่รับเรื่อง
อีเต้ : รับเรื่อง แต่ไม่รับทราบ
ตีกันฉ่ำทั้งเรื่อง