LNCrawler

บทที่ 8.2 ทำงานเกินหน้าที่

ปิดตอน 9/9 ชาตินี้ไม่ขอทำโอที เลิกตายฟรีแทนฮ่องเต้ — novel.dek d.com · All chapters

บทที่ 8.2 ทำงานเกินหน้าที่

 

เหยียนจวินกลุ้มใจนัก!

ไม่รู้ว่าที่สวรรค์ส่งเขาย้อนอดีตกลับมานี้เป็นพรหรือคำสาป ถึงแม้ตอนนี้เรื่องราวเลวร้ายจะยังไม่เริ่มต้นขึ้น และเขายังสามารถป้องกันได้ทัน แต่เขาที่มีอายุแค่หนึ่งขวบปีกลับไร้กำลังจะแก้ไขสิ่งใด

ตอนใกล้จะสิ้นลมหายใจเขาคงฟุ้งซ่านเกินไปจริงๆ ต้องโทษเสียงสวดมนต์น่ารำคาญของนักบวชกลุ่มนั้นที่ทำให้เขาลืมต่อรองเงื่อนไขให้รัดกุม

เสี่ยวเป่านั่งทึ้งผมบนศีรษะเล็กที่มีอยู่เพียงไม่กี่เส้น สีหน้าขมขื่นเกินวัย

“ในวังวันนี้เป็นอย่างไรบ้าง” เมื่อเหยียนจงซู่ก้าวเข้ามาก็เห็นบุตรชายทำหน้ายับย่น

“ท่านพี่” ฟางซื่อรีบเดินเข้ามาต้อนรับสามี

ปีนี้เขาอายุย่างเข้าสี่สิบปีแล้ว แต่กาลเวลากลับทำอะไรเขาไม่ได้เลย เหยียนจงซู่ยังคงเป็นบุรุษที่มีรูปลักษณ์โดดเด่น ผิวขาวสะอาดและรูปร่างสูงโปร่งตามแบบฉบับบัณฑิตผู้มีความรู้ ท่วงท่าสุภาพนุ่มนวลทว่าสง่างาม

ต่อให้ยืนอยู่ท่ามกลางฝูงชน ก็ยังเป็นบุรุษที่สะดุดตาที่สุดโดยไม่ต้องพยายาม

ฟางอวี้หนิงจึงตกหลุมรักความสุขุมนี้ตั้งแต่แรกพบหน้า

แม้การแต่งงานจะเกิดขึ้นจากการจัดการของผู้ใหญ่ แต่นางกลับรู้สึกว่าตนเองโชคดีเหลือเกินที่ได้สามีที่ทั้งเก่งกาจ อ่อนโยน และหล่อเหลาถึงเพียงนี้

ตลอดหลายปีที่ผ่านมา เขาไม่เพียงเปี่ยมด้วยความสามารถ แต่ยังอ่อนโยนและให้เกียรตินางเสมอ

ในเมืองหลวง ไม่รู้มีกี่สายตาที่แอบอิจฉานางอยู่เงียบๆ

“พะ...พ่อ!” เด็กน้อยพอเห็นบิดาก็โผเข้าหา

“เด็กคนนี้นี่” ฟางซื่อส่ายหน้ายิ้มๆ เมื่อเห็นสามีตามใจบุตรชาย

มิได้กังวลว่าเสี่ยวเป่าจะรบกวนผู้เป็นบิดา ตรงกันข้าม นางกลับยินดีให้คนในครอบครัวใกล้ชิดกันมากขึ้น อาจเป็นเพราะนางเติบโตมาท่ามกลางความรัก จึงเห็นความอบอุ่นในเรื่องเล็กน้อยเหล่านี้สำคัญยิ่งกว่าสิ่งใด

เหยียนจงซู่รับบุตรชายขึ้นนั่งบนตัก สายตาที่มองเด็กน้อยอ่อนลง คิดไม่ถึงว่าในวัยเช่นนี้ เขาจะยังได้อุ้มบุตรชายอีกคน เพียงเห็นเด็กน้อยตรงหน้า ก็ทำให้นึกถึงบุตรสาวตัวน้อยในอดีตที่ชอบออดอ้อนอยู่ข้างกาย

ปากเล็กแดงระเรื่อเหมือนผลอิงเถามักจะคอยเรียกท่านพ่ออยู่เสมอนั้น ทำให้เขามีความสุขเหนือสิ่งอื่นใด เหยียนจิ้งอีเปรียบเสมือนดวงใจของผู้เป็นบิดา การต้องส่งตัวนางเข้าวังนั้นย่อมไม่ต่างอันใดกับการควักหัวใจของเขาให้ผู้อื่นเหยียบย่ำ

“อาการของพระสนมเป็นอย่างไรบ้าง”

“พระสนมไม่ได้เป็นอะไรมากเจ้าค่ะ ฮ่องเต้ทรงโปรดปรานนางมาก ถึงกับสั่งให้พ่อครัวดูแลเรื่องอาหารการกินเป็นพิเศษ ทั้งยังรั้งพวกเราไว้ร่วมโต๊ะเสวยกับพระสนมเพื่อให้นางเจริญอาหารขึ้นด้วย” เมื่อเห็นสีหน้าผ่อนคลายของผู้เป็นสามี ฟางซื่อเห็นสามีเงียบไปจึงเอ่ยต่ออย่างระมัดระวัง

“อีกเรื่องหนึ่ง ฝ่าบาททรงเห็นว่าเสี่ยวเป่ายังไม่มีชื่อที่เป็นทางการ จึงทรงมีเมตตาประทานนามให้เขาเจ้าค่ะ”

ตามธรรมเนียมที่ยึดถือกันมา มักจะรอให้เด็กอายุครบขวบปีเสียก่อนจึงจะตั้งชื่อจริงเพื่อเป็นการแก้เคล็ดและคุ้มครองเด็กให้เติบโตอย่างปลอดภัย ทว่าในเมื่อโอรสสวรรค์ทรงเป็นผู้ประทานนามให้ด้วยพระองค์เองเช่นนี้ ย่อมถือเป็นเกียรติยศสูงสุดที่ไม่อาจปฏิเสธได้

เพียงแต่นางยังมีความกังวลสายหนึ่ง จึงยังไม่กล้าบอกออกไปในทันทีว่านามนั้นคือคำใด

“ไม่เอา” จู่ๆ เสี่ยวเป่าที่นิ่งเงียบมานานก็พองแก้มแล้วยู่ปาก “ไม่เอา ไม่ชอบ”

เหยียนฮูหยินเห็นท่าทางของบุตรชายแล้วพลันรู้สึกทั้งขันทั้งจนใจ ความกังวลที่มีแต่เดิมคลายลง

“อาจเป็นเพราะเสี่ยวเป่าไม่เคยเจอบุรุษที่มีท่วงท่าน่าเกรงขามมาก่อน อีกทั้งเขายังติดพี่สาวแจ ท่านไม่รู้อะไร พอไปถึงเขาก็เรียกอีอี อีกทั้งยังพุ่งไปหาได้ถูกคน จากนั้นไม่ว่าอย่างไรก็ไม่ยอมผละจากอ้อมกอดพี่สาว”

เหยียนจงซู่เลิกคิ้วมองบุตรชายคนเล็กที่มักจะเป็นเด็กเรียบร้อยว่าง่ายจนติดจะเคร่งขรึม อีกทั้งยังถือตัวยิ่ง คิดไม่ถึงว่าตอนนี้จะรู้จักอ้อนคนแล้ว

“เพราะเขาแย่งพี่สาวกับฝ่าบาท จึง... เอ่อ” ฟางซื่อมีสีหน้าจนใจ “จึงแผลงฤทธิ์เดชใส่พระองค์ไปบ้าง ฝ่าบาทเห็นเขาแข็งแรงมีพละกำลังอีกทั้งไม่ยอมคน จึงพระราชทานนามว่า ‘จวิน’ เจ้าค่ะ”

นางเดินไปหยิบลายพระหัตถ์ออกมาให้สามี หากเป็นจวนอื่นป่านนี้คงนำไปใส่กรอบแขวน เตรียมจัดงานเลี้ยงไปสามวัน

เหยียนจงซู่เห็นลายพระหัตถ์ที่เฉียบคมดุดันประหนึ่งตวัดกระบี่แล้วนั้น ดวงตาพลันวูบไหวอย่างมิอาจปิดบัง

“จวิน... ที่แปลว่ากองทัพงั้นหรือ” เขาพึมพำเสียงแผ่ว พลางก้มมองเจ้าตัวเล็กบนตักที่กำลังทำท่าทางฮึดฮัดไม่ยอมคน นามนี้เปี่ยมด้วยไอสังหารและกลิ่นอายแห่งสมรภูมิ

หากเป็นเกียรติ ก็ยิ่งใหญ่เกินฐานะ

หากเป็นความหมายแฝง ก็ยิ่งน่าหวั่นใจ

“ฝ่าบาททรงพระเมตตา” ปลายนิ้วของเขาแตะศีรษะบุตรชายอย่างแผ่วเบา ก่อนจะค่อยๆ ถอนสายตากลับมา น้ำเสียงยังคงสงบนิ่งเช่นเดิม

เพียงแต่ในใจกลับมิอาจวางลง ได้แต่ครุ่นคิดถึงท่าทีของบิดาตนเอง หากท่านราชครูผู้เคร่งครัดและถ่อมตัวมาตลอดชีวิตได้ยินนามนี้เข้า ห้องโถงหลักของจวนสกุลเหยียนคงได้เกิดพายุย่อมๆ เป็นแน่ เห็นได้ชัดว่าฝ่าบาททรงตั้งใจกลั่นแกล้งราชครูเหยียน

“นอกจากนี้พระสนมยังฝากจดหมายมาถึงท่านด้วยเจ้าค่ะ”

-----------

เอ็นดูวไอ่ต้าว ไม่ต้องห่วงพี่สาว หนูห่วงตัวเองก่อนลูก

อีบุ๊กเล่ม 1 มาแล้วค่ะ ไปรับเด็กน้อยมาเลี้ยงได้

ชาตินี้ไม่ขอทำโอที เลิกตายฟรีแทนฮ่องเต้ เล่ม 1

คลิกอ่านได้เลยค่ะ