LNCrawler

บทที่ 9.2 หลักการทำงานที่นางเผลอลืมเลือน

ปิดตอน 9/9 ชาตินี้ไม่ขอทำโอที เลิกตายฟรีแทนฮ่องเต้ — novel.dek d.com · All chapters

บทที่ 9.2 หลักการทำงานที่นางเผลอลืมเลือน

“ปากดี อย่าคิดว่าได้เลื่อนขั้นแล้วจะข่มข้าลงได้” หลิ่วเจาหยวนถลึงตาอย่างลืมตัว ร่างทั้งร่างสั่นเทิ้มด้วยโทสะ นางเคยชินกับสนมสกุลเหยียนที่ปกติมักรู้หนักเบา วางตัวสงบเสงี่ยมและไม่เคยใช้ความเหนือกว่าของวงศ์ตระกูลมากดข่มใคร ที่สำคัญนางถือดีว่าตนเองได้รับความโปรดปรานจากฮ่องเต้ แม้แต่พระสนมเอกคนอื่นพบนางยังต้องยอมลงให้สามส่วนเพื่อเลี่ยงปัญหา

ทว่าสตรีตรงหน้ายามนี้กลับเปลี่ยนไปราวกับเป็นคนละคน แววตาที่เคยมองข้ามความไร้มารยาทของนาง บัดนี้กลับคมกริบและเย็นเยียบจนน่าขนลุก

“ทำไมข้าจะมิกล้า?” เหยียนจิ้งอีเอ่ยน้ำเสียงเรียบเรื่อย ก้าวเข้าหาอีกฝ่ายอย่างเชื่องช้าจนหลิ่วเจาหยวนต้องเป็นฝ่ายผงะถอยไปหนึ่งก้าวโดยไม่รู้ตัว

“ยามนี้ข้าคือเสียนเฟย เป็นหนึ่งในผู้ปกครองวังหลัง ส่วนเจ้าคือเจาหยวน หากข้าเห็นว่าเจ้าเลอะเลือนจนเสียธรรมเนียม การเรียกหมอหลวงมาตรวจอาการ หรือส่งตัวเจ้าไปรับการสั่งสอนที่ช่างอี๋จวี่ ก็ถือเป็นหน้าที่ที่ข้าพึงกระทำมิใช่หรือ?”

นึกถึงคำพูดของสตรีผู้นี้ในชาติก่อนที่จงใจเหยียดหยามตระกูลเหยียน นางก็จะกดอีกฝ่ายให้จมดิน ชาตินี้อย่าหวังว่าจะปีนป่ายขึ้นไปเป็นพระสนมเอกอีกเลย

“เหยียนเสียนเฟย ไม่ทันไรเจ้าก็ใช้อำนาจข่มเหงผู้อื่นเสียแล้ว ฮ่าๆ ๆ!”

หลิ่วเจาหยวนระเบิดเสียงหัวเราะอย่างบ้าคลั่ง นัยน์ตาที่วาวโรจน์ไปด้วยโทสะจ้องมองสตรีตรงหน้าอย่างไม่ลดละ “บุตรสาวจากตระกูลบัณฑิตผู้สูงส่งที่วันๆ เอาแต่นิ่งเงียบไม่แก่งแย่ง ยึดถือตำราจารีต ที่แท้ก็แค่เปลือกนอกที่ห่อหุ้มความริษยาเอาไว้จนมิดชิดสินะ พอได้ดีเข้าหน่อย ก็เผยตัวตนที่น่าเวทนาออกมา!”

นางก้าวไปข้างหน้า ประจันหน้ากับเหยียนจิ้งอีอย่างไม่เกรงกลัว ฐานะบุตรีจากตระกูลใหญ่หรือกฎระเบียบในวังล้วนไม่อาจใช้กับหลิ่วเจาหยวน ผู้ที่ฮ่องเต้ทรงโปรดปรานเพราะความอหังการและวาจาตรงไปตรงมา

“เจ้าคงคิดว่าการมีตระกูลเหยียนหนุนหลังจะทำให้เจ้ากลายเป็นหงส์ขึ้นมาได้จริงๆ อย่าลืมสิว่าฝ่าบาททรงเกลียดชังพวกที่ชอบยกตำรามาอ้างอำนาจข่มผู้อื่นเป็นที่สุด” หลิ่วเจาหยวนแสยะยิ้ม นึกถึงท่าทีของฮ่องเต้ที่มักจะหัวเราะร่าเมื่อเห็นนางกล้าด่าทอพวกขุนนางคร่ำครึ “หากฝ่าบาททรงรู้ว่าเสียนเฟยผู้เพียบพร้อม แท้จริงแล้วเป็นเพียงสตรีใจแคบที่เที่ยววางอำนาจกับคนของพระองค์ เจ้าคิดว่าฝ่าบาทจะยังยอมรักษาน้ำหน้าตระกูลเหยียนของเจ้าไว้อีกเช่นนั้นหรือ ฮ่าๆ”

“ข้าจะใช้เปลือกนอกหรือไม่ น่าเสียดายเจาหยวนคงไม่มีวันได้รู้” เหยียนจิ้งอีเอ่ยน้ำเสียงเย็นเยียบ ราวกับหยดน้ำค้างที่กลายเป็นน้ำแข็ง “เพราะชีวิตนี้ของเจ้า คงมีวาสนาได้มองเห็นข้าเพียงจากเบื้องล่างเท่านั้น”

“หลิ่วเจาหยวน เอ่ยวาจาล่วงเกินเบื้องสูง” เหยียนจิ้งอีเอ่ยด้วยน้ำเสียงทรงพลัง “ลงโทษให้ตบปากสิบครั้ง”

“จะ…เจ้า!” หลิ่วเจาหยวนผงะถอยหลัง สีหน้าเปลี่ยนไปในทันที

นางกำนัลข้างกายรีบก้าวเข้ามาขวางไว้

“เสียนเฟยรังแกกันเกินไปแล้วเพคะ หากพระองค์ลงโทษพระสนม เกรงว่าจะทำให้ฝ่าบาท...”

“ลากตัวนางกำนัลผู้นี้ออกไป” เหยียนจิ้งอีเอ่ยด้วยน้ำเสียงเฉียบขาดจนทุกคนสะดุ้ง “เรือนฉายอวิ๋นช่างไร้ระเบียบกฎเกณฑ์นัก ในเมื่อข้าได้รับแต่งตั้งให้แบ่งเบาพระราชภาระดูแลวังหลัง ก็ควรสั่งสอนให้พวกเจ้าเข้าใจกฎเกณฑ์เสียบ้าง ลากนางกำนัลผู้นี้ไปโบยยี่สิบไม้”

สิ้นคำสั่ง ฉิงลู่ที่เงียบขรึมมาตลอดทางกลับปราดเข้าไปคว้าข้อมือนางกำนัลที่บังอาจขวางทางไว้ด้วยความรวดเร็วและรุนแรงจนอีกฝ่ายร้องไม่ออก ฉิงซือเห็นดังนั้นจึงได้สติรีบก้าวเข้าหาเป้าหมายทันที

หลิ่วเจาหยวนพยายามจะดิ้นหนี ทว่านางกำนัลที่เหลือของนางมียศต่ำกว่านางกำนัลข้างกายของเสียนเฟย ต่างถูกรัศมีอำนาจของตระกูลเหยียนกดข่มจนมิกล้าขยับเขยื้อน

ฉิงเหอที่อดกลั้นกับคำพูดเหยียดหยามของสนมชั้นต่ำผู้นี้มานาน ก็ก้าวเข้าไปจับแขนหลิ่วเจาหยวนไว้แน่น

“ฉิงซือ ลงมือ”

“เพคะ”

ท่ามกลางความเงียบของสวนเหมย เสียงฝ่ามือกระทบแก้มดังขึ้นอย่างชัดเจน กลิ่นหอมของดอกเหมยถูกกลบด้วยกลิ่นคาวเลือดที่ซึมกบปากสตรีผู้จองหอง

หลิ่วเจาหยวนที่ถูกกดตัวคุกเข่ากับพื้นหิมะเยียบเย็นเบิกตากว้างด้วยความอัปยศอย่างถึงที่สุด ได้แต่แหงนหน้ามองเหยียนจิ้งอีผ่านม่านตาที่พร่าเลือน...

สตรีที่เคยอ่อนน้อมยามนี้กลับยืนดูนางถูกลงโทษด้วยสายตาเฉยเมย ราวกับว่านางเป็นเพียงฝุ่นละอองที่ถูกปัดทิ้งอย่างไร้ค่าเท่านั้น

เหยียนจิ้งอีกล้าลงมือเพราะเข้าใจในหลักการ จะตีสุนัขย่อมต้องดูหน้าเจ้าของ ที่ผู้อื่นไม่กล้าแตะต้องหลิ่วเจาหยวนก็เพราะอีกฝ่ายมีฮ่องเต้หนุนหลัง แต่ในเมื่อสุนัขเห่าเสียงดัง นางก็แค่แสดงให้เจ้าของมันดูว่าควรควบคุมปากอย่างไร หากอ่อนแอย่อมถูกผู้อื่นรังแกก่อน นี่เป็นหลักการทำงานที่นางเผลอลืมเลือน

ดูเหมือนตั้งแต่ฟื้นขึ้นมาก็มีคนพยายามจะกดนางมากขึ้นยิ่งกว่าชาติก่อน ทั้งหมดนี้มาจากท่าทางของฮ่องเต้ที่จงใจแสดงความโปรดปรานนางอย่างเหลือคณนา

ทว่าไม่เป็นไร ต่อไปนางจะยึดถือหลักที่ว่า หากเจ้านายเป็นไฟ นางก็จะเป็นน้ำมัน เอาให้วังหลังแห่งนี้ต้องลุกไหม้ ในเมื่ออยู่ร่วมกันดีๆ ไม่ได้ นางก็จะเป็นสนมที่คู่ควรกับฮ่องเต้

เหมือนกิ่งทองกับใบรับรองแพทย์!

-------------------------

เดี๋ยวววว ลูกสาว ไหนหนูบอกจะอยู่ให้เป็น เย็นให้พอ รอเอาคืน เอ๊ย รอกลับบ้านลูก

อีบุ๊กเล่ม 2 ในเมพ มาคืนนี้นะคะ ส่วนของเด็กดีมาพรุ่งนี้ค่า