LNCrawler

บทที่ 10.1 รักบริษัทจนตัวตาย งานสบายมีที่ไหน

ปิดตอน 9/9 ชาตินี้ไม่ขอทำโอที เลิกตายฟรีแทนฮ่องเต้ — novel.dek d.com · All chapters

บทที่ 10.1 รักบริษัทจนตัวตาย งานสบายมีที่ไหน

เมื่อไทเฮาเสด็จกลับวัง ตามธรรมเนียมแล้วฮ่องเต้ต้องเสด็จไปถวายพระพรยามเช้า แต่ที่เสิ่นไทเฮามีทุกวันนี้ได้ก็เพราะพระเมตตา ไหนเลยจะยังกล้ารับการคารวะจากฮ่องเต้ได้อีกเล่า

บรรยากาศในห้องทรงพระอักษรเงียบสงบ มีเพียงเสียงถ่านปะทุในเตาผิง ฮ่องเต้กำลังทรงพระอักษรอย่างมีสมาธิ ทว่าเสียงฝีเท้าที่ลงน้ำหนักไม่เท่ากันเนื่องจากอาการบาดเจ็บที่ขาอันคุ้นเคยกลับดังขึ้นที่หน้าประตู

“ที่ปรึกษามู่หรงจือ ขอเข้าเฝ้า!”

“เข้ามาได้”

บุรุษวัยกลางคนราวสี่สิบกว่าในชุดผ้าฝ้ายสีเข้มก้าวเข้ามาอย่างไม่เร่งร้อน จังหวะฝีเท้าที่ผิดปกติบอกชัดถึงอาการบาดเจ็บเรื้อรังที่ขา ทว่าความสุขุมที่แผ่ออกมากลับทำให้ไม่มีผู้ใดกล้าดูแคลน

“ท่านอา!” ฮ่องเต้เงยพระพักตร์ขึ้นทันที รอยยิ้มยินดีปรากฏบนพระพักตร์อย่างน้อยครั้ง “ท่านไปรอนแรมอยู่แดนเหนือนับปี ในที่สุดก็ยอมกลับมาพบข้าเสียที”

กัวกงกงรีบประคองถาดชาอุ่นมาวางตรงหน้าผู้มาเยือนอย่างนอบน้อม เห็นได้ชัดว่าเตรียมการไว้ก่อนแล้วอย่างใส่ใจ

“ชาขอรับท่านที่ปรึกษา”

มู่หรงจือยิ้มบาง พยักหน้าเล็กน้อย “ลำบากกัวกงกงแล้ว”

“ท่านที่ปรึกษาเอ่ยเกินไปแล้ว” ขันทีใหญ่เอ่ยตอบด้วยน้ำเสียงนุ่มนวลอย่างผู้อ่อนน้อม “ท่านทำงานหนักตรากตรำเพื่อบ้านเมืองมาเนิ่นนาน บ่าวมีความสามารถตื้นเขินเพียงปรนนิบัติเล็กน้อย ไหนเลยจะอาจเอื้อมรับคำเกรงใจนี้ไว้ได้”

“ให้เขาปรนนิบัติท่านเถิดท่านอา” ฮ่องเต้ตรัสกลั้วสรวลพลางพยักหน้าให้กัวกงกง “พอรู้ข่าวว่าท่านอาจะกลับมาเฝ้า เขาก็รีบสั่งให้คนเตรียมกำยานตำรับที่ท่านเคยใช้ประจำไว้รอ เป็นตำรับพิเศษที่ผสมสมุนไพรจากแดนใต้ ข้าเคยให้หมอหลวงตรวจสอบอย่างถี่ถ้วนแล้วว่าสรรพคุณของมันดีต่ออาการบาดเจ็บเรื้อรังที่ขาและช่วยให้ลมปราณปลอดโปร่งขึ้นจริงๆ”

มู่หรงจือสูดกลิ่นหอมที่เริ่มอบอวลไปทั่วห้องด้วยความรู้สึกที่อ่านไม่ออก แววตาของเขาหม่นลึกลงเพียงชั่วครู่ก่อนจะกลับมาเป็นปกติ กลิ่นนี้คือกลิ่นที่เขาเคยใช้บ่อยครั้ง และฮ่องเต้ก็ทรงจำรายละเอียดเล็กน้อยเช่นนี้ได้อย่างแม่นยำ

การที่กัวกงกงลงมือจุดกำยานนี้ทุกครั้งที่เขาเข้าเฝ้า มิใช่เพียงแค่ทำตามหน้าที่ แต่เป็นสัญลักษณ์ที่สื่อว่าในห้องทรงพระอักษรแห่งนี้ มู่หรงจือได้รับสิทธิ์และข้อยกเว้นที่เหนือกว่าขุนนางคนใดในราชสำนัก

“พระเมตตาของฝ่าบาท กระหม่อมซาบซึ้งยิ่งที่ทรงจดจำเรื่องเล็กน้อยเหล่านี้ได้” มู่หรงจือเอ่ยน้ำเสียงเรียบ แต่แฝงด้วยความอ่อนน้อม

“ท่านอารอนแรมมาเหนื่อยๆ อย่าเพิ่งเอ่ยเรื่องเกรงใจเลย” ฮ่องเต้ทอดสายตามองบุรุษตรงหน้า สายตาหยุดลงที่ท่อนขาของอีกฝ่ายเล็กน้อย แม้อาการบาดเจ็บนั้นจะทำให้เขาเคยพลาดสนามสอบในอดีต จนต้องรอนแรมไปแดนเหนือ แต่เขากลับสามารถใช้เพียงกระดาษไม่กี่แผ่น วางแผนรับมือข้าศึกและเสบียงที่ขาดแคลน จนเปลี่ยนสถานการณ์ของกองทัพได้ในคืนเดียว

คนเช่นนี้ต่อให้ไม่มีตำแหน่ง ก็ไม่มีผู้ใดกล้ามองข้าม

“ครั้งนี้กระหม่อมเดินทางมาจากเมืองฉินโจว” มู่หรงจือเอ่ยช้าๆ น้ำเสียงราบเรียบ “มาตรการรับมือภัยหนาวและหิมะถล่มของฝ่าบาทรัดกุมยิ่งนัก เส้นทางหลักและคลังเสบียงล้วนเตรียมการไว้ล่วงหน้า สมควรแล้วที่ตลอดห้าปีมานี้ ชายแดนเหนือไม่เคยปั่นป่วน”

ทว่าความหม่นลึกในแววตากลับไม่คลายลงแม้แต่น้อย

“หรือเรื่องนี้ยังมีปัญหาแอบแฝง”

“เดิมทีทุกอย่างควรเรียบร้อยดีพ่ะย่ะค่ะ ทว่าขณะกระหม่อมเดินทางผ่านหุบเขาฉินหลิง และหัวเมืองขนาดเล็กที่อยู่นอกเส้นทางสายหลัก กลับพบว่าเส้นทางลำเลียงบางสายถูกปิดตายจากหิมะถล่ม ยังไม่มีผู้ใดเข้าไปเปิดทางหรือส่งเสบียง”

สีหน้าของหลี่เฉิงเยียบเย็นลงทันใด วันนี้เขาเพิ่งเอ่ยถามถึงปัญหาที่เกิดขึ้น แต่กลับไม่มีผู้ใดรายงาน

“ดียิ่งนัก” น้ำเสียงทุ้มต่ำแหบพร่าแฝงไปด้วยไอสังหาร “วันนี้เราเพิ่งให้พวกเขาสรุปรายงานส่งขึ้นมา ทุกอย่างกลับระบุว่าเรียบร้อยไร้ข้อกังวล เส้นทางขนส่งเปิดกว้าง เสบียงถึงมือราษฎรตามกำหนด ที่แท้ฎีกาเหล่านั้นก็เป็นเพียงเศษกระดาษเปื้อนหมึกที่เขียนขึ้นเพื่อหลอกลวงเรา”

ฮ่องเต้ทรงวางพู่กันลงช้าๆ ทว่ารอยหมึกที่หยดลงบนกระดาษขาวโพลนกลับแผ่ขยายวงกว้าง ราวกับความผิดพลาดที่ถูกซุกซ่อนไว้กำลังถูกตีแผ่ต่อหน้า

“รายงานจากราชสำนักมีม้าเร็วคอยส่งข่าว ที่พักม้ามีทั่วทั้งเมืองเล็กเมืองใหญ่ แต่กลับกลายเป็นว่าข้อมูลที่มาถึงเรา... กลับสู้สายตาของคนเพียงคนเดียวที่เดินเท้าผ่านหิมะไม่ได้”

พระองค์ทรงหันไปสบตากับมู่หรงจือ แววตาที่เคยอ่อนโยนเข้มขึ้น

“ท่านอารอนแรมมาไกล กลับเห็นความจริงได้ชัดเจนกว่าคนที่กินเบี้ยหวัดราษฎรอยู่ในราชสำนักเสียอีก เห็นทีเราคงประเมินความสามารถของกรมโยธาสูงเกินไปเสียแล้ว”

“ความจริงแล้วฟ่านเจิ้งหลุนนับว่าเป็นคนมีความสามารถคนหนึ่ง” มู่หรงจือเอ่ยถึงผู้ที่ดำรงตำแหน่งเสนาบดีกรมโยธาขณะนี้ และยังเป็นบิดาของฟ่านฮองเฮา “ทว่าหลายปีมานี้ชายแดนสงบ ภัยหนาวไม่รุนแรงเช่นในอดีต งานด้านโยธาจึงค่อยๆ กลายเป็นเรื่องรอง”

หลี่เฉิงพยักหน้า ที่มู่หรงจือเอ่ยขึ้นคือเรื่องที่เขากำลังคิดอยู่เช่นกัน

“เมื่อไม่มีภัยเร่งด่วน คนก็ย่อมหย่อนยาน รายงานที่ควรละเอียดกลับเหลือเพียงตัวเลขที่ดูเรียบร้อย” มู่หรงจือแทงจุดตายอย่างไม่ไว้หน้า นี่คือนิสัยของเขาที่ถูกพระทัยเฉิงอันอ๋องตั้งแต่ยังเป็นแม่ทัพปีศาจ “ยามปกติอาจไม่เห็นผล แต่พอเกิดเหตุขึ้นจริง จุดที่ถูกละเลยย่อมกลายเป็นช่องโหว่”

“ท่านอาเอ่ยได้ตรงใจเรา ที่ท่านมาเยือนเมืองหลวงคราวนี้คงเพราะเห็นสัญญาณบางอย่างสินะ”

มู่หรงจือหัวเราะแผ่วเบา ปากเอ่ยว่ามิกล้าๆ แต่แววตากลับคมกริบ บรรยากาศผ่อนคลายในห้องทรงพระอักษรพลันหนักอึ้งขึ้นทันที

“เพราะบารมีของตระกูลฟ่านที่หยั่งรากลึกเกินไป บางครั้งขุนนางผู้น้อยใต้บังคับบัญชา ก็อาจเริ่มมองเห็นนายของตนสำคัญกว่านายของแผ่นดิน” ท่าทีของฮ่องเต้ยามนี้นั้นเห็นได้ชัดว่าต้องการโค่นล้มอำนาจตระกูลฟ่าน ทว่ารากที่ฝังลึกในแผ่นดินนี้ หากฝืนใช้กำลังถอนขึ้นมาเกรงว่าจะสะเทือนถึงบัลลังก์มังกร เขาจึงรู้สึกร้อนใจยิ่ง

“จะล้มต้นไม้ใหญ่ ไม่จำเป็นต้องฟันที่โคนต้นเสมอไป แค่ลิดกิ่ง ตัดทางน้ำ ปล่อยให้มันยืนต้นตาย”

หลี่เฉิงพยักหน้า

“ยังคงเป็นท่านอาที่คอยเตือนสติเรา”

“กระหม่อมชื่นชมที่ฝ่าบาททรงเฉียบขาด ทุกการตัดสินใจล้วนคำนึงถึงราษฎรเป็นสำคัญ การที่พระองค์ยังทรงรับฟังคำทัดทานของผู้เฒ่าพเนจรผู้นี้ นับเป็นบุญของกระหม่อมยิ่งนัก” มู่หรงจือเอ่ยด้วยใบหน้าที่ดูอิ่มเอมและมีความสุขประหนึ่งผู้ใหญ่ที่เห็นหลานชายเติบโต

“ในเมื่อปีนี้กำลังจะมีการสอบเคอจวี่ พระองค์ก็สมควรใช้โอกาสอันดีนี้ในการสร้างขุนนางเลือดใหม่ขึ้นมาพ่ะย่ะค่ะ”

การหารือเป็นไปอย่างเข้มข้นตั้งแต่ช่วงเช้าจดเที่ยงวัน ลมหนาวภายนอกพัดผ่านหน้าต่างตำหนักทว่าบรรยากาศภายในกลับคุกรุ่นจากบทสนทนาที่แหลมคม ฮ่องเต้ทรงรั้งที่ปรึกษาคนสนิทให้ร่วมโต๊ะเสวยด้วยกัน ทว่ามู่หรงจือกลับส่ายหน้าช้าๆ พร้อมรอยยิ้มที่เปี่ยมไปด้วยไมตรี

“กระหม่อมมิได้เหยียบย่างเมืองหลวงมานาน ยังอยากออกไปเดินดูบ้านเมืองสักหน่อย”

หลี่เฉิงแค่นเสียงหัวเราะในลำคอ

“ท่านอากลับมาเพียงวันแรก ก็คิดจะทิ้งเราให้อุดอู้อยู่ในวังเสียแล้ว”

แม้ตรัสเช่นนั้น ทว่าก็มิได้รั้งตัวไว้ เมื่ออีกฝ่ายจากไป กัวกงกงจึงก้าวเข้ามาคุกเข่ารายงาน

“ทูลฝ่าบาท เมื่อเช้าหลังจากเข้าเฝ้าถวายพระพรไทเฮาแล้วกลับเกิดเรื่องขึ้นที่ป่าเหมย หลิ่วเจาหยวนถูกเสียนเฟยลงโทษพ่ะย่ะค่ะ”

 

??“? อีบุ๊กเล่ม 2 มาแล้วค่ะ! ??’•

ชาตินี้ไม่ขอทำโอที เลิกตายฟรีแทนฮ่องเต้ เล่ม 2

??“? คลิกอ่านได้เลยค่ะ
 

เล่ม 2 เริ่มตั้งแต่ บทที่37 – บทที่ 73 (อ้าว เพิ่งเห็นว่าเลขสวย)

ใครกำลังค้างจากเล่ม 1 รีบมาต่อได้เลยค่ะ ❤️

แต่... จะหายค้างหรือค้างกว่าเดิม อันนี้ไรต์ไม่รับประกันนะ ????

??“? เล่ม 3 วางจำหน่ายวันที่ 11 กรกฎาคม