LNCrawler

บทที่ 10.2 รักบริษัทจนตัวตาย งานสบายมีที่ไหน

ปิดตอน 9/9 ชาตินี้ไม่ขอทำโอที เลิกตายฟรีแทนฮ่องเต้ — novel.dek d.com · All chapters

บทที่ 10.2 รักบริษัทจนตัวตาย งานสบายมีที่ไหน

หลี่เฉิงที่กำลังจะหยิบพู่กันขึ้นมาสะสางงานที่ค้างไว้ชะงักมือ

“เสียนเฟยทรงสั่งตบปากสิบครั้งและโบยนางกำนัลข้างกายอีกยี่สิบไม้” ตอนที่กัวกงกงได้รับรายงานยังตกใจจนเกือบทำแส้ในมือร่วง

เสียนเฟยที่รักสงบถึงกับสั่งตบปากคน ไม่รู้ว่าหลิ่วเจาหยวนไปยั่วโทสะนางด้วยเรื่องใด นี่มันเหมือนคนที่จู่ๆ ก็เอานิ้วแหย่รังแตน

นัยน์ตาคมกริบของฮ่องเต้หรี่ลงเล็กน้อย เรื่องของเหยียนจิ้งอีที่ปกติมักจะเงียบขรึมและเก็บตัว กลับลงมือรุนแรงกับสนมคนโปรดของเขาในที่สาธารณะเช่นนี้ ย่อมมิใช่เรื่องธรรมดา

“เตรียมของขวัญปลอบใจ เย็นนี้เราจะไปเยือนเรือนฉายอวิ๋น”

หมายความว่าฮ่องเต้เลือกข้างหลิ่วเจาหยวนสินะ

กัวกงกงแม้รู้สึกผิดหวังอยู่บ้าง แต่เขาไม่มีสิทธิ์สอดปาก

เพียงไม่นาน ข่าวลือเรื่องความขัดแย้งระหว่างเสียนเฟยกับหลิ่วเจาหยวนกลางป่าเหมยก็แพร่สะบัดไปทั่ววังหลังราวกับไฟไหม้ฟาง ยิ่งเมื่อทุกคนเห็นท่าทีของฮ่องเต้ที่ทรงเลือกข้างอย่างชัดเจน แต่ละตำหนักต่างก็พากันหัวเราะเยาะหยันในหายนะของผู้อื่น

“เหยียนจิ้งอีนางถือดีอย่างไร ยังไม่ทันได้นั่งบัลลังก์หงส์ก็รีบร้อนแสดงอำนาจบาตรใหญ่เสียแล้ว ทั้งที่หากไม่มีตระกูลเหยียนค้ำจุน ลำพังตัวนางจะนับเป็นอะไร” เสียงซุบซิบเหล่านั้นดังเซ็งแซ่ไปทั่ว

ในบรรดาสนมที่หมั่นไส้เสียนเฟยมาหลายวัน ผู้ที่เปรมปรีดิ์ที่สุดย่อมหนีไม่พ้นเต๋อเฟย คู่แข่งคนสำคัญที่คอยหาจังหวะเหยียบย่ำเหยียนจิ้งอีเพื่อแย่งชิงบัลลังก์หงส์ รวมถึงฟ่านฮองเฮาเองก็ลอบยกยิ้มอย่างพึงพอใจ แม้เพิ่งถูกไทเฮาตำหนิเรื่องการจัดงานเทศกาลโคมไฟว่าไม่สมพระเกียรติ และมีรับสั่งให้เชิญบรรดาครอบครัวขุนนางเข้าวังให้ครบถ้วน

แต่การได้เห็นหนามยอกอกอย่างเสียนเฟยถูกฮ่องเต้หักหน้าเช่นนี้ ก็นับว่าเป็นเรื่องรื่นเริงใจไม่น้อย

ยังไม่ทันถึงเวลาจุดโคมฮ่องเต้ก็เสด็จมาถึงเรือนฉายอวิ๋น ข้ารับใช้เมื่อได้เห็นขบวนเสด็จต่างพากันยืดคอ ถึงแม้พระสนมของพวกเขาจะมิใช่พระสนมเอก แต่ความโปรดปรานนี้เห็นทีจะสูงส่งทัดเทียมหรืออาจล้ำหน้าเต๋อเฟยไปแล้ว

เมื่อฮ่องเต้เสด็จเข้าสู่ห้องโถง นางกำนัลผู้หนึ่งรีบก้าวออกมาคุกเข่ารับเสด็จ ดวงตาแดงก่ำราวเพิ่งผ่านการร่ำไห้

“ขอฝ่าบาทโปรดประทานอภัยให้พระสนมด้วยเพคะ ยามนี้พระสนมได้รับบาดเจ็บหนัก ใบหน้าซีกหนึ่งบวมช้ำจนเสียโฉม จึงละอายแก่ใจยิ่งนักที่ไม่สามารถออกมารับเสด็จได้ ทั้งยังเกรงว่าสภาพอันน่าอเนจอนาถนี้จะระคายเคืองพระเนตรของพระองค์เพคะ”

กัวกงกงที่ยืนปัดแส้อยู่ด้านข้างแค่นเสียงเย็นในใจอย่างดูแคลน หลิ่วเจาหยวนช่างหน้าใหญ่ใจโตนัก แค่ถูกตบปากสิบทีถึงกับกล้าอ้างว่าเสียโฉมเพื่อเรียกร้องความสนใจ ช่างเป็นมารยาที่ตื้นเขินทว่ากลับได้ผลดียิ่งกับบุรุษที่กำลังลุ่มหลง

หลี่เฉิงมิได้หยุดฟังคำทัดทาน ก้าวผ่านเหล่าข้ารับใช้เข้าไปยังห้องนอนด้านใน กลิ่นเครื่องหอมรัญจวนจางๆ อบอวลอยู่ในอากาศ ลอดผ่านม่านมุกและม่านโปร่งบางที่ปล่อยลงมากั้นเตียงนอนไว้ เห็นเพียงเงาเลือนรางของเรือนร่างอรชรที่สวมชุดผ้าไหมบางเบา นอนตะแคงพิงหมอนอิงด้วยท่าทางอ่อนแรง

ยิ่งม่านบังตาไว้เลือนรางเท่าไร จินตนาการถึงความบอบช้ำและความน่าสงสารก็ยิ่งทวีคูณในพระทัยของฮ่องเต้ พระองค์ทรงยื่นพระหัตถ์ไปแหวกม่านออกช้าๆ

“ฝ่าบาทเพคะ” เสียงนั้นสั่นน้อยๆ คล้ายเจ้าของเสียงพยายามข่มมันไว้สุดกำลัง หลิ่วเจาหยวนมิใช่สตรีอ่อนแอมาแต่ไหนแต่ไร นางยิ่งไม่ใช่คนที่จะพร่ำร้องขอความสงสารจากผู้ใด แต่ท่าทีที่ฝืนกล้ำกลืนความน้อยเนื้อต่ำใจเอาไว้เช่นนี้ กลับยิ่งทำให้ผู้คนรู้สึกว่านางน่าสงสารกว่าการร่ำไห้ออกมาตรงๆ เสียอีก

กัวกงกงที่เดินตามเข้ามาด้านหลังเห็นแล้วถึงกับนับถืออยู่ในใจ หลิ่วเจาหยวนผู้นี้ช่างวางหมากเก่งนัก มิน่าเล่า ทั้งที่มีฐานะต่ำต้อย กลับยังรักษาความโปรดปรานไว้ได้ไม่เสื่อมคลาย

“หมอหลวงว่าอย่างไรบ้าง” หลี่เฉิงทอดพระเนตรสนมรักที่มีผ้าโปร่งคลุมใบหน้าส่วนล่างไว้จนมองไม่เห็นบาดแผล แววตาของพระองค์นิ่งลึกยากจะคาดเดาความรู้สึก

“หมอหลวงบอกว่าข้างในช้ำมากเพคะ ต้องระวังมิให้อับชื้นหรือโดนน้ำ” หลิ่วเจาหยวนเอ่ยเสียงพร่าพลางหลบสายตา

“เช่นนั้นหรือ” สุรเสียงนั้นต่ำพร่า มือหนาเอื้อมออกไปกระชากผ้าโปร่งออก เผยให้เห็นพวงแก้มที่แดงเรื่อช้ำและริมฝีปากที่แตกจนเห็นหยาดเลือดซึม

หลิ่วเจาหยวนตกใจจนตัวสั่น ทว่ากลับไม่กล้าขยับถอยยามปลายนิ้วหยาบกร้านลูบผ่านบาดแผลบนแก้ม ก่อนจะกดลงช้าๆ

ความเจ็บแล่นขึ้นทันที แต่นางกัดฟันแน่น กลั้นเสียงไว้จนเหลือเพียงน้ำตาที่ซึมออกมาทางหางตา รอยแผลยังมีเลือดซึมเล็กน้อย คนทั่วไปย่อมไม่อาจได้กลิ่น แต่ไม่ใช่กับผู้ที่ย่ำผ่านกองซากศพในสนามรบ

ดวงตาคมที่หลุบอยู่ใต้เปลือกตาแดงก่ำ แฝงกลิ่นอายคลุ้มคลั่งที่ถูกกดข่มเอาไว้จนเส้นเอ็นบนขมับกว้างปูดโปน สัญชาตญาณดิบเถื่อนที่ถูกซุกซ่อนเอาไว้กำลังเดือดพล่าน ทว่าชั่วขณะที่ปลายนิ้วสากระคายลากผ่านลงมาแตะถูกหยาดเลือดบนริมฝีปากที่บวมช้ำของนาง กระแสอารมณ์ที่กำลังพุ่งทะยานกลับชะงักงัน

ร่างสูงใหญ่แข็งทื่อไปชั่วขณะ ดวงตาที่หลุบต่ำเฉยชาจนถึงขั้นรังเกียจ

-----------

 อีบุ๊กเล่ม 3 ในเมพจะมาคืนนี้ค่ะ ส่วนเด็กดีไรต์กำลังจะอัพขึ้นระบบค่ะ 

ของเด็กดีอนุมัติไวกว่า น่าจะมาพร้อมๆ กัน

 อีบุ๊กเล่ม 2 มาแล้วค่ะ

ชาตินี้ไม่ขอทำโอที เลิกตายฟรีแทนฮ่องเต้ เล่ม 2

 คลิกอ่านได้เลยค่ะ
 เล่ม 2 เริ่มตั้งแต่ บทที่37 – บทที่ 73 (อ้าว เพิ่งเห็นว่าเลขสวย)