LNCrawler

บทที่ 1.1 งานสบาย รายได้ดี

ปิดตอน 9/9 ชาตินี้ไม่ขอทำโอที เลิกตายฟรีแทนฮ่องเต้ — novel.dek d.com · All chapters

บทที่ 1.1 งานสบาย รายได้ดี

นางควรฟื้นขึ้นมาพร้อมข่าวดี!

บิดาถูกจะปล่อยตัว ตระกูลเหยียนพ้นเคราะห์เพราะบุญคุณช่วยชีวิตโอรสสวรรค์ ทุกอย่างถูกคำนวณไว้แล้ว

แต่สุดท้ายก็ยังพลาด

เหยียนจิ้งอีคาดไม่ถึงว่าตนจะลืมตาขึ้นมาในตำหนักอี้คุนแทน นี่คือตำหนักเก่าก่อนได้รับแต่งตั้งตำแหน่งกุ้ยเฟย ทรราชผู้นั้นถึงกับตอบแทนบุญคุณด้วยความแค้น ลดตำแหน่งของนางลงมาเช่นนั้นหรือ เขาอยากแต่งตั้งแม่ดอกบัวขาวนั่นเป็นฮองเฮา เลยจำเป็นต้องกำจัดกุ้ยเฟยอย่างนางให้พ้นทางสินะ

ระหว่างยังคงมึนงงสับสนอยู่นั้นก็มีขบวนขันทีเข้ามาประกาศพระราชโองการ นางไม่รับได้ด้วยหรือ

ไปตายซะ

โชคดีที่เหยียนจิ้งอีเป็นคนมองทุกสิ่งตามความเป็นจริง ปรับตัวตามสถานการณ์ เขาลดตำแหน่งก็ไม่เป็นไร อย่างน้อยก็ยังรักษาชีวิตไว้ได้ วันหน้าต้องมีหนทางแก้ไข

แต่ผู้ใดจะคิดว่า พระราชโองการที่ประกาศมานั้นจะกลายเป็น...

“เหยียนเจาอี๋เพียบพร้อมด้วยปัญญาและคุณธรรม สมควรได้รับปูนบำเหน็จเกียรติยศ จึงมีพระบรมราชโองการแต่งตั้งขึ้นดำรงตำแหน่งเสียนเฟย ช่วยฮองเฮาดูแลกิจการหกตำหนักฝ่ายใน นับแต่บัดนี้เป็นต้นไป จบราชโองการ!”

เดี๋ยวก่อน ประโยคนี้มันคุ้นๆ เหมือนเคยเกิดขึ้นเมื่อสองปีก่อน จากเจาอี๋เป็นเสียนเฟย มิใช่จากกุ้ยเฟยถูกลดขั้น ต่อให้นางคิดจนสุดปัญญาก็คิดไม่ถึงว่า...

จู่ๆ ตนเองจะย้อนเวลากลับมาเมื่อสองปีก่อน

ในเมื่อสวรรค์ประทานโอกาสทั้งที เหตุใดไม่ใจป้ำสักหน่อย แน่จริงก็ส่งนางกลับไปก่อนจะเข้าวัง หรือถ้าเก่งกว่านั้น ก็ส่งนางกลับไปชาติแรกเสียเลยเถอะ ให้นางได้เสพสุขกับความสะดวกสบายของโลกยุคสองพันยี่สิบให้เต็มที่ก่อนจะตาย

เหยียนจิ้งอีหัวเราะขื่นๆ ในใจ เดิมนางเป็นเพียงวิญญาณจากยุคปัจจุบันที่ได้ถือกำเนิดในตระกูลเหยียน

ชาติแรกปากกัดตีนถีบ ส่งตัวเองเรียนจบจนได้เข้าทำงานในบริษัทใหญ่ กลายเป็นเลขานุการร่างทองที่ค่าตัวแพงกว่าหัวหน้าฝ่ายบุคคล ทว่าชีวิตทุกวันมีแต่งาน ยังไม่ได้เสพสุขก็ดันพลาดท่าตายเสียก่อน

ชาติต่อมาสวรรค์คงสงสารที่นางเป็นเด็กกำพร้าจึงส่งมาเกิดในตระกูลบัณฑิตที่เคร่งครัดจารีต บิดาแต่งภรรยาเอกเพียงคนเดียว มีนางเป็นหลานสาวสายตรงที่เหยียนป๋อเหวินราชครูแห่งยุคสั่งสอน บิดามารดารักใคร่ นางตั้งใจจะตอบแทนบุญคุณของพวกท่าน จ่ายเบี้ยประกันชีวิตงวดสุดท้ายเพื่อจะซื้อใจฮ่องเต้ได้ตลอดกาล

เดี๋ยวก่อน...! นางไม่ได้วางแผนจะตาย แค่โดนกระบี่แทงเพียงครั้ง หมอหลวงมีอยู่เต็มวังกลับไม่มีใครยื้อชีวิตนางกลับมาได้

คิดไม่ถึงว่าทุ่มเททำงานหนักแทบตาย สุดท้ายก็ตายเพราะงานอีกจริงๆ

สวรรค์ ท่านไม่ส่งข้าไปผุดไปเกิด กลับส่งมาตอกบัตรทำงานในบริษัทนรกแห่งนี้อีกครั้ง

“พระสนมเพคะ” ฉิงซือเห็นพระสนมเอาแต่เหม่อลอยก็รู้สึกกังวลใจ ตั้งแต่ขันทีที่ประกาศพระบรมราชโองการจากไป นายหญิงของพวกนางยังคงนั่งนิ่ง

เหยียนจิ้งอีกะพริบตา ทว่าทุกอย่างยังคงเป็นเช่นเดิม

“นี่คือวันที่สามสินะ” น้ำเสียงของนางติดจะเลื่อนลอยเล็กน้อย เพราะหากจำไม่ผิด หลังวันขึ้นปีใหม่ ราชสำนักจะหยุดทำการสองวัน ในวันที่สามจึงเป็นวันประกาศเลื่อนขั้นที่ผู้คนรอคอย แต่ตัวนางย่อมรู้ล่วงหน้าแล้วเนื่องจากจักรพรรดิประทานตำหนักอี้คุนให้ก่อน ตำหนักนี้กว้างใหญ่เกินกว่าที่พระสนมตำแหน่งเจาอี๋จะครอบครองได้ ทำให้ช่วงก่อนนางถูกผู้อื่นค่อนแคะอยู่ครึ่งเดือน

ต่อมาเมื่อฮองเฮาถูกปลด สงครามที่ดุเดือดเลือดพล่านในวังหลังจบลงที่บัลลังก์หงส์ว่างเว้น ตัวนางก็ได้รับแต่งตั้งอีกครั้งในตำแหน่งกุ้ยเฟย

หึๆ เข้าวังเพียงห้าปีก็พุ่งทะยานเกินหยั่ง หากไม่ถูกเกลียดชังสาปแช่งก็นับว่าเป็นเรื่องตลกแล้ว ทว่ายามนี้นางกลับหัวเราะไม่ออกเสียนี่

“ตกรางวัลให้ข้ารับใช้ด้านนอกคนละหนึ่งเดือน ผ้าใหม่คนละสองพับ นางกำนัลและขันทีขั้นหนึ่งได้รางวัลคนละสามเดือน ผ้าใหม่คนละสามพับ” น้ำเสียงของเหยียนจิ้งอีเอื่อยเฉื่อย แต่กลับทำให้นางกำนัลใกล้ชิดถึงกับตกตะลึง คุกเข่าโดยพร้อมเพรียง

“พระสนมเพคะ” ฉิงซืออดจะเอ่ยท้วงมิได้ โดยปกติเมื่อพระสนมได้รับแต่งตั้งย่อมต้องประทานรางวัลให้บ่าวไพร่ที่รับใช้ กระนั้นนายหญิงของพวกนางกระทำการด้วยความรอบคอบหาได้โอ้อวดเสมอมา การตกรางวัลจึงมิได้หน้าใหญ่ใจโต ดึงดูดสายตาผู้อื่นถึงเพียงนี้

พึงรู้ไว้ว่าตำหนักในเมื่อคนหนึ่งบรรลุธรรม ไก่และสุนัขก็พลอยได้ขึ้นสวรรค์ไปด้วย[1] นั้นเป็นเรื่องที่พบเห็นได้ทั่วไป เมื่อนายของตนเป็นใหญ่ ข้ารับใช้ก็กล้าเดินเชิดหน้าไม่ต้องเกรงว่าจะถูกรังแก อีกทั้งยังทำให้คนจำนวนมากยิ่งอยากเข้ามารับใช้ในตำหนัก ถึงขั้นติดสินบนผู้ดูแลการโยกย้ายข้ารับใช้ ขอเพียงได้เข้ามาอยู่ใต้ชายคาตำหนักนี้ ต่อให้เป็นแค่นางกำนัลชั้นล่างก็ยังดีกว่าอยู่ในตำหนักร้างไร้ผู้เหลียวแล

“ถือเป็นของขวัญปีใหม่ที่ทุกคนทุ่มเทกายใจรับใช้ข้า” หญิงสาวเอนกายลงบนตั่งกุ้ยเฟย[2]พลางโบกมือไล่

“ขอบพระทัยพระสนมเพคะ” นางกำนัลทั้งหลายต่างก้มหน้าแล้วถอยออกไปด้วยความเปรมปรีดิ์ มีเพียงนางกำนัลขั้นหนึ่งซึ่งมีชื่อขึ้นต้นด้วยฉิงเท่านั้นที่สามารถรั้งอยู่รับใช้ข้างกายผู้เป็นนาย

รอจนแต่ละคนถอยออกไปหมด ฉิงซือจึงเดินเข้ามาข้างกายผู้เป็นนายพลางเอ่ยขึ้นด้วยความเป็นกังวล

“นายหญิงทำเช่นนี้เกรงว่าจะสร้างความหวาดระแวงให้แก่ฮองเฮา”

ฟ่านจื่อเวยผู้ดำรงตำแหน่งฮองเฮายามนี้หาได้เป็นที่โปรดปราน อีกทั้งนางยังไม่มีโอรสธิดา โชคดีที่ตระกูลฟ่านมีขุนนางใหญ่ถึงสองคน คืออัครเสนาบดีกับเจ้ากรมโยธา เรียกว่าฟ่านจื่อเวยเกิดมาพร้อมกับดวงชะตาหงส์อย่างแท้จริง

แต่ไม้ใหญ่เกินไปย่อมล่อลม ยามนี้ตระกูลฟ่านกำลังระส่ำระสายด้วยหลายคดีความที่พัวพัน พวกเขาจึงหวังพึ่งพาฮองเฮา วังหน้ากับวังหลังย่อมไม่อาจแยกออกจากกันอย่างเด็ดขาด

มีคนมากมายที่รอให้ตระกูลฟ่านล่มจม บัลลังก์หงส์ว่างลง เหล่านางสนมในวังตอนนี้ต่างเริ่มลอบลงมือลับหลัง

เมื่อคิดมาถึงตอนนี้ ฉิงซือที่เข้าใจเรื่องราวมากมายอย่างลึกซึ้งก็อดที่จะมองผู้เป็นนายมากขึ้นไม่ได้

เดิมทีเหยียนจิ้งอีเป็นผู้ที่ทำสิ่งใดตามหลักการครองเรือน สมกับที่ได้รับการสั่งสอนจากท่านราชครู มิเคยทำตัวโดดเด่นแม้จะได้รับความโปรดปราน สามารถคงอยู่ในกฎเกณฑ์เสมอมา

ทำให้แม้ผู้อื่นอยากเล่นงาน ก็ไม่อาจหาจุดอ่อนโจมตีได้

ไม่รู้เหตุใดจู่ๆ วันนี้นายหญิงของตนจึงลุกขึ้นมาทำตัวเอิกเกริก เพิ่งเข้าวังมาไม่ถึงสามปี ก็ได้เลื่อนขึ้นสู่ขั้นเฟย นับว่าเรียกสายตาอิจฉาจากหกตำหนักทั่ววัง โดยเฉพาะในยามที่ตำหนักคุนหนิงกำลังตกอยู่ในภาวะเสียเปรียบ การโดดเด่นเช่นนี้ย่อมไม่ต่างจากยืนเป็นเป้า

เหยียนจิ้งอีกลับไม่ทีท่าทางทุกข์ร้อนกับเรื่องใหญ่ที่เพิ่งทำไป ยังล้มตัวลงพิงพนักด้วยท่าทางเกียจคร้าน แต่ชุดพิธีการที่ทั้งหนักทั้งอึดอัดทำให้นางอดขมวดคิ้วไม่ได้

“ฉิงเหอมาเปลี่ยนชุดให้ข้า”

นางกำนัลตัวน้อยแย้มยิ้มยินดี นางไม่ค่อยสันทัดเรื่องแผนการมากมาย แต่ที่ไม่แพ้ผู้ใดคือการเอาใจให้พระสนมสำราญ

“สองวันก่อนบ่าวได้วิธีถักผมแบบใหม่มา หากพระสนมไม่อยากเกล้ามวยแล้ว เปลี่ยนมาเป็นถักเปียดีหรือไม่เพคะ” ฉิงเหอเป็นนางกำนัลอายุน้อยจึงค่อนข้างจะร่าเริงสดใส ช่วยคลายบรรยากาศหนักอึ้งในตำหนักอี้คุนไปได้บ้าง

“ก็ดีเหมือนกัน”

ฉิงซือคิดไม่ถึงเลยว่าในวันที่เรือนต่างๆ อาจส่งคนมาคารวะแสดงความยินดี พระสนมผู้เคร่งระเบียบวินัยของตนจะถึงขั้นสลัดชุดพิธีการออกจากร่าง อีกทั้งยังเลือกถักผมเปียอีก

นี่ฟ้าดินหมุนสลับไปแล้วใช่หรือไม่!?

“ฉิงซือ เจ้าลองส่องคันฉ่องดู” เหยียนจิ้งอียัดคันฉ่องด้ามเล็กใส่มือนางกำนัล “นับวันจะยิ่งแก่ขึ้นทุกปี”

“คิก” ฉิงเหอหลุดขัน ก่อนจะรีบเม้มปากทันใด

“เจ้าว่า หากข้าเปลี่ยนมาตกรางวัลเป็นผ้าคนละหนึ่งพับ ฮองเฮาจะรักข้าขึ้นหรือไม่”


งานการอะไร แม่ไม่ทำแล้ว แต่บอกได้เลย หนีไม่พ้นหรอก
 


[1]เมื่อคนหนึ่งบรรลุธรรม ไก่และสุนัขก็พลอยได้ขึ้นสวรรค์ไปด้วย หมายถึง เมื่อคนคนหนึ่งได้ดิบได้ดี มีอำนาจ หรือประสบความสำเร็จอย่างสูง บรรดาญาติพี่น้อง บริวาร หรือคนใกล้ชิด ก็พลอยได้รับอานิสงส์ มีโชคลาภ หรือได้ตำแหน่งหน้าที่การงานที่ดีตามไปด้วย

[2]ตั่งกุ้ยเฟย คือเตียงยาวกึ่งเอนที่ใช้พักผ่อนในตำหนักฝ่ายใน มักมีพนักพิงด้านหนึ่ง ใช้สำหรับนั่ง เอน หรือรับแขกอย่างไม่เป็นทางการ พบได้บ่อยในตำหนักของสนมหรือสตรีชั้นสูง