ตอนที่ 11 เหรียญทองคือใคร?
ตอนที่ 11 เหรียญทองคือใคร?
ขณะนี้หานเซินกำลังขุดหลุมอยู่ตรงมุมลับตาของเชิงเขาลูกหนึ่งไม่ไกลจากเขาอาทิตย์อัสดงมากนัก เขาตั้งใจจะฝังขวานยักษ์สีทองไว้ก่อน
ถึงแม้จะสามารถใช้พลังของวิญญาณอสูร ‘นักฆ่ากระหายเลือด’ แปลงร่างเพื่อหลบหนีการไล่ล่าของแก๊งโอรสสวรรค์ได้ แต่การแปลงร่างนี้มีเวลาจำกัด
ต้องรู้ก่อนว่า วิญญาณอสูรประเภทแปลงร่าง ถือเป็นหนึ่งในวิญญาณอสูรที่ทรงพลังที่สุด เพราะมันช่วยให้มนุษย์มีร่างกายแข็งแกร่งเทียบเท่าสัตว์อสูร ทว่ามันก็มีข้อจำกัดมากที่สุดด้วยเช่นกัน เพราะการแปลงร่างจะส่งผลกระทบอย่างมากต่อร่างกาย หากผู้ใช้ไม่มีจีโนพอยต์ในปริมาณที่มากพอ ร่างกายจะไม่สามารถทนต่อการเปลี่ยนแปลงใหญ่หลวงและเฉียบพลันนี้ได้ ซึ่งก็อาจส่งผลให้บาดเจ็บรุนแรงหรือถึงตายได้เลย
ยิ่งเป็นวิญญาณอสูรระดับสูง ผู้ใช้ก็ยิ่งต้องมีจีโนพอยต์และร่างกายที่แข็งแกร่งเพื่อรับมือกับผลกระทบจากการแปลงร่าง
โดยทั่วไป ถ้าใช้วิญญาณอสูรระดับโบราณและผู้ใช้มีจีโนพอยต์โบราณหนึ่งพอยต์ ก็จะสามารถแปลงร่างอย่างสมบูรณ์แบบเป็นเวลาหนึ่งนาทีได้โดยไม่ส่งผลเสียต่อร่างกาย และหากมีจีโนพอยต์โบราณสิบพอยต์ ก็จะสามารถแปลงร่างได้นานถึงสิบนาที
สำหรับจีโนพอยต์กลายพันธุ์ หากมีหนึ่งพอยต์ จะทำให้สามารถแปลงร่างด้วยวิญญาณอสูรระดับโบราณได้นานสิบนาทีเช่นกัน แต่ถ้าเป็นการแปลงร่างด้วยวิญญาณอสูรระดับกลายพันธุ์ จะต้องมีจีโนพอยต์กลายพันธุ์หนึ่งพอยต์ หรือจีโนพอยต์โบราณอย่างน้อยสิบพอยต์สำหรับการแปลงร่างได้นานหนึ่งนาที
สรุปง่าย ๆ คือ การแปลงร่างด้วยวิญญาณอสูรระดับใด ๆ จะต้องการจีโนพอยต์ระดับเดียวกันในอัตรา หนึ่งพอยต์ต่อหนึ่งนาที, ถ้ามีจีโนพอยต์ในระดับต่ำกว่าระดับของวิญญาณอสูรที่จะใช้หนึ่งขั้น จะต้องการจีโนพอยต์เพิ่มขึ้นอีกสิบเท่าคือเท่ากับอัตราสิบพอยต์ต่อหนึ่งนาที กลับกันถ้ามีจีโนพอยต์ที่ระดับสูงกว่าระดับของวิญญาณอสูรที่จะใช้หนึ่งขั้นก็ต้องการจีโนพอยต์น้อยลงสิบเท่าโดยเป็นอัตรา ศูนย์จุดหนึ่งพอยต์ต่อหนึ่งนาที
นักฆ่ากระหายเลือดเป็นวิญญาณอสูรระดับเลือดศักดิ์สิทธิ์ หานเซินมีจีโนพอยต์เลือดศักดิ์สิทธิ์แปดพอยต์ ซึ่งทำให้เขาแปลงร่างได้นานเพียงแปดนาที แม้ว่าจะรวมจีโนพอยต์สามัญ โบราณ และกลายพันธุ์ของเขาทั้งหมด ก็ยังไม่สามารถแปลงร่างได้นานเกินสิบนาที
เวลาเพียงเท่านี้พอจะช่วยให้หนีเอาตัวรอดได้ แต่ถ้าต้องสู้กับกลุ่มของโอรสสวรรค์ อย่างเก่งก็อาจล้มคู่ต่อสู้ได้แค่สามสี่คนหรือทำให้ตายได้สักคนสองคนก่อนหมดเวลา
อย่างที่บอก วิญญาณอสูรสะดวกใช้พกติดตัวไปได้ทุกที่ และถ้ายังไม่ถูกเรียกใช้งานก็จะไม่มีใครมองเห็นวิญญาณอสูรของเราได้ แต่สำหรับเกียร์ต่างออกไป มันไม่สามารถเก็บเข้ามิติได้ การพกพาไปไหนมาไหนก็ไม่อาจหลบเลี่ยงสายตาผู้คนได้แน่นอน โดยเฉพาะเมื่อมันเป็นขวานยักษ์สีทอง ไม่ต้องสังเกตก็เห็นเด่นมาแต่ไกล
การกระทำอุกอาจของเขาในวันนี้ แม้จะยังไม่มีใครรู้ตัวตนของคนเกราะทอง แต่ทั้งสามขุมกำลังใหญ่ในฐานพักพิงเกราะเหล็กก็คงมองเขาเป็นศัตรูไปแล้วเรียบร้อย ยิ่งถ้ารู้ว่าเขาเป็นไอ้คลั่งทะลวงก้นคนบาปที่ใคร ๆ ต่างส่ายหน้า รับรองว่าอายุขัยที่เหลือคงสั้นกว่าแมลงวันหัวเขียว ไม่ว่าอย่างไรหานเซินก็ไม่สามารถเอาขวานทองกลับฐานพักพิงไปด้วยได้ วิธีเดียวที่เขานึกออกตอนนี้คือ ต้องหาที่ฝังมันไว้ชั่วคราว
“ถ้าขายขวานยักษ์นี่ได้ เงินค่าบ้านสองล้านก็ไม่ใช่ปัญหาแล้ว” หลังฝังขวานยักษ์เสร็จ ใจของเด็กหนุ่มยังเต้นรัวด้วยความตื่นเต้น
ถึงเกียร์จะไม่ได้มีมูลค่าสูงเท่ากับวิญญาณอสูร แต่ราคาของขวานทองยักษ์นี่ก็คงไม่น้อยแน่ ๆ ถ้าได้เอาออกไปขาย เขาคงได้เงินสองล้านมาอย่างไม่ยากเย็น
สำหรับวิญญาณอสูรเลือดศักดิ์สิทธิ์ที่ได้มาหานเซินไม่เคยคิดขาย เพราะมันเป็นตัวช่วยสำคัญในการดิ้นรนเอาตัวรอดในก็อดแซงก์ทัวรี เป็นยิ่งกว่าปัจจัยสี่สำหรับดำรงชีวิตในโลกใหม่ของเขา การขายทรัพยากรสำคัญขนาดนี้ไม่ใช่แค่การตัดอนาคตตัวเอง แต่เท่ากับตัดหนทางรอดชีวิตไปเลยก็ว่าได้
.
.
เมื่อกลับถึงฐานพักพิงเกราะเหล็ก เขาเห็นหลัวเทียนหยางยืนคุมลูกน้องตรวจค้นทุกคนที่เข้าออก
‘หึ พวกแกคิดว่าจะเห็นวิญญาณอสูรของฉันเหรอ?’ หานเซินกระหยิ่มยิ้มย่องในใจ ในเมื่อขวานทองถูกฝังไว้แล้ว เด็กหนุ่มจึงเดินตรงเข้าไปในฐานพักพิงอย่างไม่เกรงกลัว
ขณะเดินผ่านประตูทางเข้า เขาก็ถูกคนคนหนึ่งหยุดไว้ ชายคนนั้นตั้งใจจะค้นตัวเขา แต่หลัวเทียนหยางที่ยืนอยู่ไม่ไกลกลับค่อนแคะเสียงเย็นชา “อย่าเสียเวลากับไอ้ขยะนั่นเลย คิดว่าคนอย่างมันจะเป็นไอ้ ‘เหรียญทอง’ นั่นได้รึไง”
“ไสหัวไปซะ! อย่ามาขวางทาง” คนที่กำลังจะค้นได้ยินแบบนั้นก็ผลักหานเซินออกไปอย่างแรงแล้วหันไปตรวจค้นคนอื่นต่อ
หานเซินจัดเสื้อผ้าให้เข้าที่พลางเหลือบมองหลัวเทียนหยางด้วยหางตา ก่อนจะเดินเข้าฐานพักพิงไปเงียบ ๆ
เวลานี้ผู้คนในฐานพักพิงต่างพูดกันแต่เรื่องเกี่ยวกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นบนลานเชิงเขาอาทิตย์อัสดง เมื่อได้ยินพวกเขาเอ่ยชื่อ ‘พี่เหรียญทอง’ หานเซินก็อดสบถในใจไม่ได้
‘พี่เหรียญทอง?...ชื่อโหลยโท่ยสิ้นดี! ไอ้บ้าซูเสี่ยวเฉียว เรียกอะไรไม่เรียกดันเรียกชื่อเห่ย ๆ นี่ คนอื่น ๆ ก็พลอยเรียกตามไปหมด’
เรื่องนี้ทำเอาหานเซินเซ็งจนไม่อยากฟังต่อ แต่หลังได้ยินว่าโอรสสวรรค์โมโหหนักมากจนแทบจะพังห้องพักส่วนตัวทิ้ง เขาก็อารมณ์ดีขึ้นจึงเดินกลับห้องไปอย่างเบิกบานใจ
+++++++++++
ภายในห้องบัญชาการของหนึ่งในผู้นำกลุ่มสามผู้ยิ่งใหญ่แห่งฐานพักพิงเกราะเหล็ก ซูเสี่ยวเฉียวยืนตัวสั่นอยู่ต่อหน้าฉินเซวียน ใบหน้าซีดเผือด เด็กหนุ่มลูกเศรษฐีดูร้อนรนจนใกล้จะร้องไห้เต็มแก่
“พี่ฉิน ผม…ผมบอกทุกอย่างที่ผมรู้แล้วจริง ๆ นะครับ ผมไม่รู้จริง ๆ ว่าพี่เหรียญทองเป็นใคร ผมเคยเจอเขาที่หุบเขาสลาตันแค่ครั้งเดียวเอง ตอนนั้นผมขอซื้อซากตั๊กแตนสลาตันจากเขา ผมยังเอาไปให้คนอื่น ๆ ลองกินอยู่เลย ถ้าไม่เชื่อพี่ถามเสี่ยวหลิวดูก็ได้ เขาช่วยผมขนซากตั๊กแตนกลับมา พี่เชื่อผมเถอะนะ ผมขอร้อง…”
“หยุดพูด! ฉันไม่ได้มาเอาเรื่องนาย แต่ฉันอยากให้นายหาทางติดต่อเหรียญทอง แล้วบอกเขาว่าฉันยินดีจ่ายราคาแพงเพื่อซื้อวิญญาณอสูรและเกียร์เลือดศักดิ์สิทธิ์ที่เขาได้ไป บอกให้เขาตั้งราคามาได้เลย” ฉินเซวียนพูดเสียงเรียบ
“แต่…ผมไม่รู้เลยว่าเขาอยู่ที่ไหน… จริง ๆ นะ!” ซูเสี่ยวเฉียวตอบกลับ สีหน้าดูสิ้นหวัง
“ก็ไปหาให้เจอสิ แล้วอย่าให้ใครรู้เรื่องนี้เด็ดขาด นายต้องไปตามหาเขาเงียบ ๆ ถ้านายทำสำเร็จ ฉันมีรางวัลใหญ่ให้” ฉินเซวียนพูดจบ ก็โบกมือไล่ซูเสี่ยวเฉียวออกไปโดยไม่เปิดโอกาสให้อีกฝ่ายได้โอดครวญต่อ
หลังซูเสี่ยวเฉียวออกไปแล้ว ฉินเซวียนก็เคาะนิ้วเรียวลงกับโต๊ะอย่างครุ่นคิด ก่อนพึมพำกับตัวเอง “เหรียญทองนั่นเป็นใครกันแน่? เป็นคนของพี่หมัดเหล็ก หรือนี่เป็นแผนเจ้าเล่ห์ของโอรสสวรรค์? ถ้าเขาไม่อยู่ฝ่ายไหน… จะเป็นไปได้ไหมที่จะดึงเขามาอยู่ข้างเรา? แต่ถ้าไม่ได้ อย่างน้อยขอแค่ซื้อวิญญาณอสูรนั่นมาให้ได้ก็ยังดี”
++++++++++
ห่างไปไม่ไกล ในเวลาเดียวกัน พี่หมัดเหล็กก็สั่งให้ลูกน้องไปตามหาบุคคลปริศนาที่ถูกเรียกว่า ‘เหรียญทอง’ เช่นกัน เขาเองก็หวังจะซื้อวิญญาณอสูรและเกียร์จากอีกฝ่าย
แม้ว่าการล่าครั้งนี้จะเป็นความร่วมมือของทั้งสามกองกำลัง แต่กลุ่มที่เสียหายมากที่สุดคือตัวโอรสสวรรค์
โอรสสวรรค์เสียวิญญาณอสูรสัตว์ขี่ระดับกลายพันธุ์ไปในการต่อสู้ ยิ่งกว่านั้นเขายังอุตส่าห์ลงทุนใช้ลูกธนูแมลงปอพิษหกปีกซึ่งเป็นวิญญาณอสูรเลือดศักดิ์สิทธิ์ที่ใช้ได้แค่ครั้งเดียวจนเอาชนะสัตว์อสูรตัวนั้นได้ ทว่าผลสุดท้ายกลับถูกคนชุบมือเปิบขโมยวิญญาณอสูรและเกียร์เลือดศักดิ์สิทธิ์ไป เหตุการณ์นี้ไม่ว่าใครได้เจอก็ต้องแค้นแทบคลั่งกันทั้งนั้น
ในขณะที่กลุ่มของฉินเซวียนกับพี่หมัดเหล็กไม่เสียอะไรมาก แต่ก็ยังได้เนื้อของสัตว์อสูรเลือดศักดิ์สิทธิ์เป็นส่วนแบ่ง นี่ถือเป็นเรื่องที่โชคดีเกินคาด
ทุกคนในฐานพักพิงเกราะเหล็กต่างพยายามตามหาตัวเหรียญทอง หลายคนถึงกับพยายามวิเคราะห์ว่าเหรียญทองคือใคร แต่ไม่มีสักคนที่คิดว่าคนโหดที่พวกเขาตามหาจะเป็นคนคนเดียวกับ ‘ไอ้คลั่งทะลวงก้น’
โอรสสวรรค์ตั้งค่าหัวเหรียญทองไว้สูงลิ่ว ใครก็ตามที่ให้เบาะแสจนนำไปสู่การจับกุมหัวขโมยคนสำคัญได้สำเร็จจะได้รับเงินรางวัลมหาศาล ซึ่งเงินรางวัลที่ว่ามหาศาลเสียจนในตอนที่หานเซินเห็นตัวเลขเขาก็แทบอยากมอบตัวเสียเองเพื่อรับเงินนั้น
-- กินเกล็ดมรกตระดับโบราณ คุณได้รับ 1 จีโนพอยต์โบราณ --
หานเซินนั่งซุ่มอยู่ในพุ่มไม้ เคี้ยวเนื้อเกล็ดมรกตตากแห้งพลางจ้องไปที่บึงน้ำลึกข้างหน้า
สัตว์อสูรเขี้ยวทองแดงของเขายังอยู่ในระหว่างการวิวัฒนาการอย่างช้า ๆ ดังนั้นเขาจึงออกมาล่าสัตว์อสูรระดับโบราณเพื่อเพิ่มจีโนพอยต์
ตอนนี้เขามีจีโนพอยต์สามัญเก้าสิบเอ็ดพอยต์ จีโนพอยต์โบราณยี่สิบหกพอยต์ จีโนพอยต์กลายพันธุ์ศูนย์พอยต์ และจีโนพอยต์เลือดศักดิ์สิทธิ์แปดพอยต์
เพราะเกราะสีทองสะดุดตาเกินไปแต่ไม่ว่าอย่างไรเขาก็จำเป็นต้องใช้มันในการล่า หานเซินจึงต้องเลือกออกล่าไกล ๆ และหาที่หลบในป่าลึกเพื่อไม่ให้ใครเห็นแล้วไปรายงานโอรสสวรรค์
โชคดีที่ ‘อาณาเขตของก็อดแซงก์ทัวรี’ นั้นกว้างใหญ่ไพศาล ยังมีสถานที่ในดินแดนประหลาดแห่งนี้อีกมากที่มนุษย์ตัวเล็ก ๆ ยังไม่เคยเข้าไปสำรวจหรือแม้แต่รู้จัก ซึ่งเรื่องนี้ช่วยให้หานเซินหลีกหนีจากผู้คนได้อย่างง่ายดาย
ขณะที่เด็กหนุ่มกำลังจับจ้องบึงน้ำเล็ก ๆ อย่างตั้งใจ จู่ ๆ ก็ได้ยินเสียงฝีเท้าดังขึ้นไม่ไกลนัก
เสียงแบบนี้ …คนไม่ผิดแน่
คนต้อง ‘ซ่อน’ ตัวแข็งทื่อ ใบหน้าเปลี่ยนสีทันที
.
.
.