LNCrawler

ตอนที่ 18 ต่อรองราคา

สุดยอดยีนเทพเจ้า — novel.dek d.com · All chapters

ตอนที่ 18 ต่อรองราคา

“นายกำลังจะทำอะไร?” ฉินเซวียนขมวดคิ้วถาม

“กระผมขอตัวเข้าไปเก็บซากแมงป่องผลึกพิษกลายพันธุ์ก่อน แล้วค่อยพาคุณผู้หญิงออกจากถ้ำน่ะครับ” หานเซินตอบเสียงแจ่มใสขณะก้าวเข้าไปด้านในถ้ำ

“เดี๋ยวสิ! ในถ้ำมีแมงป่องผลึกพิษอยู่เยอะมาก นายไม่คิดจะจุดธูปหอมไล่พวกมันก่อนเหรอ?” ฉินเซวียนมองหานเซินด้วยความสงสัย ตัวเขาเดินผ่านไปแล้วแต่เธอกลับไม่ได้กลิ่นที่เป็นเอกลักษณ์ของธูปหอมจากตัวเขาเลย

 “ลูกผู้ชายตัวจริง ไม่จำเป็นต้องพึ่งของพรรค์นั้นหรอก~” หานเซินตะโกนออกมา ยังคงเดินลึกเข้าไปในถ้ำเรื่อย ๆ อย่างมุ่งมั่น

ฉินเซวียนนิ่วหน้ามองตามก่อนสะดุดตากับถุงตุง ๆ บนหลังชายหนุ่ม…เธอเข้าใจในทันที

เพียงครู่เดียวมนุษย์ในชุดเกราะทองก็กลับออกมาพร้อมกับซากแมงป่องผลึกพิษขนาดใหญ่ยาวประมาณหนึ่งฟุต ตัวของมันดูคล้ายคริสตัลยักษ์สีฟ้าที่ถูกแกะเป็นรูปแมงป่อง 

ฉินเซวียนจ้องใบหน้าภายใต้หน้ากากทองตาขวาง แต่ไม่นานเธอก็หลับตาพร้อมระบายลมหายใจออกแรง ๆ “เฮ้อ~ ฉันโดนหลอกแล้วสินะ แมงป่องผลึกพิษข้างนอกคงโดนนายฆ่าไปหมดแล้วใช่ไหม?”

“คุณฉินนี่ฉลาดจริง ๆ เลยนะครับ” หานเซินยิ้มแฉ่ง มือหนาเทซากแมงป่องผลึกพิษออกจากถุงผ้า แมงป่องตัวเท่ากำปั้นตกลงมากองทับกันสูงเกือบครึ่งตัวคน

แม้จะคาดเดาเอาไว้แล้ว แต่เมื่อเห็นว่าอีกฝ่ายสังหารแมงป่องผลึกพิษได้มากมายขนาดนี้ เธอก็ยังอดอึ้งไม่ได้

 หานเซินบรรจงเก็บซากแมงป่องผลึกพิษระดับกลายพันธุ์ใส่ในถุง จากนั้นก็พยายามยัดซากแมงป่องผลึกพิษโบราณกลับเข้าไปให้มากที่สุดเท่าที่จะทำได้

ทว่ากลับยังมีซากแมงป่องหลายตัวเหลืออยู่บนพื้น ด้วยความเสียดายเกินกว่าจะทิ้ง เขาจึงตัดสินใจใช้มีดเลาะและแกะเปลือกของแมงป่องผลึกพิษแล้วแงะเอาเนื้อยุ่น ๆ ข้างในออกมากิน

 

-- กินแมงป่องผลึกพิษระดับโบราณ, ได้รับ 4 จีโนพอยต์โบราณ --

 

หานเซินกินต่อไปเรื่อย ๆ จนกระทั่งซากแมงป่องที่ยัดใส่ถุงไม่ได้หมดเกลี้ยง ขณะนี้ไม่ใช่แค่ถุงผ้าที่ตุงแทบปริ แม้แต่พุงที่ห่อหุ้มด้วยเกราะทองยังป่องออกมาอย่างเห็นได้ชัด

ช่วงแรก ๆ การกินยังคงเพิ่มจีโนพอยต์ได้ แต่ยิ่งกินมากขึ้น จีโนพอยต์ที่ได้รับกลับลดลงเรื่อย ๆ จนสุดท้ายก็ไม่เพิ่มขึ้นอีกเลย

“นายนี่เหลือเชื่อสุด ๆ ของน่าขยะแขยงขนาดนั้นยังกินลง นี่คงไม่คิดจะยอมให้เงินแม้แต่เหรียญเดียวกระเด็นหายไปจากกระเป๋าเลยมั้ง” ฉินเซวียนพูดเหน็บ ไม่เข้าใจในความตระหนี่ของนายเหรียญทองคนนี้สักนิด

“ขึ้นมาสิ” หานเซินไม่ตอบโต้ แต่เดินเข้ามาใกล้ ๆ หันหลังให้และย่อตัวลง ก่อนทำมือเป็นสัญญาณบอกหญิงสาวบนพื้นให้ขึ้นขี่หลัง

“ถ้าแมงป่องผลึกพิษข้างนอกตายหมดแล้ว ฉันก็เดินออกไปเองได้ ไม่ต้องให้นายแบกหรอก” ฉินเซวียนตอบ

“ก็สัญญาว่าจะให้วิญญาณอสูรกลายพันธุ์กับฉันแล้ว เธอคงไม่คิดจะผิดคำพูดใช่ไหมล่ะ? ไหน ๆ เธอก็จะจ่ายค่าตอบแทนอยู่แล้วก็เชิญรับบริการเถอะครับคุณฉิน อีกอย่างขาเธอยังบาดเจ็บ คงไม่ดีแน่ถ้าจะเดินไปเอง” หานเซินพูดจากใจจริง

ฉินเซวียนกัดริมฝีปากครุ่นคิด แต่สุดท้ายก็ยินยอม “ก็ได้”

เพราะมีเกราะหุ้มตัวอยู่ หานเซินจึงไม่รู้สึกถึงความนุ่มนวลของร่างกายหญิงสาว เขารู้แต่ว่าตัวของเธอเบากว่าที่คิด ชายหนุ่มชุดเกราะทองแบกฉินเซวียนไว้บนหลัง มือข้างหนึ่งช้อนสะโพกเธอเพื่อประคองไว้ ส่วนแขนกับมืออีกข้างอุ้มถุงผ้าใส่ซากแมงป่องผลึกพิษก้าวออกจากถ้ำลึก

ฉินเซวียนหนักประมาณห้าสิบกิโลกรัม บวกกับถุงผ้าที่มีน้ำหนักพอ ๆ กัน ไหนจะชุดเกราะหนา รวม ๆ แล้วหานเซินต้องแบกน้ำหนักมากกว่าร้อย’โล อย่างไรก็ตามเพราะร่างกายได้รับการพัฒนาจากจีโนพอยต์แล้ว สำหรับเด็กหนุ่มทั้งหมดนี่ถือว่าเบามาก ใช้เวลาไม่ถึงสิบนาทีเขาก็พาเธอ ถุง และตัวเองออกมาถึงปากทางเข้าถ้ำ

“เธอจะไปไหนต่อ?” หานเซินถาม

“กลับฐานพักพิง” ฉินเซวียนตอบ

คนถามไม่ได้พูดอะไรต่อ แต่แบกฉินเซวียนมุ่งหน้าไปทางฐานพักพิงเกราะเหล็ก หลังจากเดินมาร่วมชั่วโมง เขาก็วางคนบนหลังลง

“จากตรงนี้ เดินไปอีกนิดนึงก็ถึงฐานพักพิงแล้ว อีกอย่างคนใช้ทางนี้เยอะ เดี๋ยวคงมีใครสักคนผ่านมา เธอรอหน่อยแล้วค่อยขอให้คนที่ผ่านมาช่วยพากลับละกันนะ” 

พูดจบมือหุ้มเกราะทองก็แบออกและยื่นไปข้างหน้า “ไหนวิญญาณอสูรกลายพันธุ์ของฉันล่ะ?”

ฉินเซวียนกลอกตาแต่ก็ยอมเรียกวิญญาณอสูรกลายพันธุ์ออกมาแต่โดยดี วิญญาณอสูรดวงนี้มีรูปร่างคล้ายแมวดำ เธอส่งให้เขาก่อนจะถาม

“ฉันเคยให้ซูเสี่ยวเฉียวไปถามนายแล้ว ตกลงนายสนใจขายวิญญาณอสูรเลือดศักดิ์สิทธิ์กับเกียร์ขวานทองนั่นไหม?” 

“อืม… เธอจะให้ราคาขวานทองเท่าไหร่?” หานเซินถามน้ำเสียงคิดหนัก

“สองล้าน! เป็นไง?” ฉินเซวียนรีบตอบทันควัน

“ฮะ? นั่นมันเกียร์ของอสูรระดับเลือดศักดิ์สิทธิ์เลยนะ เงินแค่สองล้านยังซื้อวิญญาณอสูรระดับกลายพันธุ์ไม่ได้เลยด้วยซ้ำ” พ่อค้าขมวดคิ้วโต้

“ขวานทองนั่นดูสุดยอดมากก็จริง แต่เกียร์เป็นของที่เอาออกไปจากก็อดแซงก์ทัวรีไม่ได้ ไม่เหมือนวิญญาณอสูร ไม่มีใครเขาจ่ายแพง ๆ เพื่อซื้อเกียร์กันหรอก! เอางี้สิ ถ้านายยอมขายวิญญาณอสูรนักฆ่ากระหายเลือดด้วย ฉันยินดีจ่ายให้ยี่สิบสองล้านเลย!" ฉินเซวียนพยายามอธิบาย พร้อมยื่นข้อเสนออีกครั้ง

  “ไม่เอา ยังไงสองล้านก็ถูกเกินไป! อืม…ขอวิญญาณอสูรกลายพันธุ์อีกดวงบวกกับเงินสองล้าน!” หานเซินต่อรอง 

“ไม่! เรื่องวิญญาณอสูรระดับกลายพันธ์ุฉันยอมให้อีกไม่ได้ เอาเป็นห้าล้านละกันค่าขวานทอง” ฉินเซวียนตอบกลับอย่างหนักแน่น เธอจะไม่ยอมเสียวิญญาณอสูรระดับกลายพันธุ์ให้หมอนี่อีกแล้ว

“ถ้างั้นฉันขอแค่เนื้ออสูรกลายพันธุ์สองตัว กับเงินสองล้านพอ!” หานเซินยังไม่ยอมปิดการขาย

“จะขอมากไปละนะ! ค่าเกียร์อสูรขวานทองฉันให้นายได้แค่หกล้านถ้วน! ถ้าไม่เอาก็เลิกคุย” ฉินเซวียนยื่นคำขาด

“ตกลง! เอาตามนี้ เตรียมเงินไว้ให้พร้อม เดี๋ยวฉันจะติดต่อผ่านซูเสี่ยวเฉียวเองว่าเราจะนัดรับของกันที่ไหนเมื่อไหร่”

พ่อค้าเกราะทองปิดดีลฉับไว พูดจบก็โบกมือลา ก่อนสะพายถุงผ้าใส่ซากแมงป่องขึ้นบ่าแล้วรีบจ้ำอ้าว

 “อ้าว! เดี๋ยวสิ แล้วเรื่องวิญญาณอสูรเลือดศักดิ์สิทธิ์ล่ะ นายจะไม่พิจารณาข้อเสนอของฉันอีกนิดเหรอ? ยี่สิบล้านนั่นแค่ราคาเริ่มต้นนะ อยากได้เท่าไหร่ล่ะ เรายังต่อรองกันได้!” ฉินเซวียนร้องเรียกไล่หลัง

“ไม่!” ทว่าหานเซินบอกปัดโดยไม่หันกลับมามอง เขายังคงตั้งหน้าตั้งตาเดินต่อ

ในเมื่อพ่อค้าไม่ยอมขายลูกค้าที่อยากได้จึงได้แค่อยาก ฉินเซวียนมองแผ่นหลังของ ‘เหรียญทอง’ ที่กำลังเดินจากไปด้วยสายตาหลากหลาย และตอนนั้นเองที่เธอนึกเรื่องหนึ่งได้

‘เกราะของหมอนั่นป้องกันเหล็กในของแมงป่องผลึกพิษโบราณได้…หรือว่าจะเป็นวิญญาณอสูรเลือดศักดิ์สิทธิ์?’

ยิ่งทบทวน หญิงสาวก็ยิ่งรู้สึกว่ามีความเป็นไปได้สูง เพราะหากเป็นแค่เกราะวิญญาณอสูรระดับกลายพันธุ์ธรรมดาก็ไม่น่าจะทนทานการโจมตีจากเหล็กในแหลม ๆ และหางทรงพลังของแมงป่องผลึกพิษได้มากขนาดนี้

‘คนคนนี้เป็นใครกันแน่? แต่ดูแล้วไม่น่าใช่คนในกองทัพ’ ฉินเซวียนขบคิดอยู่นาน แต่ก็ไม่ได้ข้อสรุปอะไรเกี่ยวกับคนลึกลับที่ใช้ฉายาว่า ‘เหรียญทอง’ คนนั้น

.

.

ในขณะเดียวกัน หานเซินที่เดินจากมา เมื่อแน่ใจว่าลับตาคนเขาก็ปลดเกราะเลือดศักดิ์สิทธิ์ออก แอบเปลี่ยนถุงผ้าที่ใส่แมงป่อง เดินวนรอบพื้นที่หนึ่งรอบใหญ่ จากนั้นก็สะพายถุงใบใหม่กลับฐานพักพิงเกราะเหล็ก เมื่อมาถึงหน้าประตู เขาก็พบว่าเหล่าคนของโอรสสวรรค์ที่ดักตรวจค้นผู้คนที่เข้าออกอยู่หน้าประตูใหญ่หายไปหมดแล้ว คนพวกนั้นคงยอมแพ้เพราะตั้งด่านมาตั้งนานแต่ก็ไม่เจอเบาะแสอะไรสักอย่าง

ขณะที่หานเซินกำลังจะเดินผ่านประตู เขาก็พบกับกลุ่มของหานห่าวอีกครั้ง

“แหม บังเอิญจริง ๆ พี่คลั่งทะลวงก้น เราเจอกันอีกแล้วนะ รอบนี้ได้ของมาเยอะเลยสิเนี่ย ถุงเต็มขนาดนี้ มีอสูรกลายพันธุ์อยู่ในนั้นกี่ตัวล่ะ? ฮ่าฮ่าฮ่า” ชายหนุ่มคนหนึ่งส่งเสียงเย้ยก่อนหัวเราะเยาะ

“ตัวเดียว” หานเซินตอบเสียงเรียบ

“ฮะ? ฮ่า ๆ นายนี่ตลกจริง ๆ อะ ยอมรับมุกเพื่อนฉันด้วย! อย่างนายแค่อสูรโบราณก็ล่าไม่ไหวแล้วไม่ใช่เหรอ? ของในถุงดูแข็ง ๆ อย่างงั้น มีแต่ด้วงทมิฬเต็มถุงก็บอกมาเถอะ” อีกคนล้อเลียนด้วยน้ำเสียงติดตลก ทำเอาคนข้าง ๆ หัวเราะสนุกสนาน ไม่มีใครเชื่อว่าหานเซินจะล่าอสูรกลายพันธุ์ได้

“หานห่าว คราวหน้านายอย่าจำคนผิดอีกนะ  ฉันเตือนจากใจ ถ้าเอาตัวไปยุ่งกับหมอนี่นายจะโชคร้ายไปอีกนานแน่” ชายหนุ่มคนหนึ่งตบไหล่หานห่าวและพูดเสียงจริงจัง

“ก่อนหน้านั้นฉันแค่จำคนผิด ฉันไม่มีทางเกี่ยวข้องกับไอ้คลั่งทะลวงก้นนี่อยู่แล้ว” หานห่าวตอบใบหน้าแดงซ่าน

หานเซินไม่สนใจ เขาเดินเข้าไปในฐานพักพิงต่อก่อนตรงกลับเข้าห้องพักของตนเอง

เมื่อมาถึง เด็กหนุ่มก็แยกซากแมงป่องผลึกพิษระดับกลายพันธุ์เก็บไว้ ส่วนซากแมงป่องผลึกพิษระดับโบราณ เขาวางแผนที่จะขายให้กับซูเสี่ยวเฉียว

เขาจำเป็นต้องเก็บเนื้ออสูรกลายพันธุ์ไว้กินเองบ้าง แม้ว่าคริสตัลสีดำจะสามารถพัฒนาสัตว์อสูรให้เป็นระดับกลายพันธุ์ได้ในเวลาแค่ครึ่งเดือน แต่หานเซินไม่มีเวลารอนานขนาดนั้น  เพราะเป้าหมายเร่งด่วนของเขาคือ การวิวัฒนาการด้วยจีโนพอยต์เลือดศักดิ์สิทธิ์

.

.

.