LNCrawler

ตอนที่ 19 สงวนสิทธิ์เฉพาะผู้มีบรรดาศักดิ์

สุดยอดยีนเทพเจ้า — novel.dek d.com · All chapters

ตอนที่ 19 สงวนสิทธิ์เฉพาะผู้มีบรรดาศักดิ์

กลางดึกสงัด หานเซินวางถุงที่บรรจุซากแมงป่องผลึกพิษพร้อมกับกระดาษโน้ตไว้หน้าประตูห้องของซูเสี่ยวเฉียว หลังจากเคาะประตูเบา ๆ ไม่กี่ครั้ง เขาก็รีบวิ่งไปซ่อนตัวในมุมมืดใกล้ ๆ หลังเห็นคู่ค้าคนสำคัญออกจากห้องและเก็บถุงผ้ากับกระดาษเข้าไป พ่อค้าในเงามืดก็โล่งใจและจากไปอย่างเงียบ ๆ

.

.

การค้ากับฉินเซวียนประสบความสำเร็จอย่างมาก หานเซินได้รับเงินหกล้านจากการขายขวานทองกับอีกแปดหมื่นจากซากแมงป่องผลึกพิษ เมื่อกลับมาที่ห้องพักส่วนตัวและเปิดกล่องเห็นปึกเงินที่อัดแน่นอยู่ เด็กหนุ่มก็แทบกระโดดตัวลอยด้วยความลิงโลด

แม้แต่ในตอนที่พ่อของเขายังมีชีวิตอยู่ เขาก็ยังไม่เคยเห็นเงินมากมายขนาดนี้มาก่อน

หานเซินรีบออกจากก็อดแซงก์ทัวรีพร้อมกับเงินก้อนโต เขาอยากแบ่งปันความสุขนี้กับแม่และเหยียนเหยียน ครอบครัวของเขาจะไม่ต้องทนทุกข์อีกต่อไปแล้ว วันเวลาที่เลวร้ายผ่านพ้นไปแล้ว

ถึงก่อนหน้านี้เขาจะเคยหาเงินมาได้ แต่เพราะต้องเอาเงินก้อนนั้นทั้งหมดไปใช้แก้ปัญหาเรื่องบ้าน รวมถึงจ่ายค่ารักษาพยาบาลของตัวเอง ในความรู้สึกจึงเหมือนการเป็นหนี้แล้วต้องหาเงินมาจ่าย ในตอนนั้นเขาไม่ได้รู้สึกถึงการมีเงินเลย ตรงกันข้ามเขายังคงรู้สึกขัดสนและจนกรอบ แต่มาเวลานี้…ในตอนนี้…ตอนที่เขามีเงินหกล้านเป็นของตัวเองโดยสมบูรณ์อยู่ในมือ ความรู้สึกที่เกิดขึ้นแตกต่างจากตอนได้เงินสองล้านลิบลับ และมันเหมือนเขากำลังฝันไป

จริงอยู่ เงินจำนวนนี้ยังไม่มากพอจะซื้อยานบินส่วนตัวหรูหราขับเหมือนพวกคนรวย แต่สำหรับหานเซินแล้ว มันคือเงินก้อนที่มากที่สุดเท่าที่เขาเคยเห็นมาในชีวิต

“แม่ เหยียนเหยียน มานี่สิ มีอะไรจะให้ดู” หานเซินดึงมารดาและน้องสาวเข้ามาในห้อง แล้วเปิดกล่องเทปึกธนบัตรทั้งหมดลงบนเตียง

“เสี่ยวเซิน! ลูกไปเอาเงินมาจากไหนเยอะแยะขนาดนี้?” ลั่วซูหลานเบิกตากว้าง ประโยคแรกที่หลุดออกมาเป็นคำถามที่ไม่ใช่การแสดงความดีใจแต่กลับสื่อถึงอารมณ์ตกใจและเป็นกังวล เธอกำลังกลัวว่าลูกชายไปทำอะไรเสี่ยงอันตรายเพื่อแลกเงินมาหรือเปล่า

“ผมล่าอสูรกลายพันธุ์ในก็อดแซงก์ทัวรีได้น่ะครับ แถมโชคดีได้วิญญาณอสูรมาด้วย เงินนี่ได้มาจากการขายวิญญาณอสูรครับ” หานเซินตอบกว้าง ๆ ใช้น้ำเสียงกลาง ๆ เขาเลี่ยงที่จะพูดถึงรายละเอียดเพราะกลัวแม่จะรับไม่ไหว

เช่นเรื่องของคริสตัลสีดำ หานเซินสาบานกับตัวเองว่าจะไม่มีวันพูดออกไปเด็ดขาด เพราะมันอาจนำพาหายนะมาสู่ครอบครัวได้ เขาจะเก็บเรื่องนี้ไว้กับตัวชั่วชีวิต แม้ในความฝันก็ไม่มีวันเอ่ยถึง เรื่องสมบัติแสนวิเศษที่เหมือนแฮกระบบจักรวาลนี้ ถ้าเกิดแพร่งพรายออกไป ผลลัพธ์ที่เลวร้ายที่สุดคือการสูญเสียทั้งครอบครัว

ทว่าลั่วซูหลานก็ยังขมวดคิ้วพร้อมกับส่ายหน้าหลังได้ฟังคำตอบ “โธ่ เสี่ยวเซิน ไม่น่าทำแบบนี้เลย ลูกควรเก็บวิญญาณอสูรกลายพันธุ์ไว้ จะได้ใช้พัฒนาตัวเองในอนาคต พวกเรายอมลำบากกันหน่อยก็ไม่เห็นเป็นไร สักวันหนึ่งเดี๋ยวเราก็ผ่านมันไปได้”

“แม่ไม่ต้องห่วงนะครับ ยังมีโอกาสอีกแน่นอน ผมกินเนื้ออสูรกลายพันธุ์ไปแล้ว ได้จีโนพอยต์กลายพันธุ์มาด้วย ต่อไปผมก็จะล่าอสูรได้ง่ายขึ้น แล้วก็ต้องมีโอกาสล่าอสูรกลายพันธุ์ได้อีกหลายตัว” หานเซินปลอบแม่

“แต่ว่า…” ลั่วซูหลานยังคงรู้สึกเสียดาย เธอรู้ดีว่าการล่าอสูรกลายพันธุ์นั้นไม่ง่าย โดยเฉพาะกับลูกชายของเธอที่ไม่มีต้นทุนติดตัวเท่ากับคนอื่น ๆ

สำหรับคนในชนชั้นกลางค่อนล่าง การล่าอสูรกลายพันธุ์ได้สักตัวหนึ่งถือว่าเป็นโชคใหญ่ เปรียบเสมือนการถูกลอตเตอรี่ก็ว่าได้ ซึ่งโอกาสที่คนคนหนึ่งจะถูกลอตเตอรี่ซ้ำมีมากแค่ไหน โอกาสที่คนในชนชั้นล่างจะสามารถล่าอสูรระดับกลายพันธุ์ได้ซ้ำอีกครั้งก็มีเท่ากัน

“อีกอย่าง เหยียนเหยียนก็ใกล้จะเข้าโรงเรียนแล้ว ผมไม่อยากให้น้องต้องเรียนโรงเรียนรัฐบาลภาคบังคับเหมือนผม แบบนั้นมันไม่มีอนาคตเลยครับ” หานเซินพูดต่อ

ลั่วซูหลานมองลูกชาย แล้วหันไปมองหน้าลูกสาว น้ำตาเอ่อคลอ “เป็นเพราะแม่ดูแลพวกลูกได้ไม่ดี นี่มันควรเป็นหน้าที่ของแม่ แม่นี่ใช้ไม่ได้เลย…”

“แม่ครับ แม่เลี้ยงพวกเรามาได้ขนาดนี้ ผมว่าแม่สุดยอดมากแล้วนะ ตอนนี้ผมโตแล้ว แม่ให้โอกาสลูกชายคนนี้ได้ทำอะไรเพื่อครอบครัวบ้างเถอะนะครับ…” หานเซินรีบตัดบทมารดาก่อนอีกฝ่ายจะคิดโทษตัวเองไปมากกว่านี้ “...เนี่ยไหน ๆ เราก็มีเงินแล้ว ไปกินอะไรอร่อย ๆ กันดีกว่า!” 

เด็กหนุ่มหันไปส่งยิ้มให้น้องสาว อุ้มร่างเล็กขึ้นมาโยนขึ้นสูงทำให้เด็กหญิงหัวเราะเอิ๊กอ๊าก “เหยียนเหยียน วันนี้อยากกินอะไรดี พี่ชายจะพาไปเลี้ยง อยากกินอะไรก็สั่งได้เลย!”

หานเหยียนดีใจจนยิ้มแก้มปริ ร้องตะโกนเสียงดัง “หนูอยากลองกินไอติมบลูแซปไฟร์!”

“ได้เลย วันนี้จะพาไปกินไอติมบลูแซปไฟร์ให้พุงกางเลยเจ้าแมวน้อยจอมตะกละ” หานเซินพูดพลางบีบจมูกเล็ก ๆ ของหานเหยียนอย่างมันเขี้ยว

“หยุดเลย! ไอศกรีมบลูแซปไฟร์มันแพงมากนะลูก ถึงจะมีเงินแล้วก็ต้องใช้ประหยัด ๆ หน่อย ไหนว่าจะเก็บไว้ให้เหยียนเหยียนเข้าโรงเรียนไง ต่อไปเสี่ยวเซินยังต้องซื้อเนื้อสัตว์อสูรอีก”

“โธ่ แม่ครับ แค่ครั้งนี้ครั้งเดียวเองน่านะ” หานเซินคว้ามือลั่วซูหลานแล้วพาเดินออกไป

“จริงสิ เสี่ยวเซิน เรื่องที่ลูกล่าสัตว์อสูรกลายพันธุ์ได้กับขายวิญญาณอสูรกลายพันธุ์ไป อย่าพูดให้ใครฟังเด็ดขาดนะ แม่ไม่อยากให้ลูกมีชะตากรรมแบบเดียวกับพ่อของลูก” ลั่วซูหลานเตือนหานเซินด้วยสีหน้าจริงจัง

หลังจากเกิดเรื่องกับสามีของเธอ–พ่อของหานเซินและหานเหยียน ลั่วซูหลานก็เปลี่ยนมุมมองการใช้ชีวิตไปจนหมด เธอไม่อยากให้ทั้งลูกชายลูกสาวต้องแบกรับความกดดันมากเกินไปเหมือนพ่อของพวกเขา เธอขอแค่ให้ลูก ๆ ทั้งสองมีชีวิตที่สงบสุขก็เพียงพอ

“แม่ไม่ต้องกังวลหรอกครับ ผมสัญญาว่าจะไม่บอกใครเด็ดขาด เงินก็ให้แม่เก็บไว้ทั้งหมด แม่อยากใช้ทำอะไรหรืออยากแบ่งเก็บไว้ก็ตามใจได้เลย” หานเซินอุ้มหานเหยียนด้วยมือข้างหนึ่ง มืออีกข้างจูงมือคนเป็นแม่ออกจากบ้าน

.

.

ไอศกรีมของร้านบลูแซปไฟร์มีชื่อเสียงมากที่สุดในสหพันธ์ดวงดาว รสชาติถือว่าล้ำเลิศสุด ๆ และแน่นอนว่าราคาก็แพงมากเช่นกัน ไอศกรีมถ้วยที่ถูกที่สุดยังต้องใช้เงินหลักพันถึงจะได้ลิ้มลอง

ลูกหลานไฮโซในละแวกบ้านของพวกเขามักได้กินไอศกรีมร้านหรูเจ้านี้บ่อย ๆ ทว่าหานเหยียนเกิดมาในช่วงที่สถานะการเงินของครอบครัวกำลังดิ่งลงเหว กว่าจะถึงวัยที่กินไอศกรีมได้ครอบครัวก็ยากจนเสียก่อน ทำให้ไม่เคยได้ลิ้มรสไอศกรีมราคาแพงนี้เลย

เมื่อก่อนลั่วซูหลานเคยพาหานเซินมากินอยู่ไม่กี่ครั้ง ซึ่งหานเซินก็ยังจำได้ดีว่ารสชาติของมันอร่อยขนาดไหน แต่ตอนนี้ ถ้าให้นับก็ผ่านมาหลายปีมากแล้ว เขาเองก็แทบจำไม่ได้ว่ารสชาติของมันเป็นอย่างไร

เมื่อสามแม่ลูกมาถึงร้านไอศกรีมบลูแซปไฟร์ก็พบว่าภายในร้านมีลูกค้าเต็มแน่น ยิ่งกว่านั้นยังมีคนต่อแถวซื้อไอศกรีมยาวออกไปนอกร้าน

“นู้น พวกเราไปนั่งข้างบนกัน” ก่อนเดินเข้าประตู หานเซินเห็นว่าบนชั้นสองของร้านค่อนข้างว่าง เขาจึงให้แม่กับน้องขึ้นไปนั่งรอก่อน ส่วนตนจะไปต่อแถวรอสั่งไอศกรีม

ทว่า ทันทีที่ทั้งสามเดินถึงบันได พนักงานหนุ่มคนหนึ่งในร้านก็เข้ามาขวางไว้

“ขอโทษนะครับ พวกคุณขึ้นไปไม่ได้” พนักงานคนนั้นร้องบอก

“ทำไมล่ะ? ชั้นบนยังมีที่ว่างอยู่ไม่ใช่เหรอครับ?” หานเซินถามด้วยความสงสัย

ใบหน้าของพนักงานร้านแสดงออกถึงความเหยียดหยามและไม่พอใจ เขาชี้ไปที่ป้ายเล็ก ๆ ข้างบันได “ถึงพวกคุณจะไม่เคยกินไอศกรีมบลูแซปไฟร์ แต่คงเคยได้ยินกฎของร้านมาบ้างใช่ไหมครับ?”

หานเซินมองไปยังป้ายเล็ก ๆ ที่หนุ่มคนนั้นชี้ มีข้อความเขียนไว้ว่า 

‘VIP zone - สงวนสิทธิ์เฉพาะผู้มีบรรดาศักดิ์’

ข้อความที่เห็นทำให้หานเซินเข้าใจสถานการณ์ทันที บนชั้นสองของร้านถูกกั้นเป็นเขตหวงห้าม มีไว้สำหรับรับรองชนชั้นสูงผู้มีบรรดาศักดิ์แห่งสหพันธ์ดวงดาวเท่านั้น คนธรรมดาอย่างครอบครัวเขาไม่มีสิทธิ์แม้แต่จะขึ้นไปนั่ง

แบบนี้ก็ไม่แปลกที่ชั้นสองจะมีการตกแต่งหรูหรากว่าชั้นหนึ่งมาก และไม่แปลกอีกเช่นกันที่ชั้นล่างจะมีคนแน่นกับคิวยาวเหยียด ในขณะที่ชั้นสองยังมีที่ว่างมากมาย ตอนนี้หานเซินเข้าใจกระจ่างแล้ว

“พวกเราไม่เหนื่อยหรอก รอแป๊บเดียวก็ได้ เสี่ยวเซิน ไปซื้อไอศกรีมให้เหยียนเหยียนเถอะ” ลั่วซูหลานดึงแขนลูกชายเบา ๆ พลางยิ้มปลอบ เธอไม่อยากไม่ให้เขารู้สึกกดดันและอึดอัดกับสถานการณ์ที่เผชิญ

“ครับ” หานเซินยิ้มตอบ แล้วเดินไปต่อแถว  แม้ภายนอก เด็กหนุ่มจะดูเหมือนไม่ใส่ใจอะไร แต่ในใจของเขากลับบังเกิดความปรารถนาแรงกล้า

‘มีบรรดาศักดิ์?... ชนชั้นสูง?... ขุนนาง?... เหอะ! คอยดูเถอะ ต่อไปฉันจะมีเหมือนกันและจะมีมากกว่านั้นด้วย!’

หลังสั่งเสร็จที่นั่งในร้านก็ยังไม่ว่าง สามแม่ลูกจึงต้องหอบไอศกรีมกลับไปกินที่บ้าน ก่อนเดินออกจากร้าน หานเซินเหลือบมองป้ายเล็ก ๆ ข้างบันไดทางขึ้นชั้นสองอีกครั้ง

[VIP zone - สงวนสิทธิ์เฉพาะผู้มีบรรดาศักดิ์]

‘ไอ้ป้าย VIP งี่เง่า อีกไม่นานแกจะขวางทางฉันไม่ได้แล้ว!’

.

.

.