LNCrawler

ตอนที่ 20 เธออย่างนั้นเหรอ?

สุดยอดยีนเทพเจ้า — novel.dek d.com · All chapters

ตอนที่ 20 เธออย่างนั้นเหรอ?

เช้าวันรุ่งขึ้น หานเซินนั่งอยู่บนรถไฟฟ้ามุ่งหน้าไปยังสถานีเทเลพอร์ตสาธารณะ ในรถไฟฟ้าอัดแน่นไปด้วยผู้โดยสาร ซึ่งมีหลายคนที่กำลังมุ่งหน้าไปยังจุดหมายปลายทางเดียวกันกับเขา

คนฐานะธรรมดาส่วนใหญ่ไม่มีกำลังทรัพย์มากพอจะซื้อเครื่องเทเลพอร์ตส่วนตัวมาไว้ที่บ้าน โชคดีที่รัฐบาลสนับสนุนให้มีการจัดตั้งสถานีเทเลพอร์ตสาธารณะ ทำให้พวกเขาสามารถเข้าสู่ก็อดแซงก์ทัวรีได้โดยไม่เสียค่าใช้จ่าย 

ทว่าวันนี้คนขับรถไฟฟ้าดูจะหงุดหงิดเป็นพิเศษ ขณะที่เด็กหนุ่มกำลังครุ่นคิดถึงสิ่งที่จะทำหลังเข้าไปในก็อดแซงก์ทัวรี จู่ ๆ ขบวนรถไฟก็เบรกกะทันหันและเกิดการสั่นสะเทือนอย่างรุนแรง ทำให้ผู้โดยสารที่ยืนโหนราวอยู่ในรถต่างล้มคว่ำระเนระนาด

หานเซินที่กำลังใจลอยก็ไม่ทันระวังตัวเช่นกัน เขาเสียหลักเซไปข้างหน้าก่อนชนปะทะอะไรบางอย่างนุ่ม ๆ หอม ๆ ขณะเดียวกันคนข้างหลังก็เบียดมาทับ เมื่อไม่สามารถทรงตัวได้ สัญชาตญาณจึงบอกให้ร่างกายคว้าจับของที่อยู่ใกล้มือมากที่สุดโดยอัตโนมัติเพื่อยึดเกาะ 

แต่ในวินาทีที่คว้าสิ่งนั้นไว้ หานเซินก็รู้สึกถึงความไม่ปกติทันที! พื้นผิวที่สัมผัสทั้งนุ่มนิ่ม ยืดหยุ่น และ…เต็มไม้เต็มมือ!

เมื่อก้มลงมอง หานเซินก็พบว่าสิ่งที่เขาชนคือร่างของผู้หญิงคนหนึ่งในชุดเครื่องแบบทหาร ตัวของเขาแนบชิดกับตัวเธอตั้งแต่แผ่นหลังไปจนถึงสะโพก แต่ที่แย่กว่านั้นคือ…มือใหญ่ทั้งสองข้างคว้าหมับอยู่กับทรวงอกของเธอพอดิบพอดี!

“ไอ้ชั่ว!” ผู้หญิงในเครื่องแบบร้องด่าอย่างโกรธเคือง เธอหันกลับมาพร้อมศอกที่พุ่งอัดหน้าไอ้ชั่วโรคจิตอย่างรวดเร็วและรุนแรง 

หานเซินยกแขนขึ้นปัดป้องโดยสัญชาตญาณ ถ้าโดนศอกน่ากลัวนั่นเข้าไป คงไม่ใช่แค่คิ้ว คาง หรือจมูกที่แตกยับ แต่มีหวังถึงขั้นกะโหลกยุบแน่ ๆ ก็นี่ขนาดว่าป้องกันได้ แรงกระแทกหนักหน่วงที่พุ่งเข้าใส่ยังทำให้ตัวเขาเซไปข้างหลังจนล้มลง

หญิงสาวในเครื่องแบบทหารหันกลับมาด้วยท่าทางคล่องแคล่วแบบนักสู้  ดวงตาดุดันจ้องมองหานเซินอย่างเอาเรื่อง และในวินาทีที่เห็นหน้าเขาชัด ๆ เธอก็ร้องเสียงหลง 

“ไอ้คลั่งทะ–!” / “ฉินเซวียน!” 

ทหารหญิงคนนั้นพูดไม่ทันจบคำก็เลือกกลืนคำพูดลงคอไปก่อน ขณะที่หานเซินเองก็ร้องออกมาด้วยความตกใจไม่แพ้กันเมื่อพบว่าแม่สาวในชุดทหารที่เขาแต๊ะอั๋งไปโดยไม่ตั้งใจคือฉินเซวียน…อีกแล้ว! คนคนเดียวกับที่เขาเคยทำรุ่มร่ามไปโดยไม่ตั้งใจครั้งก่อน…อีกแล้ว! ผู้เป็นโจทก์ในเหตุการณ์น่าอับอายที่ทำให้เขาไม่มีใครคบหาจนได้รับฉายา ‘ไอ้คลั่งทะลวงก้น’ มาจนถึงทุกวันนี้!

หานเซินไม่เคยคิดเลยว่าจะได้พบฉินเซวียนในดาวลูก้า–ดาวบ้านเกิดของเขา ที่สำคัญ ถ้าดูจากเครื่องแบบ…เหมือนเธอจะเป็นคนของกองทัพเสียด้วย! 

จริงอยู่ว่าการเป็นทหารในสหพันธ์ดวงดาวไม่ใช่เรื่องแปลก เพราะมีกฎว่าพลเมืองที่อาศัยอยู่อย่างถูกต้องตามกฎหมายทุกคน เมื่ออายุครบยี่สิบปีบริบูรณ์จะต้องเข้ารับการเกณฑ์ทหารและประจำการในกองทัพอย่างน้อยห้าปี เมื่อหานเซินมีอายุครบยี่สิบและไม่มีเงื่อนไขหรือเหตุผลพิเศษให้ได้รับการยกเว้น เขาก็จะต้องไปเป็นทหารเช่นเดียวกัน

ฉินเซวียนจำหานเซินได้ แต่เธอกลับไม่ได้ลงมือทำอะไรต่อ เพียงแค่สาดสายตาเย็นชามองเขาด้วยความรังเกียจ

หานเซินได้แต่ยิ้มแห้งกับตัวเอง 

‘ซวย! สายตาแบบนั้นเธอต้องคิดว่าเราตั้งใจแหง ๆ เหอะ! ก็ไม่แปลก เราเคยพลาดไปแทงก้นเธอครั้งนึง มาคราวนี้ยังจับหน่มน้มเต็ม ๆ อีก ถ้าจะบอกว่าไม่ได้ตั้งใจ ต่อให้เราเป็นฉินเซวียนเราก็ไม่เชื่อ T-T’

‘สหพันธ์ดวงดาวออกจะกว้างใหญ่ มีดาวอยู่อาศัยตั้งเยอะแยะ ทำไมฉินเซวียนจะต้องอยู่ที่ดาวลูก้านี่ด้วย? แล้วทำไมเราถึงต้องบังเอิญเจอเธอวันนี้ด้วย? แค่นั้นไม่พอ ยังดวงซวยมาเกิดเรื่องแบบนี้ขึ้นอีก!’

คนโชคไม่ดีทำได้แค่บ่นในใจ แต่เขาก็รู้ดีว่าไม่มีประโยชน์อะไรที่จะแก้ตัวในตอนนี้ คงได้แต่ต้องปล่อยให้เป็นไปตามสถานการณ์เท่านั้น

ต้องรู้ก่อนว่า การใช้กำลังทำร้ายคนอื่นโดยไม่มีเหตุอันควรในเขตแดนของสหพันธ์ดวงดาวเป็นเรื่องผิดกฎหมาย โดยเฉพาะถ้าเป็นทหารในเครื่องแบบยิ่งต้องวางตัวให้เหมาะสม ฉินเซวียนเองก็คงไม่อยากให้เกิดความวุ่นวาย จึงได้แต่มองหานเซินด้วยสายตาคาดโทษ ทำอะไรมากไปกว่านั้นไม่ได้

หานเซินน้ำลายหนืด รู้สึกเสียวสันหลังวาบกับสายตาอาฆาตแค้นแบบนั้น เมื่อถึงสถานีเทเลพอร์ตที่เป็นจุดหมายเขาก็รีบลงจากรถไฟฟ้าทันที แต่ปรากฏว่าฉินเซวียนเองก็ตามลงมาเหมือนกัน

“นายนี่มันสันดานไม่ดีจริง ๆ ครั้งแรกฉันอุตส่าห์ทำใจยอมเชื่อแล้วว่านายไม่ได้ตั้งใจ แต่ตอนนี้ฉันมั่นใจละ นายมันไอ้ชั่วโรคจิตของแท้!” ฉินเซวียนด่าทอด้วยสายตาโกรธเคือง

“แต่เมื่อกี้คุณก็เห็นนี่ รถไฟฟ้าเบรกแรงขนาดนั้น คนอื่นก็ล้มเหมือนกันหมด ทุกอย่างมันเป็นอุบัติเหตุ!” หานเซินพยายามอธิบายพร้อมฝืนยิ้มฝืดเฝื่อน

“ถ้านายเป็นฉัน นายจะเชื่อไหมล่ะ?” ฉินเซวียนถามด้วยน้ำเสียงเย็นชา

“โธ่! ก็บอกแล้วว่าเป็นอุบัติเหตุ อุบัติเหตุอะ ผมไม่ได้ตั้งใจคุณจะให้ผมทำยังไงเล่า?” หานเซินถามกลับอย่างทดท้อขณะมองหน้าอีกฝ่าย  เขาเข้าใจ เธอคงตัดสินไปแล้วว่าเขาคือไอ้โรคจิต แต่จะให้ทำอย่างไรก็ในเมื่อความจริงคือมันเป็นเหตุสุดวิสัย เขาไม่ได้ตั้งใจทำอย่างนั้นจริง ๆ 

“ไอ้คนหน้าไม่อาย! ทำเรื่องชั่ว ๆ แล้วยังจะพูดแบบนี้อีก!” ฉินเซวียนยิ่งโกรธมากขึ้นเมื่อเห็นว่าคนโรคจิตเอาแต่ปฏิเสธไม่มีทีท่าว่าจะสำนึกผิดสักนิด ก่อนชี้หน้าด้วยความโมโห “อย่าคิดนะว่าแค่หาข้ออ้างแก้ตัวไปเรื่อย ๆ แล้วจะรอดได้ อย่างฉันไม่ใช่แค่ส่งนายให้ตำรวจปรับแล้วปล่อยไปแน่ ฉันจะไม่ยอมให้ชีวิตนายง่ายขนาดนั้นหรอก! รอเข้าไปในก็อดแซงก์ทัวรีก่อนเถอะ ฉันจะรอตัดสินโทษของนายอยู่ที่นั่น!”

พูดจบ ทหารหญิงก็หันหลังเดินตรงเข้าไปในสถานีเทเลพอร์ต

หานเซินได้แต่ยืนหัวเราะอย่างขมขื่นให้กับชะตากรรมบัดซบของตัวเอง สถานการณ์ตอนนี้ไม่ว่าเขาจะอธิบายอย่างไรก็คงไร้ประโยชน์แบบสมบูรณ์ ทว่าถึงจะถูกขู่อย่างนั้นเขาก็ไม่สามารถหลีกเลี่ยงการเข้าไปในก็อดแซงก์ทัวรีได้อยู่ดี สุดท้ายก็ต้องจำใจเดินคอตกตามฉินเซวียนเข้าไปในสถานีเทเลพอร์ต

“สวัสดีค่ะ หัวหน้าสถานีฉิน” ทันทีที่ฉินเซวียนเดินมาถึงหน้าสถานี ทหารที่ประจำการอยู่ทั้งสองฝั่งของทางเข้าก็พากันยืนตรงและทำความเคารพเธออย่างพร้อมเพรียง

หานเซินที่กำลังเดินอยู่ข้างหลังไกล ๆ ถึงกับชะงัก เบิกตากว้างด้วยความตกใจขณะมองไปที่ฉินเซวียนอย่างไม่เชื่อสายตา ‘หัวหน้าสถานีฉินเหรอ?’ ความรู้สึกอึ้งตามมาด้วยความสิ้นหวัง ท้อแท้ หดหู่ถาโถมเข้ามาในใจ เขาชักอยากร้องไห้ดัง ๆ เสียแล้ว

สถานีเทเลพอร์ตสาธารณะทุกแห่งอยู่ภายใต้การดูแลของกองทัพทหารแห่งสหพันธ์ดวงดาวโดยตรง แต่ละสถานีจะมีหน่วยทหารประจำอยู่ และหัวหน้าสถานีก็คือผู้บังคับบัญชาของสถานีนั้น ๆ ซึ่งหมายความว่ามีอำนาจยิ่งใหญ่ที่สุดประจำสถานี

หานเซินเคยได้ยินมาว่าหัวหน้าสถานีคนก่อนกำลังจะถูกย้าย และหัวหน้าคนใหม่ก็เพิ่งเข้ามา แต่ต่อให้เขามีญาณหยั่งรู้ที่รู้เห็นอะไรก็ได้ เขาก็คงไม่นึกจะใช้ญาณตรวจดูว่าหัวหน้าคนใหม่ของสถานีเทเลพอร์ตใกล้บ้านคือใคร พูดง่าย ๆ เขาไม่เคยคิดมาก่อนเลยสักนิดว่าผู้มีอำนาจคนนั้นจะเป็นฉินเซวียน

หานเซินสังหรณ์ใจไม่ดี และเริ่มคิดว่าชีวิตที่เพิ่งดีขึ้นของตัวเองกำลังจะจบลงเสียแล้ว เพราะในฐานะหัวหน้าสถานี ฉินเซวียนสามารถมอนิเตอร์ได้ว่าเขาจะเข้าออกสถานีเทเลพอร์ตเมื่อไหร่หรือตอนไหน เธอจะรู้ความเคลื่อนไหวของเขาได้อย่างละเอียด และแน่นอน เธอจะต้องจับตามองไอ้โรคจิตที่ก่อปัญหาให้เธอโดยตรงอย่างเขาเป็นพิเศษแน่ ๆ

หานเซินจนปัญญา เพราะการจะให้เขาเปลี่ยนไปใช้สถานีเทเลพอร์ตอื่นนั้นเป็นไปได้ยาก บนดาวลูก้ามีสถานีเทเลพอร์ตสาธารณะเพียงสามแห่งเท่านั้น อีกสองแห่งอยู่ห่างจากที่นี่แบบข้ามทวีป ต้องใช้เวลาเดินทางจากบ้านเขาไปอย่างน้อยก็สองวัน ซึ่งเขาคงไม่อาจเสียเวลาสองวันในการเดินทางไปที่สถานีเทเลพอร์ตแล้วเสียเวลาอีกสองวันถ้าจะกลับจากสถานีมาถึงบ้าน

เมื่อไม่รู้ว่าควรทำอย่างไร หานเซินจึงได้แต่รีบใช้ช่วงที่ฉินเซวียนเข้าไปในสำนักงานของสถานีรีบเข้าไปในก็อดแซงก์ทัวรีก่อน โดยเขาตัดสินใจว่าครั้งนี้จะรอจนกว่าหัวหน้าสถานีฉินจะออกจากฐานพักพิงเกราะเหล็กแล้วค่อยเทเลพอร์ตกลับสหพันธ์ดวงดาว

.

.

เพราะไม่ต้องการให้ฉินเซวียนมีโอกาสได้พบเจอเพื่อลงโทษเขา หานเซินจึงรีบเอาเนื้อแมงป่องกลายพันธุ์ตากแห้งที่เตรียมไว้ใส่เป้แบกขึ้นหลังเป็นเสบียง และเดินหน้าตั้งออกจากฐานพักพิงเกราะเหล็กไปอย่างรวดเร็ว

‘พักนี้ดูจะโชคไม่ค่อยดีเลยวุ้ย หรือว่า…เราจะใช้ดวงไปหมดแล้วตอนที่ได้คริสตัลสีดำ?’ หานเซินคิดอย่างหงุดหงิดใจขณะจ้ำอ้าวไปข้างหน้า

เดินมายังไม่ทันพ้นเขตที่พัก เขาก็เห็นกลุ่มของโอรสสวรรค์ยืนอยู่หน้าประตูทางเข้าใหญ่ของฐานพักพิง ดูเหมือนคนพวกนั้นกำลังหารือเรื่องอะไรสักอย่างกันอยู่ หานเซินไม่สนใจเรื่องของพวกเขาจึงเดินเลี่ยงไปอีกด้าน แต่จู่ ๆ เขาก็ได้ยินเสียงหลัวเทียนหยางร้องเรียก “เฮ้! ไอ้โง่ทะลวงก้น มานี่ซิ!”

แม้ใจจะไม่อยากยุ่งสักเท่าไหร่ แต่หานเซินก็จำต้องหันกลับไปมอง

“ฉันเรียกแกนั่นแหละ มัวแต่ยืนงงอยู่ทำไม มานี่มา พี่ชายคนนี้มีเรื่องดี ๆ จะให้ช่วย” หลัวเทียนหยางกวักมือเรียก ปากแทนตัวเองว่าพี่ชายแต่บนใบหน้ากลับมีรอยยิ้มเจ้าเล่ห์แฝงเจตนาไม่ดีแจ่มชัด

“อย่างฉันคงช่วยไม่ไหวหรอก พลังของฉันแค่สู้อสูรโบราณยังไม่ได้เลย ฉันจะช่วยอะไรพวกนายได้” หานเซินตะโกนปฏิเสธทันที ไม่ต้องบอกเขาก็รู้ว่า คนอย่างหลัวเทียนหยางเรียกเขาเข้าไปหาแบบนี้ไม่ใช่เรื่องที่ส่งผลดีกับตัวเขาแน่ ๆ

“ไม่ต้องพูดมากน่า! ฉันเรียกให้มาก็มาสิ จะช่วยได้หรือไม่ได้คนตัดสินใจคือฉัน!” หลัวเทียนหยางตะโกนตอบพร้อมจ้องหน้าหานเซินด้วยท่าทางโหดเหี้ยม

.

.

.