LNCrawler

ตอนที่ 3 เกราะเลือดศักดิ์สิทธิ์

สุดยอดยีนเทพเจ้า — novel.dek d.com · All chapters

ตอนที่ 3 เกราะเลือดศักดิ์สิทธิ์

หลังกลับถึงห้องพักหานเซินก็จุดเตาต้มน้ำ จากนั้นก็โยนทุกส่วนของด้วงทมิฬเลือดศักดิ์สิทธิ์ที่เก็บกลับมาลงไปในหม้อ 

เพราะไม่รู้วิธีทำอาหารมากนัก อีกอย่างในห้องพักของเขาก็ไม่มีเครื่องปรุงหรืออุปกรณ์ทำอาหารดี ๆ เขาจึงเลือกใช้วิธีที่คิดว่าง่ายที่สุดในการสกัดเอาจีโนพอยต์ออกมากิน…นั่นคือการต้ม

ปกติแล้วการจะต้มจนจีโนพอยต์ถูกสกัดออกมาต้องใช้เวลาอย่างน้อยหนึ่งถึงสองชั่วโมง  ดังนั้นหลังจากปิดฝาหม้อ ในระหว่างรอ หานเซินจึงหยิบคริสตัลสีดำขึ้นมาดูอย่างละเอียดอีกครั้ง

แต่ไม่ว่าจะจ้องหรือส่องอย่างไร เขาก็ไม่ได้รู้อะไรมากขึ้นเลย

ขณะกำลังถอนหายใจอย่างปลงตก จู่ ๆ หางตาของเด็กหนุ่มก็เหลือบไปเห็นสัตว์อสูรหน้าตาเหมือนสัตว์เลื้อยคลานขนาดเท่าแมวป่าที่ถูกเรียกว่า ‘เกล็ดมรกต’ อยู่ในกรงตรงมุมห้อง 

ทันใดนั้นความคิดหนึ่งก็ผุดขึ้นในหัว…

เกล็ดมรกตก็คล้ายกับด้วงทมิฬ มันคือสัตว์อสูรระดับสามัญที่หานเซินมักจะล่ามากินเพื่อเพิ่มจีโนพอยต์ แต่หลังจากล่าและกินอสูรสามัญชนิดนี้ไประยะหนึ่งมันก็ไม่ช่วยเพิ่มจีโนพอยต์ให้เขาอีก 

เกล็ดมรกตตัวนี้เขาล่ามาเก็บไว้นานแล้ว เมื่อรู้ว่ากินมันเข้าไปก็ไม่มีประโยชน์ หานเซินจึงเลิกสนใจและลืมไว้ในกรงจนถึงตอนนี้… ต้องนับว่าโชคยังดีที่มันยังมีชีวิตอยู่

เด็กหนุ่มจับเกล็ดมรกตที่อ่อนแอใกล้ตายออกจากกรง เขาลังเลอยู่ครู่หนึ่ง ก่อนจะตัดสินใจเอาคริสตัลสีดำจ่อไปใกล้ปากของมันเตรียมยัดเข้าไป  

ทว่าสิ่งที่ไม่คาดคิดก็เกิดขึ้น ทันทีที่เห็นลูกแก้วประหลาด เจ้าอสูรสามัญที่นอนไร้เรี่ยวแรงหมดอาลัยตายอยากก็แลบลิ้นออกมาตวัดเอาผลึกสีดำเข้าปากอย่างรวดเร็วแล้วกลืนลงท้อง ไม่ต้องรอให้ใครยัดเยียดให้ทั้งนั้น

ครากกก~

ไม่กี่วินาทีต่อมาก็มีเสียงโครกครากดังมาจากท้องของเจ้าสัตว์ตัวเขียว

“คริสตัลสีดำนี่ ไม่ธรรมดาจริง ๆ ด้วย!” หานเซินอุทานตาเบิกกว้าง 

แต่แล้วเขาก็ต้องตกใจมากกว่าเดิม เมื่อเห็นว่าเกล็ดมรกตดูมีชีวิตชีวาขึ้นทันตา แตกต่างจากเมื่อครู่ลิบลับ สัตว์เลื้อยคลานตัวเขียวเริ่มดิ้นรนและพยายามหันมากัดมือของหานเซินที่ยึดคอของมันอยู่

เมื่อเห็นพฤติกรรมดุร้ายบวกกับแรงที่เพิ่มขึ้นอย่างกะทันหันของกิ้งก่าทดลอง หานเซินจึงรีบโยนมันกลับเข้าไปในกรงตามเดิม แล้วนั่งสังเกตมันอย่างละเอียด เขาพบว่าเกล็ดมรกตที่ขาดอาหารมาหลายวันจนใกล้ตายดูเหมือนจะฟื้นคืนชีพโดยสมบูรณ์ 

หลังจากผ่านไปหนึ่งชั่วโมง แรงของเจ้ากิ้งก่ายักษ์ก็เพิ่มขึ้นมหาศาล มันเริ่มอาละวาดอย่างบ้าคลั่ง

หานเซินนั่งจ้องกรงตรงหน้าตาไม่กะพริบ เขาสังเกตทุกความเคลื่อนไหวในกรง การเปลี่ยนแปลงของเกล็ดมรกตทำให้เขาได้สมมติฐานข้อหนึ่ง…ถ้าหากสมมติฐานข้อนี้ถูกต้องก็หมายความว่าเขาได้สิ่งที่ล้ำค่ายิ่งกว่าวิญญาณอสูรเลือดศักดิ์สิทธิ์มาครอบครอง!

อย่างไรก็ตาม เพื่อให้แน่ใจในสิ่งที่คิด หานเซินจึงยังคงนั่งเฝ้าเกล็ดมรกตเพื่อจับตาดูการเปลี่ยนแปลงของมันต่อ

เด็กหนุ่มเพ่งความสนใจไปที่สัตว์อสูรตัวสีเขียวมาก…มากเสียจนลืมไปว่าตัวเองต้มซุปด้วงทมิฬเลือดศักดิ์สิทธิ์เอาไว้ เขารู้ตัวอีกทีก็ตอนที่กลิ่นหอมของน้ำซุปลอยมาเตะจมูกแล้ว

โครกกก~~~~~~~~~~~

กลิ่นหอมน่ากินทำให้กระเพาะของหานเซินส่งเสียงประท้วง เด็กหนุ่มเพิ่งรู้ตัวตอนนี้ว่าท้องของตัวเองว่างเปล่า ที่สำคัญในนาทีนี้เขากำลังหิวมากกกกกกก

หานเซินกลับมาดูเปลือกด้วงทมิฬสีทองที่ต้มอยู่ในหม้ออีกครั้งหลังจากปล่อยให้เวลาผ่านไปนานหลายชั่วโมง ในตอนนี้น้ำซุปสีเหลืองทองกำลังเดือดปุด ๆ พร้อมส่งกลิ่นหอมชวนน้ำลายสอ

‘โอ้โฮ…สมกับเป็นอสูรระดับสูงของแทร่~’

ต้องยอมรับเลยว่าสัตว์อสูรระดับเลือดศักดิ์สิทธิ์เป็นวัตถุดิบชั้นยอดจริง ๆ… เพราะถึงหานเซินจะใช้วิธีต้มลวก ๆ โดยไม่ใส่เครื่องปรุงอะไร ก็ยังออกมาดูน่ากินได้ขนาดนี้

ในขณะที่เขาตักน้ำซุปใส่ถ้วยเตรียมจะซดนั้น จู่ ๆ ก็มีเสียงแสบแก้วหูดังมาจากกรงของเกล็ดมรกต หานเซินรีบหันไปมอง… ภาพที่เห็นทำให้เขาแทบสะดุ้ง 

รูปลักษณ์ของสัตว์อสูรในกรงไม่เหมือนเดิมอีกแล้ว เกล็ดที่เคยมีสีเขียวสดใสเปลี่ยนเป็นสีเขียวคล้ำ ฟันและกรงเล็บดูใหญ่และคมขึ้นมาก และขณะนี้มันกำลังใช้ฟันแทะซี่ลูกกรงเหล็กอยู่! 

แต่ที่ยิ่งกว่านั้นคือ…มันกัดเข้า! กรงเหล็กกล้าเส้นหนามีรอยแหว่งเป็นจุด ๆ อยู่เต็มไปหมดและดูเหมือนพร้อมจะพังได้ทุกเวลา  ถ้าหากไม่ทำอะไรสักอย่าง เจ้ากิ้งก่าคลั่งคงจะหลุดออกมาในไม่กี่อึดใจแน่ ๆ! หานเซินเห็นท่าไม่ดีจึงชักมีดที่เอวแล้วพุ่งไปที่กรงมุมห้อง 

*ฉึก!*

มีดเสียบเข้าใต้ท้องเกล็ดมรกต สัตว์อสูรเกล็ดสีเขียวนอนแน่นิ่งขาดใจ

 

-- สังหารเกล็ดมรกตระดับโบราณ, ไม่ได้รับวิญญาณอสูร, หากกินเนื้อเกล็ดมรกตระดับโบราณ คุณมีโอกาสได้รับจีโนพอยต์ 0 ถึง 10 โดยการสุ่ม --

 

“เกล็ดมรกตโบราณ สัตว์อสูรระดับโบราณ?... คริสตัลนั่นทำให้อสูรวิวัฒนาการจริง ๆ ด้วย?”

หานเซินรู้สึกตื่นเต้นกับเรื่องที่ค้นพบ เขารีบชำแหละเนื้อเกล็ดมรกตเพื่อเอาคริสตัลออกทันที

‘สมมติฐานได้รับการพิสูจน์และยืนยันแล้ว!’ 

เด็กหนุ่มหัวใจพองโต มองคริสตัลสีดำตาเป็นประกาย เขาตื่นเต้นดีใจถึงกับพรมจูบลูกแก้วเหม็นคาวไปหลายทีโดยไม่สนเลือดที่เปื้อนอยู่เลยด้วยซ้ำ

‘ครัสตัลเม็ดนี้เป็นเหตุผลที่ทำให้ด้วงทมิฬธรรมดากลายเป็นด้วงทมิฬเลือดศักดิ์สิทธิ์… ถ้าปล่อยให้เกล็ดมรกตพัฒนาต่อไปเรื่อย ๆ มันก็อาจจะวิวัฒนาการกลายเป็นเกล็ดมรกตเลือดศักดิ์สิทธิ์ก็ได้’

หานเซินใจเต้นรัว มือที่ถือคริสตัลอยู่สั่นอย่างควบคุมไม่ได้ เขาลองกัดลิ้นตัวเองเบา ๆ เพื่อพิสูจน์ว่านี่ไม่ใช่ความฝัน

หลังจากนั่งชื่นชมคริสตัลวิเศษอยู่นาน เขาก็เช็ดและเก็บมันอย่างระมัดระวังก่อนจะเริ่มสวาปามซุปที่ต้มไว้เพื่อรับจีโนพอยต์เลือดศักดิ์สิทธิ์เพิ่ม 

เมื่อซดซุปจนหมด เสียงปริศนาก็แจ้งเตือนว่าเขาได้รับจีโนพอยต์เลือดศักดิ์สิทธิ์เพิ่มอีกหนึ่งพอยต์ แม้จะน้อยกว่าที่คาดไว้ แต่วันนี้ก็นับว่าโชคดีมากพอแล้ว

หานเซินเช็กสถานะของตัวเอง

--------------------------------

หานเซิน: ยังไม่มีการวิวัฒนาการ

ระดับ: ไม่มี

อายุขัย: 200 ปี

จีโนพอยต์: สามัญ = 79, เลือดศักดิ์สิทธิ์ = 8 

(ต้องการ 100 จีโนพอยต์เพื่อเกิดวิวัฒนาการ)

วิญญาณอสูร: ด้วงทมิฬเลือดศักดิ์สิทธิ์ 

ประเภทของวิญญาณอสูร ‘ด้วงทมิฬเลือดศักดิ์สิทธิ์’: ชุดเกราะ

--------------------------------

‘วิญญาณอสูรด้วงทมิฬเลือดศักดิ์สิทธิ์เหรอ?…จะเป็นชุดเกราะแบบไหนนะ’

หานเซินเริ่มจินตนาการ ทว่ายังไม่ทันที่เขาจะได้วาดภาพชุดเกราะจากด้วงทมิฬสุดเท่ขึ้นในหัว จู่ ๆ ก็มีก้อนแสงสีทองที่มีรูปทรงเหมือนด้วงทมิฬเลือดศักดิ์สิทธิ์ไม่ผิดเพี้ยนลอยออกจากกลางหน้าอกเขา 

ก้อนแสงประหลาดหยุดนิ่งตรงหน้าเด็กหนุ่มชั่วขณะ พริบตาต่อมาก็กระจายออกกลายเป็นลำแสงเจิดจ้า ลำแสงแสบตาพุ่งเข้ามาห่อหุ้มร่างของเขาเอาไว้ทั้งตัวไม่เว้นแม้แต่เส้นผม! เพียงเสี้ยววินาทีชุดเกราะสีทองอร่ามก็ปรากฏบนร่างกายเขา!

 รูปลักษณ์มันเหมือนกับชุดเกราะสมัยโบราณ ดูแข็งแกร่งทนทานแต่กลับมีน้ำหนักเบา ผิวเกราะสีทองเปล่งประกายกับรูปทรงที่เน้นให้เห็นกล้ามหน้าอกและกล้ามท้องอย่างชัดเจนทำให้มันดูคล้ายชุดเกราะของโกลด์เซนต์ในอานิเมะเก่าแก่แสนคลาสสิกเรื่องเซนต์เซย่า  

ชุดเกราะสีทองนี้ แม้จะคลุมทั้งตัวตั้งแต่หัวจรดเท้า แต่ถ้ามองดูดี ๆ จะเห็นว่ามันมีจุดอ่อนสำคัญคือช่องว่างที่อยู่ตามข้อต่อต่าง ๆ ลักษณะแบบนี้เหมือนเปลือกแข็งที่ช่วยปกป้องร่างกายของด้วงไม่มีผิด 

อย่างไรก็ตาม ณ เวลานี้หานเซินรู้สึกว่าตัวเขาเต็มเปี่ยมไปด้วยพลังอย่างที่ไม่เคยเป็นมาก่อน

‘นี่น่ะเหรอชุดเกราะวิญญาณอสูรเลือดศักดิ์สิทธิ์ เทียบกับชุดเกราะวิญญาณอสูรโบราณที่เคยเห็นแล้ว...ต่างกับลิบลับ เจ้านี่เท่กว่าเป็นพันเท่าเลย!’

หานเซินตื่นเต้นมากกว่าเดิม เขาอิจฉาคนในเมืองที่มีชุดเกราะวิญญาณอสูรมานานแล้ว เขาไม่เคยคิดเลยว่าวันหนึ่งตัวเองจะมีโอกาสได้ใส่ชุดเกราะวิญญาณอสูรเหมือนคนอื่น

และวันนี้ไม่ใช่แค่ได้ใส่ แต่ยังได้ชุดเกราะวิญญาณอสูรระดับเลือดศักดิ์สิทธิ์มาเป็นของตัวเองเลยด้วย

.

.

.