LNCrawler

ตอนที่ 102 นิสัยประหลาดของจี้เยี่ยนจื๋อ

ทะลุมิติมาเป็นอัจฉริยะหน้าตาย ดันโป๊ะแตกกระจายเพราะเสียงในหัว [นิยายแปล] — novel.dek d.com · All chapters

ตอนที่ 102 นิสัยประหลาดของจี้เยี่ยนจื๋อ

        จี้เยี่ยนจื๋อตวัดสายตามองค้อนเขาอย่างไม่สบอารมณ์พลางเบือนหน้าหนี “ยังไงนายก็นอนบนพื้นไม่ได้ ตกกลางคืนถ้านายพลิกตัวแล้วฝุ่นตลบขึ้นมา มันจะรบกวนการนอนของฉัน”

       แววตาของจี้ทิงฉายแววไม่เข้าใจ [ตรงไหนที่มีฝุ่นกัน?]

       อาหยางให้คนมาทำความสะอาดห้องของเขากับจี้เยี่ยนจื๋อทุกวัน โดยเฉพาะห้องของจี้เยี่ยนจื๋อด้วยแล้ว อย่าว่าแต่ฝุ่นเลย แม้แต่เส้นผมสักเส้นก็ยังหาไม่เจอ

       จี้เยี่ยนจื๋อหัวเราะหยันในใจ 'ฝุ่นมันอยู่ที่ไหนงั้นเหรอ ฝุ่นมันก็เข้าสมองนายไปหมดแล้วน่ะสิ ช่างเป็นพวกหัวขอนไม้จริงๆ ไม่เคาะก็ไม่ดัง!'

       จี้เยี่ยนจื๋อตัดสินใจเลิกสนใจจี้ทิ้ง เขาเดินไปขึ้นเตียงอีกฝั่งหนึ่งแล้วล้มตัวลงนอนโดยตั้งใจหันหลังให้จี้ทิง

       จี้ทิงลุกขึ้นยืนอย่างทำตัวไม่ถูก เขามองดูบนพื้นสลับกับมองไปรอบๆ ห้องนอน

       [ม้านั่งปลายเตียง?] เขาประเมินความยาวพลางขมวดคิ้วมุ่น [ยาวแค่เมตรเดียว ต่อให้ขดขาจนสุดก็นอนไม่ได้อยู่ดี]

       เขาหันไปมองตรงหน้าต่างกระจกบานใหญ่ [ตรงนั้นพอนอนได้อยู่ แต่จี้เยี่ยนจื๋อไม่ชอบความสกปรก คงไม่ยอมให้ฉันเอาผ้าห่มไปวางบนพื้นแน่ๆ]

       แม้จี้เยี่ยนจื๋อจะหลับตาลง แต่จังหวะการกระเพื่อมของทรวงอกกลับเด่นชัดขึ้นเรื่อยๆ ตามแรงอารมณ์

       สุดท้ายจี้ทิงก็ตัดสินใจไปนอนบนโซฟาในห้องนั่งเล่นเล็กๆ แม้จะอยู่ห่างจากจี้เยี่ยนจื๋อไปสักหน่อย แต่อย่างน้อยก็ยังถือว่าอยู่ในห้องเดียวกัน

       จี้เยี่ยนจื๋อได้ยินเสียงขยับเขยื้อนกุกกักจากด้านหลังจนเส้นผมแทบจะลุกชันด้วยความโมโห แต่เขายังคงฝืนข่มใจไม่ยอมเอ่ยปากออกมาแม้แต่คำเดียว

       จี้ทิงเดินขนของไปมาอยู่สองรอบ หลังจากปูฟูกบนโซฟาเรียบร้อยแล้วเขาก็ล้มตัวลงนอน

       เขาพยายามหลับตาลง เสียงรอบข้างคล้ายจะจมดิ่งสู่ความเงียบงัน ความรู้สึกกดดันในความทรงจำเลือนหายไปอย่างไร้ร่องรอย

       มุมปากของจี้ทิงยกขึ้นเป็นรอยยิ้มบางๆ เมื่อความง่วงงุนเริ่มตรงเข้าจู่โจม รอยยิ้มบนใบหน้าก็ค่อยๆ จางหายไป

       ทว่าในขณะที่กำลังครึ่งหลับครึ่งตื่นนั้นเอง จู่ๆ ทั้งห้องก็คล้ายถูกมือยักษ์คว้าหมับไว้ในอุ้งมือ ทุกครั้งที่มันบีบเค้นจะตามมาด้วยเสียงคำรามทึบต่ำ และอากาศรอบตัวก็ถูกอัดแน่นจนถึงขีดสุด

       จี้ทิงลืมตาโพล่งขึ้นมาท่ามกลางความรู้สึกอึดอัดแทบขาดใจ เขาหอบหายใจอย่างหนักหน่วง เหงื่อเย็นเยียบซึมชื้นจนเส้นผมเปียกปอน

       ในขณะเดียวกัน จี้เยี่ยนจื๋อก็กำลังสูดหายใจเข้าลึกๆ อยู่เช่นกัน ต่างกันตรงที่เขายืนรับลมหนาวอยู่ที่ระเบียง ไม่อย่างนั้นในอกของเขาคงระเบิดออกมาด้วยความโกรธจัดไปแล้ว

       ในโลกนี้จะมีใครที่บื้อได้ขนาดนี้อีกไหม หรือว่าเจ้าหูน้อยจี้จะตั้งใจ นี่เขายอมนอนโซฟาดีกว่านอนบนเตียงงั้นเหรอ

       ช่างเถอะ อยากนอนตรงไหนก็นอนไป จี้เยี่ยนจื๋อคิดอย่างหงุดหงิด ยังไงคนที่ทรมานก็ไม่ใช่เขาอยู่แล้ว!

       เขาหมุนตัวกลับเข้าห้องนอน ในตอนที่กำลังจะปิดประตูพลันได้ยินเสียงสวมรองเท้าแตะเดินมาทางนี้

       จี้เยี่ยนจื๋อตกใจรีบกระโดดขึ้นเตียงภายในไม่กี่ก้าว เขาคว้าผ้าห่มมาคลุมตัวแล้วล้มตัวลงนอนเสียงดังตึ้งทันที

       จี้ทิงเพิ่งเดินมาถึงประตูห้องนอนก็ได้ยินเสียงกระแทกเตียงดังตึงพอดี เขาเข้าไปดูก่อนจะพบว่า [ทำไมประตูระเบียงถึงเปิดอยู่ล่ะ?]

       เขามองจี้เยี่ยนจื๋อที่นอนอยู่บนเตียงแวบหนึ่ง ก่อนจะเดินไปปิดประตูเบาๆ

       จี้ทิงหันกลับมา ยืนลังเลอยู่ที่เดิมครู่ใหญ่ แล้วจึงค่อยๆ ย่องไปที่ข้างเตียง แต่พอเข้าใกล้ได้ระยะ เขาก็ถึงกับชะงักไป

       [จี้เยี่ยนจื๋อ… มีนิสัยประหลาดอะไรหรือเปล่านะ?]

       [ทำไมถึงใส่ผ้าปิดตาเหมือนโจรสลัดแบบนั้น ปิดไว้แค่ข้างเดียวเอง?]

       เมื่อได้ยินน้ำเสียงฉงนสงสัยในใจนั้น มือของจี้เยี่ยนจื๋อที่ซ่อนอยู่ใต้ผ้าห่มก็ขยับกำหมัดแน่น ใบหูที่ซ่อนอยู่ใต้เส้นผมร้อนผ่าวขึ้นมาทันที

       ใครใช้ให้นายจู่ๆ ก็เดินเข้ามาล่ะ ฉันจะอยากปิดตาข้างเดียวแล้วมันทำไม

       จี้ทิงลังเลอยู่ครู่หนึ่ง แต่สุดท้ายก็ไม่ได้ช่วยขยับผ้าปิดตาให้เข้าที่ เพราะยังไงเขาก็ต้องปลุกอีกฝ่ายขึ้นมาอยู่ดี เขาจึงโน้มตัวลงไป ใช้มือตบไหล่จี้เยี่ยนจื๋อเบาๆ ผ่านผ้าห่ม

       เขาตบไปได้สิบกว่าที จี้เยี่ยนจื๋อก็ยังไม่ยอมลืมตา แต่กลับเอื้อมมือมากระชากผ้าปิดตาออกเสียก่อน “มีอะไร?”

       จี้ทิงเม้มริมฝีปาก และตบไหล่เขาอีกทีเป็นสัญญาณให้ลืมตาขึ้นมอง

       จี้เยี่ยนจื๋อจึงยอมเปิดเปลือกตาขึ้นอย่างไม่เต็มใจนัก ผลคือภาพแรกที่เห็นคือหน้าจอไอแพดที่ยื่นมาจ่อตรงหน้า [ผมรู้สึกว่าห้องนั่งเล่นข้างนอกก็มีผีเหมือนกัน ผมขอนอนข้างพี่ได้ไหม?]

       “เอาออกไปไกลๆ หน่อย!”

       จี้ทิงถอยหลังไปสองก้าว แล้วเหยียดแขนจนสุดเพื่อชูให้เขาอ่าน

       หลังจากจี้เยี่ยนจื๋ออ่านข้อความจบ ก็ส่งเสียงเฮอะในลำคออย่างเย็นชา “ทำไม อยากจะขึ้นมานอนบนเตียงกับฉันงั้นสิ?”

       จี้ทิงพยักหน้าอย่างเขินอาย [ได้ไหมครับ?]

       จี้เยี่ยนจื๋อขยับลุกขึ้นนั่งบนเตียง แสร้งทำเป็นกระแอมไอ “ได้น่ะมันก็ได้ แต่ฉันมีเงื่อนไขอย่างหนึ่ง”

       ในที่สุดจี้เยี่ยนจื๋อก็ยอมบอกเงื่อนไขเสียที จี้ทิงลอบถอนหายใจอย่างโล่งอก [พี่ว่ามาเลยครับ]

       จี้เยี่ยนจื๋อหันไปมองเขา แววตาที่เคยเต็มไปด้วยอารมณ์แปรปรวนพลันเลือนหายไป เหลือเพียงความเย็นชาที่ลึกล้ำจนสุดหยั่ง “นายต้องห้ามยกโทษให้ฉินไจ้เย่ไปตลอดชีวิต”

       คนอย่างจี้ทิง จะพูดให้ดูดีก็คือพวกไม่คิดเล็กคิดน้อย แต่อย่างแย่ก็คือพวกเจ็บแล้วไม่จำ จี้เยี่ยนจื๋อไม่ต้องการให้เวลาผ่านไป เรื่องนี้จะจางหายไปจากใจของทุกคน แล้วจี้ทิงก็ปล่อยเลยตามเลยจนยอมยกโทษให้ในที่สุด

       จี้ทิงได้ยินดังนั้นก็มองเขาด้วยความแปลกใจปนตกตะลึง

       เขาไม่คิดว่าเงื่อนไขของจี้เยี่ยนจื๋อจะเกี่ยวข้องกับฉินไจ้เย่ และยิ่งคาดไม่ถึงว่าใจความสำคัญของเงื่อนไขนั้นคือการห้ามไม่ให้เขาให้อภัยฉินไจ้เย่

       จี้ทิงใช้เวลาคิดอยู่นานก็ยังไม่เข้าใจความเชื่อมโยงของเรื่องนี้ แต่เขาก็คิดว่า [เดิมทีฉันก็ไม่ได้คิดจะปรับความเข้าใจกับฉินไจ้เย่อยู่แล้ว]

       จี้เยี่ยนจื๋อได้ยินเสียงในใจนั้น เมื่อเห็นเขาพยักหน้าตอบรับ มุมปากก็หยักขึ้นเล็กน้อย “นายตกลงแล้วนะ?”

       จี้ทิงพยักหน้าอีกครั้ง [ผมรับรอง]

       “แค่รับรองด้วยปากเปล่ามันไม่มีประโยชน์หรอก”

       จี้เยี่ยนจื๋อพูดพลางลงจากเตียง จากนั้นเขาก็เดินไปหยิบกระดาษและปากกามาวางบนโต๊ะแล้วตบเบาๆ “มานี่ เขียนสัญญา”

       [ใบสัญญาแบบนี้มันไม่มีผลทางกฎหมายสักหน่อย]

       แม้ในใจจะคิดเช่นนั้น แต่จี้ทิงก็เดินเข้าไปหยิบปากกาเขียนลงไป

       เมื่อจี้เยี่ยนจื๋อเห็นลายมือของเขา ก็เผลอขมวดคิ้วโดยไม่รู้ตัว ลายมือของเจ้าหูน้อยจี้นี่ทำไมถึงเหมือนตัวพิมพ์ขนาดนี้ เป็นระเบียบเกินไปจนดูเหมือนใช้ไม้บรรทัดมาทาบตีเส้นอย่างไรอย่างนั้น

       ข้อความสั้นๆ สองประโยคเขียนเสร็จในเวลาไม่นาน จี้ทิงเซ็นชื่อตัวเองที่มุมขวาล่าง จากนั้นก็ชูนิ้วชี้แกว่งไปมาต่อหน้าจี้เยี่ยนจื๋อ

       “ไม่ต้องปั๊มลายนิ้วมือหรอก ฉันเชื่อว่านายคงไม่กล้าทำเรื่องลับหลังฉันแน่”

       จี้เยี่ยนจื๋อทำหน้าขรึมพลางพับใบรับรองเก็บใส่ในลิ้นชัก “เอาล่ะ ตอนนี้ฉันอนุญาตให้ขึ้นมานอนบนเตียงได้อย่างเป็นทางการแล้ว”

       จี้ทิงรีบไปอุ้มผ้าห่มจากห้องนั่งเล่นกลับมาวางบนเตียงทันที

       หลังจากปูผ้าห่มและจัดหมอนเรียบร้อยแล้ว เขาก็พบว่าจี้เยี่ยนจื๋อยังคงยืนอยู่ข้างเตียง จี้ทิงกะพริบตาปริบๆ ก่อนจะหยิบไอแพดขึ้นมา [พี่ไม่ขึ้นเตียงเหรอครับ?]

       จี้เยี่ยนจื๋อกอดอก พร้อมกับตั้งกฎเหล็กสามข้อ “ห้ามละเมอ ห้ามกรน และห้ามมาเบียดฉัน”

       จี้ทิงเคยดักฟังเสียงตอนตัวเองนอนมาก่อน สองข้อแรกไม่เคยเกิดขึ้น ส่วนข้อหลัง…

       [ผมจะพยายามครับ]

       ไม่รู้ว่าจี้เยี่ยนจื๋อพอใจกับคำตอบนี้หรือไม่ เขาเพียงพ่นลมหายใจออกทางจมูกเสียงดัง “นอนได้แล้ว”

       เมื่อทั้งคู่เอนตัวลงนอน บนเตียงก็เหลือพื้นที่ว่างตรงกลางขนาดประมาณครึ่งคนพอดี ต่างฝ่ายต่างไม่รบกวนกัน

       จี้เยี่ยนจื๋อสั่ง “ปิดไฟ” ระบบควบคุมส่วนกลางรับคำสั่งเสียง แสงไฟในห้องก็ดับวูบลงทันที

       จี้ทิงเพิ่งจะหลับตาลง จู่ๆ จี้เยี่ยนจื๋อก็เรียกเขาขึ้นมา “เจ้าหูน้อยจี้”

       เขาหันไปมอง แต่อีกฝ่ายกลับนอนหันหลังให้ จี้ทิงจึงทำได้เพียงเอื้อมมือไปจิ้มไหล่เบาๆ เป็นสัญญาณว่ากำลังฟังอยู่

       “มื้อเช้าพรุ่งนี้ ฉันจะกินวอฟเฟิลอัลมอนด์กับไข่อบ”

       จี้ทิง [พรุ่งนี้พ่อครัวก็กลับมาแล้วนี่ ทำไมถึงมาบอกฉันล่ะ?]

       เขากำลังจะไปหยิบไอแพด แต่จี้เยี่ยนจื๋อกลับดึงผ้าปิดตาลงมาปิดหน้า “หุบปาก แล้วนอนซะ”


ทั้งนี้ หากยอดเก็บเข้าชั้นถึง 3,000 คน ทางเราจะแจกตอนฟรีเพิ่มอีกเป็นวันละ 3 ตอน นับตั้งแต่วันที่ยอดถึงเป็นเวลาไปอีก 5 วัน
.
หากคุณนักอ่านชอบเรื่องนี้ สามารถกดเก็บเข้าชั้น / Comment เพื่อเป็นกำลังใจให้กับผู้แปลและนักเขียนกันเยอะๆ นะคะ ^^