LNCrawler

ตอนที่ 107 คุณนิ้วทอง

ทะลุมิติมาเป็นอัจฉริยะหน้าตาย ดันโป๊ะแตกกระจายเพราะเสียงในหัว [นิยายแปล] — novel.dek d.com · All chapters

ตอนที่ 107 คุณนิ้วทอง

        เลี่ยวข่ายไม่เข้าใจความหมายของประโยคนั้น แต่เขารู้จักกฎเกณฑ์ของจี้เยี่ยนจื๋อดี จึงไม่ได้ซักไซ้ไล่ความต่อ

       จี้เยี่ยนจื๋อเดินไปหยุดยืนอยู่หน้ากระจกเงาบานยาว สำรวจความเรียบร้อยของตนเองตั้งแต่หัวจรดเท้าพลางหันไปสั่ง “ไปตามจี้ทิงมาพบฉันหน่อย”

       ไม่นานนักเลี่ยวข่ายก็เชิญตัวคนมาถึง จี้เยี่ยนจื๋อชี้ไปที่โซฟาส่งๆ “เนกไทสองเส้นนั้น นายเลือกมาให้ฉันเส้นหนึ่ง”

       จี้ทิงไม่เข้าใจว่าทำไมต้องให้เขาเป็นคนเลือก แต่ถึงอย่างนั้นก็ยังยอมเดินไปที่โซฟา เขาพิจารณาอยู่ครู่หนึ่งก่อนจะหยิบเส้นสีดำมีลายในตัวขึ้นมา

       จี้เยี่ยนจื๋อเดินเข้ามาหา ทว่ากลับไม่ได้ยื่นมือไปรับเนกไทเส้นนั้น แต่เลือกหยิบอีกเส้นที่เป็นสีน้ำเงินกรมท่าขึ้นมาผูกเอง

       จี้ทิงกะพริบตาปริบๆ ด้วยความมึนงง [ในเมื่อจี้เยี่ยนจื๋อไม่ผูกเส้นที่ฉันเลือก แล้วจะเรียกฉันมาทำไมกัน]

       จี้เยี่ยนจื๋อมองสีหน้าของเขาพลางกระตุกยิ้มอย่างหยอกเย้า “นายคงกำลังคิดล่ะสิว่าฉันจะให้นายเลือกทำไม?”

       จี้ทิงพยักหน้ายอมรับ

       “ก็เพราะรสนิยมของนายน่ะมันแย่ ฉันเลยเรียกมาให้เลือกเพื่อใช้เป็นตัวตัดช้อยส์ยังไงล่ะ”

       คราวที่จี้ทิงย้ายออกไป ไม่รู้ว่าเป็นเพราะอยากจะประชดเขาหรืออย่างไร เสื้อผ้าที่บ้านถึงไม่ได้เอาติดตัวไปเลยแม้แต่ชิ้นเดียว ชุดไม่กี่ชุดที่ไปหาซื้อมาใหม่หลังจากนั้น จี้เยี่ยนจื๋อเคยเห็นผ่านกล้องวงจรปิดมาบ้าง ขอบอกเลยว่ามันดูไม่ได้สุดๆ แถมสียังตุ่นๆ มองไกลๆ นึกว่ากองเศษผ้าเสียอีก

       ใบหน้าของจี้ทิงไม่เปลี่ยนแปลงแม้แต่น้อย เขาจ้องมองอีกฝ่ายนิ่งๆ อยู่สองวินาที ก่อนจะหันหลังเดินกลับเข้าห้องนอนไป

       [ไอ้แทสเมเนียน! ไอ้แทสเมเนียน!! ไอ้แทสเมเนียน!!!]

       จี้เยี่ยนจื๋อแค่นเสียงเหอะอย่างไม่ใส่ใจ หมอนี่ก็มีความกล้าอยู่แค่นี้แหละ ถ้าเก่งจริงก็อ้าปากด่าต่อหน้าสิ

       ผ่านไปราวสิบห้านาที จี้เยี่ยนจื๋อก็พาทีมงานออกเดินทางไปยังงานประชุมสุดยอด

       หลังจากเขาออกไป จี้ทิงก็นั่งกินมื้ออาหารง่ายๆ ของโรงแรมเพียงลำพัง และในขณะที่เขากำลังเตรียมตัวจะกลับไปทำโปรเจกต์เมดูซ่าต่อ เลี่ยวข่ายก็เดินเข้ามาหา

       “คุณชายรองครับ ช่วงบ่ายคุณมีแผนจะออกไปไหนหรือเปล่าครับ?”

       จี้ทิงมองเขาพลางส่ายหน้า

       “ประธานจี้ไปประชุมแล้ว คุณอุดอู้อยู่แต่ในโรงแรมก็คงจะเบื่อ ให้ผมพาคุณไปเดินชมงานนิทรรศการดีไหมครับ?” เลี่ยวข่ายเอ่ยจบทิ้งท้ายไว้อีกประโยคว่า “งาน WAIC น่ะครับ ทางซื่อลี่ของเราก็เข้าร่วมด้วย”

       จี้ทิงครุ่นคิดดูแล้วก็ไม่ได้สนใจเท่าไรนัก จึงปฏิเสธไปอย่างสุภาพ [ไม่เป็นไรครับ ขอบคุณมาก]

       เลี่ยวข่ายนึกไม่ถึงว่าเขาจะปฏิเสธ เมื่อก่อนคุณชายรองชอบออกไปเที่ยวเล่นที่สุดไม่ใช่หรือ ทำไมเดี๋ยวนี้กลายเป็นพวกติดบ้านไปได้ล่ะ

       เมื่อหมดหนทาง เขาจึงต้องอ้างชื่อจี้เยี่ยนจื๋อ “ประธานจี้สั่งไว้ครับ ถือเสียว่าไปเดินเล่นเปิดหูเปิดตา ลองแวะไปดูสักหน่อยเถอะครับ”

       จี้ทิงเห็นสีหน้าลำบากใจของเลี่ยวข่ายจึงนิ่งเงียบไปครู่หนึ่ง ก่อนจะพยักหน้าตอบตกลงเบาๆ

       เลี่ยวข่ายรีบเอ่ยทันที “เดี๋ยวผมให้คนไปเตรียมรถก่อนนะครับ คุณค่อยๆ เตรียมตัวก็ได้ครับ”

       จี้ทิงไม่มีอะไรต้องเตรียมตัวมากนัก เขาเดินกลับเข้าห้องนอนไปพับหน้าจอโน้ตบุ๊ก ก่อนจะหยิบเสื้อโค้ทมาตัวหนึ่ง แล้วก็เดินออกไป

       เมื่อใกล้จะถึงจุดหมาย เลี่ยวข่ายก็แจ้งผู้ช่วยของวังปินล่วงหน้าว่าคุณชายรองจะไปถึงภายในสิบนาที

       ทว่าเมื่อพวกเขาไปถึงหน้างานนิทรรศการ คนที่ยืนรอรับอยู่ที่ประตูทางเข้ากลับเป็นเพียงชายหนุ่มคนหนึ่ง

       “สวัสดีครับ ผมเป็นช่างเทคนิคในทีมของหัวหน้าวัง ชื่อซุนจื้อซิ่ง เรียกผมว่าเสี่ยวซุนก็ได้ครับ”

       จี้ทิงพยักหน้าแล้วยกแท็บเล็ตขึ้นมาพิมพ์ [สวัสดีครับ ผมชื่อจี้ทิง]

       เสี่ยวซุนชะงักไปครู่หนึ่ง ในตอนนั้นเองเลี่ยวข่ายที่ยืนอยู่ข้างๆ ก็เอ่ยถามขึ้น “แล้วหัวหน้าวังล่ะ?”

       “เอ่อ... คือว่าทางหัวหน้ามีเรื่องต้องดูแลเยอะมากครับ เลยมอบหมายให้ผมเป็นคนคอยดูแลต้อนรับคุณจี้แทน”

       เลี่ยวข่ายขมวดคิ้วมุ่น วังปินคนนี้มันยังไงกัน เรื่องที่ประธานจี้สั่งไว้แท้ๆ ยังกล้าปัดความรับผิดชอบงั้นเหรอ

       เขาเหลือบมองจี้ทิงด้วยหางตา เมื่อเห็นว่าคุณชายรองไม่ได้ดูมีท่าทีโกรธเคืองอะไร จึงเอ่ยตัดบท “งั้นพวกเราเข้าไปข้างในกันก่อนเถอะ”

       เนื่องจากวันนี้เป็นวันแรกของการจัดงาน บริเวณทางเข้าจึงคลาคล่ำไปด้วยฝูงชนที่รอเข้าชม เสี่ยวซุนจึงพาทุกคนเข้างานผ่านช่องทางพิเศษสำหรับเจ้าหน้าที่

       เมื่อเข้ามาถึงด้านใน สิ่งแรกที่ต้องไปดูย่อมเป็นบูธของบริษัทตนเอง

       บูธของซื่อลี่มีขนาดใหญ่กว่าบริษัทอื่นอย่างเห็นได้ชัด ตรงกลางจัดวางรถยนต์ไว้หนึ่งคัน ด้านซ้ายคือตู้เซิร์ฟเวอร์ขนาดใหญ่รุ่นจวี้ลั้ง ที่นำมาจัดแสดงเป็นครั้งแรก ส่วนด้านขวาเป็นโซนทดลองใช้งาน ซึ่งจัดวางอุปกรณ์อัจฉริยะรุ่นล่าสุดของซื่อลี่เอาไว้

       เสี่ยวซุนกึ่งเดินกึ่งวิ่งเข้าไปเปิดประตูรถด้วยท่าทางกระตือรือร้น “คุณจี้ครับ นี่คือระบบขับขี่อัจฉริยะรุ่นที่สองของซื่อลี่ มีการเพิ่มฟังก์ชันใหม่ๆ เข้ามาเพียบเลย คุณอยากจะลองสัมผัสดูด้วยตัวเองไหมครับ?”

       จี้ทิงก้มหน้าพิมพ์ข้อความ เลี่ยวข่ายเห็นดังนั้นจึงช่วยเสริม “คุณชายรอง ไหนๆ ก็มาแล้ว ขึ้นไปลองดูหน่อยดีไหมครับ?”

       จี้ทิงคิดอยู่ครู่หนึ่งจึงลบข้อความที่พิมพ์ค้างไว้ทิ้ง แล้วเดินตรงไปหาเสี่ยวซุน

       เมื่อเห็นเขาขึ้นไปบนรถแล้ว เลี่ยวข่ายก็หันไปกำชับบอดี้การ์ดอีกสองคนให้เฝ้าไว้ไม่ให้ห่าง ก่อนที่ตัวเองจะปลีกตัวออกไปตามหาวังปิน

       เขาใช้เวลาหาอยู่นาน ในที่สุดก็พบตัวอีกฝ่ายในห้องพักผ่อน

       “หัวหน้าวังครับ คุณชายรองมาถึงงานแล้ว ถ้าตอนนี้คุณพอจะมีเวลา รบกวนไปที่หน้างานสักหน่อยเถอะครับ”

       น้ำเสียงของเลี่ยวข่ายดูสุภาพทว่าไว้ตัว แต่วังปินกลับไม่แยแส เขาค่อยๆ วางถ้วยในมือลงอย่างไม่รีบร้อน แล้วเอ่ยด้วยน้ำเสียงเรียบเฉย “ผมส่งเสี่ยวซุนไปแล้ว หมอนั่นเป็นคนเก่ง อธิบายได้ชัดเจนแน่นอน”

       “แต่คนที่ประธานจี้มอบหมายไว้ในวันนี้คือคุณนะครับ”

       เมื่อได้ยินเช่นนั้น วังปินก็พลันหัวเราะออกมา “เขาแค่มาเยี่ยมชมเฉยๆ ไม่ได้มาลงทุนหรือมาร่วมมือทางธุรกิจอะไร คงไม่ต้องถึงขั้นให้ผมไปเป็นไกด์ให้หรอกมั้งครับ?”

       คำพูดของเขาแฝงไปด้วยอารมณ์ขุ่นมัว ทว่าโทสะนี้ไม่ได้พุ่งเป้าไปที่จี้ทิง แต่เป็นจี้เยี่ยนจื๋อ

       นึกไปถึงตอนแรกที่เขาและหวังเหมี่ยนต่างก็เป็นคนที่จี้เยี่ยนจื๋อทุ่มเทแรงกายแรงใจอย่างมากเพื่อขุดตัวมา วังปินเชื่อมั่นว่าหลายปีที่ผ่านมาในซื่อลี่ ถึงเขาจะไม่ได้ทุ่มเทจนรากเลือด แต่อย่างน้อยก็ทำหน้าที่อย่างเต็มกำลังความสามารถมาโดยตลอด

       ทว่าในช่วงเวลาที่ผ่านมานี้ จี้เยี่ยนจื๋อกลับเอนเอียงไปทางหวังเหมี่ยนอย่างเห็นได้ชัด ถึงขั้นที่ไปเอาชุดเทคโนโลยีใหม่มาจากไหนก็ไม่รู้ แล้วยกให้หวังเหมี่ยนเป็นคนดูแลพัฒนาทั้งหมด

       เขาเดาว่าเทคโนโลยีเหล่านั้นอาจจะมาจากบุคคลลึกลับที่เขียนโปรแกรมคนนั้น ยิ่งคิดเขาก็ยิ่งรู้สึกว่าเป็นไปได้สูง และนั่นยิ่งทำให้ในใจของเขาเต็มไปด้วยความหงุดหงิดงุ่นง่าน

       ความจริงวังปินไม่ได้ใส่ใจว่าจี้เยี่ยนจื๋อจะเล็งเห็นความสำคัญของใครมากกว่ากัน และเขาก็ไม่สนใจเรื่องการแก่งแย่งชิงดีภายในองค์กร แต่การลำเอียงในเรื่องเนื้อหาทางเทคนิคนั้น เป็นสิ่งที่เขาไม่สามารถทนรับได้เด็ดขาด

       มาตอนนี้ยิ่งไปกันใหญ่ เขาอุตส่าห์ยอมถอยให้ตั้งหลายก้าว ผลสุดท้ายงานประเภทพวกลูกแหง่ตระกูลดังมาทัศนศึกษาแบบนี้ กลับกลายเป็นหน้าที่ที่เขาต้องทำเสียอย่างนั้น

       วังปินรู้สึกไม่สบอารมณ์อย่างยิ่ง จึงลุกขึ้นยืนแล้วเอ่ยตัดบท “ผมไม่อยากทำให้คุณลำบากใจ คุณไปรายงานประธานจี้ตรงๆ เลยก็ได้ว่าเป็นผมเองที่ไม่อยากไป”

       เลี่ยวข่ายเห็นว่าอีกฝ่ายมีท่าทีเด็ดเดี่ยว แต่ก็ยังพยายามเกลี้ยกล่อม “หัวหน้าวังครับ ถึงไม่เห็นแก่หน้าใครก็เห็นแก่หน้าประธานจี้เถอะ ยังไงคุณชายรองก็เป็นน้องชายของประธานจี้ คุณก็น่าจะไปทักทายหน่อยนะครับ”

       “ซื่อลี่จ้างผมมาเพื่อพัฒนาเทคโนโลยี ถ้าคุณชายคนนั้นไม่พอใจเพราะเรื่องแค่นี้ ก็ไล่ผมออกไปเลยแล้วกัน”

       พูดจบเขาก็ผลักประตูเดินจากไปต่อหน้าต่อตาเลี่ยวข่ายทันที

       วังปินไม่มีทางคาดคิดเลยว่า จี้เยี่ยนจื๋อไม่ได้ลำเอียงเลยแม้แต่นิดเดียว สิ่งที่หวังเหมี่ยนมีอย่าง ‘คุณนิ้วทอง [1] ’ นั้น เขาก็มีเช่นกัน และจี้เยี่ยนจื๋อก็เป็นคนส่งคุณนิ้วทองมาให้ถึงตรงหน้าเขาเองแท้ๆ

       ทว่าในขณะนี้คุณนิ้วทองคนนั้น กำลังได้รับการต้อนรับจากเสี่ยวซุนราวกับเป็นเด็กน้อยในสวนสนุก

       “คุณจี้ครับ ฟังก์ชันนี้แค่ใช้ท่าทางมือก็ปลุกระบบขึ้นมาได้แล้ว ลองดูสิครับ”

       จี้ทิงทำตามที่อีกฝ่ายสาธิต โดยการยกมือขึ้นปัดผ่านหน้าจอ

       ในชั่วพริบตา กระจกหน้าต่างรถก็ปรากฏจอจำลองระยะสายตาแบบไดนามิก มันคอยจับภาพทุกคนที่เดินผ่านหน้ารถ พร้อมทั้งแสดงระยะห่างระหว่างวัตถุที่หยุดนิ่งอย่างแม่นยำ

       เสี่ยวซุนหันมายิ้มร่า “เป็นไงครับ สนุกใช่ไหมล่ะ?”

       จี้ทิงมีสีหน้าเรียบเฉย ทว่าก็ยอมพยักหน้าตอบกลับไปตามน้ำ

       “ยังมีที่สนุกกว่านี้อีกครับ!” เสี่ยวซุนชี้ให้ดูอย่างตื่นเต้น “กดปุ่มพวกนี้จะสามารถเปิดกระโปรงหน้า กระโปรงหลัง แล้วก็ช่องชาร์จไฟได้ แถมยังปรับสปอยเลอร์หลังได้ด้วยนะครับ”

       พอพูดจบ เขาก็สาธิตให้ดูทันที บนหน้าจอปรากฏภาพแอนิเมชันแบบ Long Take แสดงขั้นตอนการควบคุมรถที่ลื่นไหลไร้รอยต่อ

       “คุณอยากจะลองเล่นดูเองบ้างไหมครับ?”

       จี้ทิง "..."

 

 

       เชิงอรรถ

       [1] นิ้วทองคำ (金手指) เป็นสำนวนที่นิยายจีนใช้เรียกสูตรโกง หรือความสามารถพิเศษ ที่ตัวเอกได้รับมา (เช่น ระบบ AI ในหัว มิติพิเศษ พลังวิเศษ หรือความรู้จากอนาคต) เปรียบเหมือนกษัตริย์ไมดาสที่หยิบจับอะไรก็กลายเป็นทองคำ ทำให้ตัวเอกสามารถเอาชนะอุปสรรคและประสบความสำเร็จได้อย่างง่ายดายเหนือคนธรรมดา


ทั้งนี้ หากยอดเก็บเข้าชั้นถึง 3,000 คน ทางเราจะแจกตอนฟรีเพิ่มอีกเป็นวันละ 3 ตอน นับตั้งแต่วันที่ยอดถึงเป็นเวลาไปอีก 5 วัน
.
หากคุณนักอ่านชอบเรื่องนี้ สามารถกดเก็บเข้าชั้น / Comment เพื่อเป็นกำลังใจให้กับผู้แปลและนักเขียนกันเยอะๆ นะคะ ^^