LNCrawler

ตอนที่ 109 จี้ทิง ไม่ได้เจอกันนานนะ

ทะลุมิติมาเป็นอัจฉริยะหน้าตาย ดันโป๊ะแตกกระจายเพราะเสียงในหัว [นิยายแปล] — novel.dek d.com · All chapters

ตอนที่ 109 จี้ทิง ไม่ได้เจอกันนานนะ

        ต่อให้เขาไม่เอ่ยปากถาม วังปินก็คงนึกเสียใจจนลำไส้แทบเปลี่ยนเป็นสีเขียวไปนานแล้ว

       ทว่าเขากลับทำตัวอ้อนวอนขอความเมตตาอย่างไร้ยางอายแบบหวังเหมี่ยนไม่เป็น แม้ในใจจะเดือดพล่านราวกับมีภูเขาไฟระเบิด แต่เขาก็ทำได้เพียงยืนนิ่งเงียบเป็นสากกะเบืออยู่ตรงนั้น

       ผ่านไปครู่ใหญ่ วังปินถึงเค้นคำพูดออกมาได้ประโยคหนึ่ง “วันหน้าผมจะไม่ทำพลาดแบบนี้อีก ขอโทษด้วยครับ”

       จี้เยี่ยนจื๋อก็ไม่อยากจะบีบคั้นเขาให้ลำบากใจนัก จึงเอ่ยว่า “เอาเถอะ คุณกลับไปพักผ่อนก่อน พรุ่งนี้บ่ายผมจะให้จี้ทิงไปอีกรอบ”

       วังปินเงยหน้าขึ้นทันควัน “ตอนเช้าไม่ได้เหรอครับ พรุ่งนี้ผมว่างทั้งวัน”

       “ตอนเช้าผมมีประชุม บ่ายถึงจะว่างพาเขาไปได้”

       แผนเดิมคือวันนี้ให้จี้ทิงไปก่อน แล้วพอกลับมาเขาก็จะค่อยๆ เลียบเคียงฟังเสียงในใจ เพื่อดูว่าจวี่ฉิงมีข้อบกพร่องหรือส่วนไหนที่ต้องปรับปรุงแก้ไขอีกหรือไม่ แต่ผลคือวังปินมัวแต่แง่งอนจนทำโอกาสทองหลุดลอยไปเอง

       วังปินร้อนใจ เขาคิดหาเหตุผลพลางโพล่งออกมาว่า “เรื่องทางเทคนิคคุณก็ไม่ได้เชี่ยวชาญ ทำไมต้องรอให้คุณว่างด้วยล่ะครับ ให้จี้ทิงไปคนเดียวเลยไม่ได้เหรอ”

       จี้เยี่ยนจื๋อได้ยินดังนั้นก็แย้มยิ้มอย่าง ‘อ่อนโยน’ “นี่คุณกำลังรำคาญว่าผมเป็นส่วนเกินงั้นเหรอ?”

       วังปินเพิ่งจะรู้ตัวว่าเมื่อครู่ตนพูดตรงเกินไป จึงกระแอมเบาๆ “เปล่าครับ”

       จี้เยี่ยนจื๋อแค่นยิ้มเย็นชาพลางเรียกเลี่ยวข่ายเข้ามา “ไปส่งหัวหน้าวังกลับด้วย”

       “ประธานจี้ พรุ่งนี้พยายามมาให้เร็วหน่อยนะครับ ผมจะเตรียมตัวให้พร้อม รอพบอยู่ตลอดเวลา” วังปินรีบสำทับอีกสองประโยค

       จี้เยี่ยนจื๋อเมินเฉยต่อคำเรียกขานนั้น ทำเพียงโบกมือไล่ส่งอย่างลวกๆ

       หลังวังปินกลับไปได้ราวครึ่งชั่วโมง จี้ทิงก็เดินทางกลับมาถึง

       “ผมเผ้านั่นมันอะไรกัน?” จี้เยี่ยนจื๋อมองดูผมที่ฟูฟ่องไม่เป็นทรงของอีกฝ่ายแล้วขมวดคิ้วถาม

       จี้ทิงยกมือลูบศีรษะตัวเองอย่างเพิ่งนึกขึ้นได้ [โดนนวดจนยุ่งไปหมด ลืมหวีเลยแฮะ]

       “ซื่อบื้อจริงๆ” จี้เยี่ยนจื๋อได้กลิ่นน้ำมันหอมระเหยจากตัวเขา แม้จะไม่เหม็นแต่ก็ฉุนเกินไป “ยังไม่รีบไปอาบน้ำอีก”

       จี้ทิงกลับห้องไปหยิบชุดนอนของตน พออาบน้ำเสร็จเดินออกมาแล้วเป่าผมให้แห้ง ก็พบว่าผมม้าของตนยาวจนทิ่มตาเสียแล้ว

       การที่ทัศนวิสัยถูกบดบังบ่อยๆ จะเสียสายตาเอาได้ เขาจึงตั้งใจว่าพรุ่งนี้จะออกไปตัดผม

       เมื่อจี้ทิงออกจากห้องน้ำก็ตรงไปยังห้องนอนอีกห้องทันที จี้เยี่ยนจื๋อนอนเอนกายอยู่บนเตียงแล้ว พลางมองจอโน้ตบุ๊กในมือ

       เขาเดินอ้อมไปขึ้นเตียงอีกฝั่ง ผ่านไปไม่กี่นาที จี้เยี่ยนจื๋อก็พับหน้าจอเก็บไว้ที่หัวเตียงแล้วเอ่ยว่า “พรุ่งนี้นายไปงานนิทรรศการอีกรอบนะ”

       จี้ทิงชะงักไปครู่หนึ่ง ก่อนจะหยิบไอแพดขึ้นมาเขียน [ทำไมล่ะครับ?]

       “นายจะนอนอืดอยู่แต่ในโรงแรมจนรากงอกหรือไง สั่งให้ไปก็ไปสิ”

       จี้ทิงส่ายหน้า [พรุ่งนี้ผมมีธุระส่วนตัว ไม่ไปครับ]

       จี้เยี่ยนจื๋อเหลือบมองเขาแวบหนึ่งก่อนจะซุกตัวลงในผ้าห่ม “ไม่อยากไปก็ช่าง ปิดไฟด้วย”

       โอกาสหน้ายังมีอีกถมเถ ไม่จำเป็นต้องรีบร้อนตอนนี้ อีกอย่างคือวังปินทำพลาดเอง จี้ทิงย่อมมีอิสระที่จะเลือก

       จี้เยี่ยนจื๋อหลับตาลงแล้ว แต่ไฟกลับยังไม่ปิดเสียที เขาจึงหันกลับไปมอง พบว่าจี้ทิงยังคงนั่งพิงหัวเตียง และจ้องมองเขาตาไม่กะพริบ

       “เหม่ออะไรของนาย หน้าฉันมีดอกไม้ติดอยู่หรือไง?”

       [เมื่อกี้ พี่พูดประชดหรือเปล่า?]

       คิ้วของจี้เยี่ยนจื๋อขมวดเข้าหากันเล็กน้อย “ประโยคไหน ที่ว่าไม่อยากไปก็ช่างน่ะเหรอ?”

       จี้ทิงพยักหน้า

       “ประชดหรือไม่ประชด นายฟังไม่ออกหรือไง?”

       จี้ทิงหลุบตาลงเล็กน้อย [เมื่อก่อนเริ่มจะแยกแยะออกบ้างแล้ว แต่ครั้งนี้...]

       [ครั้งนี้ เขาไม่ได้โมโห]

       จี้เยี่ยนจื๋อรู้สึกพิกลกับท่าทีของอีกฝ่าย เขาหัวเราะฮึออกมาอย่างเย็นชา “ฉันไม่โมโหใส่นายแล้ว นายไม่ชินหรือไง?”

       ที่ว่าเมื่อก่อนแยกแยะออก... น้ำเสียงแบบไหน อารมณ์เป็นอย่างไร คนปกติที่ไหนเขาฟังไม่ออกกันบ้าง?

       จี้ทิงไม่สามารถตอบคำถามนี้ได้ เขาเม้มริมฝีปาก [ช่างเถอะ ถ้าถามต่อ จี้เยี่ยนจื๋ออาจจะสงสัยเอาได้]

       จี้ทิงเอื้อมตัวจะไปปิดไฟ ทว่ากลับถูกคว้าข้อมือไว้กะทันหัน เขาจึงหันกลับไป ดวงตาที่เบิกกว้างเล็กน้อยคล้ายจะถามว่ามีอะไรหรือเปล่า

       สายตาของจี้เยี่ยนจื๋อวนเวียนอยู่บนใบหน้าของเขา ราวกับกำลังมองหาอะไรบางอย่าง “นายฟังไม่ออกจริงๆ เหรอ?”

       เขารับรู้ได้ว่าจี้ทิงกำลังซ่อนอะไรบางอย่างไว้ และสิ่งที่ซ่อนนั้นไม่อยากให้เขาค้นพบ แต่จี้เยี่ยนจื๋อไม่รู้ว่าสิ่งนั้นคืออะไร และไม่สามารถถามออกไปตรงๆ ได้ จึงทำได้เพียงวนกลับมาที่หัวข้อเดิม

       [ฟังออกครับ]

       จี้เยี่ยนจื๋อมองอย่างไม่ค่อยเชื่อสายตานัก “งั้นลองว่ามาสิ ที่ฉันพูดเมื่อกี้คือประชดหรือไม่ประชด”

       โอกาสถูกผิดมีอย่างละครึ่ง จี้ทิงได้แต่เสี่ยงดวงเอา เขาเงียบไปไม่กี่วินาทีก่อนจะค่อยๆ ส่ายหน้า

       “ก็นี่ไง ฟังออกไม่ใช่เหรอ” จี้เยี่ยนจื๋อปล่อยข้อมือเขา ทว่าในใจกลับมีบางอย่างติดค้างอยู่

       “ปิดไฟ นอนได้แล้ว”

       ...

       กำหนดการของจี้เยี่ยนจื๋อเดิมทีคือสองวัน และจะบินกลับบ้านในเช้าวันที่สาม แต่เพราะจี้ทิงไม่อยากไปงาน WAIC บ่ายวันต่อมาจึงออกเดินทางไปยังสนามบินล่วงหน้า

       ตลอดทางจี้เยี่ยนจื๋อไม่ปริปากพูดกับจี้ทิงแม้แต่คำเดียว แถมยังเอาแต่เบือนหน้ามองหน้าต่างรถ ราวกับไม่อยากจะปรายตามองเขาแม้แต่นิด

       จนกระทั่งขึ้นเครื่องบิน จี้ทิงจึงเป็นฝ่ายส่งไอแพดให้ก่อน [อย่าไปโทษเลี่ยวข่ายเลยครับ ผมเป็นคนอยากไปเอง]

       ไฟโทสะที่จี้เยี่ยนจื๋อเพิ่งจะกดข่มไว้พุ่งปรี๊ดขึ้นมาอีกครั้ง “เจ้าหูน้อยจี้ ตระกูลจี้นี่มันถังแตกจนนายจ้างช่างสไตลิสต์ดีๆ ไม่ได้แล้วหรือไง?”

       พูดจบเขาก็กวาดสายตามองทรงผมของจี้ทิงอีกรอบ “ดูผมนายที่ตัดมาสิ พอฉันบอกว่ารสนิยมแย่นายก็ไม่ยอมรับ ตอนนี้มันดูอัปลักษณ์จะตายอยู่แล้วเห็นไหม”

       จี้ทิงไม่เข้าใจว่าเขาโกรธเรื่องอะไรกันแน่ [แทสเมเนียนโกรธที่ฉันไปร้านตัดผมข้างทางเมื่อเช้า หรือโกรธที่ฉันตัดออกมาน่าเกลียดกันแน่?]

       [ถ้าเป็นอย่างหลัง ผมก็อยู่บนหัวฉัน แล้วเขาจะมาโกรธทำไมกัน]

       จี้เยี่ยนจื๋อได้ยินเสียงในใจนั้นก็แค่นยิ้มหยันต่อเนื่องในใจ เฮอะ เก่งขึ้นแล้วนี่นะ ถึงขั้นมาหาว่าเขาแส่ไม่เข้าเรื่องแล้วใช่ไหม?

       จี้ทิงนิ่งคิดครู่หนึ่ง ก่อนจะเอ่ยปลอบเขากลับไป [ผมของผมยาวเร็วมาก พี่อย่าโกรธเลยครับ]

       จี้เยี่ยนจื๋อแค่นเสียงเยาะ “ฉันจะโกรธทำไม คนที่ขี้เหร่ไม่ใช่ฉันเสียหน่อย”

       ปากว่าไปอย่างนั้น แต่ครู่ต่อมาเขาก็หยิบโทรศัพท์ขึ้นมา สั่งให้เลขาหาช่างสไตลิสต์มาแต่งทรงผมให้จี้ทิงใหม่

       จี้เยี่ยนจื๋อพิมพ์ข้อความเสร็จกำลังจะกดส่ง แต่ข้อความวีแชตจากเลขากลับเด้งขึ้นมาก่อนเพียงวินาทีเดียว [ประธานจี้ครับ วันนี้บอร์ดบริหารของกลุ่มบริษัทมีประชุม ไม่ใช่การประชุมอย่างเป็นทางการ แต่ท่านประธานใหญ่กำชับว่าคุณต้องเข้าประชุมให้ได้ครับ]

       แววตาของจี้เยี่ยนจื๋อเย็นเยียบขึ้นมาทันที เขาเพิ่งตัดสินใจกะทันหันว่าจะกลับบ่ายนี้ แต่คุณปู่กลับรู้ได้ในทันที ดูท่าคนข้างกายเขาจะยัง ‘ไม่สะอาด’ พอ...

       ...

       สองชั่วโมงต่อมาเครื่องบินร่อนลงจอด จี้เยี่ยนจื๋อให้เลี่ยวข่ายไปส่งจี้ทิงกลับ ส่วนตนนั่งรถอีกคันมุ่งหน้าไปยังบริษัท

       เมื่อกลับถึงคฤหาสน์ จี้ทิงขึ้นลิฟต์จากโรงจอดรถตรงไปยังชั้นสามทันที

       ในตอนที่เขากำลังลากกระเป๋าเดินทางเตรียมจะเข้าห้อง จู่ๆ ก็มีน้ำเสียงนุ่มนวลทว่าสดใสแว่วมาจากชั้นล่าง “จี้ทิง”

       จี้ทิงมองไปตามเสียงนั้นโดยสัญชาตญาณ ทันใดนั้น ร่างทั้งร่างของเขาก็พลันแข็งทื่ออยู่กับที่

       เมื่อเห็นสีหน้าที่ดูประหลาดใจกึ่งตกตะลึงจนตั้งตัวไม่ติดของเขา บนใบหน้าที่งดงามโดดเด่นนั้นก็ปรากฏรอยยิ้มหวาน เขาเอ่ยเบาๆ “ไม่ได้เจอกันนานเลยนะ”


ทั้งนี้ หากยอดเก็บเข้าชั้นถึง 3,000 คน ทางเราจะแจกตอนฟรีเพิ่มอีกเป็นวันละ 3 ตอน นับตั้งแต่วันที่ยอดถึงเป็นเวลาไปอีก 5 วัน
.
หากคุณนักอ่านชอบเรื่องนี้ สามารถกดเก็บเข้าชั้น / Comment เพื่อเป็นกำลังใจให้กับผู้แปลและนักเขียนกันเยอะๆ นะคะ ^^