LNCrawler

ตอนที่ 112 ไม่ใช่เขา แต่เป็นพี่

ทะลุมิติมาเป็นอัจฉริยะหน้าตาย ดันโป๊ะแตกกระจายเพราะเสียงในหัว [นิยายแปล] — novel.dek d.com · All chapters

ตอนที่ 112 ไม่ใช่เขา แต่เป็นพี่

        จี้ทิงขลุกตัวอยู่ในห้องเล่นเกมเกือบทั้งวัน แม้แต่ข้าวปลาก็ยังไม่ได้ออกไปกิน ได้แต่ประทังความหิวด้วยบิสกิตเพียงเล็กน้อยเท่านั้น

       เขาจดจ่ออยู่กับการทำสิ่งที่ทำค้างไว้ จนกระทั่งโมเดลฉากที่สามเสร็จสมบูรณ์ เวลาก็ล่วงเข้าสู่ช่วงดึกสงัด

       จี้ทิงเหลือบมองเวลาพลางลุกขึ้นขยับเขยื้อนร่างกาย ก่อนจะเดินไปหยุดอยู่ที่ริมหน้าต่างเพื่อพักสายตาจากความเหนื่อยล้า

       ตอนที่หลิงซีมาหาครั้งแรกเขาจงใจใส่หูฟังไว้ และหลังจากนั้นพอมองผ่านกล้องวงจรปิด ก็เห็นว่าหลินชิงกับอาหยางก็แวะมาหาเขาคนละครั้งเช่นกัน ทว่ากลับไร้เงาของจี้ซื่อเจ๋อ...

       ถึงแม้จี้ทิงจะไม่สามารถแยกแยะอารมณ์ของคนอื่นได้อย่างแม่นยำนัก แต่เขาสัมผัสได้ถึงความประสงค์ร้ายที่แผ่ออกมาจากตัวของจี้ซื่อเจ๋อ เพียงแต่ความร้ายกาจนั้นไม่ได้มุ่งเป้ามาที่เขา แต่มุ่งตรงไปที่จี้เยี่ยนจื๋อ

       เมื่อตอนกลางวันที่พูดปาวๆ ว่า ‘พ่อจะหนุนหลังลูกเอง’ แต่จี้ทิงรู้ดีแก่ใจว่าสิ่งที่อีกฝ่ายต้องการ ก็แค่อยากหาข้ออ้างในการลงโทษจี้เยี่ยนจื๋อเท่านั้น

       ทว่ามีจุดหนึ่งที่จี้ทิงยังไม่เข้าใจ วิธีการแบบนี้อาจจะเคยใช้ได้ผลในตอนเด็ก แต่ตอนนี้จี้เยี่ยนจื๋อโตเป็นผู้ใหญ่แล้ว อย่าว่าแต่จะลงโทษตบตีเลย ต่อให้คนที่ชื่อเฝิงอู๋จะไปหาเขาที่บริษัท เกรงว่าแม้แต่ประตูห้องทำงานของจี้เยี่ยนจื๋อ พวกเขาก็คงไม่มีปัญญาจะย่างกรายเข้าไปด้วยซ้ำ

       ในเมื่อทำไม่สำเร็จ แล้วจี้ซื่อเจ๋อจะสร้างเรื่องวุ่นวายนี้ขึ้นมาทำไมกัน?

       จี้ทิงคิดหาคำตอบไม่ได้ แต่เขาก็ไม่ได้เก็บเอามาใส่ใจให้เสียเวลาด้วย เมื่อดวงตาหายล้าแล้วเขาก็เดินออกจากห้องเล่นเกมไป

       เขากลับไปที่ห้องเพื่ออาบน้ำชำระล้างร่างกาย เปลี่ยนเป็นชุดนอน แล้วเดินไปที่ห้องของจี้เยี่ยนจื๋อตามปกติ ทว่าเมื่อไปถึง เขากลับพบเพียงความมืดมิดที่ปกคลุมไปทั่วห้อง อีกฝ่ายยังไม่กลับมา

       จี้ทิงจึงเดินออกมาจากห้องนอนพลางหยิบโทรศัพท์มือถือออกจากกระเป๋า

       “ขออภัยค่ะ เลขหมายที่ท่านเรียกปิดเครื่องอยู่...”

       จี้เยี่ยนจื๋อปิดเครื่อง

       จี้ทิงเม้มริมฝีปาก เขายืนนิ่งอยู่ที่เดิมครู่หนึ่งก่อนจะตัดสินใจเดินออกจากบ้านไป

       เวลา 01:00 น.

       พนักงานในห้องควบคุมวงจรปิดเห็นคนเดินเข้ามาทางประตูหน้า จึงรีบวิทยุเรียกพนักงานรักษาความปลอดภัยที่กำลังลาดตระเวนให้เข้าไปสอบถามทันที

       “สวัสดีครับ ไม่ทราบว่ามีธุระอะไรหรือเปล่าครับ?”

       “สวัสดีครับ ผมมาหาประธานจี้”

       เจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยขมวดคิ้ว พลางกวาดสายตามองเขาตั้งแต่หัวจรดเท้า “มาหาประธานจี้กลางดึกขนาดนี้เนี่ยนะ?”

       “ครับ ผมเป็นน้องชายของเขา ชื่อจี้ทิง รบกวนช่วยบอกเขาให้หน่อยได้ไหมครับ?”

       เมื่อได้ยินสถานะของเขา พนักงานคนนั้นก็รีบกุลีกุจอทันที “ทะ... ท่านรองจี้ เชิญนั่งรอตรงนี้ก่อนครับ ผมจะรีบติดต่อให้เดี๋ยวนี้”

       ริมฝีปากของจี้ทิงขยับเล็กน้อย อยากจะบอกว่าเขาไม่ใช่ ‘ท่านรองจี้’ แต่ก็นิ่งไปครู่หนึ่งแล้วเอ่ยเพียงคำว่าขอบคุณ

       พนักงานรักษาความปลอดภัยของกลุ่มบริษัทซื่อลี่จะมีชั้นที่ได้รับมอบหมายให้ลาดตระเวนในตอนกลางคืนอย่างเคร่งครัด คนคนนี้ไม่มีสิทธิ์ขึ้นไปด้านบน จึงต้องรายงานผ่านวิทยุสื่อสารแทน

       จี้ทิงรออยู่ไม่นาน พนักงานคนเดิมก็วิ่งเหยาะๆ กลับมา “ท่านรองจี้คือ...ดูเหมือนประธานจี้จะพักผ่อนไปแล้วครับ ไม่ทราบว่าคุณจะ...”

       จี้ทิงหลุบตาลงพลางขานรับในลำคอแผ่วเบา “ไม่เป็นไรครับ รบกวนคุณมากแล้ว”

       เขาก้มศีรษะให้เล็กน้อยก่อนจะลุกขึ้นเดินออกไป

       จี้ทิงเดินมาตามทางจนถึงหน้าประตูใหญ่ของโครงการ แล้วยืนรอรถอยู่ที่ริมถนน

       “ท่านรองจี้ ท่านรองจี้ครับ!”

       จี้ทิงหันไปตามเสียงเรียก เห็นพนักงานรักษาความปลอดภัยคนเดิมขี่สกู๊ตเตอร์ไฟฟ้าไล่ตามมาแต่ไกล “ท่านรองจี้ รอก่อนครับ!”

       พอมาถึงที่ รถยังไม่ทันจะนิ่งสนิทดีเขาก็รีบกระโดดลงมา “ประ...ประธานจี้เพิ่งมีคำสั่งลงมาครับ บอกให้ผมพาคุณขึ้นไป”

       จี้ทิงกะพริบตาด้วยความฉงน จี้เยี่ยนจื๋อตื่นขึ้นมาอีกรอบงั้นเหรอ?

       ...

       สิบนาทีต่อมา พนักงานรักษาความปลอดภัยก็เคาะประตูห้องทำงานประธานอย่างระมัดระวัง

       “เข้ามา”

       เมื่อได้ยินเสียงจากด้านใน พนักงานก็หลีกทางให้ จี้ทิงจึงก้าวเข้าไปเปิดประตู

       จี้เยี่ยนจื๋อนั่งอยู่บนโซฟา เสื้อสูทถูกเปลี่ยนเป็นชุดนอนไปแล้ว ทว่าท่าทางการนั่งของเขาก็ยังคงดูเย่อหยิ่งทระนงตนไม่เปลี่ยน

       ทั้งสองคนต่างนิ่งเงียบ จี้เยี่ยนจื๋อรออยู่ครู่หนึ่งก่อนจะตวัดสายตาเย็นชามามอง “นายมาทำไม?”

       “มานอนกับพี่”

       จี้เยี่ยนจื๋อถึงกับสำลักคำพูดโผงผางนั่นจนพูดแทบไม่เป็นภาษา “นะ...นายถึงกับตามมานอนกับฉันถึงบริษัทเลยงั้นเหรอ?”

       จี้ทิงไม่เข้าใจว่าอีกฝ่ายจะโมโหทำไม แต่เขาก็ยังอธิบายอย่างจริงจัง “ไม่ใช่ว่าผมอยากตามมาที่นี่ แต่เป็นเพราะพี่ไม่ยอมกลับไปที่บ้านต่างหาก”

       “งั้นมันก็กลายเป็นความผิดของฉันงั้นสิ?”

       จี้ทิงนิ่งคิดครู่หนึ่ง “จะว่าผิดก็ไม่เชิง แต่พี่ควรจะรักษาสัญญานะ”

       จี้เยี่ยนจื๋อผุดลุกขึ้นจากโซฟาทันที “ฉันไปสัญญากับนายตอนไหน?”

       [ทำไมเจ้าแทสเมเนียนถึงความจำสั้นลงอีกแล้วล่ะ?] จี้ทิงขมวดคิ้วมุ่น “สัญญาว่าจะนอนกับผมไง”

       “นาย...” จี้เยี่ยนจื๋อสูดลมหายใจเข้าลึกๆ ก่อนจะหลุดหัวเราะหยันออกมา “เดี๋ยวนี้นายใช้ปากเก่งขึ้นแล้วนี่ ฉันพูดคำนายสวนคำ เมื่อกี้ยังถือไอแพดทำหน้าตาน่าสงสารอยู่เลยไม่ใช่หรือไง?”

       จี้ทิงไม่เข้าใจ “ตอนที่ผมพูดไม่ได้ ผมไม่ได้ทำหน้าตาน่าสงสารนะ”

       “นายมันจะไม่น่าสงสารได้ยังไงล่ะ” จี้เยี่ยนจื๋อไม่ได้มีแค่โทสะ แต่ยังพ่นคำประชดประชันออกมาไม่ยั้ง “หลิงซีกลับมาแล้ว ตอนนี้นายคงเป็นคนที่สมหวังที่สุดในโลกแล้วสิท่า”

       สิ้นเสียงนั้น ครั้งนี้จี้ทิงกลับเงียบไปนานแสนนาน

       “จี้เยี่ยนจื๋อ พี่กำลังโกรธใครกันแน่?” เขาเงยหน้าขึ้นสบตาจี้เยี่ยนจื๋อ “โกรธผมหรือโกรธหลิงซี?”

       ไม่รู้เพราะอะไร ความจริงจังที่ฉายชัดในแววตาของจี้ทิงกลับพุ่งตรงเข้าสู่กลางอกของเขา ดับเปลวไฟแห่งโทสะให้เย็นเยียบลงในพริบตา

       การโต้เถียงก่อนหน้านี้พลันกลายเป็นเรื่องไร้สาระ แม้แต่จี้เยี่ยนจื๋อเองก็ยังรู้สึกแปลกใจตัวเอง

       “นายไม่ควรมาหาฉัน ในเมื่อหลิงซีทำให้นายกลับมาพูดได้ บางทีเขาอาจจะรักษาอาการนอนไม่หลับของนายให้หายได้เหมือนกัน”

       [หลิงซีทำให้ฉันพูดได้งั้นเหรอ?]

       ความเคร่งขรึมบนใบหน้าของจี้ทิงมลายหายไป เปลี่ยนเป็นความงุนงงเข้ามาแทน “ใครเป็นคนบอกพี่แบบนั้น?”

       “ไม่ต้องมาสนใจว่าใครบอกหรอก” จี้เยี่ยนจื๋อเบือนหน้าหนีพลางเอ่ยเสียงแข็ง “นายกลับไปเถอะ ไปลองนอนกับเขาดู”

       “ผมไม่ลอง” น้ำเสียงของจี้ทิงราบเรียบ ทว่าแฝงไปด้วยความขุ่นเคืองอย่างเห็นได้ชัด “ภาวะสูญเสียการสื่อความของผมไม่ได้หายเพราะเขา แต่มันเป็นเพราะพี่ ผมถึงได้...”

       ยังไม่ทันขาดคำ จี้เยี่ยนจื๋อก็หันขวับกลับมาทันที “นายว่าอะไรนะ?”

       จี้ทิงชะงักไปครู่หนึ่ง “ครับ?”

       “จะมา ‘ครับ’ อะไรล่ะ!” จี้เยี่ยนจื๋อไม่รักษามาดอีกต่อไป เขาเดินตรงดิ่งเข้าไปหา “เมื่อกี้พูดว่าอะไร ภาวะสูญเสียการสื่อความของนายหายเพราะใคร?”

       “เพราะพี่”

       จี้ทิงทวนคำอีกครั้ง พร้อมกับอธิบายให้ชัดเจนยิ่งขึ้น “จี้ซื่อเจ๋อพยายามจะใส่ร้ายพี่ ผมอยากจะช่วยเถียงแทนพี่ แต่เขาไม่ยอมมองข้อความที่ผมพิมพ์”

       “แล้วนายก็เลยร้อนใจจนพูดออกมาได้งั้นเหรอ?”

       “อืม...” จี้ทิงนิ่งคิด จะว่าอย่างนั้นก็ได้ เขาจึงพยักหน้า “ครับ”

       จี้เยี่ยนจื๋อจ้องมองเขาอยู่ครู่ใหญ่ ก่อนจะสะบัดหน้าหนีไปอีกทาง

       แม้ภายนอกเขาจะดูสงบนิ่งไร้คลื่นลม ทว่ามุมปากที่พยายามเม้มกลั้นไม่ให้ยกยิ้มกับหัวคิ้วที่เลิกขึ้นเล็กน้อย กลับทรยศความรู้สึกยินดีที่เอ่อล้นอยู่ภายในใจ

       ผ่านไปพักใหญ่ จี้เยี่ยนจื๋อถึงได้กระแอมไอออกมาทีหนึ่ง “สรุปที่ถ่อมากลางค่ำกลางคืนขนาดนี้ เพื่อมาขอบคุณฉันงั้นสิ?”

       [ขอบคุณงั้นเหรอ... เรื่องนี้ฉันยังไม่ได้คิดถึงเลยแฮะ]

       จี้เยี่ยนจื๋อกัดฟันทันที ทว่าเมื่อเขาหันกลับมามอง จี้ทิงก็เอ่ยขึ้นว่า “ผมขอเลี้ยงอะไรพี่หน่อยได้ไหม?”

       “เศษเงินในกระเป๋านาย จะเลี้ยงอะไรฉันได้?”

       จี้ทิงได้ยินดังนั้นก็นิ่งคิดอย่างจริงจัง “ถ้าเดินออกไปหน้าประตูข้ามถนนไปจะมีร้านสะดวกซื้อยี่สิบสี่ชั่วโมง พี่เลือกได้ตามใจชอบเลยครับ”

       จี้เยี่ยนจื๋อถึงกับสำลักความโกรธ “ร้านสะดวกซื้อพรรค์นั้นน่ะเหรอ ฉันไม่กิน!”

       “แต่ผมหิวแล้วนะครับ”


ทั้งนี้ หากยอดเก็บเข้าชั้นถึง 3,000 คน ทางเราจะแจกตอนฟรีเพิ่มอีกเป็นวันละ 3 ตอน นับตั้งแต่วันที่ยอดถึงเป็นเวลาไปอีก 5 วัน
.
หากคุณนักอ่านชอบเรื่องนี้ สามารถกดเก็บเข้าชั้น / Comment เพื่อเป็นกำลังใจให้กับผู้แปลและนักเขียนกันเยอะๆ นะคะ ^^