LNCrawler

ตอนที่ 115 อิงแอบแนบชิด

ทะลุมิติมาเป็นอัจฉริยะหน้าตาย ดันโป๊ะแตกกระจายเพราะเสียงในหัว [นิยายแปล] — novel.dek d.com · All chapters

ตอนที่ 115 อิงแอบแนบชิด

        ทั้งสองนอนหันหลังชนกัน ผ้าห่มถูกดึงจนตึงเปรี๊ยะไปตามตัว จี้เยี่ยนจื๋อยิ่งนอนก็ยิ่งรู้สึกไม่สบายตัว เขาจึงพลิกกายกลับมา

       เขามองจี้ทิงผ่านหมอนที่คั่นกลาง ทว่ากลับได้ยินเพียงเสียงลมหายใจที่ดังเป็นจังหวะสม่ำเสมอของอีกฝ่าย

       จี้เยี่ยนจื๋อละสายตากลับมา พยายามปรับเปลี่ยนท่าทางอีกครั้งแต่มันก็ยังรู้สึกไม่เข้าที่เข้าทางอยู่ดี ในที่สุด เขาก็ทนไม่ไหว จึงเอื้อมมือไปเปิดโคมไฟหัวเตียง

       “จี้ทิง เรา...”

       ทว่าพอจี้เยี่ยนจื๋อหันหน้ากลับไป ก็พบกับใบหน้าอันสงบนิ่งของเจ้าหูน้อยจี้ ลมหายใจนั้นสม่ำเสมอและราบเรียบ เห็นได้ชัดว่าเข้าสู่ห้วงนิทราไปเรียบร้อยแล้ว

       เป็นหมูหรือไงนะ ต้องเป็นหมูแน่ๆ... สถานการณ์แบบนี้ยังหลับปุ๋ยได้ในไม่กี่วินาที ถ้าไม่ใช่หมูแล้วจะเป็นอะไรได้อีก

       จี้เยี่ยนจื๋อนั่งมองอย่างพูดไม่ออก เขามองจี้ทิงอยู่อย่างนั้นจนจู่ๆ หัวคิ้วก็เลิกขึ้นเล็กน้อย

       พอมองจากมุมนี้ ทรงผมของเจ้าหูน้อยจี้ก็ไม่ได้ดูแย่เท่าไหร่นี่นา งั้นก็ดีเหมือนกัน ไม่ต้องหาคนมาตัดแต่งให้แล้ว จะตัดให้ดูดีไปทำไมกัน ไม่ได้จะไปประกวดเสียหน่อย

       วินาทีนั้นเอง คล้ายกับจะรับรู้ได้ถึงแสงไฟที่ส่องกระทบ จี้ทิงพลิกตัวในความฝันแล้วหันหลังกลับไป

       การพลิกตัวครั้งนี้ไม่ใช่เรื่องเล่นๆ เพราะผ้าห่มที่เดิมทีก็คลุมตัวจี้เยี่ยนจื๋อไว้อย่างหมิ่นเหม่ กลับถูกม้วนตลบไปเสียครึ่งค่อนผืน

       จี้เยี่ยนจื๋อหรี่ตาลง คว้าผ้าห่มแล้วกระชากกลับมาคลุมกายตนไว้ทั้งหมด

       คราวนี้ค่อยรู้สึกสบายขึ้นมาหน่อย จี้เยี่ยนจื๋อนอนลงอย่างเป็นสุข ตั้งใจจะหลับไปตามทางของตน ทว่าความสบายนั้นยังคงอยู่ไม่ถึงครึ่งนาที เขาก็ต้องลุกขึ้นมานั่งบนเตียงอีกครั้งพร้อมกับสบถคำว่า “ตัวภาระ” ออกมาเบาๆ

       ครั้งนี้เขาตัดสินใจลงจากเตียง เดินอ้อมไปยังอีกฝั่งแล้วช้อนตัวจี้ทิงขึ้นมาวางไว้ตรงกึ่งกลางเตียงหลังใหญ่

       คราวนี้ผ้าห่มจึงสามารถคลุมตัวคนทั้งคู่ได้อย่างสมดุล หลังจากจี้เยี่ยนจื๋อนอนลง เขาก็ผ่อนลมหายใจออกมาเฮือกใหญ่

       เขาปรายตามองจี้ทิงแวบหนึ่ง หรือถ้าจะพูดให้ถูกคือถลึงตาใส่ ก่อนจะเอื้อมมือไปปิดไฟ

       คิดไม่ถึงว่าในตอนที่เขาล้มตัวลงนอน หูกลับไปสัมผัสเข้ากับวัตถุอุ่นร้อนอย่างไม่คาดคิด มันคือสันจมูกของจี้ทิง

       ร่างกายของจี้เยี่ยนจื๋อพลันแข็งทื่อไปทั้งตัว แม้แต่กล้ามเนื้อที่ลำคอก็เกร็งแน่นไปหมด เขานิ่งงันราวกับแผ่นปูนซีเมนต์ก็ไม่ปาน

       เจ้าหูน้อยจี้มาหนุนหมอนใบเดียวกับเขาตั้งแต่เมื่อไหร่กัน?

       ตอนนี้เขาปิดไฟไปแล้ว จี้เยี่ยนจื๋อมองไม่เห็นว่าตอนนี้จี้ทิงนอนท่าไหน ทำได้เพียงนอนตัวตรงอยู่อย่างนั้น

       มือของเขาที่ซุกอยู่ใต้ผ้าห่มกำแน่นแล้วกำแน่นอีก ก่อนจะเอ่ยออกมาอย่างเหลืออด “เจ้าหูน้อยจี้ ฉันขอเตือนนะ อย่าให้มันได้ใจเกินไปนัก”

       จี้ทิงขมวดคิ้วเล็กน้อยแต่ไม่ตื่น

       “ได้ยินไหม!”

       เสียงครั้งนี้ไม่ได้กดให้เบาลง จี้ทิงที่อยู่ใต้ผ้าห่มค่อยๆ ขดขาขึ้นทั้งสองข้าง จากนั้นก็ยกมือขึ้นขยำชายเสื้อนอนของเขาไว้

       “นาย...” จี้เยี่ยนจื๋อขบเขี้ยวเคี้ยวฟันเตรียมจะระเบิดอารมณ์ แต่แล้วกลับต้องชะงักงันเมื่อได้ยินเสียงพึมพำแผ่วเบา

       “คุณอาหญิง”

       จี้เยี่ยนจื๋อชะงักไป หัวคิ้วขมวดมุ่นด้วยความฉงน

       คุณอางั้นเหรอ... คุณอาที่ไหนกัน?

       สามพี่น้องในรุ่นของจี้ซื่อเจ๋อ อย่าว่าแต่คุณอาหญิงแท้ๆ เลย แม้แต่ลูกพี่ลูกน้องที่เป็นผู้หญิงพวกเขาก็ยังไม่มีสักคน

       จี้เยี่ยนจื๋ออดไม่ได้ที่จะก้มลงมอง แววตาคมลึกแฝงไว้ด้วยการหยั่งเชิง เจ้าหูน้อยจี้กำลังฝันถึงใครกันแน่?

       เมื่อค่ำคืนผ่านพ้นไป คล้ายกับเพิ่งหลับตาลงได้เพียงครู่เดียว เช้าวันรุ่งขึ้นก็มาเยือนโดยไม่รู้ตัว

       เวลา 08.30 น. ฟางเจี๋ยมาถึงลานจอดรถของบริษัทตรงตามเวลาเป๊ะ เขาถือกระเป๋าเอกสารลงจากรถ ยังไม่ทันจะได้ปิดประตูรถดี จู่ๆ ก็มีคนปรากฏกายขึ้นตรงหน้า

       ฟางเจี๋ยสะดุ้งโหยง “หะ... หัวหน้าวัง คุณมาทำอะไรที่นี่ครับ?”

       วังปินอยู่ในสภาพหนวดเครารุงรัง สีหน้าเหมือนคนไม่ได้นอนมาทั้งคืน ขอบตาคล้ำเป็นปื้น “ประธานจี้กลับมาหรือยัง?”

       ฟางเจี๋ยรู้สึกแปลกใจอยู่บ้างแต่ก็ตอบไป “กลับมาจากเมืองไห่เฉิงตั้งแต่เมื่อวานแล้วครับ คุณ...”

       ยังไม่ทันสิ้นคำพูด วังปินก็คว้าแขนของเขาไว้ทันที “ขึ้นข้างบนกันเถอะ”

       ชั้นที่เป็นห้องทำงานประธานเป็นชั้นพิเศษ นอกจากจี้เยี่ยนจื๋อกับเลขาทั้งสามคนแล้ว คนอื่นจะขึ้นไปได้ต้องได้รับอนุญาตเสียก่อน

       ทั้งสองใช้บัตรพนักงานของฟางเจี๋ยขึ้นลิฟต์ไป ทันทีที่ประตูเปิดออก วังปินก็ก้าวยาวๆ มุ่งตรงไปยังห้องทำงานประธาน

       ฟางเจี๋ยตกใจ รีบก้าวเข้าไปขวาง “นี่! หัวหน้าวัง รอเดี๋ยวครับ!”

       วังปินไม่สนใจสิ่งใด ผลักประตูห้องทำงานประธานเข้าไปทันที ด้านในไม่มีใครอยู่ เห็นได้ชัดว่าจี้เยี่ยนจื๋อยังมาไม่ถึง

       เมื่อเห็นดังนั้น วังปินจึงทรุดตัวลงนั่งบนโซฟาทันที

       ฟางเจี๋ยงุนงงเป็นไก่ตาแตก ไม่เข้าใจว่าวันนี้อีกฝ่ายเป็นอะไรไป เขาจึงก้าวเข้าไปกล่าวว่า “ประธานจี้ยังมาไม่ถึงเลยครับ เอาอย่างนี้ดีไหม คุณกลับไปที่แผนกวิจัยก่อน เดี๋ยวผมจะรายงานประธานจี้ให้ทราบครับ”

       “ผมจะนั่งรอเขาตรงนี้แหละ” วังปินกล่าวจบก็เสริมอีกประโยค “ไม่ต้องห่วง ผมจะอธิบายกับประธานจี้เอง ไม่ให้คุณต้องพลอยลำบากไปด้วยหรอก”

       “ผมไม่ได้กลัวเรื่องความรับผิดชอบครับ แต่การที่คุณมานั่งรอตรงนี้มันไม่ค่อยเหมาะสม...”

       ...

       จี้เยี่ยนจื๋อที่อยู่บนเตียงลืมตาตื่นขึ้น เขามองเพดานอยู่สองวินาที ก่อนจะปรายตาไปมองข้างกาย ทว่าเพียงแค่หันหน้าไป เขาก็หลุดเสียงครางในลำคอออกมาอย่างไม่ได้ตั้งใจ คล้ายกับจะเคล็ดไปตรงไหนสักแห่ง

       จี้เยี่ยนจื๋อขมวดคิ้วลองขยับตัวดูอีกที ถึงได้รู้ว่าตัวเองนอนตกหมอนเสียแล้ว

       เขากัดฟันสบถคำว่า “บ้าชะมัด” ออกมาเบาๆ และในวินาทีนั้นเอง เสียงพูดคุยของคนทั้งสองก็แว่วเข้ามาอีกครั้ง

       “ผมไม่ไปไหนทั้งนั้น ผมจะรอประธานจี้อยู่ที่นี่”

       “ถ้าอย่างนั้นเอาแบบนี้ดีไหมครับ” ฟางเจี๋ยยอมถอยให้อีกก้าว “คุณไปรอที่ห้องเลขาฯ ก่อนดีกว่า บางทีหลังจากจิบกาแฟไปสักแก้ว ประธานจี้ก็อาจจะมาถึงแล้วก็ได้”

       เวลานี้วังปินไม่มีแก่ใจจะจิบกาแฟแม้แต่น้อย เมื่อวานเขาเฝ้ารออยู่ที่ฮอลล์ทั้งวัน ใจจดใจจ่ออยู่แต่กับการรอพบจี้ทิง

       เขาถึงขั้นซักซ้อมคำพูดที่จะพูดไว้ในใจนับครั้งไม่ถ้วน เพราะกลัวจะเสียเวลาและพูดไม่เข้าประเด็นสำคัญ ผลคือเขารอตั้งแต่เช้าจนกระทั่งปิดฮอลล์ ราวกับถูกลืมไว้ในมุมอับมุมหนึ่งโดยไม่มีใครเหลียวแลแม้แต่เงา

       “ผมจะอยู่ตรงนี้” สายตาของเขาแน่วแน่และมั่นคง “ถ้าวันนี้ไม่ได้พบประธานจี้ ผมก็ไม่ไปไหนทั้งนั้น”

       “หัวหน้าวัง คุณ...”

       ยังไม่ทันสิ้นเสียง ฟางเจี๋ยพลันได้ยินเสียงเปิดประตูแว่วมา

       เขาหันไปมองตามสัญชาตญาณ เห็นจี้เยี่ยนจื๋อสวมชุดนอน ยืนตัวตรง ใบหน้าเย็นชาอยู่หน้าห้องพักผ่อน

       ฟางเจี๋ยถึงกับอึ้งไปครู่หนึ่ง ประธานจี้นอนที่นี่เมื่อคืน นี่เขาไม่ได้กลับบ้านงั้นเหรอ?

       ยังไม่ทันที่เขาจะตั้งสติได้ วังปินที่อยู่ข้างๆ ก็ผุดลุกขึ้นยืนทันที

       “ประธานจี้ คุณทำแบบนี้ได้ยังไง คุณหลอกกันนี่!” เขาสับเท้าตรงดิ่งไปหาจี้เยี่ยนจื๋อ สีหน้าเต็มไปด้วยความทุกข์ “คุณรู้ไหมว่าผม...”

       “วังปิน” จี้เยี่ยนจื๋อขัดจังหวะคำพูดเขาพลางขมวดคิ้ว “มีอะไรค่อยออกไปคุยกันข้างนอก”

       “ผมไม่มีเรื่องอื่นจะคุย ผมแค่ต้องการพบจี้ทิง”

       หน้าอกของจี้เยี่ยนจื๋อสะท้อนขึ้นลงตามจังหวะหายใจลึก ทำไมวังปินถึงได้เลียนแบบนิสัยพวกอันธพาลมาจากหวังเหมี่ยนแบบนี้ล่ะ พอไม่ได้เจอจี้ทิงก็ต้องมาโวยวายต่อหน้าเขาใช่ไหม

       เขาพยายามระงับอารมณ์พลางกดเสียงต่ำ “ไม่ได้บอกว่าจะไม่ให้เจอ ออกไปก่อน ผมจะเปลี่ยนเสื้อผ้า”

       วังปินยืนยัน “คุณก็เข้าไปเปลี่ยนสิ ผมจะรออยู่ตรงนี้”

       จี้เยี่ยนจื๋อมองท่าทางดื้อดึงถอดแบบกันมาของอีกฝ่ายแล้วยกยิ้มเย็น “คุณกลัวผมจะหนีไปงั้นเหรอ หรือว่าคุณไม่อยากเจอจี้ทิงไปตลอดชีวิตแล้ว?”

       เมื่อได้ยินดังนั้น ก็คล้ายถูกจี้เข้าที่จุดตาย วังปินพลันอ่อนลงทันที “งั้นผมออกไปก็ได้ แต่คุณต้องรับรองนะว่าวันนี้ผมจะได้เจอเขา”

       “คุณจะได้เจอจี้ทิงหรือเปล่า...”

       คำพูดเพิ่งจะไปได้เพียงครึ่งทาง ประตูห้องข้างหลังเขาก็ค่อยๆ เปิดออก

       จากนั้นจี้ทิงที่สวมชุดนอนแบบเดียวกันปรากฏสู่สายตาของทุกคน ใบหน้ายังคงแฝงไว้ด้วยความง่วงงุนจากการเพิ่งตื่นนอน “พี่จี้เยี่ยนจื๋อ ผมอยู่นี่ครับ”


ทั้งนี้ หากยอดเก็บเข้าชั้นถึง 3,000 คน ทางเราจะแจกตอนฟรีเพิ่มอีกเป็นวันละ 3 ตอน นับตั้งแต่วันที่ยอดถึงเป็นเวลาไปอีก 5 วัน
.
หากคุณนักอ่านชอบเรื่องนี้ สามารถกดเก็บเข้าชั้น / Comment เพื่อเป็นกำลังใจให้กับผู้แปลและนักเขียนกันเยอะๆ นะคะ ^^