ตอนที่ 117 ตามฉันกลับบ้าน
ตอนที่ 117 ตามฉันกลับบ้าน
คำเรียก ‘พี่ใหญ่’ นี้ หลิงซีใช้เรียกมาสามสี่ปีแล้ว เดิมทีจี้เยี่ยนจื๋อก็ไม่ได้รู้สึกอะไร ทว่าตอนนี้เขากลับรู้สึกว่ามันช่างฟังดูประชดประชันสิ้นดี
ตอนเด็กๆ หลิงซีเรียกเขาว่าพี่ เพียงเพราะเขาอายุมากกว่า แต่การเปลี่ยนมาเรียกว่าพี่ใหญ่นั้น เริ่มต้นขึ้นตั้งแต่ตอนที่เจ้าตัวมีความสัมพันธ์คลุมเครือกับจี้ทิง
จี้ทิงนั้น ตอนอ้าปากก็เรียกจี้เยี่ยนจื๋อ ตอนหลับตาก็เรียกแทสเมเนียน แม้แต่สรรพนามที่เจ้าตัวไม่เคยใช้เรียกเขา ช่วงหลังมาก็มีปรากฏให้ได้ยินไม่หยุด แต่สรรพนามว่าพี่ใหญ่นั้น เจ้าตัวกลับไม่เคยใช้เรียกเขาเลย ทว่าหลิงซีที่เป็นเพียงรักแรกซึ่งเลิกรากันไปนานแล้ว กลับเรียกขานมันได้อย่างร่าเริงเสียเหลือเกิน
หลิงซีไม่รู้เลยว่าอีกฝ่ายกำลังคิดอะไรอยู่ เขาเห็นเพียงดวงตาคมลึกคู่นั้นของจี้เยี่ยนจื๋อที่จ้องมองมาคล้ายกำลังพิจารณากันอย่างเงียบเชียบ
เขาขยับปลายนิ้วที่งอเข้าหากันเล็กน้อย ก่อนจะก้าวเข้าไปใกล้ขึ้นอีกนิด “พี่ใหญ่ครับ”
จี้เยี่ยนจื๋อดึงสติกลับมา จากนั้นเขาก็ละสายตาจากร่างตรงหน้ากลับไปยังโต๊ะทำงาน “เลี่ยวข่ายบอกว่านายอยากพบฉัน มีเรื่องอะไรก็พูดมาเถอะ”
เมื่อเห็นท่าทางเย็นชาไม่ไว้หน้าเช่นนั้น หลิงซีก็รู้สึกประหม่าขึ้นมาในใจ เขาเม้มริมฝีปากเดินไปที่หน้าโต๊ะ พลางลอบสังเกตสีหน้าของจี้เยี่ยนจื๋ออย่างระมัดระวัง “พี่กำลังโกรธผมอยู่หรือเปล่าครับ?”
คำถามนี้ช่างน่าสนใจนัก จี้เยี่ยนจื๋อเงยหน้าขึ้น “ทำไมฉันต้องโกรธนายด้วย หรือนายทำอะไรผิดมาล่ะ?”
“เรื่องคราวที่แล้วที่ผมจากไปโดยไม่บอกลา...” แววตาของหลิงซีสั่นไหวเล็กน้อย น้ำเสียงแผ่วลงเรื่อยๆ “ผมไม่ได้ตั้งใจ และไม่ได้อยากจะตัดขาดการติดต่อกับพี่นะครับ คือผม...”
ระหว่างที่หลิงซีพูด จี้เยี่ยนจื๋อกลับจ้องลึกเข้าไปในดวงตาของเขาอย่างไม่ลดละ
เขาเห็นจุดแสงเล็กๆ ละเอียดพริบพรายอยู่ในรูม่านตาของหลิงซี มันเปล่งประกายระยิบระยับเหมือนกับของประดับชิ้นนั้นไม่มีผิด
พอคิดถึงตรงนี้ คิ้วของเขาก็ขมวดมุ่นด้วยความไม่พอใจ เจ้าหูน้อยจี้มีสมองดีๆ แทนที่จะเอาไปจดจำเรื่องที่มีประโยชน์ กลับเอาไปจำพวกโรคประหลาดๆ แบบนี้ทำไมกัน ว่างงานนักหรือไง...
หลิงซีเห็นสีหน้าของเขาขรึมลง ก็รีบหลบสายตาต่ำ “ถ้าพี่ยังโกรธอยู่ จะดุด่าผมสักสองสามคำก็ได้นะครับ ไม่เป็นไรเลย”
“ฉันไม่ได้โกรธนาย” จี้เยี่ยนจื๋อพูดความจริง แต่น้ำเสียงกลับเย็นชาอย่างยิ่ง “ตราบใดที่นายไม่ได้รับอันตราย ไม่เจ็บไข้ได้ป่วย เรื่องอื่นนายก็ตัดสินใจเอาเองเถอะ”
พูดมาถึงตรงนี้ เขาก็เอ่ยขึ้นกะทันหัน “จริงสิ ช่วงนี้มีของอะไรที่อยากได้ไหม ฉันจะซื้อให้”
หัวใจของหลิงซีที่แขวนเต่งอยู่ตั้งแต่ก้าวเท้าเข้ามา ในที่สุดก็กลับมาวางลงที่เดิมได้เสียที พี่ใหญ่ยังคงเป็นห่วงเขาเหมือนเมื่อก่อนไม่เปลี่ยนไปเลย
เขายกมุมปากขึ้นเล็กน้อย ยิ้มอย่างขวยเขินทว่าดวงตากลับพราวระยับดั่งฤดูใบไม้ผลิ “มีอย่างหนึ่งครับ”
“ว่ามา”
หลิงซีเงียบไปสองวินาที ก่อนจะเอ่ยเสียงเบา “วันนี้พี่... ช่วยกลับไปที่คฤหาสน์ตระกูลจี้กับผมได้ไหมครับ?”
จี้เยี่ยนจื๋อเหลือบมองเขา มุมปากปรากฏรอยยิ้มหยัน “ใครใช้ให้นายมาพูดเรื่องนี้กับฉัน?”
“ไม่มีใครครับ ผมคิดของผมเองจริงๆ” หลิงซีมองเขาด้วยสายตาอ้อนวอน “ใกล้จะตรุษจีนแล้ว ผมแค่ไม่อยากให้พี่ต้องอยู่ข้างนอกคนเดียวอย่างโดดเดี่ยว ถ้าน้าเจียงรู้เข้า...”
“ท่านคงจะปวดใจมากนะครับ”
ทันทีที่อีกฝ่ายเอ่ยถึงมารดาผู้ล่วงลับ แววตาของจี้เยี่ยนจื๋อก็เย็นเยียบลงไปสามส่วน ถ้าเป็นคนอื่นที่พูดคำนี้ออกมา เขาคงสั่งให้ไสหัวออกไปตั้งนานแล้ว
เขาข่มความขุ่นมัวในใจไว้พลางเอ่ยเสียงเรียบ “เอาอย่างนี้ ในเมื่อนายยังไม่มีบ้านเลย นายก็ไปเลือกดูสักหลังเถอะ เลือกเสร็จแล้วก็บอกเลี่ยวข่าย”
หลิงซีก้าวไปข้างหน้าจนแทบจะชิดขอบโต๊ะ “พี่ใหญ่ครับ ผมไม่เอาบ้าน ผมแค่รบกวนให้พี่กลับไปกับผมเท่านั้นเอง”
ครั้งนี้จี้เยี่ยนจื๋อไม่แม้แต่จะปรายตามองเขา เอ่ยด้วยใบหน้าไร้ความรู้สึก “ตกลงตามนี้ ออกไปได้แล้ว”
วันนี้เขาตั้งใจจะกลับอยู่แล้ว แต่เขาได้รับปากเจ้าหูน้อยจี้ไว้ก่อนแล้ว ถ้าตอนนี้เขากลับไปพร้อมกับหลิงซี มันจะดูเป็นอย่างไรกัน
เมื่อหลิงซีเห็นท่าทีที่เด็ดขาดเช่นนั้น เขาก็เม้มปากแน่นก่อนจะเอ่ยเสียงแผ่ว “ผมจะรอพี่อยู่ที่บ้านนะครับ”
สิ้นคำนั้น จี้เยี่ยนจื๋อคล้ายถูกกระทบใจเข้าอย่างจัง หางตาขยับไหวเพียงเสี้ยวเล็กๆ ที่แทบมองไม่เห็น
“เดี๋ยวก่อน”
ในตอนที่หลิงซีกำลังจะเปิดประตูออกไป จี้เยี่ยนจื๋อก็ส่งเสียงรั้งไว้อีกครั้ง
“ฉันจะกลับไป แต่มีข้อแม้ว่านายต้องตกลงเงื่อนไขของฉันข้อหนึ่ง”
ดวงตาของหลิงซีพลันเปล่งประกายขึ้นมาทันที ตอบรับโดยไม่ต้องคิด “ตกลงครับ”
...
หลังจากจี้ทิงออกจากกลุ่มบริษัทซื่อลี่ เขาก็แวะไปที่หมู่บ้านซินซินก่อน
สวีเหรินปิดเทอมฤดูหนาวแล้ว และกลับบ้านเกิดไปตั้งแต่วันก่อน ก่อนไปเขาได้ทำความสะอาดบ้านไว้อย่างเรียบร้อย และยังซื้อเฟอร์นิเจอร์มือสองมาเพิ่มอีกไม่กี่ชิ้น
เดิมทีจี้ทิงคิดว่า หากจี้เยี่ยนจื๋อไม่กลับมา เขาก็จะย้ายกลับมาอยู่ที่นี่ แต่เขาได้ยกบ้านหลังนี้ให้สวีเหรินไปแล้ว และอีกฝ่ายก็ดูเหมือนจะเตรียมตัวรับคุณตามาอยู่ด้วย ดังนั้นเขาจะกลับคำไม่ได้
ระหว่างทางกลับคฤหาสน์ตระกูลจี้ จี้ทิงเปิดแอปพลิเคชันหาบ้านเพื่อลงทะเบียนข้อมูลความต้องการของตนเอง เตรียมตัวสำหรับการย้ายออกล่วงหน้า
“คุณนายคะ คุณชายรองกลับมาแล้วค่ะ”
หลินชิงพอได้ยินคนใช้บอกว่าจี้ทิงกลับมา ก็รีบเดินกลับมาที่ตึกหลักทันที
“เสี่ยวทิง!”
จี้ทิงที่กำลังจะเดินกลับห้อง ได้ยินเสียงเรียกจึงเดินมาที่ราวบันได
“เมื่อคืนลูกไปไหนมา ทำไมไม่บอกคนที่บ้านเลยล่ะ” หลินชิงเดินขึ้นบันไดมาด้วยท่าทางกระวนกระวายใจจนถึงตรงหน้าเขา “รู้ไหมว่าแม่เป็นห่วงลูกมากแค่ไหน?”
จี้ทิงหลุบตาลงเล็กน้อย “ขอโทษครับ”
“ลูกคนนี้นี่ คอยังไม่หายดีเลยก็หนีออกไปเที่ยวเล่นเสียแล้ว พ่อเขาเป็นห่วงจนโกรธเลยนะนั่น”
จี้ทิงนิ่งเงียบ เพราะไม่รู้จะพูดอะไรดี
เมื่อหลินชิงเห็นท่าทางแบบนั้น ก็คิดว่าเขาไม่พอใจที่ถูกบ่น “แม่ไม่ได้ว่าลูกนะ แล้วก็ไม่ได้ห้ามไม่ให้ไปเที่ยวด้วย แต่คราวหลังต้องบอกทางบ้านก่อน เข้าใจไหมจ๊ะ?”
จี้ทิงพยักหน้า “ครับ”
ใบหน้าของหลินชิงเปื้อนไปด้วยรอยยิ้ม เธอเอื้อมมือไปตบหลังเขาเบาๆ อย่างเอ็นดู “เอาล่ะ ในเมื่อกลับมาแล้วก็ไปบอกพ่อเขาหน่อยนะ ตอนนี้เขาอยู่ที่สนามกอล์ฟน่ะ”
จี้ทิงเงยหน้าขึ้นตั้งใจจะปฏิเสธ แต่หลินชิงก็หันไปสั่งงานข้างล่างเสียก่อน “อาหยางๆ เอารถออกไปส่งเสี่ยวทิงที”
“ผมไม่ไปครับ ผมมีธุระของตัวเองต้องทำ”
นอกจากจี้ทิงจะไม่อยากพบจี้ซื่อเจ๋อแล้ว เขายังรู้สึกว่าเรื่องนี้มันไม่สมเหตุสมผลเอาเสียเลย
เมื่อครู่หลินชิงเพิ่งจะบอกว่าจี้ซื่อเจ๋อเป็นห่วงลูกชายแทบแย่ แต่ถัดมากลับบอกว่าเขากำลังตีกอล์ฟอยู่ ดูอย่างไรก็ไม่เหมือนคนที่มีความกังวลใจอยู่ในตัวเลยสักนิด
หลินชิงได้ยินคำพูดนั้นก็ถึงกับอึ้งไป นิ่งค้างไปพักใหญ่ “ลูก... ลูกเป็นอะไรไป ทำไมกลับมาคราวนี้ พ่อกับแม่รู้สึกว่าลูกเปลี่ยนไปเป็นคนละคนเลย?”
จี้ทิงเองก็ไม่สามารถอธิบายทฤษฎีวิทยาศาสตร์เรื่องการทะลุมิติเข้ามาในนิยายได้ เขาเงียบไปครู่หนึ่งก่อนจะเอ่ยว่า “วิชาตรรกศาสตร์บอกไว้ว่า ทุกสรรพสิ่งย่อมมีการเปลี่ยนแปลงอยู่เสมอ สิ่งเก่าไม่เกิดใหม่ก็ต้องถูกคัดออก นี่เป็นกฎเกณฑ์ที่ย้อนกลับไม่ได้ในกระบวนการพัฒนาครับ”
“ตรรกะ... อะไรนะ ตรรกศาสตร์เหรอ?”
“ผมแค่จะบอกว่า คนเราได้รับอิทธิพลจากสภาพแวดล้อมภายนอกทำให้เกิดการเปลี่ยนแปลงตลอดเวลา ไม่มีใครหยุดนิ่งอยู่กับที่ได้โดยไม่เปลี่ยนไปหรอกครับ”
สิ้นคำพูดนั้น เสียงของพ่อบ้านก็ดังขึ้นจากชั้นล่าง “คุณนายครับ รถพร้อมแล้วครับ คุณชายรองออกเดินทางได้เลยครับ”
หลินชิงเพิ่งได้สติ กำลังจะเอ่ยปากพูดอะไรบางอย่าง ทว่าจี้ทิงก็หันหลังเดินลงบันไดไปเสียแล้ว
เพื่อหลีกเลี่ยงการถูกหลินชิงซักไซ้ต่อ จี้ทิงไม่มีทางเลือกอื่น นอกจากต้องมุ่งหน้าไปยังสนามกอล์ฟ
เมื่อไปถึง จี้ซื่อเจ๋อกำลังเหวี่ยงวงสวิงได้อย่างสวยงาม ดูท่าทางอารมณ์ดีไม่น้อย
“เสี่ยวทิง มานี่เร็ว!”
เขากวักมือเรียกด้วยใบหน้าที่เปี่ยมไปด้วยความเมตตา จี้ทิงถอนหายใจออกมาแผ่วเบา ก่อนจะก้าวเท้าเดินไปยังกรีน
เมื่อเข้าไปใกล้ จี้ซื่อเจ๋อก็ส่งสัญญาณให้ผู้ฝึกสอน อีกฝ่ายรีบนำไม้กอล์ฟมายื่นให้ทันที “คุณชายรองครับ”
จี้ทิงมองดูไม้กอล์ฟแต่ไม่ได้รับมา เขาหันไปเอ่ยว่า “ผมกลับมาแล้วครับ มาบอกให้ทราบ”
จี้ซื่อเจ๋อจ้องหน้าเขานิ่งอยู่สองวินาที ก่อนจะหัวเราะออกมาอย่างอ่อนใจ “ที่พ่อเคยบอกลูกไว้ก่อนหน้านี้ ลูกจำไม่ได้เลยเหรอ?”
เขาหยิบไม้กอล์ฟจากมือผู้ฝึกสอนด้วยตัวเอง แล้วยัดมันใส่มือจี้ทิงอย่างกึ่งบังคับ “เรื่องในสนามธุรกิจพวกนี้ลูกต้องรีบเรียนรู้เอาไว้ อีกหน่อยพอเข้ากลุ่มบริษัทซื่อลี่ ไม่ช้าก็เร็วลูกก็ต้องได้ใช้อยู่ดี”
ทั้งนี้ หากยอดเก็บเข้าชั้นถึง 3,000 คน ทางเราจะแจกตอนฟรีเพิ่มอีกเป็นวันละ 3 ตอน นับตั้งแต่วันที่ยอดถึงเป็นเวลาไปอีก 5 วัน
.
หากคุณนักอ่านชอบเรื่องนี้ สามารถกดเก็บเข้าชั้น / Comment เพื่อเป็นกำลังใจให้กับผู้แปลและนักเขียนกันเยอะๆ นะคะ ^^