ตอนที่ 118 เริ่มต้นความเข้าใจผิด
ตอนที่ 118 เริ่มต้นความเข้าใจผิด
แววตาของจี้ทิงพลันมืดครึ้มลง เขาขมวดคิ้วมุ่นจนใบหน้าดูเคร่งขรึมขึ้นมาในทันที “ผมเคยรับปากกับจี้เยี่ยนจื๋อไว้แล้วว่าจะไม่มีวันก้าวเท้าเข้ากลุ่มบริษัทซื่อลี่เด็ดขาด”
มุมปากของจี้ซื่อเจ๋อกดต่ำลง บ่งบอกชัดเจนว่ากำลังขุ่นเคือง “มันบังคับให้ลูกพูดล่ะสิ?”
จี้ทิงอ้าปากตั้งใจจะปฏิเสธ แต่เมื่อหวนนึกถึงท่าทีของอีกฝ่ายก่อนหน้านี้ เขาก็กลับตกอยู่ในความเงียบ
ไม่ว่าเขาจะพูดอะไร จี้ซื่อเจ๋อก็มักจะโยนความผิดไปที่จี้เยี่ยนจื๋อเสมอ แทนที่จะปล่อยให้อีกฝ่ายหยิบยกเรื่องนี้มาเป็นประเด็น สู้รอดูดีกว่าว่าครั้งนี้จี้ซื่อเจ๋อคิดจะทำอะไรกันแน่
เมื่อเห็นลูกชายไม่ยอมปริปาก จี้ซื่อเจ๋อก็เข้าใจไปเองในทันที
“มันนึกว่าพอได้เป็นประธานแล้ว ซื่อลี่จะเป็นสิทธิ์ขาดของมันคนเดียวงั้นเหรอ?” เขาแค่นหัวเราะอย่างหยันเหยียด “ในเมื่อจี้เยี่ยนจื๋อไม่อยากให้ลูกเข้าไปนัก พ่อก็จะให้ลูกเข้าบริษัทให้ได้ แถมจะวางตัวในตำแหน่งสำคัญด้วย พ่อล่ะอยากรู้จริงๆ ว่ามันจะทำยังไง”
จี้ทิงมองเขานิ่งๆ ไม่ได้หลงกลไปกับคำยั่วยุนั้นเลยแม้แต่น้อย
เจ้าของร่างเดิมแม้แต่พรมแดนมหาวิทยาลัยก็ยังก้าวข้ามไม่พ้น นอกจากกิน เที่ยว และหาความสำราญแล้ว เรื่องเทคโนโลยีนั้นเรียกได้ว่าไม่รู้ประสีประสา การเอาคนอย่างเขาไปวางไว้ในตำแหน่งบริหารระดับสูงของกลุ่มบริษัท นอกจากจะเป็นการประจานให้คนหัวเราะเยาะแล้ว ก็คงมีเพียงเป้าหมายเดียวคือสร้างความรำคาญใจให้จี้เยี่ยนจื๋อ
และต่อให้เรื่องพวกนั้นเป็นเรื่องเล็กน้อย แต่ถ้าเจ้าของร่างเดิมได้ขึ้นเป็นผู้บริหารจริงๆ ก็ไม่รู้ว่าจะทำการตัดสินใจที่ผิดพลาดไปมากเท่าไหร่ และต้องทำลายหยาดเหงื่อแรงกายของเหล่านักวิจัยไปมากมายเพียงใด
จี้ซื่อเจ๋อสำคัญตัวผิดไปว่าคำพูดของตนคือลูกกวาดที่ล่ออยู่ตรงหน้าจี้ทิง โดยหารู้ไม่ว่าภาพลักษณ์ของตนในใจจี้ทิงนั้นดิ่งลงเหวจนยากจะกู้คืน
“ทำไมไม่พูดล่ะ ไม่เชื่อพ่อหรือไง?”
จี้ทิงตอบอย่างเย็นชา “เปล่าครับ”
“มันต้องอย่างนี้สิ” น้ำเสียงของจี้ซื่อเจ๋อกลับมาสนิทสนมอีกครั้ง “พ่อจะเป็นที่พึ่งที่แข็งแกร่งที่สุดให้ลูกเสมอ ลูกไม่ต้องไปกลัวใครหน้าไหนทั้งนั้น จำไว้ล่ะ”
จี้ทิงเงียบไปครู่หนึ่ง ก่อนจะถามต่อโดยไม่ตอบคำถามนั้นตรงๆ “คุณพ่อวางแผนจะให้ผมเข้าบริษัทเมื่อไหร่ครับ?”
ประกายตาของจี้ซื่อเจ๋อฉายแววดูแคลนวูบหนึ่ง แต่ปากกลับเอ่ยว่า “เรื่องนี้ไม่ต้องรีบร้อน พ่อต้องถางทางให้ลูกอย่างดีเสียก่อน ต่อไปลูกจะได้เดินได้อย่างมั่นคง”
จากนั้นเขาก็พลันเปลี่ยนหัวข้อ วนกลับมาที่เรื่องของจี้เยี่ยนจื๋ออีกครั้ง “พ่อถามอะไรลูกหน่อยสิ ช่วงที่พ่อกับแม่ไม่อยู่บ้าน จี้เยี่ยนจื๋อเคยพาใครกลับมาบ้านบ้างไหม?”
“มีครับ” ครั้งนี้จี้ทิงไม่เงียบอีกต่อไป
สายตาของจี้ซื่อเจ๋อเข้มขึ้น “ใคร?”
“ไต้เซี่ยงเฉียง”
“ไต้...” จี้ซื่อเจ๋อคล้ายถูกหมัดสวนจนจุกอก ไต้เซี่ยงเฉียงถูกจี้เยี่ยนจื๋อขยี้จนจมดินไปแล้ว มาพูดตอนนี้จะมีประโยชน์อะไร
จี้ซื่อเจ๋อยกมุมปากยิ้มอย่างอ่อนโยน “ยังมีอีกไหม?”
“ยังมีหวังเหมี่ยนด้วยครับ”
ครั้งนี้จี้ซื่อเจ๋อสูดลมหายใจเข้าลึก “ลูกค่อยๆ คิดดูใหม่ มีคนที่ลูกไม่เคยเห็นหน้ามาก่อนบ้างไหม หรือว่า...”
จี้ทิงไม่รอให้เขาพูดจบก็แทรกขึ้นทันที “มีครับ ทั้งไต้เซี่ยงเฉียงและหวังเหมี่ยน ผมก็ไม่เคยเห็นหน้าพวกเขามาก่อนทั้งนั้น”
สีหน้าของจี้ซื่อเจ๋อเปลี่ยนไป แม้ยังคงรอยยิ้มไว้ แต่ในดวงตากลับพาดผ่านด้วยความเย็นเยียบสายหนึ่ง
“เสี่ยวทิง ลูกกำลังล้อพ่อเล่นอยู่หรือเปล่า?”
จี้ทิงรู้สึกงุนงง “เปล่าครับ ผมก็แค่ตอบคำถามของคุณพ่อเท่านั้นเอง”
เพลิงโทสะเริ่มคุกรุ่นอยู่ในใจของจี้ซื่อเจ๋อ นิ้วมือที่กุมไม้กอล์ฟเกร็งจนข้อขาวโพลน
จี้ทิงสัมผัสได้ถึงเจตนาร้ายที่แผ่ออกมาทางสีหน้า จึงถอยหลังไปก้าวหนึ่ง “คุณพ่อมีอะไรจะถามอีกไหมครับ ถ้าไม่มี ผมขอตัวกลับก่อน”
จี้ซื่อเจ๋อจ้องมองเขาอยู่สองวินาที ก่อนที่ความเย็นเยียบนั้นจะสลายหายไปจากดวงตาอย่างรวดเร็ว “พ่อไม่ได้ซื้อของขวัญให้ลูกนานแล้ว เฟอร์รารี่เพิ่งออกรุ่น 12CGT มาใหม่ พ่อซื้อให้ลูกสักคันดีไหม?”
“ครับ” จี้ซื่อเจ๋ออยากซื้อก็ซื้อไป อย่างไรเขาก็ขับไม่เป็นอยู่ดี
เมื่อเห็นว่าลูกชายกลับมาว่าง่ายขึ้นบ้างแล้ว จี้ซื่อเจ๋อจึงยิ้มพลางกล่าวว่า “กลับไปเถอะ วันหลังถ้าเงินไม่พอใช้ก็บอกพ่อได้ตลอดเวลาเลยนะ”
สิ้นคำ จี้ทิงก็หมุนตัวเดินจากไปโดยไม่เหลียวหลังกลับมามองเลยสักนิด
จนเขาขึ้นรถไปแล้ว จี้ซื่อเจ๋อจึงละสายตากลับมา ก่อนที่เสียงหัวเราะอย่างไม่ยี่หระจะเล็ดลอดออกมาจากลำคอ ลูกชายคนนี้เขาประคบประหงมจนเสียคนมากับมือ นิสัยใจคอเป็นอย่างไรเขาย่อมรู้ดีที่สุด
แม้ตอนนี้เขาจะยังไม่รู้ว่าจี้เยี่ยนจื๋อให้ผลประโยชน์อะไร ถึงทำให้จี้ทิงเริ่มเหินห่างจากเขากับหลินชิงไป แต่ลูกชายคนเล็กของเขามันพวกตื้นเขิน ไม่ต้องเดาก็รู้ว่าคงไม่พ้นเรื่องเงินหรือไม่ก็ของมีค่าบางอย่าง
ไม่ว่าจะเป็นอะไร การที่จี้เยี่ยนจื๋อคิดจะใช้ประโยชน์จากจี้ทิงก็นับว่าเป็นเรื่องดี เขาเองก็อยากจะเห็นเหมือนกันว่าจี้เยี่ยนจื๋อคิดจะทำอะไรกันแน่
จี้ซื่อเจ๋อปรับท่าทาง หัวไม้กอล์ฟแนบชิดลูก แล้วหวดวงสวิงออกไปอย่างสมบูรณ์แบบอีกครั้ง
...
ช่วงค่ำ หลังเวลาหนึ่งทุ่มเล็กน้อย รถยนต์ส่วนตัวของจี้เยี่ยนจื๋อก็แล่นเข้าสู่ประตูคฤหาสน์อย่างช้าๆ
ครั้งนี้เขาไม่ได้เดินผ่านโถงหน้าบ้าน แต่ขึ้นลิฟต์จากโรงจอดรถตรงไปยังชั้นสองทันที ก่อนจะเข้าห้อง เขาเอ่ยกับเลี่ยวข่ายว่า “อีกครึ่งชั่วโมง นายไปตามจี้ทิงที่ห้องเกมออกมากินข้าว”
เลี่ยวข่ายกำลังจะรับคำ จี้เยี่ยนจื๋อก็หันกลับมาสำทับอีกประโยค “พอนายเคาะประตูเสร็จ ไม่ว่าเขาจะขานรับหรือไม่ นายก็เดินออกมาเลย ไม่ต้องรอเขาออกมา”
“ครับ”
เลี่ยวข่ายเฝ้ามองเวลา เมื่อครบครึ่งชั่วโมงก็เดินไปยังตึกทิศตะวันตก
ก๊อกๆๆ!
“คุณชายรอง ผมเลี่ยวข่ายเองครับ” เขาระลึกถึงคำกำชับของจี้เยี่ยนจื๋อ แล้วเอ่ยว่า “ประธานจี้กลับมาแล้วครับ เขาเรียกให้คุณออกไปทานข้าว” พูดจบเขาก็ย้ำอีกรอบแล้วเดินจากมาทันที
ทว่าเดินไปได้เพียงไม่กี่ก้าว ประตูข้างหลังกลับเปิดออก จี้ทิงเบี่ยงตัวออกมาพลางปิดประตู “จี้เยี่ยนจื๋อมาถึงบ้านแล้วเหรอ?”
เลี่ยวข่ายลอบขำในใจ คุณชายรองคงยังไม่รู้ว่าท่านประธานน่ะรู้หมดแล้วว่าข้างในนั้นมีอะไร ท่าทางระแวดระวังแบบนี้ก็ดูน่าเอ็นดูดีเหมือนกัน เขาจึงกระแอมไอเล็กน้อย “ครับ กลับมาแล้ว ตอนนี้คงจะลงไปที่ห้องอาหารแล้วล่ะครับ”
“งั้นเราไปกันเถอะ”
ทั้งสองคนเดินกลับไปยังตึกหลักด้วยกัน นึกไม่ถึงว่าพอพ้นจากระเบียงทางเดิน เสียงของจี้ซื่อเจ๋อก็ดังแว่วออกมาจากห้องอาหาร
“จี้เยี่ยนจื๋อ ในใจแกยังมีบ้านหลังนี้อยู่อีกเหรอ ถ้าหลิงซีไม่เรียกแกกลับมา แกตั้งใจจะออกไปอยู่ที่อื่นถาวรเลยใช่ไหม?”
จี้เยี่ยนจื๋อแค่นยิ้มเย็น กำลังจะเอ่ยปากตอกกลับ แต่จู่ๆ ก็ได้ยินเสียงในใจของจี้ทิงดังขึ้น
[ที่แท้แทสเมเนียนกลับมาก็เพราะหลิงซีนี่เอง]
ลมหายใจของเขาสะดุดทันที และอดไม่ได้ที่จะกัดฟันกรอด พลางก่นด่าในใจว่า ‘ซื่อบื้อสิ้นดี’
จี้ซื่อเจ๋อเห็นเขาไม่เถียงกลับ ก็นึกแปลกใจ “นี่ฉันพูดแทงใจดำจนใบ้กินเลยงั้นเหรอ ในเมื่อบ้านหลังนี้มันรองรับแกไม่ได้ แกก็ไสหัวออกไปซะสิ”
สมาธิของจี้เยี่ยนจื๋อไม่ได้อยู่ที่บทสนทนานี้เลยสักนิด ทว่าเป็นหลิงซีที่เอ่ยขึ้นอย่างระมัดระวังว่า “คุณอาจี้ครับ พี่ใหญ่กลับมาแล้ว เขาต้องรู้ตัวว่าผิดแล้วแน่นอนครับ”
เมื่อจี้ทิงก้าวเข้าสู่ห้องอาหาร สิ่งแรกที่เห็นคือแผ่นหลังของจี้เยี่ยนจื๋อ ซึ่งทิศทางที่ใบหน้าของเขาหันไปนั้นตรงกับตำแหน่งที่หลิงซีนั่งพอดี
ในตอนนั้นเอง หลินชิงก็สังเกตเห็นเขา จึงรีบกวักมือเรียก “เสี่ยวทิง มาเร็วเข้าลูก อาหารจะเย็นหมดแล้ว”
สิ้นคำพูดนั้น สายตาของทุกคนก็พุ่งตรงมาที่เขาเป็นตาเดียว แต่จี้ทิงกลับไม่มองใครเลย สายตาของเขาจดจ่ออยู่ที่โต๊ะอาหาร
ตอนนี้จี้ซื่อเจ๋อนั่งอยู่ที่ตำแหน่งประธาน สองข้างขนาบด้วยหลินชิงและจี้เยี่ยนจื๋อ ส่วนหลิงซียืนอยู่ที่ปลายโต๊ะอีกด้าน
จี้ทิงครุ่นคิดเล็กน้อย ก่อนจะสาวเท้าเดินไปนั่งฝั่งเดียวกับหลินชิง
ทันทีที่เขานั่งลง พอเงยหน้าขึ้นก็ปะทะเข้ากับประกายตาเย็นเยียบราวกับน้ำแข็งของจี้เยี่ยนจื๋อ
จี้ทิงรู้สึกสงสัยในใจ [ทำไมแทสเมเนียนถึงโกรธอีกแล้วล่ะ หรือว่าเขาไม่อยากนั่งกับหลิงซีงั้นเหรอ?]
ทั้งนี้ หากยอดเก็บเข้าชั้นถึง 3,000 คน ทางเราจะแจกตอนฟรีเพิ่มอีกเป็นวันละ 3 ตอน นับตั้งแต่วันที่ยอดถึงเป็นเวลาไปอีก 5 วัน
.
หากคุณนักอ่านชอบเรื่องนี้ สามารถกดเก็บเข้าชั้น / Comment เพื่อเป็นกำลังใจให้กับผู้แปลและนักเขียนกันเยอะๆ นะคะ ^^