ตอนที่ 121 สัญญารักตลอดชีวิต
ตอนที่ 121 สัญญารักตลอดชีวิต
จี้เยี่ยนจื๋อรู้สึกจุกจนพูดไม่ออก เขาโกรธเสียจนแทบจะพ่นไฟออกมา "นายแอบฟังอยู่ข้างล่างตั้งนาน สรุปคือจับใจความได้แค่เรื่องนี้เรื่องเดียวงั้นเหรอ?"
"ครับ" จี้ทิงพยักหน้า ก่อนจะเสริมอีกประโยค "อ้อ แล้วพี่ก็ดูดุกับหลิงซีมากด้วย เขาอุตส่าห์เอาข้าวมาส่งให้ แต่พี่กลับดูเหมือนจะไม่พอใจเขาซะอย่างนั้น"
"แล้วนายก็เอาข้าวมาส่งให้ฉันเหมือนกัน ทำไมฉันถึงไม่เห็นจะไม่พอใจนายเลยล่ะ?"
"มีสิครับ แต่พี่แค่สงสัยว่าผมแอบใส่ยาพิษลงไปในข้าวผัดหรือเปล่าเท่านั้นเอง"
จี้เยี่ยนจื๋อจ้องหน้าเขาเขม็งอยู่สองวินาที ก่อนจะแค่นหัวเราะออกมา "ฉันน่ะอยากจะวางยานายจริงๆ นั่นแหละ วางยาให้ใบ้กินไปเลย อยากรู้นักว่าถ้าพูดไม่ได้แล้ว ปากเก่งๆ แบบนี้ยังจะยั่วโมโหคนอื่นได้อีกไหม"
จี้ทิงตอบกลับด้วยสีหน้าเรียบเฉย "ผมยังมีไอแพด พิมพ์ข้อความเอาก็ได้ครับ"
"หุบปาก!"
จี้เยี่ยนจื๋อคว้าข้อมือเขาแล้วกึ่งลากกึ่งจูงออกมาจากห้องทำงาน เมื่อกลับมาถึงห้องนอน เขาไปหยิบกล่องปฐมพยาบาลออกมา "หันหลังไป"
จี้ทิงนึกถึงตอนที่บาดเจ็บที่เฮ่อหยวนครั้งก่อน จึงเอ่ยขึ้นว่า "ส่งยามาให้ผมเถอะครับ ผมทาเองได้"
"แผลนายอยู่ตรงหลังคอ นายมีตาหลังงั้นเหรอ เป็นเทพเอ้อร์หลางเสิน [1] หรือไง?"
จี้ทิงช่วยแก้ให้ถูกต้อง "ดวงตาที่เพิ่มมาของเทพเอ้อร์หลางเสินน่ะ อยู่ตรงหน้าผากครับ"
จี้เยี่ยนจื๋อถลึงตาใส่ "นายรู้มากนักใช่ไหม?"
หัวคิ้วของจี้ทิงขยับเล็กน้อย [นี่มันความรู้รอบตัวนะ หรือว่าตอนเด็กๆ เจ้าแทสเมเนียนจะไม่เคยอ่านเทพนิยายมาก่อน?]
จี้เยี่ยนจื๋อสูดลมหายใจเข้าลึก ขบเขี้ยวเคี้ยวฟันเอ่ย "หันหลังไป อย่าให้ฉันต้องพูดเป็นครั้งที่สอง"
เมื่อเห็นว่าอีกฝ่ายทำท่าจะโกรธขึ้นมาจริงๆ จี้ทิงจึงเม้มปากแล้วยอมหันหลังให้แต่โดยดี
จี้เยี่ยนจื๋อเปิดกล่องยา หยิบเบตาดีนกับสำลีก้านออกมาทำความสะอาดแผลให้เขาก่อน
จี้ทิงรู้สึกว่าครั้งนี้เขาลงมือเบากว่าครั้งก่อนมาก นอกจากความรู้สึกแสบจี๊ดๆ เล็กน้อยแล้วก็แทบจะไม่เจ็บเลย
ผ่านไปครู่หนึ่ง เขาก็เอียงหน้าถามเล็กน้อย "จี้เยี่ยนจื๋อ"
"ทำไม เจ็บเหรอ?"
"เปล่าครับ" จี้ทิงครุ่นคิดอยู่ครู่หนึ่งแล้วถามต่อ "ตรุษจีนปีนี้ พี่จะกลับไปบ้านคุณตาเหมือนเดิมไหม?"
จี้เยี่ยนจื๋อมีสมาธิจดจ่ออยู่กับแผลของเขา จึงตอบส่งๆ ไปว่า "ถามอะไรไร้สาระ ปีไหนๆ ก็เป็นแบบนี้ทั้งนั้นแหละ"
[จี้เยี่ยนจื๋อไม่อยู่บ้านสินะ สรุปตรุษจีนนี้ฉันก็ต้องฉลองคนเดียวอีกแล้ว]
จี้ทิงไม่ได้รู้สึกเสียใจอะไร ปกติเขาก็อยู่คนเดียวเสมอมา แม้ว่าผู้อำนวยการและเพื่อนร่วมงานจะเคยเอ่ยชวนอย่างกระตือรือร้น แต่ในวันหยุดเทศกาลที่ครอบครัวควรจะอยู่พร้อมหน้ากันแบบนี้ คนที่ตัวคนเดียวอย่างเขาน่าจะเหมาะกับการขลุกอยู่ในห้องแล็บมากกว่า
เขามัวแต่จมอยู่กับความคิดของตนเอง จนไม่ทันสังเกตว่าสำลีก้านที่ต้นคอหยุดชะงักไปตั้งนานแล้ว
จี้เยี่ยนจื๋อจ้องมองแผ่นหลังของจี้ทิงด้วยความงุนงง หัวคิ้วขมวดมุ่นเข้าหากัน
ไอ้ที่ว่าฉลองตรุษจีนคนเดียว มันหมายความว่ายังไง ตลอดสิบกว่าปีที่ผ่านมา พวกเขาพ่อแม่ลูกสามคนก็ฉลองตรุษจีนด้วยกันอย่างอบอุ่นมาตลอดไม่ใช่หรือไง ยิ่งปีนี้ยังมีหลิงซีเพิ่มมาอีกคนด้วย
อันที่จริงจี้เยี่ยนจื๋อก็รู้สึกถึงความผิดปกติมาตลอด ดูเหมือนตั้งแต่ตอนที่เจ้าหูน้อยจี้จับได้ว่าหลินชิงหลอกลวงเขา ท่าทีที่มีต่อสามีภรรยาคู่นั้นก็เหินห่างไปมาก
แต่ก่อนหน้านี้เขาคิดว่าจี้ทิงอาจจะไปล่วงรู้แผนการสกปรกอะไรของจี้ซื่อเจ๋อเข้า หรือไม่ก็โกรธที่ทั้งคู่ปิดบังความจริง จึงวางท่าห่างเหินเพราะความโกรธเคือง
แต่พอได้ยินประโยคเมื่อครู่ เจ้าหูน้อยจี้คนนี้ดูเหมือนจะไม่ได้มองว่าคนพวกนั้นเป็นครอบครัวมาตั้งแต่แรกเลยด้วยซ้ำ ถึงขนาดตั้งใจจะฉลองตรุษจีนคนเดียวเสียอย่างนั้น
"ทายาเสร็จหรือยังครับ?"
จี้เยี่ยนจื๋อได้สติ น้ำเสียงหงุดหงิดเล็กน้อย "จะรีบไปไหน รออยู่นี่แหละ"
เขาทายาต่ออีกสองสามครั้ง ก่อนจะฉีกแผ่นฟิล์มปิดแผลแบบปราศจากเชื้อมาติดให้จี้ทิง "เสร็จแล้ว"
จี้ทิงยกมือขึ้นแตะๆ ที่หลังคอ "แผ่นปิดแผลนี้กันน้ำไหมครับ?"
จี้เยี่ยนจื๋อโยนกล่องบรรจุภัณฑ์ให้ "ดูเองสิ"
จี้ทิงก้มลงอ่านคู่มือการใช้งาน โดยมีจี้เยี่ยนจื๋อคอยลอบสังเกตด้วยสายตาที่ซับซ้อนและแฝงความนัยบางอย่าง
"กันน้ำ งั้นก็อาบน้ำได้ปกติ" จี้ทิงเงยหน้าขึ้นส่งกล่องคืนให้ พร้อมเอ่ยคำขอบคุณ
จี้เยี่ยนจื๋อมองเขา แล้วจู่ๆ ก็ถามขึ้นว่า "เมื่อกี้ทำไมถึงถามฉันว่าตรุษจีนฉันจะไปไหน"
จี้ทิงไม่คิดว่าเขาจะยังสงสัยเรื่องนี้อยู่ จึงชะงักไปครู่หนึ่งแล้วตอบว่า "ปีนี้มีหลิงซีอยู่ด้วย ผมนึกว่าพี่จะอยู่ฉลองที่นี่น่ะครับ"
จี้เยี่ยนจื๋อขมวดคิ้วทันควัน "เกี่ยวอะไรกับหลิงซี ถ้าฉันอยากจะฉลองตรุษจีนกับเขา ก็แค่พาเขาไปบ้านตระกูลเจียงด้วยก็สิ้นเรื่องไม่ใช่หรือไง"
จี้ทิงพยักหน้าอย่างเข้าใจ "อ้อ"
"นายมา 'อ้อ' อะไร นายฟังคำประชดประชันไม่ออกหรือไง?"
"ฟังออกครับ แต่พี่ก็แค่พูดถึงทางเลือกหนึ่งในแผนการ ซึ่งมันยังไม่มีข้อสรุปที่แน่นอนนี่ครับ"
จี้เยี่ยนจื๋อรู้สึกว่าสักวันเขาต้องถูกจี้ทิงยั่วโมโหจนตายแน่ๆ ถ้าไม่เป็นโรคหัวใจวายก็คงเป็นโรคถุงลมโป่งพองเพราะความดันขึ้น
จี้ทิงเห็นเขาไม่พูดไม่จา จึงเริ่มลงมือเก็บกล่องยา ปิดฝาแล้วนำไปวางที่เดิม
เมื่อกลับมาแล้วเห็นว่าอีกฝ่ายยังคงนั่งอยู่ที่โซฟา เขาจึงเอ่ยถาม "จี้เยี่ยนจื๋อ คืนนี้พี่จะนอนกี่โมงครับ?"
จี้เยี่ยนจื๋อตอบอย่างเสียไม่ได้ "ทำไม"
"พรุ่งนี้ผมต้องตื่นเช้า พวกเรานอนเร็วหน่อยได้ไหมครับ?"
"นายจะตื่นเช้าไปทำอะไร?"
"ไปตรวจร่างกายอย่างละเอียดที่รุ่ยเหอครับ" จี้ทิงมองเขา "ก็ตกลงกันไว้แล้วไม่ใช่เหรอครับ ว่ากลับจากเมืองไห่เฉิงแล้วจะไปตรวจ"
จี้เยี่ยนจื๋อลืมเรื่องนี้ไปเสียสนิท และไม่คิดว่าจี้ทิงจะยังจำได้
เขาละสายตาออกไป พลางถามด้วยน้ำเสียงที่ไม่เป็นธรรมชาตินัก "สิ่งที่นายรับปากคนอื่นไว้ นายจะจำใส่ใจแบบนี้ตลอดเลยเหรอ?"
"ครับ ในเมื่อรับปากแล้ว ก็ต้องทำตามสัญญาให้ดีที่สุดเท่าที่จะทำได้"
ในใจของจี้เยี่ยนจื๋อพลันเกิดความรู้สึกหงุดหงิดขึ้นมาอย่างบอกไม่ถูก จึงหลุดปากประชดออกไปว่า "ถ้างั้นตอนที่นายคบกับหลิงซี นายไม่เคยสัญญาเหรอว่าจะรักเขาไปตลอดชีวิต?"
สิ้นประโยคนั้น จี้ทิงก็เงียบขรึมไปทันที
ผ่านไปครู่ใหญ่ เขาจึงเอ่ยถามด้วยน้ำเสียงลังเลเล็กน้อย "พี่กำลังไม่พอใจที่ผมเป็นรักแรกของเขา หรือว่าพี่ติดใจเรื่องที่ผมรักษาคำสัญญาที่จะรักเขาตลอดไปไม่ได้กันแน่ครับ?"
ไฟในอกของจี้เยี่ยนจื๋อพลันลุกโชนขึ้นมาทันที "นายเคยพูดคำนั้นจริงๆ ใช่ไหม?"
จี้ทิงเองก็ไม่ค่อยแน่ใจนัก [ถึงในนิยายจะไม่ได้เขียนไว้ แต่คนเราตอนวัยเยาว์มักจะหน้ามืดตามัวเพราะความรักได้ง่ายๆ เพราะงั้นก็ระบุไม่ได้เต็มร้อยว่าไม่ได้พูดคำสัญญาแบบนั้นออกไป]
จี้เยี่ยนจื๋อที่ได้ยินเสียงในใจ แววตาพลันสั่นไหวด้วยความฉงนสงสัย
นิยาย... นิยายอะไร?
ยิ่งคิด เขาก็ยิ่งทำสีหน้าเย็นชาขึ้นเรื่อยๆ
อย่าบอกนะว่าที่เจ้าหูน้อยจี้คบกับหลิงซีตอนนั้น ถึงขั้นเอาเรื่องราวความรักของทั้งคู่ไปเขียนเป็นหนังสือเลยงั้นเหรอ
จี้ทิงยังคงครุ่นคิดหาวิธีตอบคำถามเมื่อครู่ แต่จี้เยี่ยนจื๋อกลับลุกขึ้นด้วยใบหน้าบึ้งตึง "นึกทบทวนไปคนเดียวเถอะ ฉันไม่มีเวลามาเสียกับนาย"
จี้ทิงดูออกว่าเขาโกรธ และรู้สาเหตุด้วย
[เจ้าแทสเมเนียนหึงแล้วแน่ๆ]
...
เช้าวันรุ่งขึ้น
จี้ทิงตื่นแต่เช้าตรู่ หลังจากเตรียมตัวเสร็จ เขาก็เดินออกมาจากตึกหลัก และเห็นเลี่ยวข่ายเดินตรงมาแต่ไกล
"คุณชายรอง จะออกไปข้างนอกเหรอครับ เดี๋ยวผมขับรถไปส่งครับ"
"ไม่เป็นไรครับ ผมแค่จะไปตรวจร่างกาย เรียกแท็กซี่ไปก็สะดวกดี"
เลี่ยวข่ายได้รับคำสั่งมาล่วงหน้าแล้ว จึงแสร้งทำท่าทีประหลาดใจ "จะไปรุ่ยเหอเหรอครับ พอดีเลย สองวันนี้หัวเข่าผมไม่ค่อยดี งั้นพวกเราไปพร้อมกันเลยดีไหมครับ?"
จี้ทิงไม่สงสัยอะไร "อ้อ ได้ครับ"
จี้เยี่ยนจื๋อให้เลี่ยวข่ายตามไปด้วย นอกจากเพื่อความปลอดภัยของจี้ทิงแล้ว ยังเป็นเพราะโรงพยาบาลรุ่ยเหอคือ 'จุดเกิดเหตุ' ที่มักจะพบเจอกับลู่เหยียนชูอยู่เสมอ
สองครั้งก่อนหน้านี้ก็ได้เจอกัน จี้เยี่ยนจื๋อไม่เชื่อหรอกว่าเรื่องมันจะบังเอิญได้ขนาดนั้น
...
ครึ่งชั่วโมงต่อมา เลี่ยวข่ายก็ส่งเขาถึงที่หมาย
"พี่เลี่ยว ผมตรวจนานหน่อยนะ พี่ตรวจเสร็จแล้วไม่ต้องอยู่รอผมก็ได้ครับ"
เลี่ยวข่ายรับคำ "ได้ครับคุณชายรอง เชิญตามสบายเลย"
จี้ทิงใช้เวลาตรวจร่างกายอยู่นานถึงห้าชั่วโมงเต็ม ก่อนที่ผลการตรวจรายการสุดท้ายจะออก รายงานการตรวจสองฉบับกลับถูกส่งถึงมือเลี่ยวข่ายล่วงหน้าเสียก่อน
"ฉบับนี้คือผลตรวจร่างกายครั้งนี้ของคุณจี้ครับ ส่วนอีกฉบับคือบันทึกการรักษาจากแผนกจิตเวช ประธานฟู่บอกว่าครั้งก่อนลืมไป ครั้งนี้เลยให้คุณเอาไปให้ประธานจี้ดูพร้อมกันเลยครับ"
เชิงอรรถ
[1] เอ้อร์หลางเสิน (二郎神) คือเทพเจ้าสำคัญในศาสนาพื้นบ้านและลัทธิเต๋าของจีน ได้รับฉายาว่าเทพสามตา มีดวงตาสวรรค์ที่กลางหน้าผากเพื่อมองเห็นความจริงและปราบปีศาจ ถือหอกสามง่ามเป็นอาวุธ มักปรากฏพร้อมสุนัขคู่ใจ เป็นเทพแห่งความยุติธรรม การปราบอุทกภัย และการล่าสัตว์
ทั้งนี้ หากยอดเก็บเข้าชั้นถึง 3,000 คน ทางเราจะแจกตอนฟรีเพิ่มอีกเป็นวันละ 3 ตอน นับตั้งแต่วันที่ยอดถึงเป็นเวลาไปอีก 5 วัน
.
หากคุณนักอ่านชอบเรื่องนี้ สามารถกดเก็บเข้าชั้น / Comment เพื่อเป็นกำลังใจให้กับผู้แปลและนักเขียนกันเยอะๆ นะคะ ^^