ตอนที่ 126 ใครๆ ก็อยากได้ตัวจี้ทิง
ตอนที่ 126 ใครๆ ก็อยากได้ตัวจี้ทิง
“อืม” จี้ทิงพยักหน้าพลางพูดต่อ “พี่ลองคิดดูแล้วกันว่าอยากได้การชดเชยแบบไหน บอกผมได้เลย”
จี้เยี่ยนจื๋อราวกับเห็นกระต่ายน้อยกระโดดลงหลุมที่ขุดไว้เองกับมือ นัยน์ตาของเขาฉายแววขบขันที่ยากจะปกปิด เขาแสร้งทำเป็นครุ่นคิดอยู่ครู่หนึ่งก่อนจะเอ่ยเสียงเย็น “ชดเชยงั้นเหรอ ฉันว่านายคงจ่ายไม่ไหวหรอก เอาเป็นรับโทษแทนแล้วกัน”
จี้ทิงเลิกคิ้วขึ้นเล็กน้อย “ลงโทษผม?”
“ฉันคิดไว้แล้ว... บทลงโทษก็คือ ช่วงวันหยุดตรุษจีนนี้นายห้ามพูดกับหลิงซีเด็ดขาด ต่อให้รู้สึกอึดอัดแค่ไหนก็ห้ามสนใจเขา ให้มองเขาเป็นอากาศธาตุไปเลย”
สิ้นคำนั้น สีหน้าของจี้ทิงก็พลันแข็งค้าง ดูเหมือนเขาจะคาดไม่ถึงโดยสิ้นเชิงว่าบทลงโทษจะเป็นสิ่งนี้
เมื่อเห็นอีกฝ่ายนิ่งเงียบไปนาน จี้เยี่ยนจื๋อจึงเอ่ยเยาะ “ทำไม นายทำไม่ได้หรือไง?”
“เปล่าครับ ทำได้... แต่ผมแนะนำให้พี่เปลี่ยนเป็นอย่างอื่นดีกว่า”
จี้เยี่ยนจื๋อพลันรู้สึกโกรธขึ้นมาทันควัน “นี่นายยังกล้าต่อรองกับฉันอีกเหรอ ไม่เปลี่ยน เอาอันนี้แหละ!”
พูดจบเขาก็ลุกจากโซฟา เดินตรงไปยังห้องน้ำ
จี้ทิงมองตามแผ่นหลังของเขาไปพลางคิดในใจ [บทลงโทษนี้มันก็เหมือนไม่ได้ลงโทษเลยไม่ใช่เหรอ ดูจะเอาเปรียบจี้เยี่ยนจื๋อไปหน่อยแฮะ]
ทันใดนั้นเอง จี้เยี่ยนจื๋อก็เกิดก้าวพลาดจนเกือบสะดุดล้มกลางทาง
จี้ทิงลุกขึ้นยืนตามสัญชาตญาณ “พี่... เป็นอะไรไหม?”
จี้เยี่ยนจื๋อทรงตัวได้มั่นคงแล้ว เขาไม่ได้หันกลับมามอง “ไม่ต้องมายุ่ง”
จนกระทั่งเข้าไปในห้องน้ำ เขาถึงได้ขมวดคิ้วด้วยความสงสัย
เสียงในใจของเจ้าหูน้อยจี้เมื่อกี้หมายความว่ายังไง ที่ว่าเหมือนไม่ได้ลงโทษน่ะ... เงื่อนไขที่เขาตั้งไปมันยังไม่ทำให้จี้ทิงรู้สึกอึดอัดใจเหรอ
ยิ่งคิดจี้เยี่ยนจื๋อก็ยิ่งรู้สึกว่าเป็นไปไม่ได้ หรือว่าจี้ทิงคิดจะใช้โอกาสตอนที่เขาต้องกลับไปฉลองตรุษจีนที่ตระกูลเจียง เลยรับปากส่งๆ ไปงั้นแล้วแอบไปพบกันลับหลัง
เขาแค่นเสียงหัวเราะเย็นชา ไม่ว่าจี้ทิงจะวางแผนอะไรไว้ ก็คงทำได้แค่ในฝันเท่านั้นแหละ
ครึ่งชั่วโมงต่อมา จี้เยี่ยนจื๋อเดินออกจากห้องน้ำกลับเข้าห้องนอน เขาพบว่าจี้ทิงกำลังนั่งพิงหัวเตียงดูไอแพดในมืออยู่
“เจ้าหูน้อยจี้ พรุ่งนี้เช้าไปที่บริษัทกับฉัน”
จี้ทิงเงยหน้าขึ้น “ทำไมครับ?”
“ทำไมอะไรล่ะ ก็ที่ตกลงกันไว้ว่าจะไปดูศูนย์วิจัยไม่ใช่เหรอ?”
จี้ทิงนึกขึ้นได้จึงพยักหน้า “ตกลงครับ”
จี้เยี่ยนจื๋อเอนตัวลงนอนใต้ผ้าห่ม ผ่านไปพักใหญ่จี้ทิงก็ยังไม่มีทีท่าว่าจะนอน
“นายดูอะไรอยู่?”
เมื่อเจอคำถามกะทันหัน จี้ทิงก็รีบคว่ำหน้าจอไอแพดลงบนผ้าห่มทันที “พี่มีธุระอะไรอีกหรือเปล่า?”
จี้เยี่ยนจื๋อแสร้งทำเป็นไม่เห็นท่าทีมีพิรุธนั้น แล้วเอ่ยเสียงเรียบ “นายเปิดไฟทิ้งไว้แบบนี้ ฉันนอนไม่หลับ”
พรุ่งนี้ต้องรีบไปแต่เช้า ถ้าเจ้าหูน้อยนี่ยังไม่ยอมนอน ตอนตื่นมาคงได้งัวเงียจนดูไม่จืดแน่
จี้ทิงสงสัย “ปกติพี่นอนต้องสวมผ้าปิดตาไม่ใช่เหรอ?”
“วันนี้ฉันไม่อยากสวม นายมีปัญหาอะไรไหม?”
[ที่นี่คือห้องของแทสเมเนียน เพราะงั้นแทสเมเนียนเป็นใหญ่]
จี้ทิงวางไอแพดไว้ข้างเตียงอย่างเงียบเชียบ ปิดไฟ แล้วเอนตัวลงนอนอย่างสงบ
ทั้งคู่นอนไปได้เพียงห้าชั่วโมงกว่าๆ พอถึงเวลาเจ็ดโมงเช้า ระบบอัจฉริยะในห้องก็ส่งเสียงแจ้งเตือนอัตโนมัติ พร้อมกับเสียงผ้าม่านที่ค่อยๆ เลื่อนเปิดออก จี้ทิงลุกขึ้นนั่งบนเตียง มองคนข้างกายด้วยนัยน์ตาปรือ
“จี้เยี่ยนจื๋อ พี่เป็นคนตั้งเวลาเหรอ?” น้ำเสียงของเขาแหบพร่าเล็กน้อย เมื่อเห็นว่าอีกฝ่ายยังไม่มีทีท่าว่าจะตื่น จึงเรียกซ้ำ “จี้เยี่ยนจื๋อ พวกเราต้อง...”
ในวินาทีนั้นเอง มือหนาข้างหนึ่งก็ยื่นออกมาจากใต้ผ้าห่ม ปิดปากเขาไว้ได้อย่างแม่นยำ
“หนวกหูจริง”
จี้ทิงแกะข้อมือเขาออกแล้วเช็ดปากตัวเอง “พี่ตื่นแล้วทำไมไม่ยอมลืมตาล่ะ”
“เรื่องของฉัน” จี้เยี่ยนจื๋อลุกขึ้นนั่งพลางเบือนหน้าหนี “เหม่ออะไรอยู่ ทำไมยังไม่รีบไปล้างหน้าแปรงฟันอีก?”
...
ครึ่งชั่วโมงต่อมา ทั้งสองคนก็ลงมานั่งบนรถ
“จี้เยี่ยนจื๋อ เราไม่กินมื้อเช้ากันเหรอครับ?”
“คิดว่าฉันจะปล่อยให้นายอดตายหรือไง?” จี้เยี่ยนจื๋อบ่นด้วยน้ำเสียงเย็นชา “ไว้ไปกินที่บริษัท”
“อ๋อ”
ทว่าเมื่อทั้งสองคนไปถึงกลุ่มบริษัท เนื่องจากยังเช้าเกินไป บรรดาเลขาจึงยังไม่เริ่มงาน ซึ่งหมายความว่าไม่มีใครเตรียมอาหารไว้ให้พวกเขาเลย
จี้ทิงมองห้องเลขาฯ ที่ว่างเปล่า ก่อนจะหันไปถามคนข้างตัว “พี่อยากกินอะไรไหม ผมไปซื้อให้”
จี้เยี่ยนจื๋อนิ่งไปครู่หนึ่ง “ไปที่ห้องอาหาร”
อาคารหลักของกลุ่มบริษัทซื่อลี่มีโซนอาหารทั้งหมดสิบห้าแห่ง ไม่เพียงแต่มีอาหารขึ้นชื่อจากทั้งแปดตระกูลใหญ่เท่านั้น แต่ยังมีอาหารตะวันตก อาหารไทย และหม้อไฟ ไปจนถึงคาเฟ่และร้านชานมไข่มุกไว้อย่างครบครัน
เนื่องจากนอนน้อย ทั้งคู่จึงไม่ค่อยเจริญอาหารนัก จี้เยี่ยนจื๋อสั่งเพียงกาแฟดำหนึ่งแก้ว ส่วนจี้ทิงสั่งน้ำเต้าหู้ผสมวอลนัทกับไข่ต้มใบชา
“ทำไมกินน้อยจัง?”
ได้ยินดังนั้น จี้ทิงก็ชี้ไปที่ถ้วยกาแฟของเขา เป็นเชิงบอกว่า ‘พี่เองก็ดื่มแค่กาแฟยังจะมาว่าผมอีก’
จี้เยี่ยนจื๋อขมวดคิ้ว “ถ้าฉันหิวก็กินได้อีก แต่นายต้องไปดูงานที่ศูนย์วิจัย ระหว่างทางไม่มีใครหาของว่างมาให้นายกินหรอกนะ”
จี้ทิงส่ายหน้า “แค่นี้ก็พอแล้วครับ มื้อเที่ยงผมค่อยกินเยอะหน่อยก็ได้”
ระหว่างที่ทั้งคู่สนทนากัน พนักงานก็เริ่มทยอยเข้ามาในห้องอาหารแล้ว ในตอนแรกต่างคนต่างก็สนใจแต่อาหารหรือมือถือของตัวเอง จึงไม่มีใครสังเกตเห็นว่าประธานจี้นั่งอยู่ที่นี่ด้วย
ทว่าด้วยรูปลักษณ์ที่โดดเด่นเกินไปของทั้งคู่ เมื่อพนักงานบางคนเหลือบมองหาที่นั่ง สายตาของพวกเขาก็พลันชะงักค้าง
พวกเขาไม่ได้จ้องมองนานนัก และไม่ได้กระซิบกระซาบพูดคุยกันต่อหน้า แต่ทันทีที่หยิบมือถือขึ้นมา นิ้วมือก็เริ่มรัวแป้นพิมพ์อย่างบ้าคลั่ง
ในตอนที่จี้ทิงดื่มน้ำเต้าหู้ไปจนเกือบหมดแล้ว จู่ๆ ก็มีบะหมี่เนื้อชามเล็กถูกวางลงตรงหน้าเขา
สองพี่น้องเงยหน้าขึ้นพร้อมกัน และได้เห็นใบหน้าของหวังเหมี่ยนที่ฉีกยิ้มกว้างราวดอกเบญจมาศบานสะพรั่ง
จี้เยี่ยนจื๋อขมวดคิ้วทันที “คุณมาที่นี่ทำไม?”
หวังเหมี่ยนไม่แม้แต่จะมองเขา แต่กลับส่งยิ้มให้จี้ทิงแทน “ลองชิมบะหมี่เนื้อไต้หวันดูสิ อร่อยมากเลยนะ อ้อ แล้วก็นี่ด้วย!”
เขาวางจานเล็กๆ อีกใบลงบนโต๊ะ ก่อนจะถือวิสาสะนั่งลงข้างจี้ทิง “ลองชิมขนมเปี๊ยะหัวไชเท้านี่ดูนะครับ ถึงหน้าตาจะดูธรรมดา แต่ไส้ข้างในหอมมากนะ”
จี้ทิงกำลังจะเอ่ยปาก แต่จี้เยี่ยนจื๋อก็ชิงพูดขึ้นด้วยน้ำเสียงเย็นยะเยือก “หวังเหมี่ยน ผมอนุญาตให้คุณนั่งแล้วเหรอ?”
“ประธานจี้ครับ...” หวังเหมี่ยนเริ่มลากเสียงยาว ท่าทางรันทดใจจนล้นปรี่ “จี้ทิงมาทั้งที ทำไมไม่บอกผมสักคำล่ะครับ โชคดีนะที่เมื่อคืนผมทำแล็บจนไม่ได้กลับบ้าน ไม่อย่างนั้นเราคงคลาดกันไปอีกพันปีแน่ๆ”
พูดจบเขาก็สำทับด้วยประโยคเลี่ยนๆ ว่า “โธ่ ทั้งที่ผมรักคุณขนาดนี้ คุณทำลงได้ยังไงกัน”
จี้ทิงมองหวังเหมี่ยนเงียบๆ หวังเหมี่ยนรีบขยับเข้ามาใกล้ พลางเอามือป้องปากกระซิบ “ที่พูดเมื่อกี้ผมแค่ปากหวานไปงั้นแหละ จริงๆ แล้วคนที่ผมรักที่สุดน่ะ...”
“หวังเหมี่ยน” ใบหน้าของจี้เยี่ยนจื๋อพลันมืดครึ้มราวกับมีพายุฝน “อยากให้ผมสั่งคนลากตัวนายออกไปจากที่นี่ตอนนี้เลยหรือเปล่า?”
สิ้นคำนั้น หวังเหมี่ยนก็หุบยิ้มทันควัน พร้อมกับยืดหลังตรงอย่างเป็นงานเป็นการ
จี้เยี่ยนจื๋อนึกว่าเขาจะรู้จักกาลเทศะเสียที ทว่าผิดคาด หวังเหมี่ยนกลับเชิดหน้าขึ้นแล้วโพลงออกมาว่า “แหม หัวหน้าใหญ่วังปินยอมลดตัวลงมาทานข้าวที่ห้องอาหารพนักงานด้วยเหรอครับเนี่ย สงสัยวันนี้เพชรคงจะตกจากฟ้าแน่ๆ”
วังปินเดินตรงเข้ามา เขาไม่ได้ใส่ใจท่าทางประชดประชันนั่นเลยแม้แต่น้อย “ประธานจี้ คุณจี้ ทานเสร็จหรือยังครับ ทางห้องแล็บ ผมเตรียมการไว้เรียบร้อยแล้ว”
หวังเหมี่ยนชะงักกึก ดวงตาเบิกกว้างมองจี้เยี่ยนจื๋อ “นี่... คุณทำแบบนี้ได้ยังไง...”
จี้เยี่ยนจื๋อมองการแสดงของเขาด้วยใบหน้าไร้ความรู้สึก เขาไม่เชื่อหรอกว่าหวังเหมี่ยนจะไม่รู้ว่าถ้าเขามอบสิทธิพิเศษให้ใครสักคน วังปินก็ย่อมต้องได้รับสิทธินั้นด้วยเช่นกัน
ทั้งนี้ หากยอดเก็บเข้าชั้นถึง 3,000 คน ทางเราจะแจกตอนฟรีเพิ่มอีกเป็นวันละ 3 ตอน นับตั้งแต่วันที่ยอดถึงเป็นเวลาไปอีก 5 วัน
.
หากคุณนักอ่านชอบเรื่องนี้ สามารถกดเก็บเข้าชั้น / Comment เพื่อเป็นกำลังใจให้กับผู้แปลและนักเขียนกันเยอะๆ นะคะ ^^