LNCrawler

ตอนที่ 134 เสิ่นมู่หลานสติหลุด

ทะลุมิติมาเป็นอัจฉริยะหน้าตาย ดันโป๊ะแตกกระจายเพราะเสียงในหัว [นิยายแปล] — novel.dek d.com · All chapters

ตอนที่ 134 เสิ่นมู่หลานสติหลุด

        เมื่อสิ้นคำนั้น หัวใจของเสิ่นมู่หลานก็กระตุกวูบขึ้นมาทันที “เอาล่ะๆ นายไม่ต้องพูดหรอก ฉันมันไม่คู่ควรเอง ไม่คู่ควรพอที่จะให้นายขอบคุณ โอเคไหม?”

       เขารู้ดีว่าจี้เยี่ยนจื๋อก็แค่ทำหน้าดุไปอย่างนั้น ไม่ได้โกรธเคืองเขาจริงๆ จึงเอ่ยต่อว่า “เอาแบบนี้แล้วกัน เดี๋ยวฉันลงไปต้มน้ำขิงข้างล่าง พอเสี่ยวทิงอาบน้ำเสร็จ ออกมาจะได้ดื่มไล่ความหนาว”

       จี้เยี่ยนจื๋อไม่ตอบคำ แต่สายตาที่มองมากลับบ่งบอกชัดเจนว่า ‘นายยังพอฉลาดอยู่บ้างนี่’

       เสิ่นมู่หลานขยับมุมปากเล็กน้อย ก่อนจะเดินลงไปชั้นล่าง

       ผ่านไปราวสิบห้านาที เสียงเคาะประตูห้องน้ำก็ดังขึ้นสองครั้ง

       “จี้เยี่ยนจื๋อ พี่อยู่ข้างนอกหรือเปล่า?”

       “อยู่ มีอะไรก็พูดมา”

       “ผมอาบเสร็จแล้ว รบกวนพี่ช่วยวางเสื้อผ้าไว้ที่หน้าประตูหน่อยได้ไหมครับ?”

       จี้เยี่ยนจื๋อเดินไปลากเก้าอี้มาตัวหนึ่ง แล้ววางเสื้อผ้าลงบนนั้น “ฉันวางไว้ให้แล้ว นายหยิบเอาเองนะ”

       “ขอบคุณครับ”

       จี้เยี่ยนจื๋อหมุนตัวกลับเข้าไปในห้องนอน ครู่ต่อมาประตูห้องน้ำก็แง้มออกเป็นช่องเล็กๆ จี้ทิงยื่นแขนออกมาหยิบเสื้อผ้าเข้าไปข้างใน

       หลังจากจี้ทิ้งเปลี่ยนเสื้อผ้าเรียบร้อยแล้วเดินออกมา ก็เห็นจี้เยี่ยนจื๋อกำลังก้มหน้าพิมพ์ข้อความในโทรศัพท์อยู่

       พออีกฝ่ายเงยหน้าขึ้นมาเห็นจี้ทิงที่ผมยังเปียกชุ่ม ก็ขมวดคิ้วมุ่นทันที “ทำไมไม่เป่าผม อยากจะเป็นหวัดนักหรือไง?”

       “ผมหาไดร์เป่าผมไม่เจอครับ”

       “ซื่อบื้อชะมัด”

       จี้เยี่ยนจื๋อลุกขึ้นเดินเข้าไปหาในห้องน้ำ เขาวนหาอยู่รอบหนึ่งก็ยังไม่เจอ จึงต้องกดโทรศัพท์หาเสิ่นมู่หลาน

       เสิ่นมู่หลานบอกว่าไดร์เป่าผมอยู่ในตู้ใต้ซิงค์ล้างหน้า จี้เยี่ยนจื๋อจึงหยิบมันออกมาข้างนอก

       จี้ทิงกำลังใช้ผ้าขนหนูซับผมอยู่ พอเห็นเขาถือไดร์ออกมาจึงลุกขึ้นและตั้งใจจะเข้าไปรับ

       ทว่าเมื่อทั้งคู่เดินเข้าหากัน จี้เยี่ยนจื๋อก็สังเกตเห็นว่าดวงตาของจี้ทิงบวมช้ำเล็กน้อย แววตาของเขาจึงวูบไหวไปชั่วขณะ

       “นายลงไปนั่งสิ เดี๋ยวฉันเป่าให้”

       นิ้วมือของจี้ทิงชะงักค้างกลางอากาศ เขาเงยหน้ามองอีกฝ่ายอย่างไม่เชื่อสายตา “พี่จะเป่าให้ผมเหรอครับ?”

       “ทำไม ไม่ได้หรือไง?”

       จี้ทิงนิ่งเงียบไปครู่ใหญ่ ก่อนจะเอ่ยถามออกมา “พี่ไม่ได้เกลียดผมเหรอครับ?”

       คำถามนี้จี้ทิงไม่ได้ถามด้วยความแง่งอนหรือประชดประชัน แต่เขากำลังคิดว่า [ถ้าจี้เยี่ยนจื๋อเกลียดฉันจริงๆ ก็อย่าทำเรื่องที่ฝืนใจตัวเองแบบนี้เพียงเพราะสงสารที่ฉันตกน้ำเลย]

       จี้เยี่ยนจื๋อรู้สึกจุกในลำคอ ยิ่งได้ยินเสียงในใจนั้นเขาก็ยิ่งรู้สึกอึดอัดรุ่มร้อนในอก เขารู้ทั้งรู้ว่าจี้ทิงเป็นโรคแอสเพอร์เกอร์ ใครพูดอะไรก็เชื่อไปอย่างนั้น แต่เขาก็ยังจะพูดจาแย่ๆ ใส่เพียงเพราะอารมณ์ชั่ววูบ

       จี้เยี่ยนจื๋อนึกเสียใจ ทว่าด้วยนิสัยของเขา เขาไม่รู้จักวิธีพูดจาอ่อนหวานเพื่อปลอบโยนใคร เขาอึกอักอยู่พักใหญ่ ก่อนจะโพล่งคำพูดเรียบๆ ออกมาประโยคหนึ่ง “ฉันไม่ได้เกลียดนาย”

       จี้ทิงได้ยินไม่ถนัดจึงชะงักไป “ครับ?”

       “ครับอะไรนักหนา!” หูของจี้เยี่ยนจื๋อเริ่มเปลี่ยนเป็นสีแดงก่ำ เสียงของเขาก็ดังขึ้นด้วยความขัดเขิน “ฉันบอกว่าฉันไม่ได้เกลียดนาย ถ้าเกลียดนาย ฉันจะนอนกับนายอยู่ทุกวันแบบนี้เหรอ?”

       พระเจ้าช่วย...

       เสิ่นมู่หลานที่ถือถ้วยน้ำขิงค้างอยู่ในมือถึงกับตัวแข็งทื่ออยู่ตรงทางเดิน คำพูดของจี้เยี่ยนจื๋อราวกับสายฟ้าที่ฟาดลงมากลางศีรษะ จนวิญญาณแทบจะหลุดออกจากร่าง

       จี้เยี่ยนจื๋อกับจี้ทิง นอนด้วยกัน... ทุกวันเนี่ยนะ?

       ดวงตาของเสิ่นมู่หลานเต็มไปด้วยความตื่นตะลึง ราวกับโลกทั้งใบพังครืนลงต่อหน้า

       พี่น้องต่างแม่ นอนแตะเนื้อต้องตัวกันบนเตียงเดียวกันเนี่ยนะ... หา?

       จี้เยี่ยนจื๋อยังไม่รู้ตัวว่ามีคนแอบฟัง เขาทำหน้าไม่ถูกพลางพูดด้วยน้ำเสียงดุดัน “สรุปจะเป่าไหมผม ไม่เป่าก็ช่าง”

       จี้ทิงจ้องมองเขาอยู่สองสามวินาที ก่อนจะหลุบตาลงแล้วพยักหน้า “เป่าครับ”

       คนหนึ่งนั่งลง อีกคนยืนอยู่ข้างหลัง จากนั้นเสียงไดร์เป่าผมก็เริ่มทำงาน

       จี้เยี่ยนจื๋อไม่เคยเป่าผมให้ใครมาก่อน มือที่ขยี้ผมของจี้ทิงจึงดูไม่ต่างจากการขยี้ขนสุนัข จนมันยุ่งเหยิงไปหมด

       ผ่านไปครู่หนึ่ง จี้ทิงก็เงยหน้าขึ้นมองเขาแบบกลับหัว “จี้เยี่ยนจื๋อ ให้ผมทำเองดีกว่าครับ”

       จี้เยี่ยนจื๋อมองใบหน้าที่ชวนให้ตาพร่าของอีกฝ่าย ทันใดนั้นหัวใจก็พลันเกิดความรู้สึกประหลาดบางอย่างวูบผ่าน ด้วยความทำตัวไม่ถูก เขาจึงกดหัวจี้ทิงให้กลับไปท่าเดิมทันที

       “ห้ามเถียง”

       ไม่กี่นาทีต่อมาผมของจี้ทิงก็แห้งสนิท โชคดีที่ผมของเขาเส้นเล็กนุ่ม เพียงแค่หวีนิดหน่อยก็กลับมาดูดีเหมือนเดิม

       จี้เยี่ยนจื๋อวางไดร์ลง “นายนั่งอยู่นี่เงียบๆ ฉันจะไปอาบน้ำห้องข้างๆ ก่อน”

       จี้ทิงชะงักไปเล็กน้อย ถึงเพิ่งสังเกตเห็นว่าขากางเกงของจี้เยี่ยนจื๋อยังเปียกอยู่ “เมื่อกี้พี่ยังไม่ได้อาบเหรอครับ?”

       “เรื่องของฉัน” จี้เยี่ยนจื๋อทิ้งท้ายไว้แค่นั้น จากนั้นเขาก็เดินออกจากห้องนอนไป

       จี้ทิงมองตามแผ่นหลังนั้นไปอย่างเหม่อลอย ก่อนจะก้มหน้าลง เขาเริ่มรู้สึกว่าจี้เยี่ยนจื๋ออาจจะไม่ได้เกลียดเขาแล้วจริงๆ

       “เสี่ยวทิง?”

       เสียงเรียกเบาๆ ดึงสติเขากลับมา

       จี้ทิงลุกขึ้นจากเก้าอี้ “คุณเสิ่น”

       “นั่งลงเถอะ นั่งลงก่อน” เสิ่นมู่หลานวางถาดไว้บนโต๊ะ แล้วยกถ้วยหนึ่งขึ้นมา “นี่คือน้ำขิง ดื่มเสียหน่อยจะได้ไล่ความหนาว”

       จี้ทิงรับมา “ขอบคุณครับ”

       ระหว่างที่เขาดื่ม เสิ่นมู่หลานก็จ้องมองเสี้ยวหน้าของเขาเขม็ง ราวกับกำลังมองหาอะไรบางอย่าง

       จี้ทิงดื่มจนหมดในไม่กี่อึก เมื่อวางถ้วยลงก็ถามว่า “คุณเสิ่น มีอะไรจะพูดกับผมหรือเปล่าครับ?”

       เสิ่นมู่หลานสะดุ้งโหยง พอได้สติก็หัวเราะแก้เก้อ “เอ่อ... คือฉันแค่อยากจะขอโทษน่ะ ถ้าไม่ใช่เพราะเจ้าหมาโง่นั่น นายก็คงไม่ต้องตกน้ำ ขอโทษจริงๆ นะ”

       “ไม่เป็นไรครับ ไม่ใช่ความผิดของมันหรอก เป็นเพราะผมพลาดเอง”

       “พี่ชายนายโกรธมากเลยล่ะ แต่เรื่องนี้ก็ต้องโทษฉันด้วยที่รู้ทั้งรู้ว่าโต้วเปามันซนขนาดไหน ยังจะให้นายไปดูแลมันอีก”

       จี้ทิงเอ่ยปลอบใจเขา “จี้เยี่ยนจื๋ออาจจะแค่ตกใจน่ะครับ เขาไม่ได้โกรธคุณจริงๆ หรอก อย่าเก็บมาใส่ใจเลย”

       เมื่อเห็นจี้ทิงคอยพูดแก้ตัวให้จี้เยี่ยนจื๋อทุกคำ ความรู้สึกบางอย่างที่อัดอั้นอยู่ในใจของเสิ่นมู่หลานก็ยิ่งเข้มข้นขึ้น ถึงแม้ว่าพี่น้องจะนอนเตียงเดียวกันมันก็ไม่ใช่เรื่องแปลกอะไร แต่พอคนคนนั้นคือจี้เยี่ยนจื๋อ ทุกอย่างมันก็ดูผิดปกติไปเสียหมด

       คำพูดที่แอบได้ยินเมื่อครู่เวียนว่ายอยู่ในหัวซ้ำไปซ้ำมา ทว่าสุดท้ายเสิ่นมู่หลานก็ไม่ได้ถามออกไป

       คงไม่มีอะไรหรอกมั้ง...

       ต่อให้จะไม่ใช่แม่เดียวกัน แต่พวกเขาก็ยังมีเลือดเนื้อเชื้อไขครึ่งหนึ่งที่เกี่ยวพันกัน เขาคงไม่ได้มีความคิดอกุศลกันหรอก

       เสิ่นมู่หลานรีบปรับท่าทาง สีหน้าที่ดูแข็งทื่อเมื่อครู่จึงเริ่มผ่อนคลายลง “เอาเป็นว่า ไม่ว่ายังไงนายก็ต้องมาเจ็บตัวเพราะฉัน ถือว่าฉันติดค้างนายครั้งหนึ่งแล้วกัน วันหลังอยากได้อะไรก็บอกฉันได้เลยนะ”

       จี้ทิงตั้งท่าจะปฏิเสธ แต่เมื่อเห็นสายตาที่จริงใจของอีกฝ่าย เขาจึงพยักหน้ารับเบาๆ

       จี้เยี่ยนจื๋ออาบน้ำอยู่นานร่วมชั่วโมงจนกระทั่งเครื่องทำน้ำอุ่นหมดความร้อนถึงได้ยอมออกมา ห้องนั้นไม่มีไดร์เป่าผม เขาจึงเดินกลับมาเอาที่ห้องของจี้ทิง

       “ฉันนึกว่านายสลบคาห้องน้ำไปแล้วซะอีก” เสิ่นมู่หลานบ่นอุบพลางยกน้ำขิงที่อุ่นซ้ำเป็นรอบที่สองส่งให้ “เอ้า รีบดื่มตอนที่ยังร้อนๆ”

       จี้เยี่ยนจื๋อรับไป แต่สายตากลับเหลือบมองไปทางจี้ทิง

       จี้ทิงพยักหน้าให้เขา “ผมดื่มเรียบร้อยแล้วครับ”

       เมื่อได้ยินดังนั้น จี้เยี่ยนจื๋อจึงยอมดื่มน้ำขิงในมือจนหมด พอวางถ้วยลงเขาก็บอกจี้ทิงว่า “เอาไดร์มาให้ฉันหน่อย”

       จี้ทิงหยิบไดร์จากโต๊ะข้างๆ แต่ไม่ได้ส่งให้ “พี่มานี่สิครับ”

       จี้เยี่ยนจื๋อชะงัก “ทำไม?”

       “พี่มานั่งตรงนี้ครับ” จี้ทิงยังจำคำพูดของเสิ่นมู่หลานได้ จึงคิดที่จะตอบแทนความหวังดี “พี่เป่าให้ผมแล้ว ผมก็จะเป่าให้พี่เหมือนกัน”

       จี้เยี่ยนจื๋อเม้มปากแน่น แสร้งทำเป็นมองไปทางอื่นอย่างไม่แยแส “ฉันไม่ได้ขอให้นายตอบแทนเสียหน่อย”

       “ครับ พี่ไม่ได้พูด แต่ผมแค่อยากจะบอกพี่ว่า ผมเองก็ไม่ได้เกลียดพี่เหมือนกัน”

       เมื่อเห็นทั้งคู่โต้ตอบกันไปมา เสิ่นมู่หลานที่ยืนอยู่ข้างๆ ก็เริ่มทำหน้าไม่ถูก ‘ฉันไม่ควรอยู่ตรงนี้ ฉันควรจะไปมุดอยู่ใต้ท้องรถมากกว่า!’


ทั้งนี้ หากยอดเก็บเข้าชั้นถึง 3,000 คน ทางเราจะแจกตอนฟรีเพิ่มอีกเป็นวันละ 3 ตอน นับตั้งแต่วันที่ยอดถึงเป็นเวลาไปอีก 5 วัน
.
หากคุณนักอ่านชอบเรื่องนี้ สามารถกดเก็บเข้าชั้น / Comment เพื่อเป็นกำลังใจให้กับผู้แปลและนักเขียนกันเยอะๆ นะคะ ^^